ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EPISOEDS 03 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 87

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 16:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EPISOEDS 03 [100%]
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

EPISODES 

03 

 

 

 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จลิตเติ้ลก็นั่งดูการ์ตูนต่ออีกชั่วครู่ก่อนจะเริ่มปิดปากหาววอดๆ พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่ปรือลงนิดๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังง่วงนอนเต็มที ฟรานซิสที่พึ่งจัดการทำความสะอาดในครัวเสร็จเดินออกมาเห็นแบบนั้นก็หลุดยิ้มออกมาเล็กๆ  

 

 

“ง่วงก็ไปนอนได้แล้ว” ฟรานซิสเอ่ยบอกพลางหยิบรีโมทมากดปิดการ์ตูนลง ส่วนเด็กน้อยที่ง่วงนอนเต็มทีก็หันมาหาร่างสูงทันที 

 

 

“อุ้ม... ฟรานฟรานอุ้มหน่อย” ว่าแล้วก็ยื่นแขนสองข้างออกมาหวังให้อีกคนอุ้ม หากแต่ฟรานซิสกลับเลิกคิ้วขึ้นและส่ายหน้าน้อยๆ และนั่นก็ทำให้เด็กน้อยต้องคว่ำปากนิดๆ ที่โดนปฏิเสธ 

 

 

ลิตเติ้ลที่คิดว่าฟรานซิสคงไม่อุ้มตัวเองแล้วแน่ๆ ก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วหมุนตัวหันหลังเตรียมจะเดินหนีเข้าห้องนอน ระคนเด็กแสนงอน และลิตเติ้ลก็คงจะงอนฟรานซิสจริงๆ ถ้าไม่ติดว่า... 

 

 

หมับ.. 

 

 

“อ๊ะ..ฟรานฟราน...”  

 

 

ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองใบหน้าคนตัวโตกว่าทันทีพร้อมกับแขนเรียวที่เลื่อนไปคล้องลำคอแกร่งอัตโนมัติ เมื่อร่างทั้งร่างลอยขึ้นเหนือพื้นตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว 

 

 

ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก... 

 

 

อีกแล้ว... 

 

 

คุณหัวใจเต้นแรงอีกแล้ว 

 

 

“แปรงฟันรึยัง” ฟรานซิสเอ่ยถามคนในอ้อมแขนเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ 

 

 

“แปรงแล้วฮะ”  

 

 

“อืม..”  

 

 

ฟรานซิสไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเขาทำเพียงกระชับร่างบางในอ้อมแขนให้มั่นก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนอย่างมั่นคง หากฟรานซิสก้มลงมามองสักนิดก็คงจะเห็นว่าตอนนี้แก้มใสๆ ของลิตเติ้ลมันแดงแค่ไหน 

 

 

ห้องนอนของลิตเติ้ลคือห้องที่เดิมทีฟรานซิสเก็บไว้สำหรับให้แขกมานอน แต่ตอนนี้เขายกมันให้ลิตเติ้ลไปเรียบร้อยแล้ว ครั้นจะให้นอนด้วยกันก็คงจะไม่ดี ถึงแม้ลิตเติ้ลจะเหมือนเด็กแต่นั่นก็แค่ความคิดไม่ใช่ร่างกาย และแม้ว่าฟรานซิสจะไม่ใช่เกย์แต่เขาก็เป็นผู้ชาย แน่นอนว่าเขาไม่ไว้ใจตัวเองขนาดที่จะให้ใครมานอนร่วมเตียงด้วย 

 

 

โดยเฉพาะคนน่ารักแบบลิตเติ้ล 

 

 

ร่างบอบบางถูกวางลงบนเตียงนุ่มแผ่วเบา มือหนาดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาห่มให้ร่างบางจนถึงอกเหมือนทุกวัน โดยที่ทุกการกระทำของฟรานซิสถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเด็กน้อยลิตเติ้ลไม่มีตกหล่นแม้แต่น้อย 

 

 

“นอนได้แล้ว”  

 

 

แม้ฟรานซิสจะพูดแบบนั้นแต่ลิตเติ้ลก็ยังคงเอาแต่นอนจ้องหน้าร่างสูงตาแป๋ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ง่วงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น แต่พอโดนอุ้มมาถึงเตียงความง่วงก็หายไปจนแทบสิ้น เหลือไว้ก็แต่ความรู้สึกแปลกๆ ที่ลิตเติ้ลไม่เข้าใจมัน 

 

 

ลิตเติ้ลชอบทุกอย่างที่ฟรานฟรานทำให้แต่ก็ไม่ชอบเช่นกัน 

 

 

เพราะทุกครั้งที่ฟรานฟรานทำดีด้วยคุณหัวใจจ๋าก็ต้องทำงานหนักทุกที 

 

 

เด็กน้อยได้แต่คิดอยู่ในใจทั้งที่ยังจ้องหน้าฟรานซิสอยู่แบบนั้น คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันแน่นสลับกับคลายออกอยู่หลายครั้ง จนฟรานซิสที่มองอยู่ต้องขมวดคิ้วตามอย่างไม่เข้าใจ 

 

 

เด็กน้องของเขา (?) เป็นอะไรไป?  

 

 

เกิดความเงียบอยู่นานหลายนาทีที่ทั้งสองคนต่างมองจ้องกันอยู่อย่างนั้น เรียวปากอิ่มถูกขบเม้มโดยเจ้าของหลายครั้ง จนในที่สุดเสียงหวานๆ ก็เอ่ยออกมาแผ่วเบา 

 

 

“ฟรานฟราน..เติ้ลอยากไปหามอ...”  

 

 

“หื้ม? ไม่สบายหรอ ไหนมาดูสิ” ฟรานซิสถามขึ้นทันทีพลางใช้หลังมืออังกลางหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิให้ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสผิวเนื้อลิตเติ้ลก็เอียงหน้าหลบไปสะก่อน 

 

 

“ปะ..เปล่า ไม่รู้..ลิตเติ้ลอยากหาหมอ” นัยน์ตาสวยช้อนขึ้นมองสบตาคมของคนตัวโตกว่าระคนจะร้องไห้ ทำเอาคนมองต้องรู้สึกแปลกๆ ในใจ ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้แค่ว่าเขาไม่ชอบเลยสักนิดที่เห็นลิตเติ้ลทำหน้าตาแบบนี้ 

 

 

เขาชอบรอยยิ้มสดใสของลิเติ้ลมากกว่า 

 

 

“ไหนลองบอกอาการมาสิว่าเป็นอะไร”  

 

 

เรียวปากบางเม้มเข้าหากันน้อยๆ รวมถึงดวงตาคู่สวยนั้นก็หลุบมองต่ำอย่างประหม่า ก่อนเด็กน้อยจะเอื้อนเอ่ยบอกอาการของตนเองเสียงเบา 

 

 

“ใจ..คุณหัวใจเต้นแรง.. แล้วก็รู้สึกเหมือนจะสั่นมากๆ ..”  

 

 

“หื้ม? เป็นบ่อยไหม เป็นตั้งแต่เมื่อไร” ฟรานซิสถามเสียงเครียดทันที ในใจก็นึกเป็นห่วงลิตเติ้ลขึ้นมาเต็มอก 

 

 

ห่วงมาก... 

 

 

“ก็บ่อย.. ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ ฟรานฟราน.. คุณหัวใจก็สั่น แล้วก็เต้นแรงมากๆ เลย.. ลิตเติ้ลเป็นโรคหัวใจแล้วใช่ไหมฮะ?”  

 

 

“!!”  

 

 

คนฟังถึงกับต้องนิ่งไปทันทีกับคำตอบและแววตาใสซื่อของเด็กน้อยบนเตียงอย่างช่วยไม่ได้ และคล้ายว่าอยู่ๆ ก้อนเนื้อในอกซ้ายที่มันเคยสงบนิ่งมากนานหลายปีก็ต้องเต้นผิดจังหวะไปจากเดิม และดูท่าว่านับจากวันนี้ มันอาจจะกลับมาเต้นในจังหวะปกติไม่ได้อีกแล้วเมื่ออยู่ใกล้กับเด็กน้อยลิตเติ้ล 

 

 

“.........”  

 

 

“.........”  

 

 

ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันเนิ่นนานและเป็นฟรานซิสที่ได้สติขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มกระแอมไอออกมาเบาๆ ก่อนจะตีหน้าเรียบนิ่งตามเดิม 

 

 

“ดึกแล้ว นอนเถอะนายอาจจะแค่เหนื่อย”  

 

 

ไม่จริงสักหน่อย ลิตเติ้ลไม่ได้เหนื่อย... 

 

 

เด็กน้อยได้แต่เถียงออกมาในใจเท่านั้นก่อนจะยอมพยักหน้าลงเบาๆ  

 

 

“ฝันดีนะเด็กดี”  

 

 

“ฮะ ฝันดีฟรานฟราน..” แล้วเปลือกตาสีมุกค่อยๆ เคลื่อนตัวปิดลงจนสนิทพร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นสัญญาณบอกให้รู้ ว่าเด็กน้อยลิตเติ้ลได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว 

 

 

ฟรานซิสลอบถอนหายใจออกมาทันที นึกดีใจที่ลิตเติ้ลไม่พูดเซ้าซี้ต่อเพราะไม่อย่างนั้นเขาเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรให้ลิตเติ้ลเข้าใจ ว่าอาการที่เจ้าตัวเป็นมันไม่ใช่โรคหัวใจหรอก 

 

 

ถึงเขาจะไม่เคยมีความรักแต่ก็เคยอ่านอะไรเทือกๆ นี้ผ่านๆ ตา และเขาก็ย่อมเข้าใจว่ามันเป็นอาการเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรัก’  

 

 

ฟรานซิสนั่งจ้องใบหน้าหวานของคนบนเตียงอยู่อีกชั่วครู่ก่อนจะยอมลุกจากเตียงนุ่มนั่นและออกจากห้องนอนเล็กไป โดยไม่ลืมปิดไฟให้ด้วย 

 

 

ทว่า... แม้จะออกมาแล้วแต่ในหัวของฟรานซิสกลับมีแต่ภาพใบหน้าน่ารักของลิตเติ้ลลอยไปลอยมาไม่หยุดหย่อน แม้กระทั่งว่าไปอาบน้ำจนจวนจะเข้านอนแล้วภาพและเสียงใสๆ ของลิเติ้ลก็ยังตามมากวนใจเขา  

 

 

ฟรานซิสไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นอย่างนี้ บางทีมันอาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่เข้าใจยากนั่นทิ้งไป ด่อนจะจ้องมองโทรศัพท์มือถือเครื่องบางบนโต๊ะทำงานของตัวเอง 

 

 

โทรศัพท์มือของลิตเติ้ล... 

 

 

มันคือของสิ่งเดียวที่ติดตัวลิตเติ้ลมาตั้งแต่วันแรกที่เขาพบร่างบางที่ข้างถังขยะนั่น แต่เพราะมันถูกทำให้พังจนใช้การไม่ได้ เขาเลยเสียเวลาเอาไปส่งซ่อมและกู้คืนข้อมูลในโทรศัพท์เครื่องนั้น 

 

 

ดวงตาคมจ้องมองวัตถุสี่เหลี่ยมเครื่องบางนั่นอีกครั้งก่อนจะหยิบมาขึ้นมาเปิดดูในที่สุด ดวงตาคมไล่ดูข้อมูลไปตามที่นิ้วสไลด์ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่พบอะไร 

 

 

ในรายชื่อของโทรศัพท์ก็มีแต่การเมมชื่อแบบแปลกๆ ซึ่งเขาไม่เข้าใจและอาจเดาได้ว่าเป็นใคร หากจะสุ่มโทรไปก็คงใช้เวลาเพราะมันไม่น้อยเลยสักนิด พอถัดมาก็เป็นไฟล์รูปภาพและวิดีโอ ซึ่งคราวนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรายชื่อพวกนั้น มันไม่ได้ทำให้เขารู้อะไรมากขึ้น เพราะในบรรดาไฟล์รูปเป็นพันนั้นเต็มไปด้วยรูปงานและวิวทิวทัศน์ซะส่วนใหญ่ จะมีรูปลิตเติ้ลอยู่ก็แค่ไม่กี่รูป แต่ไม่กี่รูปนั้นก็มากพอที่ทำให้เขารู้จักร่างบางมากขึ้น 

 

 

เขาคิดว่าลิตเติ้ลน่าจะเป็นหมอ.. 

 

 

เดาเอาจากรูปที่เจ้าตัวใส่เสื้อกาวน์สีขาวและด้านหลังคือสวนของโรงพยาบาลสักแห่ง ดูแล้วน่าจะโดนแอบถ่ายมากกว่า เพราะในภาพลิตเติ้ลไม่ได้มองกล้องเลยสักนิด แต่ใครกันที่จะมีสิทธิ์มาโทรศัพท์ของลิตเติ้ลซึ่งนับว่าเป็นของส่วนตัว และของใช้ส่วนตัวคงไม่มีใครกล้าแตะต้อง 

 

 

หากไม่ใช่คนสำคัญ... 

 

 

พอคิดมาถึงตรงนี้นัยน์ตาคมก็ฉายแววไม่พอใจออกมาโดยไม่รู้ตัว รวมถึงความรู้สึกปวดหนึบแปลกๆ ในหัวใจก็ด้วย ก็ไม่รู้ว่าทำไมและก็รู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องของลิตเติ้ล แต่เขาห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตามแต่... 

 

 

เขาไม่พอใจ 

 

 

แค่คิดว่าลิตเติ้ลอาจจะมีคนสำคัญหรือคนรักอยู่แล้วเขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเสียดื้อๆ และเพราะแบบนั้นฟรานซิสเลยพับความคิดที่จะแกะรอยลิตเติ้ลจากโทรศัพท์ไปโดยปริยาย 

 

 

ฟรานซิสก็แค่พยายามคิดว่าที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะห่วงลิตเติ้ล ใช่เพราะเขาห่วงกลัวว่าอาจจะมีคนแฝงมาทำร้ายลิตเติ้ลได้อีก เพราะแบบนั้นรอให้ลิตเติ้ลหายดีก่อนค่อยมาตามสืบอีกทีก็ยังไม่สาย 

 

 

คิดได้แบบนั้นร่างสูงก็จัดการยัดเจ้าโทรศัพท์เครื่องบางนั่นเข้าลิ้นชัดโต๊ะทำงานทันที พร้อมทั้งยังล็อกอย่างดีกันไม่ให้ใครมาเจอมัน โดยเฉพาะลิตเติ้ล รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังละเมิดกฎของตัวเอง เขากำลังทำผิดแต่เขาก็ยังทำ 

 

 

ความจริงแล้วตั้งแต่มีลิตเติ้ลเขาก็ละเมิดกฎของตัวเองไปหลายข้อแล้ว หากจะทำผิดไปอีกสักข้อก็คงไม่เป็นไร หากมันจะทำให้ลิตเติ้ลอยู่กับเขานานขึ้นอีกนิด 

 

 

ฟรานซิสยอมแหกกฎของตัวเองโดยไม่มีเงื่อนไข!  

 

 

 

 

 

 

+++++++++100%+++++++ 

ความคิดเห็น