ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ประกาศสำคัญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2563 06:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ประกาศสำคัญ
แบบอักษร

 

 

( ฮ่าๆ ถ้าใครเห็นชื่อตอนคงคิดว่านี่เป็นการประกาศจากตัวไรท์เองหละซิ แฮะๆๆๆ เปล่าหรอก นี่หนะเป็นเนื้อหานิยายแค่ชื่อมันทำมาหลอกเฉยๆ ^_^ )

 

 

วันนี้เป็นวันที่ผมไม่ไปทำงาน เวลาก็พึ่งเดินมาถึงเที่ยงตรงเท่านั้นเอง ผมจึงมีเวลาเหลือเฟือ ผมก็กะว่าจะไปฟาร์มเลเวลต่อ

 

แต่ในตอนนั้นเอง

 

ราเม็น : แค้กๆๆ!

 

จู่ๆคุณนายราเม็นก็มีอาการแปลกๆเธอไอออกมาอย่างหนักมาก จนทำให้ผมรีบ้ข้าไปหาเธอ

 

ฮาซุย : คุณราเม็น เป็นอะไรไปครับ ?

 

ผมถามแต่ไม่ทันที่จะได้ตอบ

 

ราเม็น : อั้ค!?

 

จู่ๆคุณนายราเม็นก็ได้กะอักเลือดออกมาคำโตผมตกใจมาก ผมไม่เคยเห็นคุณนายเขาอาการหนักขนาดนี้มาก่อน

 

ฮาซุย : ช่วยด้วย! ใครก็ได้มาช่วยที!

 

 

.

 

.

 

.

 

เวลาผ่านไปคุณนายราเม็นก็หลับไม่ได้สติ ผม เกรด้า และจิมมี่นั่งอยู่ข้างเธอเธอและทำหน้าเป็นห่วงออกมา

 

ฮาซุย : ( คุณฮิตซูช่วยผมหน่อยซิ )

 

 

( ฮิตซู : ช่วยอะไร ? )

 

ฮาซุย : ( ช่วยให้ผมดูหน่อยว่าเธอเป็นอะไร )

 

ว่าแล้วผมก็ลองตรวจสถานะคุณนายราเม็นดู โดยคุณฮิตซูก็ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังทำมห้ผมมองรายละเอีสดตัวเธอได้ชัดเจนขึ้นและผมก็ไปเห็นรายละเอียดจุดนึงมันบอกว่า

 

[ มะเร็งกระเพาะอาหาร ]

 

 

ผมตกใจมาก นี่คุณนายราเม็นเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ ซักพักนึงคุณนายราเม็นก็รู้สึกตัว

 

ราเม็น : นี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?

 

ไม่รอช้าผมรีบถามไปทันที

 

ฮาซุย : ทำไมคุณไม่บอกว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ?

 

 

เกรด้ากับจิมมี่หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูดผมไม่ได้สนใจเพราะผมรู้ว่าคุณนายราเม็นรู้ว่ามันหมายถึงอะไร

 

เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะยอมบอกความจริง

 

ราเม็น : ถึงป้าบอกไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ พวกเราไม่มีเงินจะมารักษาป้าและป้าก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วง

 

 

จิมมี่ : แต่ป้าเป็นสมาชิกครอบครัวเรานะ จะให้เราทำเป็นไม่สนใจป้าได้ไง ?

 

 

ราเม็น : พวกเธอทั้งสามคนเป็นเด็กดีมาก ชั้นอยากจะได้ลูกหลานที่ดีเหมือนพวกเธอสามคนจัง แต่ไม่ต้องหรอก มะเร็งมันลามไปไกลแล้ว หมอฝีมือดีแค่ไหนก็รักษาไม่ได้หรอก

 

 

ฮาซุย : แล้วถ้าเป็นหมออสูรหละครับ ?

 

ผมเอ่ยถามทำให้เกรด้าและจิมที่หันมามองหน้าผมอีกครั้ง

 

ราเม็น : ไม่มีทางที่เผ่าอสูรจะยอมส่งหมอฝีมือดีมารักษาเราหรอก

 

 

ฮาซุย : เว้นเสียแต่ว่าเราจะมีเงินจ้างเขา

 

 

จิมมี่ : เราจะไปเอางินที่ไหนมาจ้าง ?

 

ผมอยากจะควักเงินที่มีอยู่ในแหวนออกมาให้พวกเขาดู แต่ก็กลัวว่ามันจะส่งผลร้ายมากกว่า ผมจึงได้หยิบเงินออกมาจำนวน 10 เหรียญเงินพอก่อน

 

ฮาซุย : นี่คือเงินเดือนที่ผมได้เป็นกรณีพิเศษตอนทำงานอยู่ ถ้าเราเก็บสะสมมันเอาไว้มันต้องพอ..

 

 

ราเม็น : แล้วนายคิดถึงเรื่องอนาคตไหม ? การรักษาชั้นหนะมันแค่ยื้อชีวิตป้าให้ตายช้าลงเท่านั้นแหละ ป้าจะมีชีวิตยืนขึ้นแต่เงินในบ้านเราจะลดลงไป เก็บเงินนั่นเอาไว้เถอะ อย่าทำอะไรโง่ๆเลย

 

ผมจนปัญญาไม่รู้ว่าจะช่วยป้าราเม็นยังไง

 

ฮาซุย : ( ฮิตซู นายพอช่วยอะไรได้ไหม ? )

 

 

( ฮิตซู : อาจจะพอมีอยู่ โพชั่นที่นายมีกับสมุนไพรที่เก็บอยู่ในแหวน หากนายเอามาผสมกันหละก็จะได้สมุนไพรที่ช่วยยับยั้งเชื้อมะเร็งไว้ได้ในระยะนึง )

 

 

ฮาซุย : ...คุณนายราเม็น ผมอาจพอช่วยคุณได้ รอนี่นะ

 

 

ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งออกไปนอกบ้านทันที

 

ราเม็น : เขาจะไปไหนหนะ ?

 

 

จิมมี่เพื่อนผมเขาคงเริ่มสังเกตุแล้วว่าตัวผมมีความผิดปกติ เขาเลยตามผมออกมาหน้าบ้าน

 

จิมมี่ : เฮ้ฮาซุย

 

ผมหยุดเท้าตัวเอง แน่นอนว่าผมไม่สามารถใช้พลังให้พวกเขาเห็นได้ตอนนี้ ผมจึงยังไม่สามารถนำสมุนไพรมาใส่ในโพชั่นได้

 

ตอนนี้ความทรงจำของคุณฮิตซูในอดีตที่ใส่เข้ามาในหัวผมทำให้ผมรู้สูตรยาและสมุนไพรที่ต้องใส่แล้ว ติดแค่ว่าตอนนี้จิมมี่เขาตามผมมาอยู่

 

ผมจึงหยุดและหันไปหาเขาเพื่อเลิกการวิ่งไล่จับและหวังว่าคำพูดของผมจะช่วยทำมห้เขายอมไปไกลๆได้

 

จิมมี่ : นายโอเครึเปล่าเนี่ยเพื่อน ? นายดูแปลกไปนะ

 

 

ฮาซุย : ...เมื่อไม่กี่วันนี้ชั้นรู้จักเพื่อนใหม่อยู่คนนึง เขาสามารถช่วยเราได้ อย่าตามมา

 

ผมพูดกับจิมมี่แล้วรีบวิ่งต่อ จิมมี่เขาไม่วิ่งตามผมแล้วก็จริงแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าสงสัยว่าตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่

 

 

เมื่อผมมาอยู่ในที่ลับตาคนได้ผมก็ลงมือผสมโพชั่นกับสมุนไพรก่อนที่ผมจะวิ่งกลับไปแล้วเอาโพชั่นให้คุณนายราเม็นกิน

 

ซึ่งพอคุณนายได้กินไปเธอก็อาการดีขึ้นและสามารถลุกขึ้นนั่งได้อีกครั้ง

 

ราเม็น : โพชั่นบริสุทธิ์เกรดฟ้ากับต้นอ่อนบาโคริส เธอไปได้โพชั่นระงับโรคมะเร็งนี่จากไหน ?

 

 

ราเม็นหันมาถามผมไม่มีทางบอกว่าผมทำมันเองแน่จึงโกหกไป

 

ฮาซุย : เพื่อนผมคนนึงเขาเป็นทาสในร้านขายยาแห่งนึง และ...ผมโขมยยามา

 

ผมโกหกให้ตัวเองเป็นคนผิดเองเลยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องให้ใครต้องถามอะไรละเอียดมาก จิมมี่เมื่อได้ยินเขาก็ทำหน้าประหลาดใจออกมาเขารู้ว่าผมไม่เคยโขมยของใคร แต่เขาก็คิดว่าผมทำไปเพื่อคุณนายราเม็นและเลิกสงสัยผม แต่กับเกรด้าและคุณราเม็นเขามองผมเหมือนจะไม่ชอบในการกระทำของผมที่เล่ามา

 

ราเม็น : ฮาซุย ป้าไม่อยากให้หนูต้องไปโขมยของใครเพียงเพื่อจะมายื้อชีบิตคนแก่ใกล้ตายแบบป้าหรอกนะ

 

เกรด้า : นั่นซิ แล้วนานคิดว่าเพื่อนนายที่อยู่ที่ร้านนั่นจะต้องรับเคราะห์แทนไหม ?

 

 

ฮาซุย : ...

 

 

ราเม็น : ...เฮ้อ~ เอาเถอะ ป้าขอบใจนะที่หนูเป็นคนดี แต่อย่าไปโขมยของใครอีกนะ

 

ฮาซุย : ได้ครับคุณนายราเม็น

 

 

ตกเย็นผมไปนั่งดูโทรทัศน์อยู่กับจิมมี่ รายการโทรทัศน์ที่ดูเป็นที่นิยมและมีแฟนๆติดตามชมมากที่สุดเห็นจะเป็ยรายการการแข่งขันเกม killing ซึ่งตอนนี้ในภาพโทรทัศน์กำลังฉายภาพมนุษย์

 

ที่คนนึงมีพลังของคอมมานด์บล็อคสีแดงสามารถเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นมิโนทอร์ได้ ส่วนอีกคนมีพลังคอมมานด์บล็อคสีแดงเหมือนกัน แต่คนนี้มีพลังในการแยกร่างแทน

 

พัก! แผล๊ะ!

 

และผลของการแข่งขันนี้ในตอนท้ายคือคนที่มีพลังมิโนทอร์ได้จับร่างแยกของอีกคนฉีกขาดออกเป็นสองส่วน ส่วนร่างหลักที่เป็นตัวจริงถูกจับทุ่มลงพื้นแล้วเหยียบที่ศีรษะจนศีรษะแตกยับ

 

และเชื่อรึเปล่าว่ารายการที่มีโหดร้ายทารุณและมีภาพกับเสียงที่ไม่เหมาะสมแบบนี้มันไม่มีข้อความเตือนสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี คงเพราะว่าพวกอสูรมันชินกับความรุนแรงและมันก็คิดว่าพวกมนุษย์อย่างเราก็คงจะชินกับความรุนแรงไปด้วย ขนาดผมกับจิมมี่ยังนั่งดูมัน แต่สิ่งที่พวกเรารู้สึกทุกครั้งที่รายการนี้ไม่ใช่ความรู้สึกสยดสยองกับภาพ

 

แต่เป็นความรู้สึกสงสารมนุษย์ที่เอามาลงแข่ง พวกเขาอาจมีครอบครัวที่เป็นทาสรอเขาอยู่แต่ชีวิตของทาสพวกนั้นกลับต้องมาตายเพื่อสังเวยให้เกมแบบนี้

 

จิมมี่ : นายรู้ไหมว่าผู้ชนะเกม killing นี้จะได้อะไร เขาว่ากันว่าจะได้เงินรางวัลกองเป็นภูเขาเลยนะ

 

 

ฮาซุย : ชั้นรู้

 

ผมตอบเพื่อนผมไปสั้นๆซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเมื่อจิมมี่พูดถึงเรื่องนี้ทำให้จิมมี่หันมาเขาเห็นว่าผมมองดูเกมนั้นแบบไม่กระพริบตาทำให้เขาเรียกผมเพื่อพูดกับผมเพื่อปรับอารมย์ผมทันที

 

จิมมี่ : อย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆเชียวนะฮาซุย เกม killing ชื่อมันก็บอกอยู่ว่าเกมนี่มันเป็นเกมมรณะแห่งความตาย ถ้านายคิดจะเอาชีวิตนายไปเสี่ยงในเกมนี้เพื่อแลกกับเงินที่จะเอามรักษาคุณนายราเม็นหนะชั้นว่ามันไม่คุ้มหรอกนะจะบอกให้!

 

ฮาซุย : ...นายรู้ใช่ไหมว่าโพชั่นนั่นมันแค่ชะลอมะเร็งในตัวคุณนายราเม็น...พอเวลาผ่านไปมะเร็งมันก็จะลุกลามอีก แล้วนายคิดว่าชั้นจะช่วยคุณนายเขายังไงหละ ?

 

ผมหันไปถามจิมมี่ จิมมี่เขาก็จนปัญญาเหมือนกันจึงส่ายหน้าก่อนพูด

 

จิมมี่ : ไม่รู้เหมือนกันซิเพื่อน โลกนี้มันโหดร้ายเป็นบ้า

 

 

ฮาซุย : ...

 

หลังจากนั้นผมก็นั่งดูโทรทัศน์ดูรายการเกม killing แบบไม่ได้พูดอะไรอีกโดยที่ผมในตอนนั้นไม่รู้เลยว่า

 

ในเวลาเดียวกันก็มีคนกำลังดูรายการถ่ายทอดสดของเกม killing ในปราสาทจอมมาร

 

คนๆนั้นก็คือท่านคิซูกิ แต่สีหน้าของเธอนั้นก็เหมือนกับผมที่ดูรายการนี้อยู่ ใบหน้าเธอนิ่งเงียบไม่ได้มันส์หรือลุ้นไปกับเกมเลย

 

บางช่วงพอเห็นฉากฆ่ากันเธอก็จะหลับตาและเบือนหน้าหนีทันที

 

ซักพักนึงนั้นเอง วิคตอเรียก็ได้เดินเข้ามาส่งจดหมายฉบับนึงให้คิซูกิ คิซูกิรับจดหมายมาแล้วกล่าวขอบคุณวิคตอเรียก่อนที่เธอจะเปิดจดหมายอ่าน

 

เธอพบว่ามันเป็นจดหมายเชิญมาร่วมงานฉลองจากจอมมารอีกอาณาจักรนึงที่อยู่ห่างออกไป

 

คิซูกิไม่รอช้าเธอร่อนจดหมายฉบับนั้นเข้าไปใส่เตาผิงและให้มันโดนไฟเผาทันที

 

คิซูกิถอนหายใจออกมาด้วยความเซ็ง ตั้งแต่ที่เธออายุครบ 18 ซึ่งเป็นวัยที่นางมารหรือจอมมารควรหาคู่ครองแล้ว มันก็ทำให้เธอต้องรีบหาผู้จะมาเป็นพระสวามีโดยเร็วที่สุดตามธรรมเนียม

 

แต่ปัญหาคือคิซูกิเธอไม่เคยสนใจชายใดมาก่อน

 

คิซูกิ : วิคตอเรีย เธอคิดว่าพอจะมีทางดีๆที่จะช่วยให้ชั้นเจอคู่หมั้นแบบที่ว่าไม่ต้องรอให้พวกน่ารำคาญมันมาพยายามสู่ขอชั้นบ้างไหม ?

 

 

แจ่ไม่ทันที่วิคตอเรียจะตอบก็ได้มีเสียงๆนึงตอบขึ้นแทน

 

??? : ก็ใช้วิธีทดสอบเอาซิ

 

 

เสียงนั้นเป็นเสียงของชายวัยกลางคน และทันทีที่คิซูกิได้ยิยเสียงนี้ใบหน้าของเธอที่นิ่งเงียบในตอนแรกก็ยิ้มตื่นเต้นขึ้นมาก่อนที่เธอจะหันไปมองตัวเจ้าของเสียง

 

สิ่งที่เธอเห็นคือปีศาจชายวัยกบางคนผิวสีเทา ผมสีขาวคล้ายฮิตซู สวมผ้าคลุมสีดำไม่สวมเสื้อ ใบหน้าซีกขวาของเขามีดอกไม้สีขาวผุดและเบ่งบานออกมา

 

วิคตอเรีย : คารวะท่านโนเว็น

 

วิคตอเรียคารวะให้ปีศาจตนนั้นที่มีนามว่า โนเว็น คิซูกิเมื่อเห็นหน้าโนเว็นเธอก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดเพราะเป็นคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

 

คิซูกิ : สวัสดีค่ะท่านน้ารุ่นทวดของทวดของทวด ^_^

 

 

โนเว็น : ยังจะพยายามอีกนะ เรียกชั้นว่าโนเว็นเฉยๆก็พอแล้ว ใครๆที่นี่เขาก็รู้กันว่าชั้นมีอายุมากว่าพันปีแล้ว ^_^

 

 

โนเว็นพูดหยอกกับคิซูกิ ปีศาจตนนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนเป็นปีศาจวัยกลางคนแต่ความเป็นจริงเขามีอายุมาแล้วหนึ่งพันปี

 

เขาคนนี้คือโนเว็น และเขาเป็นปีศาจโบราณที่เป็นเพื่อนสนิทกันกับฮิตซูในอดีตกาลนานมาแล้ว แม้ว่าโนเว็นจะมีอายุมากว่าพันปีจนทำให้สายเลือดของเชื้อพระวงศ์จอมมารทิ้งระยะห่างไปหลายรุ่นจนทำให้ตัวของคิซูกิไม่เหลือสายเลือดของโนเว็นอยู่ในร่างแล้วแต่เธอก็นับถือเขาเป็นญาติผู้อาวุโสคนนึง

 

เธอผละออกจากเขาก่อนพูด

 

คิซูกิ : ทำไมไม่บอกล่วงหน้าก่อนซักสิบนาที หนูเลยไม่ได้แต่งหน้ารอต้อนรับเลย

 

 

โนเว็น : เด็กสาวน่ารักแบบคิซูกิหนะแค่นาทีเดียวก็พอแล้ว ^_^

 

ทั้งสองคนพูดหยอกล้อกัน นี่ถ้าหากมีคนไม่รู้มาเห็นภาพทั้งสองคนนี้เข้าคงคิดว่าเป็นคู่รักกันแต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เพราะคิซูกิเป็นทายาทของตระกูลโนเว็น ทำให้โนเว็นมองคิซูกิเป็นเหลนของเหลนของเหลนอีกทีนึง

 

ส่วนคิซูกิก็สนิทกับตัวของโนเว็นเป็นแค่ญาติ

 

โนเว็นเป็นปีศาจที่เป็นที่รักมากที่สุดในปัจจุบันรองลงมาจากฮิตซู เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมรบและเป็นเพื่อนรักกับฮิตซู เขากับฮิตซูเคยทำอะไรและผ่านอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน

 

โนเว็นเขาได้ทำสำเร็จในการทดลองโพชั่นหยุดอายุขัยโดยเขาได้ร่วมกันทำมันกับฮิตซูจนได้โพชั่นมา และโนเว็นก็ได้ทดลองใช้ยานั้นกับตัวเองทำให้ตัวเองนั้นมีอายุยืนมาเป็นพันปีแบบนี้ แต่น่าเสียดายที่ฮิตซูไม่มีโอกาสได้ใข้โพชั่นนี้เหมือนโนเว็น

 

ในเวลานี้โนเว็นนั้นทำใจเรื่องเพื่อนรักตัวเองมาได้หลายร้อยปีแล้ว เขาได้ลงไปนั่งอยู่ข้างคิซูกิและนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันพร่อมคุยกันไปด้วยจนกระทั่งมาถึงเรื่องที่คิซูกิต้องหาคู่หมั้น

 

คิซูกิ : แล้วที่ท่านโนเว็นบอกว่า้วิธีทดสอบเอานี่หมายความว่ายังไงเหรอค่ะ ?

 

 

โนเว็น : ก็หมายความว่าให้ลูกนำผู้ชายที่สนใจตัวลูกมารวมกันแล้วจากนั้นก็ให้ทำบททดสอบยากๆเพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่เหมาะกับลูก คนที่ผ่านบททดสอบมาได้ก็จะได้เป็นสวามีของเธอ แม่เธอก็ใช้วิธีนี้แล้วก็ได้พ่อเธอมาไง ^_^

 

 

เมื่อคิซูกิได้ยินคำพูดของโนเว็นเธอก็พิจารณาครู่นึงก่อนที่เธอจะยกยิ้มเหมือนเห็นด้วยกับความคิดนี้

 

คิซูกิ : ท่านพูดถูกนะค่ะ ชั้นจะลองทำตามที่ท่านบอกดูแล้วกันค่ะ

 

 

โนเว็น : ^_^

 

 

คิซูกิ : ที่หนูต้องคิดคือจะเอาการทดสอบแบบไหนมาดี ?

 

คิซูกิกล่าวพร้อมเอามือจับคางครุ่นคิดพิจารณาดู ในตอนนั้นเองเสียงจากโทรทัศน์ก็เรียกความสนใจให้เธอมองดูไปที่โทรทัศน์และเห็นภาพที่ฉายเกม killing อยู่อย่างดุเดือด

 

และมันก็ทำให้เธอกระตุกยิ้มขึ้นมา

 

คิซูกิ : ชั้นว่าชั้นพอจะคิดได้แล้วหละค่ะ

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

ผมได้กลับไปที่ทำงานแรงงานทาสของผมอีกครั้งอีกครั้ง หลังจากที่วันนั้นผมไม่ได้ทำงานหนึ่งวันเต็มก็ได้มีทาสคนนึงที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่มีอายุมากกว่าผมเอ่ยถามผมมา

 

"นี่ฮาซุย นายไปไหนมาหนะ ? ไม่เห็นนายเลยเมื่อวานนี้"

 

 

ฮาซุย : ครับ พอดีเมื่อวานนี้ผมป่วยหนะ ^_^

 

ผมกล่าว วันนี้ตัวผมไม่ได้ใส่ชุดเป็นเสื้อกล้ามเหมือนตอนมาทำงาน ผมใส่ชุดอยู่บ้านที่เป็นชุดแขนยาว มีผ้าพันคอและสวมเสื้อผ้าสบายๆ

 

ทำให้เพื่อนแรงงานทาสผมถามต่อ

 

"นี่นายกลับมาทำงานใช่ไหม ?"

 

ผมหยุดชะงักไปก่อนหันไปบอกกับเขา

 

ฮาซุย : อันที่จริง ผมไม่ได้มาทำงานครับ ^_^

 

 

"?"

 

แท้จริงแล้วที่ผมมาที่นี่ก็เพราะว่าสาเหตุเดียว

 

"ผมขอลาออกจากงานนี้ครับ"

 

 

ผมได้เข้าไปยังห้องทำงานของนายจ้างผมแล้วบอกกับเขา ซึ่งนายจ้างผมเขาก็ไม่ได้ทำหน้ากังวลอะไรเพระะคิดว่าผมไม่กล้าลาออกจริง หรือต่อให้ลาออกจริงแค่ทาสคนเดียวมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร

 

"นายแน่ใจแล้วเหรอ ?"

 

ฮาซุย : ครับ คิดว่าทำไมผมถึงใส่ชุดนี้มาหละ ?

 

"งานหนะมันไม่ได้หากันง่ายๆนะ ถ้านายออกตอนนี้ทั้งๆที่อีกอาทิตย์เดียวเงินเดือนก็จะออก ไม่คิดว่ามันน่าเสียดายหน่อยเหรอ ?"

 

 

นายจ้างของผมพูดเชิงเยาะเย้ยและเหมือนต้องการจะทำให้ผมไขส้เขวเพื่อรับงานต่อให้เสียหน้า แต่ผมก็ได้ยกแหวนที่มือขึ้นมาก่อนที่จะเทเงินจำนวนนึงที่อยู่ในแหวนออกมาให้นายจ้างดูต่างหน้า

 

นายจ้างของผมก็ตาเบิกกว้างทันทีก่อนที่ผมจะดูดเงินที่เทออกมากลับเข้าไปในแหวน

 

ฮาซุย : นี่หนะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่ผมจะได้เท่านั้น มีคนจ้างผมแล้ว ที่นี้เราจะคุยเรื่องการลาออกของผมได้รึยัง ? ^_^

 

 

"..."

 

หลังจากที่เซ็นสัญญาลาออกจากที่นี่เสร็จ ผมก็รู้สึกดีสุดๆ ผมรู้สึกเหมือนได้หลุดจากการพันธนาการของโซ่ตรวนที่เคยจับผมให้บังคับทำงานอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน

 

ในระหว่างที่ผมเดินออกมาผมก็เจอกับตัวของเมลฟาสกับกลุ่มเพื่อนๆเธอมองมาทางผม ผมไม่รู้ว่าเธอเอาเรื่องตอนที่แล้วไปบอกเพื่อนเธอรึเปล่า แต่เมื่อผมมองไปทางเธอเธอก็เบือนหน้าหนี

 

ผมก็กระตุกยิ้มขึ้นมาในระหว่างที่เดินอยู่นั้นเองผมก็ได้เผอิญผ่านใบประกาศแผ่นนึง

 

ทำให้ผมชะงักและเดินไปดูที่ใบประกาศนั้นชัดๆ

 

| ประกาศสำคัญ |

 

|เนื่องด้วยตัวของท่านคิซูกิต้องการที่จะดำเนินการหาคู่หมั้นของเธออย่างเหมาะสม|

|ด้วยเหตุนี้ท่านคิซูกิจึงได้ประกาศที่จะจัดการแข่งขันในชื่อ kill them up ( ฆ่าแม่งเลย ) เพื่อตามหาผู้ที่เหมาะสมจะมาเป็นคู่หมั้นของเธอ|

|ย้ำ|

|ผู้ชนะจะได้เป็นผู้ครองคิซูกิทั้งกายและใจ สมัครลงแข่งได้ที่ xxx เวลา xxx ถึง xxx เริ่มแข่งวันแรกวันที่ xxx|

 

 

ฮาซุย : หืม~ น่าสนใจแฮะ~

 

 

โนเว็น

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว