ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 16 : ผู้มาเยือนยามค่ำคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 : ผู้มาเยือนยามค่ำคืน

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 16,ผู้มาเยือนยามค่ำคืน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 : ผู้มาเยือนยามค่ำคืน
แบบอักษร

ตอนที่ 16 : ผู้มาเยือนยามค่ำคืน 

เปิดร้านมาได้หลายเดือนแล้ว 

ตอนนี้อายุครรภ์ของฉันหกเดือนกว่าแล้วอุ้ยอ้ายมากเลยจะเดินเหินทีก็มีตามติดกันมาสามสีคนตลอดไม่ห่าง ดีที่หนุ่มๆสาวๆเป็นงานรู้หน้าที่กันหมดฉันแค่เข้าครัวนั่งคุมและทำเล็กๆน้อยๆไป รายได้เข้ามาดีขึ้นกำไรพอให้ได้กินได้ใช้เลี้ยงคนในบ้านได้แต่ไม่พอเหลือเก็บสักเท่าไหร่ 

พวกหนุ่มๆสาวๆก่อนจะออกไปจะต้องสั่งชิงเอ๋อร์ ซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ ซิงเอ๋อร์ เสี่ยวเป่าให้คอยพลัดกันอยู่กับฉันไม่ให้ฉันไปไหนคนเดียวพวกเขาเป็นห่วงมากเพราะท้งฉันใหญ่มาก แม่นมอีกคนคอยแต่บอกว่าให้เดินช้าๆระวังๆ กำกับทุกย่างก้าว ฉันจึงไม่ค่อยได้ทำอะไรเดินยังไม่ค่อยจะได้เดินแค่ขยับตั้งท่าจะลุกซิงเอ๋อร์กับเสี่ยวเป่าก็ถามแล้วพอบอกจะเอาอะไรเด็กๆก็จะตะโกนบอกพี่ๆให้แป๊บเดียวก็วิ่งเอามาให้ เฮ้อ!ดูเอาเถอะขนาดฉันเข้าห้องน้ำยังไปนั่งเฝ้าหน้าประตูห้องน้ำกันเลยจ้า 

ทุกวันกวนไหเต้าเจี้ยววันละครั้งเมื่อวานเห็นว่าใช้ได้แล้วและเอาไหซีอิ๊วไหเล็กออกมาเปิดดูด้วยมันใช้ได้แล้ว อาจจะไม่ดีเท่าหมักหนึ่งปีแต่รสชาติใช้ได้กลิ่นหอมพอได้ในระดับนึง เปิดไหเต้าเจี้ยวทำการพาสเจอร์ไรส์บรรจุใส่กระปุกดินเผาสูง3ชุ่นที่สั่งโรงเครื่องปันดินเผาไว้และต้องฝาให้สนิทๆจะได้เก็บไว้ได้นานๆ ส่วนขวดใส่ซีอิ๊วทำดินเผาทรงแบบขวดสูง6ชุ่น วันนี้เตรียมบรรจุเต้าเจี้ยวกับซีอิ๊วเพื่อขาย พรุ่งนี้ขอยืมพื้นที่โรงเตี๊ยมโปรโมทสินค้าให้คนรู้จักและให้เป็นที่ต้องการให้ได้ ก็คงต้องทำสินค้าตัวอย่างผัดมะเขือยาวใส่เต้าเจี้ยว ผัดผักบุ้งจีนเต้าเจี้ยว ปลาต้มเต้าเจี้ยวผักกาดดอง ทำสามอย่างพอและไข่สำหรับให้ชิมรสชาติซีอิ๊ว ไปปรุงสาธิตให้พ่อครัวใหญ่ที่โรงเตี๊ยมชมเที่ยงพรุ่งนี้ 

วันนี้ดึกแล้วแต่ก็หิวเดี๋ยวนี้ฉันหิวบ่อยเลยลุกขึ้นมาต้มพะโล้ไข่เต้าหูใส่ฟองเต้าหู้ที่เตรียมไว้ต้มพรุ่งนี้เช้าเลยจัดการต้มซะคืนนี้เลย แล้วผัดผักบุ้งเต้าเจี้ยวกินกับข้าว พะโล้กำลังเดือดฉันเปิดฝาออกกลิ่นหอมยัวน้ำลายมาก ฉันกำลังตักใส่ชามก็ได้ยินเหมือนมีคนอยู่ใกล้จึงหันไปดู แล้วพบว่ามีชายมีอายุคนนึงกระโดดลงมาและเดินเขามาใกล้ฉัน ดูน่าจะอายุราวๆห้าสิบและดูสูงส่ง สูงศักดิ์ น่าเกรงขามยิ่งนัก 

"แม่นางเจ้ากำลังทำอะไรรึทำไมกลิ่นถึงชอบเช่นนี้ ข้าผ่านมากำลังผ่านไปแต่กลิ่นหอมจากอาหารที่แม่นางทำมันทำร้ายข้ายิ่งนัก" ฟังเขาพูดจนฉันลืมกลัว 

"ท่าน ท่านลุงมาจากไหนเจ้าคะ? คือ คือ ที่นี้บ้านของข้า ท่านเข้ามาได้อย่างไร?" ยังไม่ทันตอบเสียงท้องร้องก็ดัง ตาลุงหน้าแดงอายๆ 

"ข้าต้องขอโทษแม่นาง กลิ่นอาหารเจ้าทำให้ข้าไปต่อไม่ได้น่าละอายยิ่งนัก เจ้าเรียกข้าว่าลุงต้วนเต๋อเถอะ" แหม่น่าสงสารจริงๆเลยตาลุงนี่ ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้มีเจตนาร้ายเขาคงหิวจริงนั้นแหละ 

"เช่นนั้นท่านลุงต้วนเต๋อเรียกข้าเหม่ยเอ๋อร์เถอะเจ้าค่ะ แล้วถ้าไม่รังเกียจอาหารธรรมดาๆรสชาติจืดๆของข้าก็เชิญท่านลุงกินข้าวด้วยกันกับข้าเจ้าค่ะ" ตาเป็นประกาย ปากยกยิ้มด้วยความยินดี 

"จริงๆรึ? เพียงแต่...ข้ามีคนมาด้วยอีกคนนึง" พอพูดจบ ตาลุงก็ทำมือสื่อสาร และก็มีชายสูงใหญ หล่อเหลาอายุคง24ปี กระโดดลงมาจากหลังคา 

" นี่เกาเหว่ย เป็น..."ตาลุงกำลังแนะนำแต่โดนแย่งพูด ท่านลุงชักสีหน้าแบบไม่พอใจเล็กน้อย 

"ข้าเกาเหว่ย เป็นผู้ติดตามท่านต้วน" ดูหล่อล่ำ คมคาย องอาจนัก ท่าทางยังกับหลุดจากแม็กกาซีนแน่ รูปร่างสูงใหญ่ สมบูรณ์แบบมากค่ะ ^_^ 

"ข้าเหม่ยเอ๋อร์เจ้าค่ะคุณชายเกาเหว่ย" ท่านลุงคงหิวรีบพูด 

"เชิญท่านทั้งสองมากินด้วยกันเลย แต่รอข้าสักเล็กน้อยข้าขอทำกับข้าวเพิ่มอีกหน่อยแล้วกันเจ้าคะ" 

"เช่นนั้น ข้ารบกวนเจ้าแล้วเหม่ยเอ๋อร์" ข้าพยักหน้ายิ้มตาหยี ฉันก็เข้าครัว 

คิดว่าผักกาดดองผัดไข่อีกอย่างแล้วกัน และยังมีหมูกรอบอีกเส้นนึงเลยเอามาหันจิ้มซีอิ๊วก็ได้กับข้าวเพิ่มสองอย่างแล้วระหว่างผัดผักกาดดองใส่ไข่ก็ต้มน้ำร้อนสำหรับชงชา แล้วฉันก็กวักมือเรียกผู้ติดตามเข้ามาให้ช่วยยกอาหาร เขาทำหน้าตึงเคร่งขรึมคิ้วขมวดเล็กน้อยอยู่แป๊บแต่ก็ช่วยยก ฉันก็ชงชาเก๊กฮวยยกไปรับรองแขก แล้วเชิญแขกกินข้าว 

"นี่เรียกว่าพะโล้ไข่ใส่เต้าหู้กับฟ้องเต้าหูเห็ดหอมและหมูสามชั้น ส่วนนี้เป็นผัดผักบุ้งใส่เต้าเจี้ยว เต้าเจี้ยวเป็นสูตรลับของข้าและทุกอย่างปรุงรสด้วยซีอิ๊วเป็นซอสปรุงรสสูตรของข้าอีกเช่นกันและเพิ่งทำออกวันนี้ ส่วนนี่หมูกรอบจิ้มกับซีอิ๊วและผัดผักกาดดองใส่ไข่คงไม่ต้องอธิบายกระมังเพราะมีในโรงเตี๊ยมของตระกูลหลินแต่ผักดองก็เป็นสูตรของข้าที่ทำขายส่งให้โรงเตี๊ยม ข้าคิดว่าพวกท่านน่าจะเคยกินแล้วเจ้าค่ะ" จากนั้นก็เชิญให้ทุกคนตักกิน และฉันก็ดินช่นกัน 

ท่านลุงต้วนเต๋อมองอาหารหน้าตาแปลๆแต่หอมชวนน้ำลายไหล จึงตักหมูกับฟองเต้าหู้พะโล้ที่อยู่ใกล้สุดพอกินไปคำนึง โอ้โห!มันอร่อยมาก 

ฉันเห็นลุงต้วนเต๋อกินไปก็ยกยิ้มพยักไปด้วย และตักผัดผักบุ่งกินพอกินแล้วยิ้มตาโตหลุดพูดออกมา " รสชาติดี หอม อร่อยมากๆ" แล้วคีบผักบุ้ง หมูกรอบจิ้มซีอิ๊วและผัดผักกาดดองให้ผู้ติดตามที่นั่งนิง เขาจึงขยับคีบกิน พอกินแล้วทำเสียง หึ! ขมวดคิ้ว แล้วคีบผัดผักบุ้ง คีบผัดผักกาดดองมากินอีก และตามด้วยพะโล้ กินไปตาวาวเป็นประกายอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองคนขอเติมข้าวอีกถ้วยและอีกถ้วย ฉันก็กินปกติไม่รีบร้อน รินน้ำชาส่งให้ทุกคนแล้วจึงพูดขึ้น 

"พรุ่งนี้เย็นข้าจะนำเต้าเจี้ยวและซอทปรุงรสไปเปิดขาย ถ้าท่านลุงกับคุณชายเกาเหว่ยชอบ พรุ่งนี้วันแรกที่จะวางขาย ข้าใช้พื้นที่โรงเตี้ยมยามอู่ เชิญท่านลุงและภรรยา คุณชายเกาเหว่ยและภรรยามาร่วมชิมอาหารด้วยและถ้าพวกท่านพอจะรู้จักใครให้บอกให้ฝากเชิญมาด้วยและซื้อกลับไปด้วยเจ้าค่ะ" ไม่เสียของ ไหนๆก็จะขายแล้วก็บอกพวกเขาเลยแล้วกัน ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่บ้านใดแต่ดูลักษณะแล้วทั้งสองคงอยู่บ้านใหญ่โตพอสมควรเป็นแน่ดูจากเสื้อผ้าที่พวเขาใส่เป็นผ้าเนื้อดีราคาแพง 

พอกินกันอิ้ม "ขอบคุณเหม่ยเอ๋อร์ เจ้าทำอาหารแปลกใหม่และอร่อยแบบนี้เลี้ยงลุง เดี๋ยวลุงจะบอกกำชับคนรู้จักให้ไปโรงเตี๊ยมพรุ่งนี้" 

"ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ ถ้าท่านลุงชอบว่างๆมากินข้าวกับเหม่ยเอ๋อร์อีกได้ แต่อย่างไรมาบอกก่อนล่วงหน้าจะดีกว่า ข้าจะได้เตรียมทำอาหารอร่อยไว้ให้ ท่านลุงอยู่เมืองนี้หรือแค่ผ่านทางมาเจ้าคะ" ท่านลุงยิ้มตาหยี 

"ข้ามีบ้านอยู่ที่นี้แต่ไม่ได้กลับมานานแล้ว กลับมาคราวนี้คงอยู่ยาวแล้ว บ้านข้าอยู่เลยจวนเจ้าเมืองไปไม่ไกล ไว้พรุ่งนี้ข้าจะพาฮูหยินของข้าไปร่วมชิมที่โรงเตี๊ยมด้วยนางคงถูกใจเป็นแน่ ส่วนเกาเหว่ยภรรยาเขาเสียชีวิตไปเกือบสองปีแล้ว และไม่เห็นต้องตาต้องใจใครใหม่ มีผู้หญิงมากมายหมายปองเสนอแต่เขาไล่ตะเพิดไป..." หันมองคนที่ถูกพูด หน้าแดงด้วยความไม่พอใจ 

"ท่านลุ...ท่านต้วนเต๋อ!"สะบัดแขนเสื้อแบบไม่สบอารมณ์นักแล้วหันมาหา ฉัน"ขอบคุณเหม่ยเอ๋อร์ที่เลี้ยงอาหารข้าวันนี้ ตอนนี้ข้าต้องขอตัวก่อน"แล้วเดินออกห่างด้วยความไม่พอใจ คนอะไรหน้าตายนักจะยิ้มให้สักนิดก็ไม่ได้ตาเสือยิ้มยาก 

"ขอโทษด้วย เขาไม่ชอบให้ข้าพูดเรื่องนี้ นี่ก็ดึกแล้วคนท้องคนไส้จะได้พักผ่อนงั้นข้าเห็นที่ต้องลาก่อน แล้วพรุ่งนี้พบกัน" 

"ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสาเจ้าค่ะ" 

"แล้วพรุ่งนี้พบกันนะเหม่ยเอ๋อร์" แล้วพวกเขาทั้งสองก็หมุนกายกระโดดหายไปอย่างเร็ว พอพวกเขาไปกันแล้วพี่หลงพี่ตงเดินเข้ามาช่วยเก็บจานเช็ดโต๊ะ แปลว่าพวกเขาคอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ 

"พวกพี่ดูอยู่นานแล้วรึ "พวกเขาพยักหน้าพร้อมกัน พี่ตงจึงพูด 

"ข้ามาเพราะรู้สึกว่ามีผู้มีวรยุทธสูง เข้ามาบริเวณบ้านและไม่จากไปไหนจึงออกมาดู เห็นพี่หลินยืนคุมเชิงอยู่ก่อนแล้วห้ามมิให้ข้าน้อยออกไป บอกให้คอยดูอยู่เฉยๆขอรับ" 

พี่หลงจึงบอกว่า "ข้าสัมผัสถึงพลังยุทธของทั้งสองคนได้ตอนแรกรู้สึกพวกเขาผ่านบ้านเราไปไม่ไกลก็กลับมา ข้าจึงออกมาก่อนที่พวกเขาจะลงมาทักคุณหนูขอรับ ข้าเป็นห่วงคุณหนูแต่เห็นว่าพวกเขามิได้มาร้ายแต่อย่างใด จึงคอยดูอยู่ห่างๆหากมีเหตุพลิกผันจะได้ออกไปปกป้องคุณหนูได้ทันทีขอรับ " ฉันฟังแล้วรู้สึกดีมากๆๆที่มีคนภักดีและค่อยห่วงใยเช่นนี้ 

"ขอบคุณพี่ทั้งสองคนมากที่ค่อยดูแลข้า" แล้วยิ้มให้ 

พี่หลงว่า" คุณหนูอย่าได้เกรงใจมันเป็นหน้าที่ของเราสองคนที่จะค่อยดูแลรับใช้และคุ้มครองคุณหนูอยู่แล้วขอรับ" 

พี่ตงจึงพูด " เราสองคนเต็มใจค่อยดูแลความปลอดภัยของคุณและคนในบ้านขอรับ" ถ้าไม่ติดตามคุณหนูมาอยู่ที่นี่ชีวิตพวกตนคงมิได้สัมผัสคำความครอบครัวที่อบอุ่นมีความสุขเช่นวันนี้ รับรองว่าหาเจ้านายบ้านไหนรักใคร่ห่วงใยใจดีกับบ่าวและดูแลให้เกียติบ่าวเช่นนี้มิได้ในชีวิตนี้ อยู่กับคุณหนูไม่เคยต้องระแวดระวังการกระทำตลอดเวลาเช่นในจวนแม่ทัพ ตอนอยู่จวนแม่ทัพมีคนคอยจับผิด ถูกฟ้อง ถูกเฆียนตีและถูกข่มเหง ถากถาง เหยีดหยาม ดุด่าทุบตีทั้งบ่าวด้วยกันและเจ้านาย แต่กับคุณหนูไม่เคยแม้แต่จะดุด่าว่ากล่าวให้เจ็บช้ำสักครั้ง พวกตนจะหาเจ้านายที่ดีแบบนี้ที่ไหนได้อีก พวกตนตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับคุณหนูผู้นี้ไปจนตายจะปกป้องด้วยชีวิต 

"ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณพวกพี่ เป็นข้าที่ไม่มีที่พึ่งใดนอกจากพวกพี่ที่คอยเป็นกำลังให้ นี่ก็ดึกแล้วพวกพี่ไปพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" จากนั้นก็แยกย้ายกันไปนอน ฉันนอนไปก็คิดถึงที่ผ่านมา 

เกือบทุกวันจะแบ่งทีมกันเพื่อทำงานและหมุนเวียนพลัดเปลี่ยนกันพัก วันนี้ๆมีสามทีมมี ทีมพี่หลง ทีมพี่ตง และทีมพี่เหวิน พี่เหวินเป็นลูกแม่นม ขาที่บาดเจ็บก็หายดีแล้ว แต่แม่นมยังห่วงเพราะพวกเขาขายพักและปลารายได้ไม่แน่นอนจึงขอร้องฉันให้รับลูกและหลานๆมาอยู่ที่นี่ให้ทำงานด้วยกัน ฉันจึงเสนอว่าให้พวกเขาปลูกผักตามที่เราต้องการใช้ในที่ของเขาแล้วเอามาให้ตามที่ฉันต้องการแล้วจ่ายเงิน แต่พวกเขาไม่ยอมเพราะกินอยู่ที่นี้ ฉันจึงบอกว่าถ้าเช่นนั้น ข้าใช้จ่ายทุกอย่างของสามคนพ่อลูกรวมถึงที่ต้องใช้ในการปลูกผักของพวกเขาให้มาเบิกที่ฉัน จึง"ด้เลี้ยงดูพวกหลานๆแม่นมและให้ค่าจ้างพี่เหวินเท่ากับพี่หลงพี่ตง ส่วนเด็กแม่นมบอกว่าฉันดูแลเลี้ยงดูก็ถือว่าดีนักหน้าแล้วไม่ต้องให้ค่าแรง ตอนนี้จ่ายค่าแรงให้พวกเขาถูกแสนถูก 

พี่หลง พี่ตง พี่เหวิน ได้คนละสามตำลึงเท่านั้น 

ส่วนแม่นมอาวุโสที่สุดให้สามตำลึงห้าร้อยอีแปะ 

หรู้เอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ อายุมากกว่าชุนเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ให้สองตำลึงห้าร้อยอีแปะ 

ส่วนชุนเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ ได้คนละสองตำลึง แต่ทุกคนกลับมีความสุขแม้จะได้เงินน้อยกว่าที่ได้ที่จวนแม่ทัพมากนัก ตอนฉันให้เงินเดือนแรกฉันได้บอกทุกคนว่าตอนนี้ฉันจ่ายให้ได้เพียงเท่านี้ ฉันขอให้ทุกคนอดทนอีกไม่เกินหกเดือน ฉันจะจ่ายให้ทุกคนได้มากขึ้น ฉันจ่ายเงินให้พร้อมกับคืนสัญญาขายตัวให้ทุกคน และบอกทุกคน 

"ที่ข้าบอกมาตลอดก็คือ ข้าคิดกับทุกคนเช่นพี่น้อง เช่นญาติ ข้าคืนสัญญาขายตัวเป็นทาสให้ทุกคน ถ้าใครทนไม่ไหวไม่อยากอยู่อยากจะไปก็ไปได้ ถ้าทนไหวเราจะอดทนไปด้วยกัน ข้ารับรองว่าทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้นรายได้จะค่อยๆเพิ่มขึ้นแน่นอน" และสิ่งที่ฉันได้ยินแม่นมและทุกคนพูดพร้อมกัน 

"ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่กับคุณหนูตลอดไปเจ้าค่ะ/ขอรับ" 

"พวกเราไม่ไปไหนทั้งนั้น พวกเรายินดีและเต็มใจกับการที่ได้อยู่ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เราพร้อมจะอยู่กับคุณหนูขอรับ"พี่หลงเป็นคนพูดพอพูดจบทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน 

พี่เหวินกล่าว"อย่าไล่ข้ากับลูกเลยคุณหนู พวกข้าเต็มใจอยู่พวกเรามีความสุขที่ได้อยู่รับใช้คุณหนูขอรับ" พวกเขายินดีอยู่กับฉันแม้จะรับเงินเพียงเท่านี้ ขอเพียงได้อยู่ด้วยกับฉันก็มีความสุขแล้ว ฉันกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ตาร้อนผ่าวแสบจมูก รู้สึกตื้นตันใจมากซาบซึ้งใจมาก ฉันจึงบอกว่า 

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะทำสัญญาให้พวกเจ้าใหม่มิใช้สัญญาทาสแต่เป็นสัญญาจ้างทำงานห้าปี ทุกๆห้าปีพวกเจ้าจะต่อใหม่ก็ได้หรือจะเลิกเป็นลูกจ้างข้าก็ได้อย่างนี้ดีหรือไม่"ทุกคนส่ายหน้าบอกว่าจะอยู่กับฉันไปจนแก่ไปจนตาย แต่ฉันบอกต้องทำสัญญาจ้างและยังทำสัญญารับเลี้ยงเด็กๆที่อยู่ในบ้านให้ถูกต้องไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง 

พรุ่งนี้เปิดตัวสินค้าแล้วลุ้นการตอบรับว่าจะเป็นไปในทิศทางใดถ้าขายดีดังคาดทีนี้รายได้จะเป็นได้กอบเป็นกำ เพราะต้นทุนน้อยเพียงแต่หมักบ่มต้องใช้เวลานานนอนคิดๆไปจนหลับ 

  

ความคิดเห็น