ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สมาชิกใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 07:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สมาชิกใหม่
แบบอักษร

 

 

 

ในระหว่างทางที่ผมจูงมืออลิซเดินมาด้วยนั้น ผมรู้สึกได้ถึงสายตาของเธอที่มองมาที่ผมด้วยความสงสัย

แน่นอนว่าเธอคงสงสัยว่าทำไมผมถึงช่วยเธอออกมา ผมจึงหยุดเดินและหันมาพูดกับเธอ

 

ฮาซุย : เอาหละ ขอโทษที่ลืมแนะนำตัว ชั้นมีชื่อว่าฮาซุย เธอคงมีชื่อว่า อลิซ ซินะ

 

 

อลิซ : นะ..นายรู้ชื่อชั้นได้ไง!?

 

 

ฮาซุย : คงเป็นเพราะพลังคอมมานด์ของผมละมั้ง และสิ่งที่ผมต้องบอกให้คุณรู้ก่อนเลยนั่นก็คือผมไม่ได้เป็นทาสของพวกอสูรพันธ์และผมก็ไม่ได้ทำงานให้ใครแล้วด้วย

 

 

คำพูดของผมดูเหมือนจะสร้างความประหลาดใจให้อลิซเป็นอย่างมาก เธอคงสงสัยว่าถ้าหากว่าผมไม่ได้ทำงานให้ใครแล้วทำไมผมถึงมีเงินตั้งเยอะตั้งแยะมาซื้อตัวเธอไป

 

อลิซ : แล้วคุณเป็นอะไรเหรอค่ะ ?

 

 

ฮาซุย : ...ผมเป็นไฮเดอร์ครับ

 

 

คำพูดของผมทำให้อลิซตาเบิกกว้างออกมา(อีกแล้ว) แน่นอนว่าผมโกหกเธอเพราะสถานะของตัวผมในตแนนี้มันไม่ได้เป็นไฮเดอร์เพราะผมไม่ได้ใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนอะไรเลย

 

ฮาซุย : แล้วนี่เธอมีพ่อแม่รึเปล่าเนี่ย ?

 

 

อลิซ : พ่อแม่ชั้นถูกขายแยกกันไปที่อื่นค่ะ

 

 

ฮาซุย : ( เหมือนเราเลยซินะ ) โอเค ถ้างั้นเธอมาอยู่บ้านชั้นก่อนแล้วกัน แม้ว่ามันจะเก่าและดูยากจนไปหน่อย แต่เธอคงอยู่ได้ และก็ถึงเธอจะเป็นท...คนรับใช้ชั้นแล้วก็ช่วยพูดกับชั้นเหมือนเป็นเพื่อนปกติเถอะนะ อย่าให้คนในบ้านชั้นรู้ว่าเธอเป็นคนที่ชั้นซื้อมา ชั้นจะแต่วเรื่องแล้วเธอก็ไหลไปตามน้ำโอเค ?

 

 

ผมไม่กล้าเอ่ยปากเรียกเธอด้วยคำว่า"ทาส"เพราะมันจะทำให้ผมเหมือนกับพวกอสูรพันธ์พวกนั้น

 

ฮาซุย : และก็ที่สำคัญเลยคือห้ามนำเรื่องที่ชั้นซื้อตัวเธอมาไปบอกคนในบ้านเด็ดขาด รวมไปถึงเรื่องพลังคอมมานด์ของชั้นและเรื่องการเงินต่างๆก็ห้ามถามด้วย ถ้าเธอถามชั้นคงต้องขายเธอให้คนอื่นอะนะ

 

 

ผมพูดด้วยรอยยิ้มขบขันเพื่อเป็นการแสดงออกว่าผมอำเธอเล่น แต่เมื่ออลิซได้ยินดังนั้น

 

 

ฟุบ~!

 

 

อลิซ : ชะ..ชั้นจะไม่บอกใครแน่ค่ะ~! ชั้นจะไม่ถามหรือบอกเรื่องที่คุณฮาซุยพูดมาทุกอย่างเลย~! ได้โปรดอย่าขายชั้นทิ้งให้อสูรพันธ์อีกเลยเถอะนะค่ะ~! ToT

 

อลิซเธอกลับลงไปคุกเข่าเอามือดึงแขนเสื้อผมและขอร้องอ้อนวอนเหมือนกลัวว่าตัวเองจะโดนขายจริงๆพร้อมทั้งร้องไห้โฮออกมา

 

ฮาซุย : เฮ้ยๆๆๆ! เดี๋ยวก่อนๆ! ผมล้อเล่นนะล้อเล่น! อย่าร้องไห้เลยนะครับ!

 

 

ผมถึงกับต้องทรุดตัวตามเธอลงไปแล้วพูดปลอบให้เธอหยุดร้องพร้อมบอกไปด้วยว่าสิ่งที่ชั้นพูดไปเป็นมุข

 

ตอนที่เธอไปเป็นทาสพวกนั้นเธอคงไม่เล่นกับใครจนแยกไม่ออกระหว่างมุขกับความจริงเลยใช่ไหมเนี่ย

 

 

แอ๊ด~

 

ฮาซุย : ทุกคน~! ผมพาคนมาอาศัยอยู่ด้วย~! ^0^

 

 

เสียงตะโกนของผมทำให้ทุกคนในบ้านพากันหันมามองผมเป็นตาเดียวกันหมด

 

จิมมี่ : เธอเป็นใครหละหนะ ?

 

 

ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากตอบนั้นเอง

 

อลิซ : ชั้นเป็นพวกไฮเดอร์ค่ะ

 

 

เกรด้า/ราเม็น/จิมมี่ : หา!? 0_0

 

 

ฮาซุย : ( เอ้าเห้ย!? ชั้นบอกว่าชั้นจะเป็นคนแต่งเรื่องแล้วเธอก็ไหบไปตามน้ำไง! แล้วไหงเธอถึงเอ่ยปากพูดเองหละเห้ย!? )

 

 

เกรด้า : ช่วยมานี่ด้วยค่ะ!

 

ทันใดนั้นอลิซก็ถูกหิ้วตัวไปโดยเกรด้ากับจิมมี่เพื่อไปนั่งจับเข่าคุยกัน(สอบสวน)

อลิซก็แต่งเรื่องขึ้นว่าตัวเองเป็นพวกไฮเดอร์เหมือนกับเกรด้าแต่เพราะด้วยเสบียงในบ้านที่ใกล้หมดเต็มที ทำให้เธอจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ แต่ในการย้ายที่อยู่ของเธอนั้นเธอได้ถูกพวกอสูรพันธ์พบเข้าทำให้เธอหนีมาแล้วมาเจอกับผม

 

ผมเลยช่วยเธอซ่อนและเมื่อเธอไม่มีที่จะไปผมเลยพาเธอเข้ามาในบ้านอย่างงี้เอง

 

เกรด้า/จิมมี่ : อ๋อ~

 

เกรด้า : งั้นยินดีที่ได้รู้จักนะ! ชั้นชื่อเกรด้า! ^_^

 

 

จิมมี่ : ส่วนชั้นคือจิมมี่ ^_^

 

 

อลิซ : อลิซค่ะ ^_^

 

 

ราเม็น : แล้วอลิซทำอะไรเป็นเหรอจ๊ะ ?

 

ป้าราเม็นที่นั่งอยู่ที่โซฟาถาม อลิซก็ตอบไปตามตรง

 

อลิซ : ในตอนที่เป็นท...เอ้ย ตอนอยู่ที่หลบซ่อนเก่า ชั้นเก่งในเรื่องเกษตรกรรมและเรื่องปลูกพืชผักสวนครังหนะค่ะ

 

 

เมื่อเกรด้าได้ยินแบบนั้นเธอก็ตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที

 

เกรด้า : จริงเหรอ!? เธอพูดจริงเหรอ!?

 

 

อลิซ : ค่ะ อชั้นจะโกหกทำไมหละค่ะ ? ^_^

 

 

ฮาซุย : ( เธอก็พึ่งโกหกไปไม่ใช่รึไง ? ^_^; )

 

 

เกรด้า : ถ้างั้นเธอพอจะช่วยปลูปให้พวกเราได้ไหม !?

 

 

เกรด้าถามด้วยท่าทางและน้ำเสียงเหมือนฝากฝังความหวังไว้กับอลิซ เพราะด้วยความที่ในบ้านนี้ไม่มีใครปลูกพืชเป็นซักคน ทำใหเเงินในบ้านต้องจ่ายไปกับค่าอาหารจำนวนมาก

 

แต่ถ้าหากอลิซช่วยมาปลูกผักให้พวกเราได้ ต้นทุนในการหาซื้ออาหารก็จะลดลงเยอะมากเลยทีเดียว

 

 

อลิซ : ได้เลยค่ะ ชั้นยินดีทำตัวให้เป็นประโยชน์เพื่อทุกคนค่ะ ^_^

 

 

จิมมี่ : ที่หลังล้านเรามีพื้นที่โล่งกว้างอยู่อะนะ หนำซ้ำห่างออกไปไม่มากก็มีแม่น้ำน้ำจืดอยู่ด้วย ชั้นจะพาเธอไป เธอคงใช้มันปลูกพืชได้

 

 

จิมมี่อาสานำสมาชิกในบ้านเราคนใหม่ไปที่หลังบ้านเพื่อเริ่มปลูกผักทันที ผมยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าทุกคนให้การต้อนรับอลิซเข้าสู่ครอบครัวเป็นอย่างดี

 

ในตอนนั้นอลิซได้สังเกตุดูสภาพความเป็นอยู่ของที่นี่ บ้านที่เกาาโทรมและดูยากจน สมาชิกในบ้านที่คนนึงก็พิการไม่มีแขน อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงอายุน้อยที่ต้องเป็นแม่บ้านดูแลทุกคน และป้าราเม็นที่อายุมากและนั่งติดโซฟายากจะลุกขึ้นได้

 

มีเพียงแค่ผมคนเดีบวที่ดูสมบูรณ์พร้อมจนทำให้ผมเป็นคนๆเดียวในบ้านที่ดูแปลกที่สุดในสายตาของเธอ

 

อลิซ : ( ทำไมคุณฮาซุยถึงได้ดูสมบูรณ์แบบมากที่สุดในบ้านเพียงคนเดียวนะ ? ชั้นต้องสืบให้รู้ให้ได้ )

 

 

 

ตกดึกวันนั้น

 

ผมก็ได้แอบทุกคนออกไปนอกบ้านข้ามแม่น้ำเข้าไปในป่ามอนเสตอร์เพื่อลงมือฆ่ามอนเสตอร์ฟาร์มเลเวลให้ตัวเองต่อ

 

ฉัวะ!

 

โฮกกกก!

 

[ ท่านได้สังหารเสือสายฟ้า 4 ตัว Exp.460 ]

 

 

ติ๋ง~

 

[ ยินดีด้วยท่านได้พัฒนาเป็นระดับเจ้าพ่อมดระดับปัจฉิม lv.71 --> 76 ] ( รางวัลเงินจำนวน 25,000 เหรียญเงิน )

 

 

ฉัวะๆๆ! ฉิ้ง~!

 

 

ติ๋ง~

 

ติ๋ง~

 

ติ๋ง~

 

ผมได้ทำการฆ่าล้างบางเหล่ามอนเสตอร์ในป่าเป็นจำนวนมาก ตอนนี้สภาพป่านั้นมีต้นไม้หลายต้นเสียหายจากการฟาร์มของผม เหล่าสัตว์ประหลาดนอนตายเกลื่อนเต็มไปหมดเลย

 

ในระหว่างที่ผมกำลังฟาร์มเลเวลอยู่นั้น ผมก็ได้ชวยคุณฮิตซูคุย

 

ฮาซุย : ( คุณฮิตซู ผมขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม ? )

 

 

( ฮิตซู : จะถามอะไรหละ ? )

 

 

ฮาซุย : ( ทำไมพวกอสูรพันธ์ถึงต้องชอบกดขี่มนุษย์แบบเราด้วย ? มันสนุกมากนักเหรอที่ได้กดขี่คนที่อ่อนแอกว่าตนหนะ ? )

 

( ฮิตซู : ...มันก็จริงของนายนั่นแหละ แต่ชั้นก็ไม่ได้ชอบที่เห็นเผ่าพันธ์ตัวเองเป็นแบบนี้หรอกนะ )

 

ฮิตซูเอ่ยออกมาด้วยความคิดที่เป็นฝ่ายกลาง

 

ฮาซุย : ( ผมหวังว่าวันที่อสูรพันธ์กับมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกันได้มันจะมาถึงในซักวันนึงนะ )

 

 

( ฮิตซู : มันต้องมีวันนั้นแน่ )

 

ฮาซุย : ...( บางทีเจ้าใบประกาศที่เราเจอมันก็อาจจะพอมีอะไรที่มันน่าสนใจอยู่บ้างอะนะ )

 

( ฮิตซู : =w0 ? )

 

ฮาซุย : ( ถ้าหากว่าผมได้แต่งงานกับคิซูกิ ผมก็จะได้เป็นจอมมารปกครองอาณาจักรนี้ และผมก็อาจจะได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ถ้าหากผมทำแบบนั้นเจตนารมย์ของเราทั้งคู่จะสำเร็จผล )

 

 

( ฮิตซู : พูดง่ายแต่ทำยากนะนั่นหนะ เธอลองคิดดูถึงพวกอสูรพันธ์ที่จะพากันไม่พอใจที่เธอได้ขึ้นเป็นจอมมารซิ แล้วยิ่งถ้าหากว่าเลลธอไปปรับเปลี่ยนระบบการปกครองแบบนั้น ก็อาจจะทำให้พวกอสูรพันธ์ทั้งหมดไมาพอใจ พากันประท้วง ก่อจราจล และเผลอๆคิซูกิอาจจะตั้งรัฐประหารกับนายเลยก็ได้ )

 

 

ฮาซุย : ( เฮ้อ~ จริงด้วยซินะ ต้องนึกถึงเรื่องการเมืองด้วยซิ )

 

 

( ฮิตซู : แต่มันก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวซะทีเดียวนะถ้าหากนายได้เป็นจอมมารหนะ )

 

ผมชักเริ่มงงและเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย

 

ฮาซุย : ( ก็คุณพึ่งพูดว่ามันพูดง่ายแต่ทำยาก และเรื่องที่พวกอสูรพันธ์ไม่เห็นด้วยเองไม่ใช่รึไงกัน ? )

 

 

( ฮิตซู : ก็ใช่แหละ แต่ถ้าหากมันสำเร็จด้วยดี ถ้านายสามารถทำให้พวกอสูรพันธ์มองเห็นนายอย่างเท่าเทียม ทำให้พวกเขาเห็นความสำคัญในตัวนาย พวกเขาอาจจะยอมให้นายขึ้นเป็นจอมมารและนายจะได้เปลี่ยนระบบการปกครองของอาณาจักรนายแบบสมใจอยาก )

 

 

ฮาซุย : ...

 

ในระหว่างที่ผมยืนเงียบอยู่ตรงนั้นเอง

 

 

แกร็ก~

 

 

เสียงกิ่งไม้โดนเหยียบหักก็ดังขึ้น ผมได้มองไปทางต้นเสียงทันที

 

ฮาซุย : ใครหนะ!?

 

 

...

 

 

ซักพักนึงก็มีคนเดินออกมาจากที่ซ่อน คนๆนั้นก็คือเมลฟาส

 

ผมไม่อยากคุยอะไรกับเธออีก เธอเคยทำไม่ดีกับผมและผมก็เอาคืนเธออย่างสาสมแล้ว ไม่มีอะไรที่เราจะติดค้างกัน

 

ผมทำท่าจะเดินหนีเธอแต่เธอก็เรียกผมเอาไว้พร้อมพูด

 

เมลฟาส : นายจะไปลงแข่ง kill them up งั้นเหรอ ?

 

 

ฮาซุย : ...ถ้าใช่แล้วจะทำไมหละ ?

 

ผมหันไปถาม เมลฟาาเธอเดินมาหาผมด้วยท่าทีแปลกๆ เธอเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังและเดินมาโดยไม่มีท่าทีดูถูกหรือมองผมเป็นทาสต้อยต่ำอย่างที่เธอเคยทำมาตลอด

 

ก่อนที่เธอจะส่งสิ่งที่เธอซ่อนไว้ข้างหลังให้กับผม

 

เมลฟาส : รับนี่ไปด้วย

 

 

สิ่งที่เธอให้ผมมานั้นมันเป็นกระดาษแผ่นนึง ผมรับมันมาพร้อมมองหน้าเธอดูขณะรับกระดาษมา

 

เมื่อผมอ่านดูผมก็พบว่ามันคือกติกาและการเตรียมตัวในการที่จะไปลงแข่ง

 

ฮาซุย : นี่คุณให้ผมเหรอ ?

 

 

เมลฟาส : ...ใช่ น้องชายชั้นที่ชื่อ เรแม็ก อยากจะไปลงแข่งด้วย ชั้นอยากให้นายไปช่วยดูเขาหน่อยไหงๆนายก็จะไปลงแข่งด้วยหนิ

 

 

ฮาซุย : ...คุณไม่คิดว่ามันแปลกเหรอที่ผมจะลงแข่งเกม kill them up

 

 

เมลฟาสเธอทำท่าเหมือนมีความในใจบางอย่างอยากจะพูดกับผม แต่เธอกลับพูดออกมาแค่ว่า

 

เมลฟาส : เอาเป็นว่าถ้านายอยากให้ชั้นช่วยอะไรก็บอกได้นะ ชั้นยินดี

 

เมลฟาสพูดพร้อมเอามือม้วนผมตัวเองด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆ ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากผมก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเป็นวิ่งจากไป

 

ผมก็ได้แต่ยืนมองดูเธอวิ่งออกไปแบบงงๆ ซักพักนึงเสียงของคุณฮิตซูก็เอ่ยขึ้นมาในหัว

 

( ฮิตซู : ชั้นว่าเธอคิดว่านายหล่อนะ ^_^ )

 

ฮาซุย : เธอเนี่ยนะ ? ไม่มีทางซะหรอก

 

 

หลังจากนั้นผมก็ได้กลับมาที่บ้านของผมและก็เอนตัวลงนอน ส่วนเรื่องของกติกาการเล่นเกมผมกะว่าจะอ่านพรุ่วนี้เพราะตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกปวดตาแล้วเพราะความง่วง

 

ผมจึงได้ทิ้งตัวลงนอนกับเตียงโดยที่ไม่มีใครสงสัยอะไร ในระหว่างที่ผมกำลังหลับอยู่นั้นหาวตาผมก็มองเห็นวิวบนท้องฟ้า

 

มันมีดาวตกพุ่งลงมาอยู่ และมันก็ยังตกลงมาเรื่อยๆด้วย นั่นก็เท่ากับว่ายังมีเวลา

 

ผมหยิบกล้องขึ้นมาแบ้วถ่ายในจังหวะที่ดาวตกลูกนึงพุ่งมาพอดีทำให้ได้ภาพสะสมที่สวยงาม

 

ผมได้นำภาพนั้นเก็บใส่แฟ้มภาพสะสมอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าตอนนั้นเสียงของฟิล์มภาพถ่ายกระเพื้อมมันจะดังไปหน่อยทำให้อลิซที่นอนอยู่รู้สึกตัวตื่นขึ้นและมองมาที่ผมที่กำลังเก็บภาพอยู่

 

อลิซแอบดูผมอยู่แบบนั้นก่อนที่ผมจะพลิกตัวนอนหงายเอามือทั้งสองวางลองศีรษะตัวเองก่อนหลับตานอนไป

 

อลิซก็ได้ตะแคงตัวไปอีกทางและนอนต่อไป

 

.

 

.

 

.

 

ทางฝั่งคิซูกิ

 

คิซูกิในตอนนี้กำลังนั่งเอนนอนอยู่ที่เก้าอี้กึ่งเตียงนอนมองดูดาวบนฟ้าอยู่ที่ระเบียงด้านนอกปราสาทของเธออย่างสบาย

 

ในตอนนั้นเอง

 

โนเว็น : คิซูกิ

 

 

คิซูกิ : ค่ะ!? หวา!?

 

ตุ้บ!!

 

คิซูกิตกใจเสียงเรียกของโนเว็นก่อนที่เธอจะหงายหลังตกจากเก้าอี้หมดรูปจอมมารไปเลย

 

โนเว็น : เอ่อ เป็นอะไรรึเปล่า ?

 

 

คิซูกิ : มะ..ไม่ค่ะ! สบายดี! ^_^

 

คิซูกิกล่าวออกมาพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งท่าทีว่าเธอจะเจ็บตัวจากการตกเก้าอี้เลยซักนิดเดียว

 

โนเว็น : ดูดาวอยู่อย่างงั้นเหรอ ?

 

คิซูกิ : ค่ะ ชั้นชอบออกมาดูเวลานี้หนะค่ะ

 

โนเว็น : ถ้างั้นชั้นขอดูด้วยคนนะ

 

 

โนเว็นขออนุญาติมานั่งดูดาวกับลูกหลานเขา

 

โนเว็น : รู้ไหมเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ตอนที่ชั้นอยู่กับฮิตซู มิติอสูรเราไม่มีดวงดาวเลย ท้องฟ้าถูกปกคลุทไปด้วยเมฆพิษ เผ่าพันธ์เราเคยเกือบสูญพันธ์เพราะความโหดร้ายของธรรมชาติ

 

 

คิซูกิ : ..หนูรู้ค่ะ

 

 

โนเว็น : ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ยอมที่จะลงไปอยู่จุดต่ำสุดแบบนั้นอีก ตอนยี้เรากลายเป็นเผ่าพันธ์ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์ที่สุดแล้ว เราต้องทำให้พวกมนุษย์เป็นทาสเราและไม่มีความใจอ่อนกับมันเด็ดขาด

 

 

คิซูกิ : ...

 

 

โนเว็น : ...คิซูกิ ฟังชั้นอยู่รึเปล่าเนี่ย ?

 

 

คิซูกิพยักหน้าบอกว่ารับฟัง สาเหตุที่ทำมห้เธอมีท่าทีเหม่อลอยแบบนั้นมันก็เป็นเพราะว่าตัวเธอนั้นไม่ได้เห็นด้วยกับทัศนคตืของโนเว็นที่กล่าวออกมา

 

แต่เพราะเห็นที่อีกฝ่ายเป็นคนที่เป็นผู้อาวุโสและทุกึนก็ล้วนพากันรักเขารสมถึงตัวเธอด้วยทำให้เธอไม่กล้าขีดอะไรเขา

 

โนเว็นมองดูดาวต่อไปซักพักนึงก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเขาคิดว่าที่คิซูกิเหม่อลอยตอนแรกเพราะตัวเขาเอ่ยชื่อฮิตซูออกมา

 

โนเว็น : แล้วเรื่องเกมการแข่งที่จะหาคนมาเป็นสวามีของเธอหละ ? เป็นยังไงบ้างแล้ว ?

 

 

คิซูกิ : ใบประกาศกระจายไปทั่วทั้งเมือง ตอนนี้พวกตัวผู้ทั้งหลายพากันกระตือรื้อนรนและฝึกตัวเองเพื่อเกมการแข่งเพื่อที่จะมาครองตัวหนูกันใหญ่เลยค่ะ

 

 

โนเว็น : ฮ่าๆๆ แหงอยู่แล้ว ก็เธอแอกจะสวยขนาดนี้

 

คิซูกิยิ้มกลุ้มกลิ่มออกมาขณะที่โดนชม ในตอนนั้นเองทั้งสองคนก็เผอิญมองเห็นดาวตกที่พุ่งลงมาพอดี

 

โนเว็น : โอ้ดาวตก อธิษฐานซิลูก

 

คิซูกิประนมมือเข้าด้วยกันก่อนที่เธอจะหลับตาแล้วขอพรจากดาวตกที่พุ่งลงมา

 

ซักพกกนึงเธอก็ลืมตาขึ้นเป็นการบอกให้รู้ว่าเธอขอพรเสร็จแล้ว

 

โนเว็น : เธอขอพรว่าอะไรเหรอ ?

 

 

คิซูกิ : หนูขอให้ครั้งนี้หนูได้ผู้ชายดีๆที่จะมาเป็นคู่หมั้นหนู หนูขอให้ชายคนนั้นเป็นคนที่เข้มแข็ง มีความมุ่งมั่นสูง ไม่ขี้ขลาด ไม่สนคำด่าทอหรือดูถูกของใคร และเข้าใจหัวอกคนอื่นดี

 

 

โนเว็น : ...แล้วเธอไม่ได้ขอให้ได้คู่หมั้นเก่งๆที่แข็งแกร่งด้วยเหรอ ?

 

 

โนเว็นถามทำให้คิซูกิหันมาถามแบบหยอกกลับ

 

คิซูกิ : แข็งแกร่งระดับหนู หนูต่างหากที่ต้องปกป้องคู่หมั้นตัวเอง ^_^

 

โนเว็น : ฮ่าๆๆๆๆ! ^_^

 

 

โนเว็นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นก่อนที่ทัเงคู่จะดูดาวต่อ จนเมื่อจะเข้านอนคิซูกิก็มาอาบน้ำโดยมีวิคตอเรียที่เป็นคนใช้คนสนิทมาช่วยถูหลังให้ตามหน้าที่ และในการถูกหลังนั้นเองก็ทำให้คิซูกิได้ระบายความในใจออกมา

 

คิซูกิ : ชั้นไม่อยากกดขี่พวกมนุษย์เลย ชั้นรู้สึกเหมือนตัวเองได้กระทำบาปที่ไม่น่าให้อภัยเลย

 

วิคตอเรีย : ทำไมท่านคิซูกิถึงพูดเช่นนั้นหละเจ้าค่ะ ?

 

 

คิซูกิ : เธอลองนึกดูซิ พวกเราเคยอยู่จุดต่ำสุดของชีวิต พวกเราถูกกดขี่มาเป็นเวลานาน แต่ในเมื่อเราอพยพมายังมิตินี้เรากลับกดขี่เผ่าพันธ์ที่เป็นเจ้าของมิตินี้ แล้วเราจะต่างอะไรกับพวกที่เคยกดขี่เผ่าเราในอดีตหละ ?

 

 

วิคตอเรีย : อดีตมันช่างโหดร้ายค่ะท่านเพราะแบบนั้นเราถึงต้องโหดร้ายกว่ามันเพื่อความอยู่รอด พวกมนุษย์มันต่ำต้อยกว่าเราท่านไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอกค่ะ

 

ดูเหมือนว่าดัพเพิลแก็งเกอร์อย่างวิคตอเรียก็จะเห็นด้วยกับคำพูดของโนเง็น คิซูกิที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาขณะนั่งแช่อยู่ในอ่างอ็อนเซ็นแบบนั้น

 

คิซูกิ : เธอพูดเหมือนมันง่ายเลยนะ ถ้าหากชั้นได้สามีเป็นมนุษย์ขึ้นมาคงเฮงน่าดู

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว