facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เล่นกับไฟ 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เล่นกับไฟ 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 02:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เล่นกับไฟ 50%
แบบอักษร

2  

เล่นกับไฟ  

 

ต้นน้ำดูแลกรณ์ตามหน้าที่ที่โฮสพึงกระทำทุกประการโดยไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งถึงช่วงตีสองกว่าๆ กรณ์ถึงได้ขอตัวกลับเพราะพรุ่งนี้ยังต้องทำงาน 

"วันนี้สนุกมากจริงๆ เผลอแปบเดียวผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว อยากอยู่นานกว่านี้อีกหน่อยแต่ก็กลัวพรุ่งนี้จะประชุมงานไม่ไหว" 

ต้นน้ำยิ้มรับ 

"กลับเถอะครับ วันอื่นยังมี เดี๋ยวผมลงไปส่งคุณกรณ์ที่รถ" 

หลังจากเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว มาม่าก็เดินออกมาลากรณ์ด้วยตัวเองอีกครั้ง ไม่ต้องบอกเลยว่าหากค่าใช้จ่ายของกรณ์ในวันนี้แพร่งพรายออกไปใครจะดิ้นพล่านเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาบ้าง 

ต้นน้ำเดินผ่านก้านธูปที่กำลังรับแขกอยู่พอดี คนนี้ต้นน้ำเคยเห็นหน้า แม้กระเป๋าไม่หนักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ต้นน้ำขยิบตาให้รุ่นน้องทีหนึ่งก่อนเดินผ่านไป 

ส่งกรณ์ถึงหน้าประตูรถ มือเล็กกำลังจะดันประตูปิดให้ แต่คนด้านในฝืนแรงไว้ก่อน ตาหงส์ช้อนมองเป็นเชิงถาม 

"ผมขอเบอร์ติดต่อต้นน้ำได้ไหม" 

โฮสหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ เขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้ เพราะเสร็จงานแล้วก็ถือว่าจบกัน อีกอย่างแค่นี้คนที่ไต้หวันน่าจะโกรธพอแล้ว 

"ถ้าคุณกรณ์มีธุระอะไร สามารถติดต่อผ่านมาม่าได้เลยครับ" 

คนฟังยิ้มรับจืดเจื่อน เข้าใจความหมายที่แฝงมาในคำตอบเลี่ยง ยอมพยักหน้าเข้าใจ 

เขาอาจรุกเร็วมากไปหน่อย 

"โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันครั้งหน้านะ" 

"ขับรถดีๆ นะครับคุณกรณ์ ขอให้พรุ่งนี้การทำงานผ่านไปได้ด้วยดีครับ" 

"ขอบคุณครับผม" 

คำพูดอ่อนหวาน น้ำเสียงออดอ้อนเป็นมนต์เสน่ห์ของโฮสที่ทำให้ตกหลุมพรางได้ง่ายๆ หากไม่ระวังตัว มาม่าสอนให้ทำงานโดยใช้สมองเพียงอย่างเดียวเท่านั้นอย่าใช้หัวใจ ต้นน้ำเก่งในเรื่องนี้ ....แต่กลับแพ้คนแค่คนเดียว 

ร่างเล็กเดินเอื่อยเฉื่อยกลับเข้ามาในเดอะคลับ ตรงลึกไปยังด้านหลังในส่วนห้องพักของมาม่า มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่สามารถเหยียบเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ขออนุญาตได้ 

"อ้าว ทำไมยังไม่กลับอีก" มาม่าที่กำลังนั่งกดเครื่องคิดเลขยิกๆ หันมาเห็นต้นน้ำเข้าพอดี จีบปากจีบคอถาม 

"แวะมาหาคนหาร" 

"หารอะไรยะ ค่าตัววันนี้มากมายมหาศาล จะมาเอาอะไรกับฉันอีก" 

ต้นน้ำหย่อนก้นนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานของเธอ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกยิ้มมุมปากโชว์เขี้ยวเล็ก 

"ป๋ากลับมาเมื่อไหร่จะได้มีคนช่วยรับความผิด" 

"ว๊ายยยยยยยยย" เสียงร้องดังลั่นห้องอย่างเสียจริตของมาม่าทำเอาต้นน้ำอุดหูแทบไม่ทัน แต่ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มทะเล้น 

ก็ใบหน้านี้แหละที่ทำเงินให้เธอมานักต่อนัก ดูอย่างคืนนี้สิ 

"ไม่เอาหรอก! ป๋าใครคนนั้นก็รับผิดชอบเอง! " 

"ไม่รู้แหละ มาม่ารับงานให้ผม ผมอ้างได้" 

หญิงสาวเพิ่งมาสำนึกเสียใจที่ยอมช่วยคุณกรณ์ของเธอ 

ก็รายนั้นน่าสงสาร โทรมาเสียงอ่อนเสียงหวานขอร้องให้เธอช่วยจองตัวต้นน้ำให้ วันปกติไหนเลยคุณภูผาจะยอมปล่อยเจ้าตัวเล็กนี่ วันนี้เธอก็เลยกริ๊งกร๊างไปบอกคุณกรณ์ว่าคุณภูผาไม่อยู่ แล้วดูสิว่าพ่อคนดีของเธอยอมทุ่มแค่ไหน 

"แล้วทำไมยอมช่วยเขา ปกติเห็นกลัวป๋าจะตาย" 

"เขาเรียกว่าเกรงใจย่ะ! เกรงใจ" 

"นั่นแหละ ทำไม" 

"ก็คุณกรณ์น่ารัก ฉันรักคุณกรณ์" 

ต้นน้ำมองท่าทางเพ้อฝันด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ ที่ผ่านมานับไม่ถ้วนแล้วว่ามาม่าบอกรักผู้ชายไปกี่คน 

"เมื่อก่อนก็บอกว่ารักคุณภูผา" 

"โอ๊ย รายนั้นเย็นชาน่ากลัว ว่าแต่ตัวเองเถอะ ปฏิเสธได้นี่ ยอมรับงานทำไม" เธอเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ต้นน้ำยอมตอบรับตั้งแต่คำแรก ทั้งที่เตรียมบทพูดหว่านล้อมไว้ตั้งมากมายแต่ไม่ได้ใช้สักคำ 

"เผื่อคนที่ไต้หวันจะได้รีบกลับ" 

"ระวังเถอะ ถ้าเขาโกรธจนไม่กลับมาแล้วจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า" 

แม้หน้าจะยังคงไว้ด้วยรอยยิ้มสดใส แต่ข้างในกลับต่างกัน ไม่ใช่ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีนั้นเขามีอยู่ฝ่ายเดียว 

"ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่เดือดร้อน เดอะคลับก็คงไม่ต่างกัน" 

คำขู่นี้ได้ผลชะงัดนัก เพราะเล็บยาวสวยเพ้นท์ลวดลายอลังการจิกเข้ากับเส้นผมตัวเองทั้งสิบนิ้ว 

"นี่ฉันทำอะไรลงไป!! " 

ต้นน้ำยิ้มขำสบายใจที่ได้มาหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ อย่างน้อยเขาก็อ้างได้ล่ะว่ามาม่ารับงานแทน โทษที่ได้รับอาจลดลงกึ่งหนึ่ง ทีนี้ก็กลับบ้านนอนได้อย่างสบายใจ 

รถญี่ปุ่นแบรนด์ตลาดที่เห็นได้ทั่วไปคันนี้ต้นน้ำซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตั้งแต่ช่วงทำงานแรกๆ แม้ภูผาจะเสนอซื้อคันใหม่ให้แต่ต้นน้ำก็รักมันจนตัดใจขายทิ้งไม่ลง 

"ไป ขันเงินลูกพ่อ กลับบ้าน" เจ้าขันเงินแม้จะรับคำไม่ได้ แต่ก็กะพริบไฟวิบวับต้อนรับการทักทายของพ่อมัน 

ถนนช่วงใกล้เช้าโล่งขับสบาย ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีต้นน้ำก็กลับถึงห้องพัก ชำระล้างคราบเหงื่อไคลก่อนนอนยาวไปจนถึงบ่ายโมง 

 

ระเบียงใหญ่ฝั่งทิศใต้ต้นน้ำจัดเป็นสวนขนาดย่อม มีทั้งไม้กระถางขนาดใหญ่และขนาดเล็กปะปนกัน หากมีเวลาก็จะออกมารดน้ำทุกเช้า แต่ส่วนใหญ่แล้วต้นน้ำตื่นสายจึงเลือกวิธีลดเวลาที่สะดวก อย่างวันนี้บ่ายคล้อย ร่างเล็กคว้าฟ็อกกี้และฝักบัวรดน้ำเดินออกไป 

ในขณะที่มือหนึ่งฉีกฟ็อกกี้ อีกมือก็กดส่งข้อความถึงคนที่ไต้หวันด้วยแอปพลิเคชันสีเขียว สติ๊กเกอร์กระต่ายส่งจูบขึ้นว่าถูกอ่านแล้ว แต่ไม่มีข้อความตอบกลับมา คนส่งขมวดคิ้วมุ่น 

หรือว่ายุ่งอยู่? 

นิ้วเรียวเล็กกดส่งข้อความไปอีกหนึ่งประโยค ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงและตั้งใจรดน้ำต้นไม้ 

'คิดถึงป๋าที่สุด ตั้งใจทั้งงานนะครับ' 

เวลาที่เหลือต้นน้ำใช้ไปทำธุระที่ธนาคาร กลับมารับประทานอาหารเหงาๆ คนเดียวก็หมดไปอีกหนึ่งวันแล้ว นึกดีใจที่พรุ่งนี้ภูผาจะกลับมาเสียที แต่ป๋าของเขาอาจจะเหนื่อยจากการเดินทางต้องการเวลาพักผ่อน ต้นน้ำอาจต้องรออีกหนึ่งวัน 

คิดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นอนกอดเจ้า 'ความรัก' ตุ๊กตากระต่ายในอ้อมแขนแน่น เจ้าตัวน่ารักนี้ภูผาเป็นคนซื้อไว้ให้กอดแทนตัวเวลาที่ป๋าของเขาไม่อยู่ 

'เหมือนเธอ' 

'เหมือนผมแล้วป๋าซื้อมาทำไม ต้องซื้อตัวที่เหมือนป๋าสิ' 

'ถ้าเหมือนฉันมันคงน่ากลัว' 

เสียงหัวเราะในวันนั้นต้นน้ำยังจดจำได้ดี 

ใครบอกว่าน่ากลัว ต้องเป็นตุ๊กตาที่หล่อที่สุดในโลกต่างหาก 

คนกอดเจ้าความรักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว 

เฮ้ออออ 

ไม่ดีเลยนะต้นน้ำ ฝากหัวใจของตัวเองวางไว้ในมือคนอื่นทั้งหมดแบบนี้ 

....ไม่ดีเลย 

 

เพราะเมื่อคืนมีเวลานอนหลับเต็มอิ่ม ยามแสงแดดอ่อนส่องรอดม่านเข้ามาเปลือกตาบางกะพริบไหว ปรือปรอยงัวเงียลืมขึ้น ใจคิดถึงคนที่ไต้หวันก่อนเป็นอันดับแรก ไม่รู้ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ นึกไปใบหน้าก็ถูไถไปมากับเจ้าความรัก 

พลันหางตาเหลือบเห็นอะไรบางอย่างอยู่ปลายเตียง คนขวัญอ่อนผวาลุกขึ้นนั่งกระถดตัวหนี ก่อนเพ่งมองดีๆ จะเห็นว่าเป็นคนที่แสนคิดถึงนั่งจิบไวน์อยู่บนโซฟาเดี่ยวปลายเตียงเขานี่เอง 

เสื้อสูทถอดออกพาดไว้บนพนัก เนกไทถูกคลายจนหลวมโพรก เชิ้ตตัวในปลดกระดุมเม็ดบน หมดมาดท่านประธานจอมเฮี้ยบไปสิ้น ในมือถือแก้วไวน์ 

เวลานี้ความแปลกใจวิ่งนำไปก่อนความคิดถึง ยังนึกอยู่เลยว่าอาจจะยังสับสนระหว่างความฝันกับความเป็นจริง 

"ป๋า...." 

ลองเรียกหยั่งเชิงดูก่อนเผื่อยังเมาขี้ตาไม่หาย 

ก็ไหนว่าจะกลับตอนเย็นวันนี้ไง 

ต้นน้ำยกมือขึ้นขยี้ตา หยิกแก้มตัวเองหนึ่งครั้งจนร้องซีด ภาพตรงหน้าก็ยังไม่หายไป 

....เขาอยู่ตรงนั้นจริงๆ 

ใบหน้าน่ารักพลันเผยรอยยิ้มกว้าง คลานลงไปหาคนที่แสนคิดถึงทั้งชุดนอน 

"ทำไมกลับมาเร็วล่ะครับ แล้วมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่" 

"ประมาณตีสอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบ ขณะมือหมุนวนแก้วไวน์ช้าๆ 

"ถ้าอย่างนั้นก็นั่งอยู่ตรงนี้นานแล้วสิ ทำไมไม่ปลุกผม" 

"มองหน้าเธอตอนหลับก็เพลินดี" 

คนได้ยินยิ้มร่า เดินไปนั่งอิงแอบอยู่บนพนักโซฟา คว้าแก้วไวน์ที่อีกคนถือมาวางไว้ 

"เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ อย่าดื่มอีกเลยครับ ป๋าอาบน้ำไหมเดี๋ยวผมเตรียมน้ำอุ่นให้" 

ดวงตาคมดุเรียบนิ่งจ้องหน้าต้นน้ำอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร ทำเอาคนตัวเล็กเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่าในท้ายที่สุดคนอายุมากกว่าถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

"เธอไปอาบก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามเข้าไป" 

ต้นน้ำพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนไปไม่ลืมแนบริมฝีปากทาบแก้มสากหนึ่งที 

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ" ถ้อยประโยคในน้ำเสียงนุ่มนิ่ม เรียกรอยยิ้มมุมปากจากคุณป๋า แค่นั้นต้นน้ำก็ชื่นใจ ผละจากไปด้วยรอยยิ้มน่ารัก 

ร่างเล็กจัดการเปิดน้ำปรับอุณหภูมิใส่อ่างไว้ก่อน ค่อยไปชำระล้างร่างกายในห้องกระจกใส ขัดสีฉวีวรรณทั่วร่างกายเป็นพิเศษ ปากพึมพำเพลงอารมณ์ดี 

คิดเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่านะ การที่ป๋ากลับมาก่อนกำหนดเพราะเหตุผลที่ตนรับงานคุณกรณ์ 

ข่าวของเขาส่งไปจึงไต้หวันจริงๆ ใช่ไหม? 

แม้รู้ว่าการหวงนี้ไม่ต่างอะไรจากหวงของเล่น ต้นน้ำก็ดีใจ แค่ป๋าปฏิบัติกับเขาพิเศษมากกว่าคนอื่น 

หลังจากชำระล้างร่างกายจนสะอาดดีแล้วจึงเอื้อมไปคว้าเสื้อคลุมมาคลุมร่างเปลือยเปล่าไว้ก่อน เช็กน้ำในอ่างว่าได้ระดับดีแล้วจึงเหยาะน้ำมันอะโรมากลิ่นดอกไม้อ่อนๆ กวนน้ำให้กลิ่นกระจายไปทั่ว 

หมับ!  

ท่อนแขนแข็งแรงข้างหนึ่งสอดเข้ามารวบรัดเอวบางแนบเข้าหาลำตัว 

ต้นน้ำแย้มรอยยิ้มกว้าง อยากพลิกตัวกลับไปหาแต่เจ้าของอ้อมกอดไม่ยอม ยิ่งโอบยิ่งรัดแน่นขึ้นจนต้นน้ำขยับไม่ได้ 

"อาบน้ำก่อนนะครับ จะได้ลงแช่น้ำอุ่นๆ หรือว่าจะแช่เลยให้ผมถูหลังให้" 

"ไว้ทีหลัง" 

"หืม? เดี๋ยวน้ำก็ไม่อุ่นแล้วสิ" 

ใบหูจั๊กจี้เพราะลมร้อนจากปากคนด้านหลังอยู่ไม่ไกล ยิ่งพูดยิ่งพาลให้ขนกายลุกชันไปหมด แต่ภูผากลับไม่ทำอะไรนอกจากโอบคนตัวเล็กไว้แนบอกและชวนคุย 

"ตอนที่ฉันไม่อยู่ ได้ข่าวว่ากระต่ายน้อยของฉันเล่นซนจนวิ่งไปหาคนอื่น วันนี้เลยแวะมาดูว่าเลยเถิดไปถึงไหน" 

กลีบปากบางเม้มแน่นด้วยใจเต้นตึกตัก แม้ภูผาจะทำตัวเหมือนทุกทีแต่ต้นน้ำก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา แทนที่จะนึกเสียใจ คนทำความผิดกลับกดรอยยิ้มลึก 

"กระต่ายน้อยที่ไหนครับ ป๋าเลี้ยงกระต่ายด้วยหรือ" 

"อืม พักหลังมานี้เริ่มซนมากๆ จนฉันชักอยากทำโทษบ้างแล้ว" 

คนได้ยินไม่ตอบคำ แต่ตาหงส์พราวระยับด้วยความเฝ้ารอ อยากรู้ว่าป๋าจะลงโทษเขาด้วยวิธีไหน กลับต้องแปลกใจเมื่อภูผายกโทรศัพท์ในมือชูขึ้นในระดับสายตา ให้ต้นน้ำดูภาพที่ปรากฏอยู่บนนั้น 

ครานี้ใจดวงน้อยหล่นวูบ 

เป็นรูปของต้นน้ำที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องน้ำกับกรณ์ในคืนนั้น 

ใครถ่ายส่งไปให้ภูผา?! 

มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์จากมือคุณป๋าขึ้นมาถือไว้เอง 

แรงขบกัดติ่งหูไม่เบาไม่แรงทำเอาต้นน้ำสะดุ้งเฮือก ในใจพลันตีโพยตีพายไปก่อนแล้วว่าป๋าจะคิดอย่างไร พยายามดิ้นขลุกขลักหันกลับไปเผชิญหน้า คราวนี้ภูผายอมปล่อยอ้อมแขนแต่โดยดี 

"มันไม่มีอะไรนะครับ ผมเดินไปส่งคุณกรณ์ที่ห้องน้ำเฉยๆ เขาเป็นแขกที่ผมต้องดูแล เหมือนแขกคนอื่นๆ " ต้นน้ำพยายามเน้นประโยคสุดท้ายให้ชัดเจน เพราะแขกคนพิเศษสำหรับเขามีเพียงภูผาคนเดียวเท่านั้น 

รูปไม่ได้มีเพียงแค่รูปนี้ ยังมีภาพอื่นๆ ในอิริยาบถต่างๆ อีกหลายภาพ แต่ละภาพเลือกมุมที่มองได้สองแง่สองง่ามทั้งนั้น ต้นน้ำแค่อยากยั่วให้ป๋าโกรธเล่นๆ ไม่ใช่โกรธจริงๆ 

"ถ้าไม่เชื่อป๋าโทรถามมาม่าก็ได้ว่ามันไม่มีอะไร" คนนึกสนุกเริ่มร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว 

ภูผายังคงยืนหน้านิ่งจ้องคนตัวเล็ก ดวงตาไม่บ่งบอกความรู้สึกใดจนต้นน้ำนึกกลัว 

ขอร้อง....ขอให้ป๋าเชื่อใจ 

"ฉันอยู่ตรงนี้แล้วทำไมต้องถามคนอื่น" กล่าวพลางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด ทุกการเคลื่อนไหวล่อลวงดวงตาหงส์ให้หลงงมงายไปกับไฟดวงนี้จนไปไหนไม่รอด 

"ป๋า...." 

"....ฉันจะถามจากร่างกายของเธอ" 

 

 

 

50% 

>>>> 

หวงก็บอกให้น้องชื่นใจหน่อยน่า 

ทำมาบอกจะถามนู่นถามนี่ 

เอ...ถามจากร่างกายที่มันถามยังไงคะ? >< 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว