ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2563 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 4
แบบอักษร

แพรวดารายันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา อ้าปากค้างเมื่อเห็นไอ้ผีดิบร่างใหญ่หนาเหมือนสันเขื่อนล้มตึงลงต่อหน้า หลุบตามองเท้าอันบอบบางของตัวเองที่เล็กกว่าหน้าของมันเสียอีกอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพียงแต่ถูกเธอถีบหน้ามันถึงกับสลบเหมือดไปเลยหรือ

 

"เป็นไปได้ยังไง"

 

เธอทำมันตายรึเปล่า

 

ไม่...เป็นผีดิบแล้วจะตายได้ยังไงกันเล่า มันใช่เวลามานั่งสงกาไหม คิดได้จึงรีบไถลลงจากโซฟาอย่างเร็วไว

 

ตรงดิ่งไปยังห้องเล็กติดกับครัวคุ้ยหาเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นขึ้นมาสวมใส่ที่เก็บเข้ามาจากราวตากเมื่อวานขึ้นมาสวมใส่อย่างรีบร้อน

 

แม้อยู่ในอาการขวัญหนีดีฝ่อ ทว่าเธอก็รวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว

 

ต้องโทรหา 191

 

วิ่งขึ้นบนบ้านควานหาโทรศัพท์กลับไม่พบ มันคงหายไปหมดพร้อมกระเป๋าถือและถุงแกงที่เธอหิ้วมา ร่างเล็กวิ่งตึงตังลงบันได เปิดประตูออกไปจากบ้าน ไม่สนใจว่าฝนฟ้าที่กระหน่ำลงมาจะทำให้ตัวเธอเปียกปอนอย่างไร กำลังจะวิ่งออกไปที่รั้วบ้าน ก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นบรรดาเหี้ยฝูงใหญ่ยืนชูคอรออยู่นอกรั้ง

 

พวกมันเกาะประตูรั้ว แลบลิ้น โชว์เขี้ยวเหลือง ทำนัยน์ตาวาว แต่กลับไม่ยอมตะกุยรั้งข้ามเขตแดนมา

 

"บ้าเอ๊ย...ตามมาถึงนี่เลยเหรอ"

 

นี่มันหนีผีปะเหี้ยชัดๆ พราวเดือนจำต้องคิดหาหนทางใหม่

 

หญิงสาวถึงกับต้องถอยร่นกลับมาในบ้าน โล่งอกไปที ไอ้ผีดิบยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

 

ในหนังฝรั่งที่เธอเคยดูเขาว่าไว้ อยากทำลายผีดิบให้สิ้นซาก นอกจากแสงอาทิตย์อันเจิดจ้า ก็ต้องใช้ไม้ปลายแหลมหรือมีดตอกขั้วหัวใจ มีด...ใช่เธอต้องไปหามีด พราวดาราวิ่งกลับเข้าไปในครัว

 

"ให้ตายเถอะ" มีดหายไปไหนหมดนะ

 

ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านป้าเธอก็ไม่เคยใช้ครัวเลย แพรวดารายังไม่มีเวลากระทั่งต้มมาม่า เพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่ย้ายเข้ามาเธฮยังไม่เคยจับมีดเลยสักครั้ง เวรกรรม...หรือว่าบ้านป้าอนงค์จะไม่มีมีด

 

อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มีเพียง สิงห์ ญาติผู้พี่ของเธออยู่ที่นี่ ลูกป้าอนงค์เป็นพวกรักการผจญภัย ชอบเดินทางไกลไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยงอันตรายทั่วทุกหย่อมหญ้า จึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่อาศัยในบ้านสองชั้นหลังนี้

 

'แพรวก็มาอยู่เสียเลยสิ' คนเป็นป้าออกปากเชิญชวนเธอเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะลูกชายจะเข้าป่าอะเมซอน

 

ให้หลานสาวมาอยู่ดีกว่าปิดบ้านทิ้งไว้ให้ปลวกกิน แพรวดาราตกลงใจในทันที ใครจะละทิ้งโอกาสที่ดีอย่างนี้ได้ บ้านสองชั้นกลางเก่ากลางใหม่ของป้าอนงค์แสนจะสะดวกสบายใกล้ที่ทำงานและอุดมด้วยผู้คนอยู่อาศัย

 

แต่ไม่รู้วันนี้เกิดวิปริตนผิดจริตประการใด

 

เธอจึงทั้งถูกเหี้ยและผีดิบไล่ล่า ร้องหาให้คนช่วยก็ไม่มี เพื่อนบ้านที่มักเสนอหน้าสอดรู้สอดเห็นกลับไม่โผล่หัวออกมาสักคนเดียว คิดแล้วหญิงสาวก็เข่นเคี้ยวเขี้ยวฟัน

 

"เอาอันนี้ก็ได้วะ"

 

หามีดไม่ได้ สุดท้ายจึงคว้าไม้เสียบตับย่างออกมาจากถังขยะ แม้จะเล็กไปเสียหน่อย อย่างน้อยก็เป็นไม้ และปลายก็แหลมคมตามตำรา หญิงสาวย่างสามขุมตรงกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น ร่างใหญ่หนาที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น

 

สูดหายใจลึกเข้า...

 

แล้วกล่าวสัพเพสัตตาอยู่ในใจ ถึงจะเป็นผีดิบร้ายกาจขนาดไหน คนที่ไม่นิยมฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเช่นเธอ ก็ทำใจลำบากที่จะพรากชีวิตมัน ไม่สิ...มันตายไปแล้วนี่นา ทิ่มมันสักสองสามทีก็ถือว่าไม่บาป เป็นการช่วยประเทศชาติกำราบผีร้ายเสียด้วยซ้ำ

 

บอกตัวเองเสร็จสรรพ ร่างอวบอิ่มก็ขยับเข้ามายืนคร่อมตัวมันไว้ เงื้อง่าไม้เสียบตับย่างสูงขึ้นเตรียมจะจิ้มลงไปที่อกเปลือยของมัน สองตาของร่างบนพื้นพลันเปิดขึ้นมา แพรวดาราชะงักเสียจังหวะถลาล้มลงไปทับร่างใหญ่หนา

 

"อุ๊ย" ดีที่ว่าอาวุธไม่หลุดมือไป

 

ไม่รอช้าหญิงสาวเงื้อมืออีกครั้งอย่างใจ ยังไม่ทันที่ปลายแหลมของไม้จะปักลงที่หัวใจ มือหยาบกร้านคว้าจับข้อมือเธอไว้

 

คนข้างบนข้างล่างประสานสายตากันแน่วนิ่ง แพรวดาราจ้องมองเข้าไปในดวงตาลึกล้ำที่ช้อนมองมา ดวงตาคู่นั้นของไอ้ผีดิบไม่ได้เป็นสีแดงแก่ก่ำเหมือนกับเลือดอีกแล้ว หากแต่เป็นสีอำพันวาวใส แพขนตางอนยาวที่รอบกรอบดวงตาคมลึกคู่นั้นเอาไว้ ขับให้ดวงตาวามวาวพราวระยับ หวานฉ่ำราวกับชโลมไล้ด้วยน้ำผึ้งเดือนห้า

 

นัยน์ตาคมหวานซึ่งเขย่าอุรา ชวนให้คนมอปั่นป่วนหัวใจ

 

"ไอ้ผีดิบ..." หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างเผลอไผล ไอ้ผีดิบทำไมตาสวยอย่างนี้หนอ

 

"ไม่ใช่" เสียงแหบห้าวตอบคำในลำคอ

 

"แล้ว...แล้วเป็นตัวเหี้ยอะไร"

 

"ไม่ใช่เหี้ย" หัวคิ้วเข้มย่นเข้าหากัน ราวกับมันกำลังทำหน้างอ

 

"แล้วเป็น...เป็นตัวอะไร"

 

"เป็นคน"

 

คนที่ไหนเป็นแบบนี่

 

 หากแต่แววตาของมันในยามนี้กระจ่างใส หาใช่คลุ้มคลั่งเหมือนผีดิบบ้า แทบจะเหมือนถอดแบบจากมนุษย์ปกติมาทำให้หญิงสาวยิ่งว้าวุ่นใจ ฝ่ามืออีกข้างที่วางทาบกับแผงอกหนั่นแน่นสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเนื้อหนัง  แล้วตาแดงๆ กับเขี้ยวขาวที่เคยงอกยาวออกมาเล่า ยังจะที่เลียเลือดเธอแผล่บๆ อีกเป็นไฉน

 

มันคือผี ไม่ใช่ผีก็ปีศาจไง

 

คิดได้ดังนั้นแพรวดาราจึงกดปลายแหลมของไม้เสียบตับย่างลงกับอกซ้ายของฝ่ายนั้น มันจับข้อมือเธอแน่นเข้า

 

"จะฆ่าผัวเชียวรึ"

 

"แกเป็นผัวฉันที่ไหนกันเล่า" หญิงสาวร้องแหวออกไป แต่ผีร้ายก็หาได้สะทกสะเทือน

 

"ฉันไปเป็นเมียแกตั้งแต่เมื่อไรกัน"

 

อ๋อ...ก็ตั้งแต่ตอนที่เขา 'หลุด' ออกมาจากกรงขังอย่างไร เดี๋ยวเขาค่อยแถลงไขให้เมียฟัง

 

ในตอนนี้อัศว์จับข้อมือเล็กบางของแม่คนตีนหนักเอาไว้ก่อน ไม่ออกแรงมากไปกลัวว่ากระดูกจะหลุดติดมือมา 

 

แต่ในนัยน์ตาเมียเขาเจิดจ้าวาววับ

 

ที่แท้แล้วถึงร่างกายแม่เมียคนเมืองจะอ่อนแอ ที่แท้ก็ยังมีความดุร้ายป่าเถื่อนในกมลสันดาน นัยน์ตากลมโตที่ถลึงมองตอบเขานั่นไม่เหมือนนางหมูป่าตัวเมียยามโกรธจัดหรอกหรือ

 

หือ...ห้าวหาญเสียไม่มีเลยเมียกู

 

จู่ๆ ก็เกิดความภาคภูมิใจ

 

"ตายซะเถอะไอ้ผีดิบบ้า" เมียเขาร้องออกมาด้วยความโกรธ จิ้มปลายแหลมของไม้ยาวลงมาหา

 

ชิชะ...เศษซีกเพียงเท่านี้เขาหรือจะยั่น ก็เพียงจะทำให้หนังหนาๆ ของเขารู้สึกคันๆ ไม่ทันไรอัศว์จำต้องเปลี่ยนคิดเสียใหม่ เพราะดันรู้สึกเจ็บแปลบที่อกซ้าย

 

หลุบตามองดูแล้วร้องตายห่าในใจ ไม้ปลายแหลมไฉนจึงเรียกเลือดเขาออกมา หรือว่าไม้แหลมนี่จะลงมนตร์คาถา ไม้แหลมธรรมดามีหรือที่จะชำแรกผ่านเนื้อหนังหนาบหนาของพวกเขาได้

 

"อา..." ร่างใหญ่หนาคำรามในลำคอ กระชากไม้แหลมออกจากมือของหญิงสาว 

 

"อ๊า" แพรวดาราถลันไปข้างหน้า

 

โถมลงกับอกแน่นหนั่นด้วยกล้ามเนื้อไม่ทันตั้งตัว จะยันตัวลุกขึ้นนั่งท่อนแขนหนาหนักของคนใต้ร่างก็โอบรัดรอบเอวเอาไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะแหกปากร้องโวยวายออกมา อัศว์ก็กดท้ายทอยเธอลงมา ปิดปากเมียด้วยปากตน

 

"อื๊อๆ"

 

หญิงสาวดิ้นรนขลุกขลัก ขณะเดียวกันก็นึกฉงน ปากไอ้ผีร้ายไม่ได้เย็นชืดดูชอบกล หากแต่อุ่นร้อนเหมือนถูกลนด้วยเปลวไฟ ลิ้นของมันแทรกสอดเข้ามาในโพรงปาก แพรวดารารู้สึกรสชาติหวานๆ ของเลือดที่ผสมผสานด้วยรสขาติสดสะอาดของสมุนไพรเผ็ดร้อน ขนอ่อนๆ บนหลังคอเธอลุกชันขึ้นทันที

 

"อ๊ะ"

 

แพรวดาราสยิวกาย กึ่งกลางกายเสียดสีเข้ากับสิ่งต้องสงสัย มันทั้งร้อนทั้งแข็ง ยาวและใหญ่ เบียดดุนถูไถเข้ากับ น้องหนู เธอ เพียรยกสะโพกหนี อุ้งมือแข็งปานเหล็กกล้ายิ่งขย้ำขยี้บดบี้บั้นท้ายเธอลงมา 

 

ความซ่านเสียวแล่นพล่านลงที่ท้องน้อย เรื่อยลงไปถึงกึ่งกลางกายทั้งที่ความแข็งขึงและอ่อนนุ่มถูไถกันไปมา ร่างใหญ่หนาคำรามเสียงต่ำพร้า พลิกตัวกลับขึ้นไปคร่อมทับตัวเธอออกเอาไว้ ริมฝีปากฉ่ำชุ่มของมันผละออกเพียงให้พอได้หายใจ ก่อนที่จะบดเคล้าลงมาอีกครา

 

เธอหาใช่เพิ่งเคยถูกจูบเป็นครั้งแรก หากแต่จูบนี้ของไอ้ผีร้ายประหลาดนัก มันหนักหน่วง ดิบเถื่อน ทำเอาหูตาพร่าพราย คิดอ่านอะไรไม่ออก

 

กระทั่งไอ้ผีมันสบถงึมงำในลำคอ ผละออกห่างอีกหน มือเอื้อมลงไปปลดปมผ้าเตี่ยวที่พันสะโพกสอบเพรียวเอาไว้ ในพริบตาเตี่ยวผืนน้อยก็คลายออกทันใด

 

"จะ...จะแก้ผ้าทำไม" แพรวดาราพลันได้สติโพล่งออกไป เมื่อเห็นท่อนลำยาวใหญ่งอกออกมาให้เห็น เนื้อทั้งท่อนประปรายเส้นเอ็น ใหญ่โตราวกับสากตีพริกก็ไม่ปาน!

 

To be continued...

 

เท่าสากเลยนะ หนูแพรวไหวมั้ยลูกกก >///< 

ลงเรื่องนี้สลับกับเรื่อง #หัวใจคนพาล นะจ๊ะ ใครสนใจจิ้มลิงก์ในโปร์ไฟล์ได้จ้า 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว