ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 12 #N-narrative

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 905

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2563 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12 #N-narrative
แบบอักษร

‘เซฟ’

‘ในรถของจีที่ราคาหลักสิบกว่าล้านมีคนขับแถมกว้างสุดๆ’

“จี”

“ว่า”

“ทำไมมึงเย็นชาจังวะ”

“อะไรของมึงไอ้อ้วน”

“อ้วนพ่องไอ้สัส!”

“สบายใจขึ้นยัง” มันพูดขึ้นแล้วทำหน้ากวนใส่ผม ผมพึ่งนึกได้ว่าตัวเองนั่งเหมือนแบกหินไว้บนอกมานานมากแล้วแต่ไอ้จีมันแปลกไปจากปกติพอมันเข้าไปในห้องประธานมันสามารถเปลี่ยนห้องที่ไฟติดเต็มห้องให้กลายเป็นเหมือนห้องที่มีpm 2.5 เกิน500จนเหมือนมีควันจากคนปิ้งไก่ย่างอยู่ในห้องสักสี่ห้าร้านได้

“ทำไมมึงไม่คุยกับน้าปลายฟ้าวะ แถมปล่อยให้เขาร้องไห้อีก”

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง เข้าไปกอดแบบที่ทำกับมึงปะ”

“ไอ้สัส เอาดีๆดิ”

“เฮ้ออ”

“...”

“พ่อกับแม่กูหย่ากัน”

“เจสันโมโหมากที่แม่ไม่ยอมฟังอะไรเลยแถมจะทำร้ายปลายฟ้า แถบอยากจะขัดว่านั้นคือพี่ปลายฟ้าหรือว่าน้าปลายฟ้า ไอ้บ้าเอ้ยรู้ว่าไม่เคารพแต่ก็ไม่อยากขัดมันเพราะปรอทความหัวร้อนของหัวมันตอนนี้คงแถบจะทะลุ

“...”

“แม่กูด่าสองคนนั้นสารพัดสิ่ง แล้วบอกว่าที่ต้องทำงานหนักเพราะอนาคตของกูที่แม่ตั้งไว้มันใหญ่หลวงแถมต้องมีเงินไว้ลงทุนธุรกิจของแม่”

“แล้วคุณเจสันก็ทำงานหนักเพื่อมึงเหมือนกันเลยไม่มีเวลาดูแลมึง พอเขาไว้ใจน้าปลายฟ้าเลยให้น้าปลายฟ้ามาดูแลมึงจนเกิดเป็นความรักระหว่างคุณเจสันกับน้าปลายฟ้า” ผมพูดเรื่องที่พอจะเดาออกได้

“ครอบครัวกูจะย้ายออกมาหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นแต่บ้านมึงดันมีเรื่องซะก่อน พ่อบอกว่าแม่สั่งคนไปทำร้ายครอบครัวมึงแต่แม่กูไม่ได้ทำ ตอนนั้นแม่กูไปทำเรื่องย้ายบ้านและกูมั่นใจว่าแม่กูไม่ได้ทำเพราะแม่กูไม่ใช่คนขี้โกหกแบบพ่อ”

“ไอ้จี มึงไม่โอเคมึงก็ไม่ต้องเล่านะเว้ย” ผมจับมือไอ้จีเพราะตอนนี้มันกำลังร้องไห้

“พ่อกูไม่เชื่อเลยทำร้ายแม่กู ด่าว่าแม่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ พ่อกูจับแจกันบนโต๊ะอาหารฟาดแม่กู ปลายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆกูไม่เข้าไปช่วยทั้งที่กูบอกให้เข้าไปช่วย ปลายฟ้ากอดกูแล้วบอกให้กูหลับตาบอกว่าเรื่องมันจะดีขึ้น ปลายฟ้าไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่ร้องห้ามสักนิด”

“จี”

“หลังจากนั้นครอบครัวกูก็ย้ายบ้าน แต่เจสันก็ยังเจอปลายฟ้าที่ทำงานอยู่ดีพ่อกับแม่กูเลยหย่ากันตอนแรกกูก็อยู่กับแม่แต่พอโตขึ้นกูก็ย้ายออกมาอยู่กับพี่เจแต่ต้องย้ายออกมาเพราะกูเรร่อนไปทั่วไม่ชอบกลับบ้าน”

“...”

“แต่กูดีใจนะที่เจอมึงอีก”

“กูกับมึงก็เจอกันตั้งแต่รับน้องแล้วปะ ทำอย่างกะพึ่งมาเจอกัน”

“ก็จริง ถึงจะแยกกันไปเกือบสิบปีพอกับมาเจอกันกูก็ยังรักมึงเหมือนเดิม” จีมองหน้าผมแล้วยิ้มมือมันจับมือผมแน่นขึ้นหน้ามันขยับเข้ามาใกล้ผมหันไปมองกระจกรถคนขับเลยดันหน้าไอ้จีกลับไป

“มึงนี่นะ จะจูบกูตลอดเลย”

“ก็มึงน่าจูบอะ” ไอ้จีหน้าเข้ามาใกล้อีกผมตีจมูกมันไปหนึ่งทีแต่เหมือนจะยังไม่เข็ด

“ไอ้หื่น”

“หื่นได้มากกว่านี้อีก”

“ไอ้สัส” ผมแทงซอกใส่ผมหัวเราะเบาๆแล้วกลับไปนั่งดีๆ อย่างที่ผมคิดเรื่องไหนที่ผมอยากรู้ผมไม่ต้องถามเมื่อถึงเวลามันจะบอกผมเอง

..:..

‘รับน้องปี1’

“น้องเซฟมานี่เร็วๆ โหน้องเซฟสูงเท่าไหร่คะเนี้ย”

“176 ครับ”

“โหยยย อีกนิดเดียวจะ180แล้วอะส่วนสูงมาตรฐานแต่ท่าเต้นจะมาตรฐานหรือดีกว่ากันนะ ไหนมาแนะนำตัวกันหน่อยสิ น้องชื่ออะไร น้องชื่ออะไร น้อง~~~”

กิจกรรมรับน้องแสนสร้างสรรค์อย่างที่ผมคิดไว้ก็มาถึง แต่รับน้องที่ผมสนใจมากกว่าคือรับน้องของคณะวิศกรรมศาสตร์ที่เห็นในหนังบ่อยๆคือเขามีพี่ว้ากสุดโหดซึ่งผมก็อยากเห็นเพราะมันดูตื่นเต้นดีเลยชอบแอบเดินผ่านๆไปบ่อยๆ ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคือขอลายเซ็นรุ่นพี่เลยต้องทำตามที่รุ่นพี่สั่ง ผมว่ามันดูไม่เบื่อดีเลยชอบเดินผ่านไปดู

“นายๆ” ใครบางคนข้างๆผมสะกิด

“หะ?” ผมหันไปมองแต่เจอแค่กลางอกเลยเงยหน้าขึ้นไปดู เห้ย คนห่าอะไรสูงชิบหาย ผมว่าไอ้บูมเพื่อนผมสูงแล้วนะแต่นี่สูงกว่าไอ้บูมอีก

“เซฟนายเหยียบเขือกรองเท้าเราอะ เราจะไปหารุ่นพี่” ผมก้มมองรองเท้าแพงขนาดนี้เอามาทำกิจกรรมรับน้อง โถพ่อคุณเขือกดำปี๊เลยมั้ยล่ะโดนกูเหยียบเนี้ย

“เฮ้ย ขอโทษนะเราไม่ได้ตั้งใจอะ”

“ไม่เห็นไร เราจีนะเรารู้จักนาย”

“หะ? รู้จักเรา?” ผมชี้ที่ตัวเองอีกฝั่งพยักหน้าตอบผมเลยมองป้ายชื่อของมัน

“จี” ผมอ่านแล้วก็ได้แต่คิด

“ใครวะ?” ผมเงยหน้าไปถามพ่อคนตัวสูงใหญ่

“จีไง แบบเนี้ย” จีเอามือขึ้นมาทำท่าเหมือนสัญลักษณ์เกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมประทับตาด้วยนิ้วโป้ง

“อ่าาาา” ใครวะ!?

“จีที่อยู่ตรงข้ามบ้านนายไง” ตรงข้ามบ้านกู

“เราสัญญานะว่าถึงเราจะไม่ได้จับมือเซฟไว้แต่เราจะไม่ทิ้งเซฟไปไหน”

“หะ?” สมองผมประมวนผลอย่างหนักสมองส่วนม้าน้ำพยายามค้นหาข้อมูลอันลึกสุดขั้วสมองออกมา และก็...

“จี!” ผมนึกออกแล้ว

“ดีใจนะที่ได้เจอกันอีก” ผมกอดจีเต็มแขนไม่เจอกันนานตัวสูงขึ้นตั้งเยอะแถมเสียงทุ่มกว่าเดิมอีก ผมกอดมันเพราะคิดถึงมากแต่มีมือสะกิดไหล่ผม

“อะไรวะไอ้บูม”

“คนมองเต็มเลยเซฟ ไปเหอะเดี๋ยวเขารู้ว่าเราแอบมา” บูมดึงผมไป

“เดี๋ยวๆๆแปบนะ” ผมวิ่งกลับไปหาจีแล้วยื่นโทรศัพท์ให้มันใส่เบอร์ไว้แล้วรีบวิ่งไปกลับไปที่คณะ

‘ปัจจุบัน’

‘จี’

‘หน้าบ้านเซฟ’

“รีบนอนเลยนะมึง ตัดโมก็ตัดเสร็จแล้วอย่าคิดจะเล่นเกมเลยนะ” ผมปลดกระจกลงตะโกนใส่เซฟที่กำลังเดินเข้าบ้าน เซฟหันกลับมาเอานิ้วจุ๊ๆปากว่าให้เงียบไว้ ผมหัวเราะเซฟและกลับมานั่งที่อย่างสงบ

“คนนี้หรอครับคุณจี” พี่คนขับรถถามขึ้นมาหลังจากนั่งรถมาได้ประมาณสิบนาที

“ครับ?”

“คนนี้หรอครับที่เป็นความสุขของคุณจี”

“ฮ่าฮ่า ไม่หรอกครับทำไมถามแบบนั้นครับ” ถึงแม้ว่าผมจะมีคนบริการมากมายแต่สุดท้ายคนเหล่านี้ก็มาจากการจ่ายค่าจ้างของพ่อซึ่งผมไม่ต้องการเลยสักนิดแต่วันนี้ดันมีเซฟมาด้วยผมเลยอยากให้มันได้นั่งรถสบายบ้าง มันเหนื่อยมามากแล้ว

“มันดูออกน่ะสิครับ ปกติหลังจากคุยกับท่านประธานมาคุณจีจะนั่งขมวดคิ้วแถมถอนหายใจดังๆแต่รอบนี้คุณจียิ้มง่ายแถมยิ้มแบบมีความสุขอีก ผมเลยลองเดาๆดูน่ะครับ”

“ถามจริงๆนะครับ พี่ไม่อึดอัดบ้างหรอครับที่พูดกับผมแบบเป็นทางการแบบนี้ ผมเด็กกว่าพี่แถมเข้ามาทำงานหลังพี่อีก ไม่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมหรอครับ”

“ผมทำแบบนี้เพราะผมเต็มใจครับคุณจี คุณจีเป็นลูกของท่านประธานแถมฐานะสูงส่งกว่าผมเยอะผมน่ะสิครับที่จะอึดอัดถ้าไม่เรียกคุณจีว่าคุณหรือไม่พูดแบบเป็นทางการ”

“ผมเป็นลูกของประธานเพราะแค่เรื่องธุรกิจไม่ใช่ความรัก แบบนี้ผมยังจะน่าเคารพอยู่ไหมครับ”

“คุณจีครับ ผมทำงานรับใช้ท่านประธานมานานผมทราบดีว่าท่านประธานเป็นนอบน้อมและถ่อมตนบางทีการที่ท่านแต่งงานกับแม่ของคุณจีมันอาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจก็ได้นะครับ”

“นานแค่ไหนกันครับ นานเท่ากับผมที่ทนอยู่กับเขามาครึ่งชีวิตหรือเปล่า”

“...”

“ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงของตัวเอง ไม่รู้เรื่องที่แท้จริงแถมยังไม่ใช้เหตุผลไม่ฟังเหตุผลแบบนั้นเรียกว่าคนนอบน้อมหรอครับ ไม่นอบน้อม ไม่อ่อนโยน ไม่มีเวลาให้ครอบครัวขี้โกหกบอกตัวเองจะกลับบ้านมาทานข้าวด้วยแม่ก็ตั้งใจทำอาหารตั้งแต่นานแต่สุดท้ายก็ไม่มาปล่อยให้แม่นั่งรอบนโต๊ะอาหารตากแอร์จนตัวเย็นเฉียบ” แม่โดนเจสันตีแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันมา ถึงแม้ว่าจะหย่ากันแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันจนผมอายุ16ปีเจสันย้ายบ้านขนข้าวของออกไปอยู่กับปลายฟ้า เงินที่ส่งมาให้ผมแต่ละเดือนมันไม่เพียงพอกับความอบอุ่นหรือความต้องการของผมที่จะมีครอบครัวอบอุ่นสุขสันต์เลยสักนิด

“ผมขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรครับ หยุดพูดทางการกับผมแล้วมาคุยกันตามปกติดีกว่า”

“ครับ”

“แต่คงจะไม่ได้คุยกันนานเลยล่ะครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”

“ขอบคุณครับคุณจี”

“ขอบใจนะจี แบบนี้สิครับ”

“ขอบใจนะจี”

“ฝึกไว้นะครับถ้าใครว่าทำไมพูดกับผมไม่สุภาพหรืออะไรก็ตามมาบอกผมได้นะครับผมจะไล่ออกให้หมดเลย” แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันสมควรไล่ออกหรือเปล่า

‘ห้องจี’

“อย่าคิดมายุ่งกับคนของกูเด็ดขาด” ผมมองรูปครอบครัวตั้งแต่ผม16ปีก่อนที่เจสันจะย้ายไปอยู่กับปลายฟ้ารูปนั้นไม่มีความสุขแต่ต้องยิ้มถ่ายเพราะต้องการสร้างกระแสธุรกิจขึ้น

..:..

“คุณหลินกับคุณเจสันเหมาะสมกันดีจังเลยนะคะ”

“มองกล้องนี้ด้วยครับๆ”

“คู่รักคู่นี้น่าอิจฉาจังเลยนะคะ ธุรกิจกำลังเป็นไปได้สวยเลยรู้สึกยังไงบ้างคะ?”

“ในอนาคตอยากให้น้องจีสืบทอดต่อหรือเปล่าคะ?”

“น้องจีอายุ16ปียังน่ารักขนาดนี้โตขึ้นกว่านี้จะน่ารักขนาดไหนกันนะ?”

‘คู่เจหลินเปิดตัวสองธุรกิจใหม่พร้อมทายาสอนาคตไกลน้องจีเด็กหนุ่มวัย16ปีทายาสตัวตัวเล็กๆน้อยๆถึงสูงส่งแต่สามารถจับต้องได้ สามคนพ่อแม่ลูกใช้ชีวิตสุดหรูบนบ้านพักคืนละเกือบสองแสน’

ข่าวหน้าหนึ่งของวันนี้พาดหัวข่าวถึงเรื่องที่ครอบครัวจีไปเที่ยวทะเลหนึ่งอาทิตย์กับการพักบ้านพักคืนละสองหมื่นหน้ากล้องต่อหน้าผู้คนครอบครัวนี้ยิ้มแย้มแจ่มใสสนุกกับการเล่นน้ำกับเสื้อผ้าเครื่องใช้ราคาแพงแต่ใครจะรู้ไหมว่าเบื้องหลังมันเป็นยังไง ทั้งสามกลับเข้ามาในบ้านต่างฝ่ายต่างแยกไปทำธุระส่วนตัวเจสันออกมาสูบบุหรี่พร้อมวิดีโอคอลกับปลายฟ้า จีอาบน้ำแต่งตัวอ่านหนังสือ หลินคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายที่จะเกินขึ้นในธุรกิจหลังจากกระแสข่าวนี้เผยออกไป

“...”

ทั้งบ้านเงียบงันไม่มีแม้แต่เสียงคุยกันมีเพียงเสียงแอร์ในห้อง เสียงขีดเขียนของปากกากับสมุดของจี เสียงจิ้มหน้าจอไอแพตของหลิน ทั้งสามนอนแยกห้องกันถึงแม้ว่าจีจะเป็นลูกของทั้งสองแต่สถานะของทั้งสองตอนนี้ไม่เหมือนเดิม จีต้องใช้ชีวิตคนเดียวกับเงินที่พ่อกับแม่ของเขาส่งให้ในแต่ละเดือน

“อย่าทำให้พ่อผิดหวังนะจี” เจสันเข้ามาในห้องนอนของจีเมื่อพูดจบเขาเดินยิ้มมองมือถือและออกไปข้างนอก

“แล้วพ่อเคยทำให้ผมสมหวังบ้างไหมครับ” เด็กอายุสิบหกมองแผ่นหลังผู้เป็นพ่อเดินออกไปจากห้องแบบยิ้มมีความสุขแต่ความสุขไม่ใช้เพราะเจสันคุยกับจีแต่เจสันยิ้มเพราะคนในมือถือคือปลายฟ้า

‘ข้อความ แม่’

“แม่นอนหรือยังครับ?”

(แม่ทำงานอยู่ อย่ากวนแม่นะ)

“ครับ”

“ฝันดีนะครับ”

(จีเหมือนกันนะ เป็นเด็กดีนะลูก)

‘ปิดสนทนา แม่’

..:..

‘เงินเข้าบัญชีจาก นายเจสัน จำนวน405,000บาท ยอดเงินคงเหลือ 190,745,278บาท’

‘เงินเข้าบัญชีจาก นางเหมยหลิน จำนวน670,200บาท ยอดเงินคงเหลือ 191,415,478บาท’

“เฮ้อ” จีถอนหายใจกับยอดแจ้งเข้าบัญชีของเดือนนี้นี่คงเป็นข้อความเดียวที่ทั้งสองทำให้จีเหมือนกัน เจสันต้องการที่จะคุยกับเขาในขณะที่จีไม่ต้องการคุยส่วนหลินที่จีอยากคุยเขาดันอ่านข้อความของจีและแทบจะไม่ตอบด้วยซ้ำ น้ำตาของจีไหลออกมาช้าๆนิ่งๆจีร้องไห้เงียบๆคนเดียว

“มึงเกิดมาเพื่อใครวะจี” จีพูดขึ้นแต่เสียงไม่สั่นเลยสักนิดเขาคิดว่าเขาแค่เกิดมาทำหน้าทีเป็นหน้าตาให้เจสันและหลินเพื่อดึงนักข่าวให้ธุรกิจของหลินและเจสันมีกระแสขึ้น และคำคืนนี้ก็ผ่านไปพร้อมกับความเดียวดายบนความรวยล้นฟ้าที่หลายคนต้องการแต่สำหรับจี ‘จะมีเงินไปเพื่ออะไรถ้าสุดท้ายตัวเองก็ไม่มีความสุข’

ความคิดเห็น