ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รับสุดยอดระบบทาส

ชื่อตอน : รับสุดยอดระบบทาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2563 16:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รับสุดยอดระบบทาส
แบบอักษร

 

 

 

วันต่อมา

 

ณ ปราสาทจอมมารคิซูกิ

 

 

แกร็บ~~

 

เสียงม่านหน้าต่างถูกดึงดังขึ้น พร้อมแสงตะวันที่สาดมาโดนหน้าของร่างบางที่นอนห่มผ้าสีแดงที่แสนสวยหรูอยู่บนเตียง

 

ทำให้หนังตาของปีศาจสาวตนนั้นขยับก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น

 

"นายท่านค่ะ ตื่นได้แล้วค่ะ"

 

เสียงหวานใสของปีศาจเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ที่มัดรวมกันอย่างเรียบร้อย นัยตาสีทองและใบหน้านั้นดูสดใสมากได้เอ่ยขึ้น

 

ทำให้ร่างบางของปีศาจสาวที่นอนราบอยู่บนเตียงตอนแรกต้องลุกขึ้นนะ่งด้วยอาการที่ยังงัวเงียผมของเธอยังดูยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าของเธอคนนั้นเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา สีผิวของเธอมันเป็นสีฟ้าอ่อน ผมสีขาวแกมม่วงยาวสลวย ตาขาวเป็นสีดำส่วนตาดำเป็นสีเขียว แม้ลักษณะโดนรวมที่ว่ามามันจะดูประหลาดและบ่งบอกให้รู้ว่าเธอเป็นปีศาจ

 

แต่ถ้าให้พูดถึงวามสวยที่เธอมีนั้นมันก็มากพอที่จะกลบลักษณะผิดปกติข้างต้นไปได้หมดเลย ทั้งโครงหน้าที่แหลม หางตาที่คม หุ่นส่วนเว้าส่วนโค้ง ขนาดหน้าอก ความเย้ายวนของร่างกายและหน้าตา เธอคนนี้คือนางมารคิซูกิที่เมื่อไม่นานนี้ก็เป็นวันเกิดครบอายุ 18 ปีของเธอ

 

คิซูกิ : เช้าอีกแล้วเหรอวิคตอเรีย ?

 

 

คิซูกิเอ่ยถามเมดที่ดูภายนอกนั้นดูเหมือนมนุษย์แต่พวกปีศาจด้วนกันเองนั้นสามารถรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเธอนั้นเป็นดัพเพิลแกงเกอร์ อมนุษย์ที่มีความสามารถในการแปลงร่างเป็นมนุษย์คนไหนก็ได้ และเธอคนนี้มีชื่อว่าวิคตอเรีย

 

วิคตอเรีย : ท่านจะนอนต่อก็ได้นะค่ะ แต่เกรงว่าอาหารเช้าที่ชั้นทำเตรียมไว้ให้จะเย็นซะก่อน

 

เมื่อได้ยินดังนั้นคิซูกิก็เอามือก่ายหน้าผากตัวเองครู่นึงก่อนจะยอมลุกไปอาบน้ำและแต่งตัว

 

เธอใส่ชุดกระโปรงที่รัดเรือนร่างเธอสีดำแบบเปิดโชว์ไหล่ และสวมชุดคลุมสีแดงไว้ด้านนอกที่คอเสื้อนั้นมีลักษณะเป็นคนสัตว์ดูสวยหรู และที่สำคัญคือผ้าปิดปากสีแดงที่ใส่ปิดใบหน้าท่อนล่างเอาไว้

 

 

หลังจากที่ลงมือกินอาหารเสร็จ และไม่มีอะไรทำตัวของคิซูกิก็ได้ออกมาสูดอากาศด้านนอก เธอมองดูสภาพเมืองอสูรพันธ์ของเธอ

 

บ้านเรือนทุกหลังของพวกอสูรพันธ์นั้นทำมาจากไม้ที่ผ่านการเผาด้วยไหเวทย์มนต์ทำให้เป็นสีดำและมีกิ่งก้านแหลมงอกออกมา แม้จะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันไปตามความชอบของเจ้าของบ้านแต่ละหลังแต่บ้านทุกหลังนั้นก็ดูน่ากลัวสำหรับมนุษย์

 

คิซูกิมองดูสภาพบ้านเมืองครู่นึงก่อนที่เธอจะหันไปหาวิคตอเรีย ซึ่งวิคตอเรียนั้นก็มักจะคอยเดินตามเธอมาตลอด

 

คิซูกิ : โลกมนุษย์นี่สมบูรณ์แบบมากจริงๆนะ...แต่มันจำเป็นที่เราจะต้องกดขี่มนุษย์แบบนี้ด้วยเหรอ ?

 

 

วิคตอเรีย : ...ถ้าเราไม่ใช่วิธีที่มันเผด็จการ คิดว่าเผ่าพันธ์ที่หัวดื้ออย่างมนุษย์จะยอมเหรอค่ะ ? พวกมนุษย์หนะทั้งหลงตัวเองและคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ทำแบบนี้แหละค่ะที่จะทำให้มันรู้ว่ามันไม่ใช่ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

 

วิคตอเรียกล่าวเสียงเรียบและใบหน้าที่ไร้อารมย์ แต่คำพูดของเธอนั้นมันคงจะแทงใจเจ็บจี๊ดคนที่เป็นมนุษย์ที่มาได้ยิน

คิซูกิก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ คิซูกิได้เดินกลับเข้าในปราสาทตัวเองและเธอก็ได้ไปยืนมองดูที่ผนังทางเดินจุดนึงที่ผนังทางเดินนั้นมีภาพวาดของเหล่าจอมมารและนางมารรุ่นก่อนหน้าตัวของคิซูกิ แต่คนที่น่าจะเป็นที่จดจำสำหรับเหล่าปีศาจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นจอมมารที่อยู่เป็นอันดับสูงสุดของภาพวาด

 

หรือก็คือจอมมารผู้บุกเบิกของยุคอสูรพันธ์ มีนามว่า

 

คิซูกิ : ( ท่านฮิตซู )

 

 

ฮิตซูเป็นจอมมารที่เป็นที่น่าจดจำที่สุด ทั้งพลัง ความฉลาด ความสามารถ พรสวรรค์ เรื่อวราวชีวิตที่ต้องดั้นด้นส่งตัวเองขึ้นเป็นจอมมารและยังได้ชักจูงพาเหล่าอสูรพันธ์สู่การพัฒนาที่สูงล้ำ

 

ฮิตซูคือจอมมารที่มอบความเจริญรุ่งเรืองให้อสูรพันธ์และทำให้เผ่าพันธ์พวกเขายังไม่สูญพันธ์ เขาคือคนที่ปูทางเดินให้พวกอสูรพันธ์เดินหน้าต่อไปแม้เขาจะตายและจากหายไประหว่างทางเมื่อนานมาแล้วแต่ผลงานเขาก็ทำให้พวกปีศาจรอดมาถึงนี่ได้

 

เขาได้สร้างวัตถุสิ่งนึงที่มีชื่อว่า คอมมานด์บล็อค มันคือขุมพลังที่จะเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณอันแรงกล้าของสิ่งมีชีวิต ซึ่งคอมมานด์บล็อคนั้นในปัจจุบันมีสามระดับ

 

1. คอมมานด์บล็อคแดง เป็นคอมมานด์บล็อคที่จะมอบพลังให้กับพวกมนุษย์มีความสามารถด้านกายภาพ เช่นมีแขนเป็นดาบ ร่างกายมีพละกำลัง กำลังขามหาศาล ความสามารถจะต่างออกไปตามโครงสร้างร่างกายผู้ได้พลัง

 

2. คอมมานด์บล็อคเขียว เป็นคอมมานด์บล็อคที่จะมอบพลังเวทย์ให้กับสิ่งมีชีวิต ความสามารถจะต่างออกไปตามโครงสร้างร่างกายผู้ได้พลัง

 

3. คอมมานด์บล็อคสีทอง มอบพลังที่เกี่ยวกับการควบคุม มีแค่ปีศาจเท่านั้นที่จะมีพลังแบบนี้ได้ เพราะพลังของคอมมานด์บล็อคระดับนี้มากเกินกว่าที่มนุษย์จะรับไหว ความสามารถจะต่างออกไปตามโครงสร้างร่างกายผู้ได้พลัง

 

ในอดีตมีปีศาจที่ใช้คอมมานด์บล็อคจำนวนมากทำให้มีปีศาจที่มีความสามารถหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปรุ่นลูกรุ่นหลานที่เกิดจากการผสมกันของปีศาจที่มีความสามารถจากคอมมานด์บล็อคหลายคนก็ทำให้พวกรุ่นลูกรุ่นหลานของปีศาจมีพลังในตัวหลายอย่างในร่างเดียวกันและแตกต่างกันไปตามตัวปีศาจ

 

ปัจจุบันนี้คอมมานด์บล็อคเป็นวัตถุที่มอบพลังให้มนุษย์โดยส่วนใหญ่เพราะปีศาจยุคนี้ไม่จำเป็นต้องดูดซับพลังงานจากคอมมานด์บล็อคสองสีแรก คอมมานด์บล็อคถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการมอบพลังให้มนุษย์ทาสที่ลงแข่งในเกม killing เพื่อมอบความโหดและความสะใจให้กับผู้ชมอสูรพันธ์

 

มนุษย์บางคนมีพลังเพียงอย่างเดียวเมื่อดูดซับคอมมานด์บล็อค แต่บางคนก็ได้หลายพลัง ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกายและลักษณะพันธุกรรมหรือสายเลือด

 

ส่วนคอมมานด์บล็อคสีทองเป็นสิ่งที่พวกปีศาจมีกันและมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้เหมือนกับอาวุธดาบหรือวิทยาการต่างๆ

 

นอกจากนี้ยังมีอาชีพอีกอย่างนึงนั่นก็คือคอมมานด์ครีเอเตอร์ ( command creator ) หรือก็คืออาชีพในการสร้างคอมมานด์บล็อคซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นได้ยากมากเพราะการที่จะสร้างคอมมานด์บล็อคได้นั้นมันจำเป็นต้องมีความรู้สูง มีความสามารถสูง และหาได้ยากมาก ในแต่ละประเทศจะมีคอมมานด์ครีเอเตอร์น้อยมาก แต่ทุกคนที่ได้เป็นก็จะรวยล้นฟ้ากันหมดเพราะเป็นงานที่ทำแลเวได้เงินดี หนำซ้ำผู้ที่เป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ยังสามารถตรวจสอบระดับพลังและคุณภาพของคอมมานด์บล็อคได้ และสามารถคาดการณ์ได้ด้วยว่าหากนำคอมมานด์บล็อคไปใช้กับร่างของใครคนๆนั้นจะได้พลังอะไรมา

 

ซึ่งคิซูกิก็มีความรู้เรื่องนี้บ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดที่จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้มาก ซึ่งแน่นอนว่าจอมมารผู้บุกเบิกนามฮิตซู เป็นผู้ที่สร้างคอมมานด์บล็อคคนแรกนั้น นั่นก็เท่ากับเขาก็ถูกจัดเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์คนแรกของโลกเลยแหละ

 

วิคตอเรีย : ท่านคิซูกิ วันนี้ท่านไม่คิดจะไปฝึกเหรอค่ะ ?

 

คิซูกิ : โอ้จริงซิ ขอบใจที่เตือนนะคิซูกิ ล่วงหน้าชั้นไปก่อนเลยฝากเตรียมของฝึกให้พร้อมตอนชั้นไปถึง

 

วิคตอเรีย : ค่ะท่าน

 

 

คิซูกินั้นเป็นนางมารที่มีระดับพลังอสูรมังกร lv. 118 ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเธอใกล้จะบรรลุพลังเป็นอสูรเทวทูติระดับปัจฉิมแล้ว โดยการฝึกเพื่อเพิ่มค่าพลังนั้นก็คือการฝึกต่อสู้ เรียนรู้เวทย์มนต์กระบวนท่ากาาต่อสู้ หรือจะไปไล่ฆ่ามอนเสตอร์ฟาร์มเลเวลเอาก็ได้

 

ส่วนตัวของวิคตอเรียแม้เธอจะเป็นเมดผู้หญิงที่ดูบอบบางแต่แท้จริงแล้วเธอมีระดับพลังอยู่ที่ระดับมิโนทอร์ lv. 65 แต่เพราะว่าเป็นเมดจึงไม่ค่อยได้ฝึกและระดับพลังเธอก็ขึ้นได้ช้ามาก

 

 

 

วิคตอเรีย

 

 

 

คิซูกิ ( ว่าที่นางมารคนปัจจุบัน )

 

 

ทางด้านฮาซุย

 

เขาได้มาทำงานขนก้อนหินก่อสร่างอีกเช่นเคย แต่วันนี้กลับเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

 

ฮา~ฮา~ฮา~ซุย~ซุย~ซุย~

 

เสียงนั้นได้ดังขึ้นอีกครั้ง ผมมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวง ปรกติแล้วเสียงนี้ผมมักจะได้ยินเสียงตอนจะนอน ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเป็นเสียงของมอนเสตอร์ในป่า

 

แต่เสียงนี่มันถึงกับตามผมมาที่ทำงานแบบนี้มันคงไม่ใช่แล้ว

 

ฮาซุย : ลุงได้ยินอะไรไหม ?

 

ผมหันไปถามลุงที่เป็นทาสเหมือนกันใกล้ๆ ืเขาก็เอี้ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ยินอะไร

 

"ไม่หนิ มีอะไรเหรอ ?"

 

ฮาซุย : ก็เสียง..

 

ฮา~ฮา~ฮา~ซุย~ซุย~ซุย~

 

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งผมเริ่มรู้สึกระแวงแบบบอกไม่ถูกแล้วทันใดนั้นเอง

 

"ยะฮู้ว~!"

 

ในระหว่างทำงานนั้นได้มีปีศาจวัยรุ่นกลุ่มนึง พวกนี้เป็นพวกปีศาจเกรียนที่ชอบหาเรื่องพวกเรามานานแล้ว

 

พวกเราที่เป็นทาสก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไอ้พวกเด็กเปรตพวกนี้มันก็แกล้งเราเมามันส์มาก ไม่เคยเกรงใจหรือนึกเลยว่าเราเสียแรงหยาดเหงื่อไปมากแค่ไหน

 

"พวกนายดูนี่~! เทกระจาด~!"

 

 

พวกปีศาจเด็กเกรียนได้วิ่งเข้ามาแล้งจับรถเข็นก้อนหินเราเทกระจาดหินในนั้นลงพื้นเป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่ามีพวกมนุษย์ทาสไม่พอใจและมีมนุษย์เป็นชายวัยกลางคนสองคนวิ่งเข้าไปเอาเรื่อง

 

"เฮ้ย! ทำอะไรของพวกเธอเนี่ย!?"

 

พัวะ!!

 

แต่กลับโดนต่อยจนทรุดมาแทน

 

"หุบปากไปเลยไอ้พวกต่ำต้อย เป็นแค่ทาสยังคิดจะมาสู้กับเราอีกเหรอ ?"

 

"ได้โปรดเถอะ พวกเราเสียแรงไปเยอะกับงานนี้ เงินก็ได้มาแค่หยิบมือเอง"

 

ทาสวัยชราคนนึงกล่าวขอความสงสารแต่ปีศาจพวกนั้นกลับกระตุกยิ้มก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหันมาพูดด้วยรอยยิ้มไร้จิตสำนึก

 

"ถ้าหากงานนี้มันให้เงินพวกนายหชน้อยนักงั้นนายก็ไปโขมยเงินทาสคนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานแกมาหาข้างแ*กซิ หรือไม่ก็ไปขายตัวซะ ทำยังไงก็ได้ให้ได้เงินมาแล้วไม่ต้องมาทำเป็นบ่น รำ - คาญ"

 

"พวกเราไปเล่นตรงอื่นกันเถอะ~!"

 

 

พวกทาสแบบเราทำได้แต่กำหมัดแน่น จนพอเวลาผ่านไปเมื่อถึงเวลาเลิกงาน

 

"อะไรวะ!? ทำไมงานถึงดำเนินไปช้าขนาดนี้!?"

 

ปีศาจที่ทำหน้าที่คุมงานเราได้โวยวายออกมาเพราะวันนี้งานก่อสร้างของเราดำเนินไปช้ามากเพราะถูกพวกปีศาจเด็กเปรตพวกนั้นคอยป่วนอยู่ตลอดซึ่งตอนนี้พวกมันก็สลายกลุ่มหายไปเรียบร้อยแล้ว

 

หัวหน้าเราไม่ฟังคำแก้ตัวของเรา และคำพูดที่เขาพูดทิ้งท้ายคือ

 

"เดือนนี้ชั้นจะหักเงินเดือนพวกแกทุกตัว! ถ้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ไปทำงานให้ดำเนินถึงจุดที่หมายไว้ซะ! ไปได้แล้ว!"

 

พวกเราจำเป็นต้องทำงานเกินเวลาจากที่ควรจะเลิก 6 โมงกลับต้องมำงานลากยาวไปถึง 5 ทุ่ม พวกเราทุกคนอ่อนล้ากันมาก

 

พวกเราไม่เคยใช้แรงมากเท่าวันนี้มาก่อน เมื่อผมกลับมาถึงบ้านผมก็เจอกับถ้วยน้ำซุปของเกรด้าวางทิ้งไว้ แม้มันจะเย็นเพราะวันนี้ผมกลับมาช้าแต่ก็ไม่เป็นไร ทุกคนเข้านอนกันหมดผมจึงทำอะไรแบบเงียบๆ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ผมไม่มีอารมย์จะไปนอน ผมได้เดินไปหลังบ้านที่จะเป็นแม่น้ำคำพูดของเจ้านายอสูรของผมทำให้ผมคิดหนัก ทุกวันนี้เงินที่ผมได้มามันก็น้อยจะแย่แล้ว แต่นี่ยังต้องมาโดนหักเงินเดือนอีกเหรอ ?

 

ฮาซุย : ฮึ้ย!

 

 

 

ผมได้ขว้างก้อนหินก้อนนึงลงไปในน้ำสุดแรงเพื่อเป็นการระบายอารมย์ลงไป ก่อนที่ผมจะนั่งกอดเข่าอยู่ตรงจุดนั้นอยู่แบบนั้นซักพักนึง

 

แต่ในตอนนั้นเอง

 

ฮา~ฮา~ฮา~ซุย~ซุย~ซุย~

 

เสียงนั่นมันดังขึ้นอีกแล้ว ผมก็โมโหเต็มที่มากอยู่แล้วผมจึงตะโกนออกไป

 

ฮาซุย : หยุดซักทีจะได้ไหม!? วันนี้มันวันบ้าอะไร!!? ไม่รู้เหรอว่าชีวิตของผมในตอนนี้มันก็สิ้นหวังจะแย่แล้ว!! หยุดมาทำเรื่องน่ารำคาญซักทีจะได้ไหม!!? ถ้ามีอะไรทำไมไม่ออกมาพูดตรงๆเลยหละ!!?

 

 

และทันใดนั้นเอง

 

วิ้ว~~~

 

ก็ได้เกิดลมจากที่ไหนไม่รู้พัดมา กิ่งไม้ไหวโอนเอนไปตามแรงลม เสื้อผ้าของผมกระเพืื่อมเป็นคลื่นเพราะแรงลมที่เกิดขึ้นก่อนที่จู่ๆ

 

พู้ม~!

 

ฮาซุย : หวา!?

 

แม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าของผมก็ได้ระเบิดตูมขึ้นมา ผมกระเด็นและลงไปนอนกับพื้นก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งและมองไปที่แม่น้ำ

 

ผมมองเห็นร่างของอสูรพันธ์ตนนึง ร่างกายของเขาเป็นชายวัยกลางคน ผิวสีขาวซีด ตามตัวมีลวดลายสีแดง สวมชุดสีดำ ผมสีขาว และมีความสง่างามมาก

 

แต่สิ่งที่แปลกคือร่างกายของเขามันโปร่งแสงและเขาก็ลอยได้โดยไม่ได้ใช้เวทมนต์ใดๆ

 

ฮาซุย : คะ..คุณเป็นใคร ?

 

ผมถามออกไป เขาคนนั้นได้ร่อนลงเหยียบก้อนหินที่อยู่เหนือผิวน้ำในแม่น้ำแล้วพูดกับผมด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรมาก

 

มันทำให้ผมเริ่มสับสนเพราะตลอดชีวิตของผม ผมไม่เคยเห็นอสูรพันธ์ตนไหนมายิ้มให้ผมแบลเป็นมิตรขนาดนี้มาก่อน

 

"ข้ามีนามว่าฮิตซู จอมมารยุคบุกเบิก ขอโทษด้วยที่ต้องทำให้กลัว"

 

อสูรพันธ์ตนนั้นกล่าวทักทายผมอย่างเป็นมิตร ผมได้ลุกขึ้นแล้วถามต่อ

 

ฮาซุย : คุณต้องการอะไร ?

 

 

ฮิตซู : ก่อนอื่นชั้นคงต้องอธิบายให้เธอรู้ก่อนว่า ข้ามาที่นี่ก็เพื่อหาผู้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมโลกของเธอ ชั้นเป็นจอมมารยุคบุกเบิกแห่งเผ่าพันธ์อสูรพันธ์ ตัวข้าเกิดตั้งแต่ยุคที่เผ่าพันธ์มนุษย์เจ้ายังไม่ได้เริ่มต้นนับคริสต์ศักราช และข้ากลับมาอีกครั้งเมื่อค้นพบตัวตนของข้าซึ่งก็คือเจ้า

 

อสูรพันธ์ตนนั้นพูดพร้อมเดินมาอยู่ใกล้ผม ผมงงและทำความเข้าใจไม่ทัน

 

ฮาซุย : เดี๋ยวๆๆ ไงนะ ? =0=

 

 

ฮิตซู : ฮึๆ ข้าจะอธิบายให้เจ้าเข้าใจก่อนนะ ว่าร่างที่เจ้าเห็นอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ได้เป็นฮิตซูตัวจริง..ฮิตซูตัวจริง คือเจ้า ^_^

 

 

ฮาซุย : ...ผมก็ไม่หายงงอยู่ดี =_=

 

 

ฮิตซู : ตัวข้าคือจอมมารที่เป็นที่นับหน้าถือตามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธ์อสูร แต่ก็ไม่แปลกใจหรอกที่เจ้าจะไม่รู้จักข้า เพราะข้าหนะไม่ได้มีชีวิตอยู่ยืนยาวมาถึงคริสตศักราชนี้ ข้าได้สิ้นใจตายไปตั้งนานแล้ว

 

 

ผมเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถอยหลังออกมาเล็กน้อย อย่าบอกนะว่าไอ้ที่คุยกับผมอยู่ตรงหน้านี่คือวิญญาณหนะเฮ้ย!?

 

ฮิตซู : ฮ่าๆๆ! ใจเย็นไปฮาซุย ข้าไม่ได้เป็นผีอย่างที่เจ้ากลัวหรอก

 

ฮาซุย : แต่คุณพึ่งบอกว่าคุณตายแล้วหนิ! ละ..แล้วคุณรู้ชื่อผมได้ไง!?

 

ฮิตซู : เพราะเธอก็คือตัวชั้น เธอคือตัวตนของชั้นที่มาเกิดใหม่ในร่างของมนุษย์ ตัวของชั้นที่เธอเห็นอยู่นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่รอคอยการมาของเจ้า ข้ารอคอยเจ้าได้มาเกิดอยู่นานมากจนกระทั่งเมื่อเจ้าโตจนพร้อมจะเจอกับโลกภายนอก ข้าจึงได้มาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าเพื่อมอบสิ่งวิเศษและเป้าหมายสำคัญที่เจ้าจะต้องทำให้สำเร็จเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่แฝงอยู่ในความสำเร็จของข้า

 

ผมได้ยกมือขอให้ฮิตซุหยุดพูดครู่นึงเพราะต้องการเวลาปะตอดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน

 

ฮิตซู : เดี๋ยวนะ สรุปคือผมคือตัวของคุณที่มาเกิดใหม่ ส่วนตัวคุณที่ผมเห็นอยู่นี่เป็นเพียงแค่จิตวิญญาณเฉยๆ และคุณมาหาผมเพราะต้องการให้ตัวผมที่เป็นตัวคุณที่มาเกิดใหม่ทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จ เป้าหมายอะไร ?

 

ผมถามเพราะฮิตซูยังบอกผมไม่หมด

 

ฮิตซู : ชั้นคือจอมมารฮิตซู เป็นผู้บุกเบิกรุ่งอรุณของเหล่ออสูรพันธ์ ชั้นคือผู้ที่สร้างวิทยาการต่างๆ เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุและได้กลายมาเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์คนแรกของจักรวาลนี้

 

ฮาซุย : คุณ!? คุณคือคนที่สร้างคอมมานด์บล็อคคนแรก!?

 

ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

 

ฮิตซู : ใช่แล้ว ชั้นต้องการจะทำให้เผ่าพันธ์ของชั้นขึ้นสู่จุดสูงสุดและเป็นที่ยิ่งใหญ่ แต่ความผิดพลาดในความสำเร็จของชั้นนั่นก็คือประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในโลกของเจ้า ข้าไม่ได้คาดคิดว่าเหล่าปีศาจลูกหลานของข้าจะเหิมเกริมอำนาจและถึงขั้นบุกมายังโลกเจ้าและยึดครองโลกเจ้าแบบนี้ ข้าน่าจะมีอายุยืนนานกว่านี้ ข้าจะได้ช่วยอะไรให้มันได้มากกว่านี้

 

 

ฮาซุย : ...หมายความว่า...อสูรพันธ์ไม่ได้ชั่วร้ายแต่แรกเหรอ ?

 

ผมเอ่ยถามเพราะท่าทางของฮิตซูเขาดูสงสารพวกเราที่เป็นมนุษย์มาก และยังดูรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

 

ฮิตซู : ตอนนั้นชั้นต้องการแค่จะให้เผ่าพันธ์ชั้นรอดตาย มิติบ้านเกิดของเราตาย....แต่เราก็ไม่อยากให้มิติของเจ้าต้องมีสภาพย่ำแย่แบบตายทั้งเป็นเหมือนมิติของเราหรอกนะ

 

ฮาซุย : แล้วคุณจะทำอะไร ?

 

ฮิตซู : ชั้นจะส่งต่อเจตนารมย์ของชั้นให้เธอ เธอจะเป็นผู้ที่ทำให้เป้าหมายของชั้นสำเร็จผล เธอจะเป็นคนแก้ไขความผิดพลาดในความสำเร็จของชั้น เจ้าต้องทำให้มนุษย์กับอสูรอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขให้ได้

 

ฮาซุย : แต่ยังไงหละ ? ผมเป็นมนุษย์

 

ฮิตซู : ใช่ข้ารู้ว่าตัวตนของข้าที่มาเกิดใหม่มันต้องอ่อนต่อโลก และรู้สึกสิ้นหวังแบบนี้แหละ เพราะงี้ไงชั้นถึงได้ทิ้งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณตัวเองเอาไว้เพื่อคอยนำทางเจ้าสู่แสงสว่าง ด้วยนี่

 

 

ทันใดนั้นเองฮิตซูเขาก็ได้หยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมา มันมีลักษณะเป็นเหมือนลูกแก้วที่ภายในอัดคอมมานด์บล็อคสีทองที่มีลวดลายแปลกประหลาดที่กลิ้งไปมาอยู่ข้างในอย่างไร้ที่สิ้นสุด

 

ผมมองงงวัตถุชิ้นนั้นก่อนเอ่ยถามฮิตซู

 

ฮาซุย : มันคืออะไร ?

 

ฮิตซู : นี่คือผลงานคอมมานด์บล็อคที่สมบูรณ์แบบที่สุดเป็นอันดับแรกๆของชั้น ชื่อของมันคือ เอเมอรอลคอมมานด์บล็อค สุดยอดแห่งคอมมานด์บล็อคที่ได้ถูกสร้างขึ้น

มันจะเป็นสุดยอดขุมพลังที่จะทำให้เป้าหมายของนายสำเร็จผลได้ เมื่อนายซึมซับพลังนี้เข้าไปเธอจะซึมซับจิตวิญญาณชั้นเข้าไปด้วย ชั้นจะเป็นส่วนหนึ่งกับความคิดนายและคอยชี้แนะนายทั้งหมด

นายจะได้รับพลังที่มากพอจะทำให้ตัวเองเป็นอิสระจากสิ่งต่างๆ นายจะกระปี้กระเป่าเหมือนชั้นตอนเป็นหนุ่มและมีพลังล้นเหลือจนปีศาจตนอื่นยังคิดว่าแกเป็นปีศาจของปีศาจ

แต่นายจะรับไหวหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับความเต็มใจยอมของนาย ถ้านายเห็นว่างานนี้มันยากลำบากเกินไปที่นายจะทำไหวชั้นก็จะไม่บังคับและยินดีรอไปอีกซักร้อยสองร้อยปีรอตัวเองกลัยมาเกิดใหม่แล้วค่อยทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีตัวตนช้นซักคนนึงยอมรับ

 

 

เมื่อผมได้ยินคำพูดของฮิตซูผมก็ครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ถ้าหากผมคือฮิตซูที่กลับมาเกิดใหม่จริงและนี่คือพลังของเขา การที่ผมจะเอาพลังนี้กลับมาก็อาจจะไม่ได้แย่ อันที่จริงมันดีเลยด้วยซ้ำเพราะเจตนารมย์ของฮิตซูนั้นมันก็เป็นความต้องการของผมและทุกคนในบ้าน

 

ฮาซุย : ...

 

ฮิตซู : ...

 

ฮาซุย : ผมยอมรับครับท่าน

 

ฮิตซู ^_^ งั้นมาเริ่มกันเลย

 

 

 

ฮิตซู

 

 

 

เอเมอรอลคอมมานด์บล็อค

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว