email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

42 - รักคืนรัง (ตอนอวสาน)

ชื่อตอน : 42 - รักคืนรัง (ตอนอวสาน)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2563 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
42 - รักคืนรัง (ตอนอวสาน)
แบบอักษร

"คิก อย่าสิ คีตา อย่าเกเรน่า เกรงใจเพื่อนบ้าน" เสียงใสๆ หัวเราะคิกคักของผณินวารีดังขึ้นตอนที่เธอขึ้นลิฟต์มากับคีตเทพกรรณ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมอยู่เฉย ร่างสูงโปร่งวาดแขนกอดสาวหุ่นเซ็กซี่ไว้จนแน่น ริมฝีปากเขาไล่เล็มไปทั่วซอกคอนวลเนียนของเธอ.. 

มือของเขาเริ่มลูบไล้ไปหาปมผ้าสีชมพูที่พันกายเธอไว้ แต่หญิงสาวคว้ากุญแจบ้านจากกระเป๋ากางเกงของเขาได้ก่อนจึงรีบชิงไขเข้าไป.. 

"อุ๊บ อย่าสิ ใจร้อนจัง" สาวผมฟูดุพลางถอยหลังเข้าไปในบ้านตัวเอง เพราะกำลังโดนหนุ่มนักดนตรีแทะเล็มริมฝีปาก มือของเขาเริ่มปลดผ้าพันกายเธอสำเร็จ แล้วก็ล้วงลูบเข้าไปหานวลเนื้อสาว.. 

"อ๊าา เกเรไปแล้วนะ" เธอตาวาวดุเขาไปอย่างนั้น แต่ก็โอบแขนรอบคอของเขา กัดริมฝีปากปล่อยให้เขาดันนิ้วเข้าไปคลึงเคล้าให้เธอตัวอุ่นขึ้นเรื่อยๆ "อืมมม" เธอคราง ใบหน้าน่าเอ็นดูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นตรงโหนกแก้ม 

คีตเทพกรรณยิ้มให้สาวที่กำลังโดนเขาเร้าเสมือนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเอกแล้วก็ยิ้มมุมปาก เขากระซิบด้วยเสียงออเซาะ "ทำไมดุจัง ? หืม ? ปกติ วารีไม่ว่าเลยไม่ใช่หรือ ?" เขากดนิ้วเข้าไปรัวขึ้น "ห่างจากคีตาไปแล้วไม่รักคีตาแล้วหรือ ?" 

หญิงสาวเริ่มหอบมากขึึ้น หายใจติดขัด เธอตอบทั้งที่กัดฟันกลั้นความเสียว "อื๊อ รักสิ อ๊าา ตะ แต่ ดะ เดี๋ยวคนอื่นเห็น" 

คีตาเลิกคิ้ว "ใครกัน ?" 

ผณินวารีสูดปาก หอบสู้ความเสียวซ่าน กายเธอแอ่นรับมือเขาที่ทรมานปั่นป่วนไม่หยุดนิ่ง "อื๊อ ก็เจ้าตุ๊บป่องไง อื๊ออ.. โน่นไง" เธอบุ้ยใบ้ไปข้างหลังเขา 

แต่คีตเทพกรรณหัวเราะเบาๆ ไม่ยอมหันไปมอง "ช่างมันสิ ให้มันดู จะได้รู้ว่าคีตาจะไม่กลับสวรรค์" เขาเร่งนิ้ว ดวงตาของเขามองหญิงสาวที่บิดครางรับมือของเขาอย่างหลงใหลบูชา "รักนะ อยู่กับคีตานะ" เขากระซิบเสียงหวาน.. 

หญิงสาวแอ่นหน้า เสียวจัดจนทนไม่ไหว "อ๊าาา.. " เสียงของผณินวารีดังแหวกขึ้นมาพร้อมบิดเร้าสุดกายจากความเสียวสะท้านพุ่งจนสุดเธอหอบ ยิ้มให้เขาแล้วก็จูบเขาราวกับจะปล้นสวาทเขา จนทั้งคู่เซล้มลงไปบนโซฟา หญิงสาวตามไปนั่งคร่อม ดวงตาวาวราวงูพร้อมฉกเหยื่อ เธอขบริมฝีปาก "รักวารีแค่ไหนนะ ? ขอดูหน่อย" แล้วมือเรียวก็เริ่มปลดทึ้งเสื้อของเขาจนขาด ริมฝีปากอิ่มเริ่มพรมจูบจากริมฝีปากของเขาลงไปถึงแผงอกแน่น ไล่ไปถึงกลางกายที่ปูดเกร็งจนปวด เธอยิ้มยั่วก่อนปลดซิปแล้วใช้ปากจัดการสิ่งที่ผงาดขึ้นมา 

คีตเทพกรรณเอนหัวไปด้านหลัง ใบหน้าขาวหล่อเหลาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูตรงโหนกแก้มเหมือนกัน เขากัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความสยิว ยิ่งเธอกลั่นแกล้งเนิบนาบ เขายิ่งแทบขาดใจ "อ่าา เร็วหน่อยวารี อ่าาา อย่างนั้น" แล้วเขาก็หมดความอดทน ปลดปิ่นปักผมของเธอโยนทิ้ง สอดมือเรียวเข้าไปในผมยุ่งฟูของเธอ กำกับจังหวะให้ตัวเขาได้ปลดปล่อยกายจนสุด 

ชายหนุ่มยิ้มมองสาวตากลมโตที่ลุกขึ้นทำท่าเลียปาก เขาไม่รอให้เธอตั้งตัว เพราะจะจับนางงูต้องจับตอนที่เผลอ สองมือเขาตรึงไหล่บางให้นอนลงกับโซฟา ปากเขาตามไปประกบชื่นชมสองเต้าเต่งตึงที่อ่อนไหวรอสัมผัสของเขา หญิงสาวครางโหย แต่พอใจเหลือเกินจนเริ่มควานหาแก่นกายของเขาเพื่อรูดดึง ไม่นานทั้งคู่ก็ประกบกายเข้ากัน โหยหา อ่อนหวาน อ้อนวอน เรียกร้อง ดื่มด่ำมอบความสุขให้กันและกัน สองกายประสานเสียงหอบพร่า หลงใหลซาบซ่านจนสุดสายธารระหว่างกัน  

คนธรรพ์จำแลงหอบเหงื่อซึมเสยผมแล้วประกบริมฝีปากไปบนอกสาวอีกรอบ นางนาคีตาโตสะดุ้ง "อื้อ ยังไม่พออีกหรือ ?" ชายหนุ่มเงยหน้ายิ้มบาดใจ "พอได้ไง คิดถึงมาก" มือเรียวเริ่มเกเรปั่นป่วนให้เธอชุ่มอีกครั้ง.. ผณินวารีขบริมฝีปาก หน้าแดงระเรื่อ เสียวสยิวถูกใจ เธอตาเป็นประกายหวานฉ่ำ สองมือเรียวโอบเขาไว้ "คิดถึงมากเหมือนกัน รักนะ" 

"อะแฮ่ม" เสียงกระแอมดังแหวกอากาศมาทำให้ทั้งคู่ที่โน้มเข้าหากันชะงัก.. 

คีตาหันขวับ ! แล้วก็เจอเจ้าเต่าตนุกำลังเอาขาหน้าปิดตา เสียงของมันอู้อี้ลอดออกมา "เกรงใจกันบ้างดิ ข้าตากุ้งยิงหมด"  

ผณินวารีหัวเราะคิก จูบคีตเทพกรรณเร็วๆ แล้วค่อยคว้าผ้ามาพันกาย ก่อนประคองเจ้าเต่าน้อย "เปิดตาได้แล้ว " 

เจ้าเต่าพอเห็นนางนาคี ก็ถอนหายใจ "เจ้าคนธรรพ์มันดูแล้วอุจาดลูกตา ข้ารับไม่ได้จริงๆ "  

คีตเทพกรรณเดินมาโอบกอดผณินวารีจากข้างหลัง มองเจ้าเต่าแล้วเลิกคิ้ว "เจ้าว่าข้าน่าเกลียดที่เปลือยกาย แต่เจ้าไม่ว่าไรนางเลย เจ้าแอบมองนางหรือไง ?" คนธรรพ์แววตาเกเรรีบคีบยกเจ้าเต่าจากมือของหญิงสาว แล้วจับมันห้อยหัวลง "เจ้ากล้าแอบมองผู้หญิงคนรักของข้าเช่นนี้ ข้าไม่ฆ่าเจ้าก็บุญแล้วนะ" เขาแกล้งขู่มัน นึกหมั่นไส้.. 

ผณินวารีมองเต่าที่ดิ้นห้อยหัวแตกตื่น ก็ดุคีตเทพกรรณ "หยุดนะ อย่าไปแกล้งมัน" เธอเอื้อมมือไปรับมันลงมาวางบนฝ่ามือนุ่มนิ่มของเธอเหมือนเดิม "ฉันขอโทษ แต่แอบมองผู้หญิงโป๊มันไม่ดีนะจ้ะ" เจ้าเต่าตนุอ้าปากจะเถียงแต่ก็หุบปาก เพราะเถียงไม่ออก มันสะบัดหน้าหนี พร้อมเสียงเบาๆ ว่า เชอะ.. 

คีตเทพกรรณหัวเราะในลำคอ "ข้าเอาเจ้าไปคืนองค์อินทร์ดีกว่า จะได้กราบลาลงมาอยู่กับผณินวารีเลยทีเดียว" 

เขาหยิบเจ้าเต่ามาถือแล้วหันมองผณินวารีอีกที "รอข้านะ เดี๋ยวข้ามา"  

แล้วก็บอกเจ้าเต่า "ไปเถิด ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะได้กลับบ้าน" 

เจ้าเต่าตาโต มองผณินวารีทีคีตเทพกรรณที "แล้วถ้าข้าไม่อยากไป ?"  

คีตเทพกรรณตาโตบ้าง "เฮ๊ย ไม่ได้ เจ้าเป็นขององค์อินทร์ มีตัวเดียวในสามโลก ข้าต้องเอาเจ้าไปคืน อย่าโยเย รีบไปได้แล้ว" เขาชักจะหมั่นไส้ ไอ้เจ้าเต่านี่สงสัยจะชีกอเสียแล้ว 

ผณินวารียิ้มจริงใจให้มัน "ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะตุ๊บป่อง เจ้าดูแลคีตาก็เหมือนดูแลหัวใจของข้า แต่เจ้าไปเถิด องค์อินทร์ทรงพระกรุณามากที่ให้คีตามาหาข้า ข้าคงไม่อาจรั้งให้เจ้าอยู่กับข้าด้วยเช่นกัน" แล้วผณินวารีก็จุ๊บหัวของเจ้าเต่าตนุไปหนึ่งที ซึ่งก็ทำให้เจ้าเต่าตัวจิ๋วทำท่าเคลิ้มขึ้นมาทันใด... 

คีตเทพกรรณทำหน้าเหม็นเบื่อเจ้าเต่าจิ๋ว เขาจึงรีบคีบมันขึ้นมาใส่มือแล้วสั่ง "ไปได้แล้ว ไอ้เต่าเรื่องมาก !" 

---------------- 

ผณินวารีรอแล้วรอเล่า.. คีตเทพกรรณก็ไม่กลับมา

จนหญิงสาวเริ่มกลุ้มใจ หรือเขาไม่กลับมา ? หรือเขามีปัญหา ? ดวงตากลมโตหม่นหมองด้วยความเหงา จากวันนึงกลายเป็นสองวัน จากวันกลายเป็นสัปดาห์.. จากสัปดาห์เริ่มจะเป็นเดือน

หญิงสาวเริ่มกลุ้มใจหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหวจึงเดินออกจากบ้านไปชายหาดรกร้างที่ไม่ค่อยมีคนป้วนเปี้ยนเท่าไร..

ซ่า ซ่า ซ่า... เสียงคลื่นดังกระทบฝั่ง

ใบหน้าสวยน่าเอ็นดูเหม่อมองไปไกลที่สุดขอบฟ้า.. เขาเป็นคนบนท้องฟ้า เธอเป็นคนของสายน้ำ เธอคิดไปเองหรือเปล่าว่ารักกันได้ ? หญิงสาวนั่งลงยองๆ เอาคางพาดหัวเข่า ผมหยักเป็นลอนโตๆ กระจายเต็มหลัง ขนตายาวเป็นแผงกระทบแก้มนวล..

ซ่า ซ่า.. เสียงคลื่นดังสม่ำเสมอ ผณินวารีปาดน้ำตาที่หยดแก้มนวล แล้วก็ล้มตัวลงนอนกางแขนกางขาบนผืนทรายนุ่ม ดวงตากลมโตแหงนมองฟ้า เธอขึ้นไปตามเขาบนฟ้าไม่ได้ จะได้ไปดูเสียหน่อยว่าเขาโดนลงโทษ หรือโดนใครดึงตัวไว้หรือไร จึงไม่กลับมาหาเธอ ? ใจดวงน้อยที่เริ่มเหงาและเริ่มใจเสียเต้นแผ่ว ฮึก เธอกลั้นเสียงสะอื้น หลับตาแน่น หญิงสาวเศร้าสุดใจเริ่มคิดไปไกล ถ้าเขาหายไปไม่กลับมา สู้เธอตายไปเลยดีกว่าไหม จะทนอยู่โดยไม่มีเขาไปทำไม ? กลั้นใจตายดี หรืออ้อนวอนให้สิตามันมาจิกกิน ? อย่างไหนจะทรมานน้อยกว่ากัน ? ฮือ.. เธอสะอื้นเบาๆ

"เจ้าตนุ เราเก็บผู้หญิงคนนี้กลับบ้านดีไหม ?" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น..

ผณินวารีลืมตาทันที ! แล้วก็ยิ้มกว้าง เอามือปิดปากร้องไห้ด้วยความดีใจ ! เพราะคนที่ก้มมองเธออยู่คือคีตเทพกรรณ ในชุดสีขาวทั้งตัว เขาคุกเข่ามองเธอ ในกระเป๋าเสื้อเขามีเต่าหน้าตาคุ้นตามากตัวหนึ่ง

"คีตา !" ผณินวารีโผเข้ากอดเขาเต็มแรง น้ำตาไหลพราก "หายไปไหนมา !"

ชายหนุ่มยิ้มสวย "ไปอ้อนวอนขอให้องค์อินทร์ปล่อยตัวกลับมา โดนสั่งทำภารกิจนิดๆ หน่อยๆ ด้วย ดีที่เสร็จเร็ว องค์อินทร์เลยพระราชทานโอกาสให้กราบลา อ้อ ทรงให้เจ้าตุ๊บป่องมาด้วยนะ บอกให้เป็นเพื่อนเล่นลูกของเราในอนาคต"

ผณินวารียิ้มทั้งน้ำตา แล้วก็โผเข้าจูบเขาพัลวันราวงูรัด..

แต่คีตเทพกรรณไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เพราะนางงูตัวนี้มัดใจเขาไว้ตั้งแต่แรกพบบนหาดทรายแห่งนี้ก่อนแล้ว เธออยากได้อะไรเขาก็พร้อมจะถวายแทบเท้าให้เธอ...

ขอเพียงเธอกลับบ้านของเขา แทนไปบ้านพ่อแม่เธอใต้บาดาลก็พอ..

เขาพร้อมจะอยู่คู่กับเธอไปด้วยความรัก ให้เธอมีอิสระเสรีที่จะเป็นตัวเอง เพื่อเขาจะได้เป็นตัวเองได้เช่นกัน ประหนึ่งสายน้ำและเสียงดนตรีที่เข้ากันได้ดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนสวรรค์หรือบนโลกนี้

อวสาน

----------------

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ :)

ความคิดเห็น