ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 17 : วันนี้ที่รอคอย วันเปิดตัวสินค้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : วันนี้ที่รอคอย วันเปิดตัวสินค้า

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 17,วันนี้ที่รอคอย วันเปิดตัวสินค้า

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : วันนี้ที่รอคอย วันเปิดตัวสินค้า
แบบอักษร

ตอนที่ 17 : วันนี้ที่รอคอย วันเปิดตัวสินค้า 

ฉันรีบตื่นแต่เช้า วันนี้เป็นวันเปิดเต้าเจี้ยวและซีอิ๊ว วันนี้คงยุ่งและเหนื่อยกันทุกคนแน่ๆ เมื่อวานบอกพี่เหวินไว้ว่าต้องการปลาสักยี่สิบตัวมาทำปลาต้มเต้าเจี้ยวผักกาดดอง พี่เหวินกับลูกๆจึงออกไปแต่เช้าเพราะถ้าได้มาไม่ถึงก็ไปซื้อที่ตลาดเช้าได้ทัน ที่จริงฉันอยากจะซื้อปลาที่ตลาดแต่พี่เหวินเสนอว่าจะไปหาปลาเองจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ฉันคิดว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะจะได้ลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานวันนี้และงานนี้คือทำสินค้าตัวอย่างให้แขกชิมฟรี ถ้าลดค่าใช้จ่ายได้ต้องดีกว่าแน่นอน 

ส่วนพี่ตง หลินเอ๋อร์เอาไก่ออกไปร้านแล้วตามปกติ ฉันรีบทำซาลาเปาให้เสร็จโดยมีหรู้เอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ แม่นม ช่วยกันทำจนเสร็จ ฉันเขียนรายการส่งให้พี่หลงไปซื้อของวันนี้หลังจากเอาซาลาเปาไปส่งที่ร้านแล้วเอาผักกาดดองไปส่งที่โรงเตี๊ยมและส่งที่ตลาดต่อ 

เดี๋ยวนี้ฉันไม่ได้ออกไปร้านเพราะท้องใหญ่มากๆ ทุกคนในบ้านเป็นห่วงฉันมาก พี่ตงพี่หลงแม้แต่หลินเอ๋อร์ หรู้เอ๋อร์ ชุนเอ๋อร์ก่อนออกจากบ้านจะต้องกำชับชิงเอ๋อร์และซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ ซิงเอ๋อร์ เสี่ยวเป่า ให้ค่อยตามติดอย่างน้อยสองคน พวกเขากลัวฉันเดินไม่ไหวและกลัวฉันหกล้มไม่มีใครเห็นไม่มีใครช่วย แม้แต่เข้าห้องน้ำยังมานั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว แรกๆฉันห้ามไม่ให้ตาม แต่พวกเขาก็ตามติดอีกอยู่ดีเลยปล่อยเลยตามเลย ซิงเอ๋อร์กับเสี่ยวเป่าพวกเขาชอบตามติดฉัน ฉันก็ชอบให้พวกเขามานั่งใกล้แล้วดึงพวกเขามากอดมาหอม ก็มีเขินอายบ้างแต่ก็ยอมให้ฉันกอดและหอมไม่ดิ้นหนี โดยปกติพวกเขาหวงตัวนะไม่ชอบและไม่ยอมให้ใครหอมหรือกอดหรอก ยกเว้นให้ฉันคนเดี่ยว 

ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่ตอนนี้ขายผักกาดดองสิบแปดชั่งกับถั่วงอกสิบชั่ง ส่งร้านในตลาดกับส่งโรงเตี๊ยมทุกวันและยังมีเมืองติดๆกันมารับผักดองอีกเดือนละสองครั้งครั้งละหกสิบชั่ง เขาเอาไปขายส่งต่อในเมืองของเขา ร้านซาลาเปาไก่ย่างก็ขายดีกำไรพอได้กินได้ใช้พอจ่ายค่าจ้างทุกคนแต่ไม่เหลือเก็บ เพราะมีเงินเหลือฉันลงทุนหมักเต้าเจี้ยวสองไห ซีอิ๊วสามไหเพิ่มทุกเดือน ฉันตั้งความหวังไว้กับเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วมาก ที่โชคดีอีกอย่างคือทุกๆคนในบ้านรักและห่วงใยฉันมาก ทั้งยังซื่อสัตย์ ขยันขันแข็งช่วยงานและช่วยฉันประหยัดอย่างมากอีกด้วย 

พอสายๆพี่หลงกลับจากตลาดฉันเลยบอกว่า "พี่หลงชุนเอ๋อร์หลังกินข้าวกลางวัน วันนี้พี่ออกไปร้านกับชุนเอ๋อร์สองคนก่อนและเดี๋ยวให้เสี่ยวจือไปช่วย วันนี้ปิดร้านเร็วหน่อย ข้าจะให้พี่ตง พี่เหวิน หรู้เอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ไปช่วยงานเปิดตัวสินค้าที่โรงเตี๊ยมกับข้า พี่กับชุนเอ๋อร์ปิดร้านแล้วกลับช่วยดูแลเด็กกับแม่นมให้ข้าด้วย" 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"จึงหันไปหาแม่นม 

"แม่นม!วันนี้แม่นมกับชุนเอ๋อร์ทำกับข้าวตอนเย็นกินกันไปก่อนไม่ต้องรอข้านะ วันนี้กว่าจะเสร็จงานคงจะดึกหน่อย" 

"เจ้าค่ะ"พอชุนเอ๋อร์รับคำแล้วลุกขึ้นตามพี่หลงหรู้เอ๋อร์ไปตลาด 

"เสี่ยวเสียง!หลังอาหารกลางวันข้ากับพี่ๆไม่อยู่บ้าน เจ้าต้องช่วยแม่นมดูแลน้องๆและดูแลบ้านรอพี่ๆกลับมาตอนเย็น ข้าไว้วางใจเจ้าได้ใช่หรือไม่" 

"นายหญิงโปรดวางใจข้าจะดูแลบ้าน ดูแลแม่นมและน้องๆเป็นอย่างดีขอรับ" แล้วยิ้มตาหยี 

ฉันเห็นท่าทางเสี่ยวเสียงเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นมาทันทีก็อดยิ้มน้อยไม่ได้ 

"ดี!ดีมากๆ!ข้าเชื่อเจ้า" เสี่ยวเสียงนั่งยืดตัวตรงวางมาดเข้มอย่างกับตนเองโตเป็นหนุ่ม ฉันยิ้มๆแล้วลูบหัวเสี่ยวเสียง พอดีกับที่พี่เหวินกลับมา เขารีบมาหาบอกว่า 

"คุณหนูขอรับ ข้าได้ปลามาเยอะเลยขอรับเกือบสามสิบตัวขอรับ" พูดอย่างภูมิใจ 

"ดียิ่งนัก! ขอบคุณพี่เหวินมาก" 

"ข้ากับลูกๆทำด้วยยินดีขอรับ" ฉันพยักหน้าแล้วพูด 

" วันนี้ข้าจะขอแรงให้เสียวจืดไปช่วยที่ร้านจนปิดร้าน และข้าขอแรงพี่กับหลันเอ๋อร์ไปช่วยงานวันนี้ที่โรงเตี๊ยมได้หรือไม่เจ้าค่ะ" 

"ได้ขอรับ พวกข้ายินดียิ่งนัก" ตอบพร้อมยิ้ม ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขายิ้มแย้มอย่างมีความสุขและภูมิใจที่ถูกเรียกใช้งาน! 

"เช่นนั้นมากินข้าวก่อนยามอุ้ย(13.00น.-14.59น.) แล้วค่อยมาช่วยข้าเอาของไปโรงเตี๊ยม" 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ" ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน 

ฉัน ชิงเอ๋อร์ ซิงเอ๋อร์ เสี่ยวเป่าและแม่นมไปรดน้ำแปลงผักหลังบ้านและเก็บผักบุ้งจีนที่ปลูกไว้ โหระพาที่ต้องใช้ผัดกับมะเขือวันนี้ ส่วนหรู้เอ๋อร์ ซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ เตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้จัดงานที่โรงเตียมวันนี้ พอรดน้ำผักเสร็จก็เข้าครัวล้างผักบุ้ง โหระพา ทำอาหารเที่ยงง่ายเสร็จพี่หลงกับชุนเอ๋อร์กินข้าวเที่ยงเสร็จก็รีปไปร้าน สักพักพี่ตงกับหลินเอ๋อร์ ตามมาด้วยพี่เหวินและลูกๆเข้ามากินข้าวและพักเหนื่อย พอถึงเวลาก็ขนของไปโรงเตี๊ยม 

เมื่อถึงโรงเตี๊ยม " หรู้เอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ ล้างปลาผ่าท้องควักไส้ล้างพุงให้สะอาด ส่วนชิงเอ๋อร หลันเอ๋อร์ เด็ดใบโหระพาและเด็ดผักบุ้ง เดี๋ยวข้าเด็ดให้ดูก่อนถึงรากมันจะเหนี่ยวให้ทิ้งไม่ต้องเสียดาย" ฉันก็หยิบผักบุ้งเด็ด " พวกเจ้าดูเด็ดแบบนี้จะมีเสียงเอาป๊อกๆแปลว่าไม่เหนี่ยวพอใกล้โคนต้นจะไม่มีเสียงและเด็ดยากคือเหนี่ยวให้หยุดและทิ้งไปเลย เอาพวกเจ้าลองทำดู"พวกนางทำตาม 

พอเห็นพวกนางเป็นจึงพูด "ที่จริงเอาผักบุ้งมาหันเลยก็เร็วและสะดวกแต่เมื่อใบขาดจากต้นเวลากินใช้ตะเกียบคีบกินมันง่ายถึงจะอร่อยแต่ขาดอรรถรสไปไม่น้อย ข้าจึงไม่ชอบหันผักบุ้งแต่ใช้มือเด็ดให้มีใบติดต้นด้วยมันอาจจะช้ากว่าแต่มันอร่อยกว่าตรงที่เวลากินใช้ตะเกียบคีบยื้อในจานเพราะใบมันจะพันกันมากเป็นการเพิ่มอรรถรสระหว่างกินให้อร่อยยิ่งขึ้น" ฉันอธิบายตามความชอบส่วนตัวของตนเองให้พวกนางเข้าใจ 

เมื่อปลาต้มเต้าเจี้ยวเสร็จก็ตั้งไฟอ่อนไว้ในครัว ฉันให้หลินเอ๋อร์ต้มไข่และเวลาจัดใส่จานให้ ผ่าครึ่งลูกโรยด้วยพริกไทยป่นเล็กน้อย วางถ้วยซีอิ๊วตรงกลางจานแล้วเรียงไข่รอบถ้วยซีอิ๊ว ฉันออกมาหน้าเวทีดูความพร้อมของเตา ฉันจะโชว์ผัดผักบุ้งไฟแดงบนเวที! ฮาฮาแน่นอนว่าฉันไม่ได้ผัดเอง ฉันแค่แบกท้องอันใหญ่โตของฉันขึ้นไปเป็นพิธีกรบนเวทีนำเสนอสินค้าและปรุงรสให้หรู้เอ๋อร์พัด 

เดินเช็คในครัวอีกครั้งแล้วให้ผัดมะเขือเพราะใกลถึงเวลาแล้ว "หรู้เอ๋อร์เดี๋ยวเจ้าผัดผักบุ้งบนเวที ส่วนข้าจะปรุงรสให้ เวลาผัดผักบุ้งจะมีไฟขึ้นบนกระทะก็ไม่ต้องตกใจ เจ้าเพียงแต่ผัดผักให้ไวขึ้นและยก ยกกระทะให้ห่างจากเตาสักหน่อย เข้าใจหรือไม่" 

"เจ้าค่ะ" หันไปหาคนที่เหลือเพื่อสั่งงาน 

"หลันเอ๋อร์เจ้าคุมในครัวโดยมีพี่เหวินพี่ตงช่วย เดี๋ยวพอเวทีผัดผักบุ้งไปสักสอง กระทะ ในครัวเริ่มตักอาหารเตรียมพร้อมยกเพราะผัดกระทะที่3ข้าจะพยักหน้าให้พี่ตงพี่เหวินยกไปตั้งโต๊ะได้เลย ให้เริ่มจากโต๊ะแขกพิเศษสิบโต๊ะจนครบ ทางที่ดีถามหลงจู๊หรือพ่อครัวจะได้ไม่พลาดว่าควรไปโต๊ะไหนก่อน" 

"ขอรับ ขอรับ/เจ้าค่ะ" 

"ส่วนชิงเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์ เดี๋ยวขึ้นไปบนเวทีพอข้าหยิบเต้าเจี้ยวและหยิบซีอิ๊วแนะนำที่ละชิน เสร็จแล้วจะส่งให้พวกเจ้า และให้พวกเจ้ายกสินค้าขึ้นเดี๋ยวทำให้ดูเป็นตัวอย่าง" ฉันหยิบขวดซีอิ๊วมือซ้ายลองก้น มือขวาจับคอขวดบนสุดและทำท่าเลียนแบบพรีเซนเตอร์เวลาพรีเซนต์สินค้าโชว์บนเวทีในภพที่ฉันจากมา พวกนางพยักหน้าเข้าใจ 

เมื่อถึงเวลาที่แขกคนแรกที่มาก็คือ.....เถ้าแก่หวังอีกแล้วครับท่าน ตามมาด้วยภรรยา ฮวาเอ๋อร์ และบุตรชาย ฉันเข้าไปคารวะเถ้าแก่และภรรยา เถ้าแก่แนะนำบุตรชายคนโต และบอกว่าพี่ชายรองมากำลังมา และตามมาด้วยท่านหมอจาง ท่านเจ้าเมืองก็มา และท่านลุงท่านป้า 

"คารวะท่านเจ้าเมืองกับฮูหยินเจ้าค่ะ" ท่านเจ้าเมืองพยักหน้า แล้วหลงจู๊มาช่วยพาไปที่โต๊ะ 

"คารวะท่านหมอจางและภรรยาเจ้าค่ะ " ภรรยาท่านหมอเดินมาดึงมือฉัน 

"ไม่ต้องมากพิธี เราคนกันเองเจ้าก็เหมือนน้องสาวของข้า" 

"ขอบคุณที่มาเจ้าค่ะ ใกล้เวลาแล้วไปนั่งที่โต๊ะเถอะเจ้าค่ะ" ฉันพยักหน้าให้หลงจู๊มาพาท่านหมอจางไปโต๊ะ พอหันมาเจอหัวหน้ามือปราบกับฮูหยิน รองหัวหน้ามือปราบและหัวหน้าหน่วย 

"ฟางอิ๋วเหม่ยคารวะท่านหัวหน้ามือปราบและฮูหยิน คารวะรองหัวหน้ามือปราบและหัวหน้าหน่วยทุกท่าน เชิญทุกท่านนั่งที่โต๊ะเจ้าค่ะ" ทุกคนพยักหน้าแล่วเดินตามหลงจู๊ไป 

เจ้าสำนักคุ้มภัย ฮูหยินกับบุตรสาว หัวหน้าคุ้มภัยกับภรรยาและรองหัวหน้าคุ้มภัย ตามด้วยบ้านสกุลกู่เฉิงเป็นสกุลใหญ่ค้าผ้า ประมุขกู่เฉิงมากับบุตรสาวคนโต บุตรสาวคนเล็ก บุตรชาย และเถ้าแก่โรงเครื่องเผาภรรยาและบุตรสาว 

กลุ่มสุดท้ายที่มาท่านลุงต้วนเต๋อกับฮูหยิน คุณชายเกาเหว่ย และพี่ชายรองหวัง 

"เหม่ยเอ๋อร์คารวะท่านลุงต้วนเต๋อและฮูหยิน คารวะคุณชายเกาเหว่ย คารวะพี่ชายรอง ขอบคุณที่มาเป็นเกียติให้งานข้าเจ้าค่ะ" ทันทีที่ฉันเรียกท่านลุงต้วนเต๋อกับคุณชายเกาเหว่ย ฉันรู้สึกว่าฮูหยินขมวดคิ้วเล็กน้อยและเหมือนจะพูดแต่ไม่ทันพูดท่านลุงต้วนเต๋อก็พูดขึ้น 

"ไม่ต้องมากพิธีเหม่ยเอ๋อร์ เราใช้คนอื่นไกล" 

นี่ก็ได้เวลาแล้วเช่นนั้นเชิญโต๊ะเจ้าค่ะ" เมื่อกลุ่มท่านลุงต้วนกำลังจะไปที่โต๊ะทุกคนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นทำความเคารพพวกเขา แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจนักเพราะห่วงแต่ต้องรีบขึ้นบนเวที พอขึ้นเวทีฉันจึงเริ่ม 

"ข้าน้อยขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นเกียติในวันนี้ ข้าน้อยมีนามว่าฟางอิ๋วเหม่ย หลายๆท่านที่นี้ คงจะรู้จักกันบ้างแล้ว วันนี้ข้ามีสินค้าตัวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นสูตรลับของข้าน้อย ข้าน้อยจึงได้เชิญทุกท่านมาลองลิมชิมรสในวันนี้" ฉันหันไปหยิบเต้าเจี้ยว 

"สินค้าตัวนี้เรียกว่า'เต้าเจี้ยว'ซึ่งสามารถปรุงอาหารได้หลายอย่างผัด ต้ม นึ่ง แน่นอนว่าเดี๋ยวสักครู่ทุกท่านจะได้ชิมรสชาติอาหารที่ทำจากเต้าเจี้ยว" ฉันส่งให้ชิงเอ๋อร์ แล้วหยิบซีอิ๊วขึ้นมา 

" สินค้าตัวนี้เรียกว่า'ซีอิ๊ว'เป็นซอสปรุงรสชาติอาหาร ท่านสามารถใช้ปรุงรสอาหารได้ทุกชนิด และยังสามารถใช้จิ้มปลาหมูเห็ดเป็ดไก่ได้อีกด้วย "ฉันยื่นส่งให้หลันเอ๋อร์ ทั้งสาวถือโชว์สินค้า ฉันพูดต่อว่า 

"และสินค้าทั้งนี้ กินได้ทุกเพศทุกวัย ทุกเชื้อชาติศาสนา"หันไปหาหรู้เอ๋อร์พยักหน้าสงสัญญาณให้เตรียมพร้อม 

"เป็นการไม่เสียเวลาทุกท่านคงจะเริ่มหิวกันแล้ว และข้ากับลูกในท้องก็เริ่มจะหิวแล้วเช่นกัน เช่นนั้นข้าขอทำการแสดงการทำอาหารด้วยเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วให้ทุกท่านได้ชมด้วยตาและจะได้ชิมรสชาติกันเลยนะเจ้าค่ะ" 

จากนั้นฉันหยิบผักบุ้งใส่จานพูนๆหยิบโถเต้าเจี้ยวตักหนึ่งช้อนต่อหนึ่งจานและน้ำตาลเล็กน้อยตามด้วยรสดีที่ทำใช้เองอีกนิดหน่อยแล้ว เทใส่กระทะที่กำลังร้อนระอุ ทำให้ไฟลุกท่วมบนกระทะ ทำให้คนที่นั่งแตกตื่นจะลุกขึ้น 

"ไม่ต้องตกใจเจ้าค่ะ นี่เป็นเคล็ดลับการปรุงอาหารของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ"แล้วส่งยิ้มหวานที่สุดให้ทุก 

เมื่อผัดกระทะที่สามฉันหันไปส่งสัญญาณให้พี่ตงพี่เหวินนี้คือเตรียมยกเสิร์ฟ 

"ต่อจากนี้ขอเชิญทุกท่านรวมสัมผัสรสชาติอาหารที่ปรุงด้วยเต้าเจี้ยวกับซีอิ๊วเจ้าค่ะ" และหันมองไปทางพี่ตงพี่เหวินอีกครั้งอาหารก็ออกมาเสิร์ฟ ฉันจึงให้หลันเอ๋อร์ ชุนเอ๋อร์ยกจานผัดผักบุ้ง ที่หอมกรุ่นไปเสิร์ฟพอในครัวยกเสิร์ฟครบหลินเอ๋อร์ก็มาที่เวทีฉันจึงให้ไปช่วยสลับกับหรู้เอ๋อร์ผัด เมื่อผัดผักบุ้งเสิร์ฟครบโต๊ะ ฉันลงไปนั่งพักสักนิดกับอันเอ๋อร์โต๊ะท่านลุงท่านป้า 

"คารวะท่านลุงท่านป้า ข้าต้องขออภัยที่มิได้มาตอนรับแต่แรกเจ้าค่ะ" ท่านป้าท่านลุงสายหน้าพร้อมกัน 

"ไม่เป็นไรพวกลุงเห็นอยู่ว่าเจ้ายุ่งขนาดไหน" เพื่อนสาวดึงมือมานั่งข้างนาง 

"ป้าเห็นเจ้าทำแล้วเหนือยแทนเหลือเกิน เหม่ยเอ๋อร์เหนื่อยหรือไม่" 

"เหนื่อยสิเจ้าคะ แต่ทำเพื่อการค้าที่ดีขึ้นย้อมทำแล้วหายเหนื่อยเจ้าค่ะ" ทุกคนยิ้มกึ่งขำ อันเอ๋อร์จึงชมว่า 

"ข้าไม่เคยเห็นการแสดงการทำอาหารแบบนี้ และไม่เคยเห็นการขายสินค้าแบบนี้มาก่อน เจ้าช่างคิดนักข้าภูมิใจที่มีเจ้าเป็นเพื่อน"ฉันจึงยิมหวานและตบหลังมือนางเบา พอนั่งสักพักจึงขอตัวไปปิดงานขาย 

เดินขึ้นบนเวที " ข้าน้อยขอขัดจังหวะการกินของทุกท่านสักเล็กน้อยเจ้าค่ะ วันนี้ข้ามีสินค้าทั้งสองมาห้าสิบชุด หนึ่งชุด มีเต้าเจี้ยวหนึ่งโถกับซีอิ๊วหนึ่งขวด ขายชุดละ90อีแปะ ถ้าท่านใดต้องการสามารถซื้อที่มุมเวทีซ้ายมือของข้าน้อยได้เจ้าค่ะ" ฉันหยุดแล้วผายมือไปทางซ้าย 

"หากท่านใดพลาดการซื้อในวันนี้ ทุกทานสามารถหาซื้อได้ที่ร้านซาลาเปาไก่ย่างฟางเหม่ย และร้านของคุณชายรองหวังและทุกท่านซื้อในราคาชุดละ90อีแปะไปจนถึงวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เจ้าค่ะ หลังจากนั้นราคาต่อชิ้นๆละ50อีแปะ ส่วนอาหารเลิศรสที่ทุกท่านได้ชิมไปแล้วในวันนี้ หากท่านต้องการอีกวันใดมาสั่งได้ที่ โรงเตี๊ยมนี้เจ้าค่ะ" แล้วหันไปยิ้มหวานให้พี่ชายรอง เพราะต้องใช้พื้นที่ร้านเขาวางของจึงต้องเอาใจหน่อยสิค่ะ และยิ้มโปรยไปทุกๆโต๊ะก็ไปสะดุดสายตาที่คุณชายเกาเหว่ยที่มองมาเมือประสานสายตาแล้วรู้สึกแปลกในใจ แต่ก็ดึงสติกลับมา 

"วันนี้ข้าน้อยฟางอิ๋วเหม่ยขอขอบคุณทุกท่านมาเป็นเกียรติในวันนี้ และหวังว่าทุกท่านจะชอบอาหารที่ข้าจัดเตรียมให้ได้ชิมกัน เช่นนั้นข้าจะไม่รบกวนการกินอาหารของทุกท่านเจ้าค่ะ" ก่อนลงจากเวที 

ข้างเวทีคนมาต่อแถวซื้อเต้าเจี้ยวกับซีอิ๊วยาวเลย ฉันบอกพี่ตงให้ขายหนึ่งคนหนึ่งชุดแล้วนับไปห้าสิบคนนอกนั้นขอโทษพวกเขาแล้วบอกให้ไปซื้อหรือสั่งจองไว้เลยหากต้องการจำนวนมากและไปรับที่ร้านพรุ้งนี้เช้า 

เดินไปลาคนที่สนิทท่านลุง ท่านป้า อันเอ๋อร์ เสร็จก็ลาท่านหมอกับภรรยา และโต๊ะครออบครัวเถ้าแก่หวังกับพี่ชายรองหวัง ถัดไปโตะเจ้าเมือง และอีกโต๊ะที่ถึงจะเพิ่งรู้จักแต่ก็ถือว่าสมควรสนิทสนมด้วย 

"ข้ามาลาท่านลุงต้วนเต๋อกับฮูหยินและคุณชายเกาเหว่ย กลับบ้านเจ้าค่ะ" ฉันพูดจบยังไม่มีใครทันได้คำกล่าวอะไร ก็มีเสียงใสๆพูดสวนขึ้นมายังไม่พอใจว่า 

"เจ้าบังอาจเรียกอ๋องต้วนเต๋อกลับอ๋องเกาเหว่ยว่าท่านลุงกับคุณชายได้อย่างไร" ฉันงงงันไปค่ะ ฉันไม่ทันพูดแต่เป็นท่านอ๋องที่พูด 

" ข้าขอบคุณคุณหนูกู่เฉิงช่วยประกาศยศศักดิ์ของข้า" คุณหนูกู่เฉิงรีบตอบด้วยความเขินอาย 

"ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะข้ายินดี ข้า..." ท่านอ๋องพูดต่อ 

"เรื่องนี้พูดแล้วน่าอายยิ่งนัก เมื่อวานข้ากับท่านลุงผ่านที่ไปแถวบ้านเหม่ยเอ๋อร์ ได้กลิ่นอาหารหอมหวนลอยมา จึงมิอาจตัดใจให้ผ่านไปได้ข้ากับท่านลุงตามกลิ่นอาหารไปบ้านเหม่ยเอ๋อร์และขอกินข้าวด้วย โดยอนุญาตให้เรียกลุงต้วนเต๋อกับเกาเหว่ย เหม่ยเอ๋อร์จึงยังไม่รู้ว่าข้ากับท่านลุงเป็นอ๋อง" คุณหนูกู่เฉิงตาโตอย่าไม่เชื่อหูตนเอง นี้ถ้าฟังคนอื่นพูดนางมิมีทางเชื่อเด็ดขาด เพราะท่านอ๋องหล่อเหลาผู้นี้ เย็นชาไม่แยแสใครและหน้านิ่งมิเคยยิ้มให้สตรีนางใด ที่สำคัญอ๋องทั้งสองไม่เคยทำตัวเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียติของตน เป็นไปได้อย่างไรที่ไปขอข้าวบ้านชาวบ้านที่ไม่รู้จักกิน คิดแล้ว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอายที่เสนอหน้าพูดออกไป 

ฉันเห็นสายตาทุกคนมองอย่างไม่เชื่อ แต่ดูแล้วตอนนี้คุณหนูกู่เฉิงคงรู้สึกเสียหน้า แทนที่จะได้คำชมจากผูชายที่ตนหมายปอง แต่ตาอ๋องเกาเหว่ยกับหักหน้าเสียได้น่าสงสารจริง ฉันจึงรีบพูดเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ "คุณหนูกู่เฉิงกล่าวถูกแล้วเจ้าค่ะ เป็นข้าที่ไม่รู้ความไม่รู้จักแม้กระทั่งท่านอ๋องต้วนเต๋อและท่านอ๋องเกาเหว่ย ข้าขอขอบคุณคุณหนูที่บอกเจ้า" นางจึงเชิดหน้าขึ้นพูดว่า 

"ไม่เป็นอะไร " ฉันกำลังจะกล่าวลาทุกคนกลับ เสียงคุณหนูกู่เฉิงก็พูดขึ้นว่า 

"แต่! ข้าสงสัย! ข้าเห็นบ่าวไพร่แต่ไม่เห็นสามีของเจ้า..." และอีกเสียงที่เข้ามาถามคือบุตรสาวของสำนักคุ้มภัยถามฉันว่า 

"นั่นสิ! สามของเจ้าเป็นใคร อยู่ที่ไหนรึ?" พวกนางไม่หยุดและไม่ปล่อยฉันกลับใช่หรือไม่? วันนี้ฉันไม่อยากสร้างศัตรูเพราะต้องการให้สินค้าวันนี้เป็นที่ต้องการของตลาด คงต้องยอมให้สักวันถอนใจในใจเฮ้อ! 

"ไม่แปลกที่ทุกท่านจะเห็นแต่บ่าวไพร่ที่มาช้วยงาน เพราะข้าไม่มีสามี!...ข้าเป็นหม้ายมีลูกติดท้องมา!..เพื่อที่จะเลี้ยงดูบ่าวไพร่และลูกของข้าจะกำลังจะเกิด ข้าจึงลงทุนค้าขาย เช่นนั้นขอให้ทุกท่านมาซื้อสินค้าของข้ากันให้เยอะๆหน่อยนะเจ้าคะ " เห็นอ๋องทั้งสองมองค้างตาโต ส่วนฮูหยินตกใจกับสิ่งที่ได้ฟัง เช่นเดี่ยวกับทุกคนบ้างตาโตตกใจบ้างมองค้างตาเบิกกว้างบ้างก็ขมวดคิ้วสีหน้าอยากรู้แบบคมชัดลึก 

ฉันจึงตัดบทเพราะเหนื่อยและหิว "ท่านอ๋องต้วนเต๋อ พระชายา ท่านอ๋องเกาเหว่ย และทุกท่านข้าขอเสียมารยาทเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าเหนื่อยและหิวมาก เหม่ยเอ๋อร์ขอลากลับก่อนเพคะ" 

เสียงท่านอ๋องต้วนเต๋อและพระชายาพูดพร้อมกันว่า"เจ้าไปเถอะ!" 

จากนั้นฉันก็ไม่รอใครพูดอะไรอีกหมนตัวเดินไปทางพี่ตงพี่เหวินและสาวๆที่รออยู่ พวกเขาบอกว่าเก็บของเสร็จแล้วฉันเลยบอกว่า "ไปกลับบ้านกันเถอะ" 

พอเหม่ยเอ๋อร์ไปแล้วอ๋องต้วนเต๋อพระชายาและอ๋องเกาเหว่ยจึงกลับเช่นกันเมื่อถึงจวน อ๋องเกาเหว่ยเรียก องครักษ์เงา 

"จินสื่อ! เจ้าไปสืบประวัติและทุกเรื่องของเหม่ยเอ๋อร์มาให้ข้าด่วนที่สุด ข้าต้องรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนางเข้าใจหรือไม่" 

"พะยะค่ะ" พอรับคำก็อดแปลกใจกับเจ้านายไม่ได้ ไฉนถึงอยากรู้เรื่องของสตรี ตั้งครรภ์นางนี้นัก ขั้นให้ไปสืบแต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ 

อ๋องเกาเหว่ยถามตัวเองว่า"ทำไมข้าถึงรู้สึกร้อนใจสงสัยใคร่รู้เรื่องของนาง ทั้งที่พบกันเพียงสองครั้งเท่านั้นข้ากลับอยากรู้ว่านางเคยแต่งให้ใครแล้วเหตุใดถึงเป็นหม้าย นี้ข้าเป็นอะไร?" 

  

....................................................... 

"ขอบคุณทุกคอมเม้น ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ" 

ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใยทุกคน 

"ไปไหนมาไหน อย่าลืมหน้ากาปิดปาก ใส่แว่นตา ใส่ถุงมือด้วยยิ่งดีค่ะ" 

"ล้างมือให้บ่อยๆนะค่ะ" 

ความคิดเห็น