ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 14 : เริ่มต้นการสร้างรายได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : เริ่มต้นการสร้างรายได้

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 14, เริ่มต้นการสร้างรายได้

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : เริ่มต้นการสร้างรายได้
แบบอักษร

 ตอนที่ 14  เริ่มต้นการสร้างรายได้ 

เช้าวันต่อมา 

ฉันให้พี่หลงรีบไปตลาดบอกแม่นางน้อยว่าเราจะรับผักกาดดองหกสิบชั่ง แล้วพี่ซื้อกระเพาะหมูหนึ่งลูกกับไส่อ่อนสี่ชั่ง แต่พี่หลงกลับมาบอกว่า นางไม่มาขายของร่วมวันนี้ก็สามวันมันแล้ว แต่พี่หลงถามที้อยู่และชื่อแม่นางน้อยมาแล้วจึงรีบกลับมาบอกและถามว่าจะให้ไปที่บ้านนางหรือไม่ ฉันเลยบอกว่าไป ฉันจะไปด้วย แล้วถาม 

"เดี๋ยวข้าจะออกไปข้างนอก หรู้เอ๋อ์กับหลินเอ๋อร์จำที่ให้ล้างไส้กับกระเพาะ และวิธีต้มได้ใช่หรือไม่"ทั้งสองพยักหน้า หรู้เอ๋อร์บอก 

" จำได้เจ้าคะ ล้างให้สะอาดด้วยเกลือกลับด้านในล้างด้วยจนหมดเมือก แล้วสุดท้ายขยัมด้วยแป้งทิ้งไว้แล้วล้างเอามาให้สะอาดจึงต้มได้เจ้าค่ะ" นางตอมแบบภภาคภูมิใจที่จำได้แม่นยำ ฉันยิ้ม 

"ดี! ถูกต้องตามนั้น แต่ไส้อ่อนล้างและต้มแค่สองชั่งพอที่เหลือให้ล้างคลุกเคล้าเกลือไว้ หลินเอ๋อร์แปลงผักได้ทำตามที่ข้าบอกหรือไม่ อย่าลืมรดน้ำ แล้วถัวงอกเป็นเช่นไร" ถัวซื้อมาเมื่อวานพร้อมเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ วันนี้หน้าจะเริ่มงอกพรุ่งนี้เย็นก็กินได้แล้ว 

"งอกแล้วเจ้าค่ะ เมื่อเช้าข้ากับซิงเอ๋อร์ไปรดน้ำแล้วเปิดดูเล็กน้อยแล้วปิดด้วยผ้าตามเดิม" นางทำท่าทางตื่นเต้นขณะเล่า 

จากนั้นฉันไปด้วยแต่แม่นมตามมาด้วยฉันจงให้พี่ตงมาอีกคน บ้านแม่นางน้อยทางเข้าเป็นสวนและมีบ้านที่ ล้อมรอบด้วยสวนกว้างขวางเหมือนกัน พอเลี้ยวฉันเห็นแม่นมดูตื่นๆ ถึงหน้าบ้านก็พี่หลงพี่ตงกระโดดลงตะโกนเรียก 

"แม่นางน้อยม่อหลัน แม่นางม่อหลัน อยู่หรือไม่" แต่ก็เงียบ แม่นมรีบไปเคาะประตูเรียก 

" อาเหวิน อาเหวิน เจ้าเปิดประตูให้แม่" มีเสียงไอออกมาและมีเสียงวิ่งเปิดประตู เป็นแม่นางน้อยม่อหลัน นางมองที่แม่นมแล้วถาม 

"ท่าน ท่านเป็น?" 

ข้าเป็นแม่ของพ่อเจ้า แล้วพ่อแม่เจ้าอยู่ไหน" 

"คารวะท่านย่า นี่นี่พี่สาวที่ซื้อเหมาซื้อผักและปลาของข้านี่?"แม่นมรีบพูด 

"เจ้าอย่าเสียมารยาทกับคุณหนู ยังไม่รีบมาคารวะคุณหนูของข้าอีก" 

"หลันเอ๋อร์คารวะคุณหนูเจ้าค่ะ" 

"ไม่ต้องมากพิธี แล้วยังไงพ่อแม่เจ้าทำไมไม่ออกมา" นางหน้าเศร้า 

"ท่านแม่ข้าเสียได้ครึ่งปีแล้ว ท่านพ่อป่วยเมื่อสองวันก่อน และตอนนี้ข้ารอพี่ชายออกไปหาปลา เอามาทำอาหารให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ" 

"แล้วพาพ่อเจ้าไปหาหมอแล้วรึ?" นางส่ายหน้า 

"ยังเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่ยอมไปเพราะไม่ยากให้เราใช้เงิน พ่อบอกเดี๋ยวก็หายเจ้าค่ะ" แม่นมรีบพูด 

" คุณหนูข้าขอไปดูลูกชายก่อนนะเจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์พาย่าไปดูพ่อเจ้า" ฉันก็เดินตามไปด้วย พอไปถึงเตียงดูคนที่นอนซูบผอม แม่นมเข้าจับมือเรียกลูกชายที่แทบจะไม่มีสติ ได้ยินเสียงตอบว่า "ท่านแม่! ท่านมาหาข้าแล้ว?" 

"ใช่ข้ามาแล้ว ทำไมเจ้าป่วยขนาดนี้ได้อย่างไร ลูกแม่..." แม่นมร้องไห้ ฉันจึงเรียก 

"แม่นม! ข้าว่าพาไปหาหมอดีกว่า ดูถ้าจะอาการไม่สู้ดีแล้ว" พอฉันพูดจบก็มีเสียงเด็กผู้ชาย ตะโกนเข้ามา 

"หลันเอ๋อร์ พี่กลับมาแล้ว มีรถม้ามาจอด ใครมารึ?" หลันเอ๋อร์รีบวิ่งออกไปพร้อมตะโกนตอบ 

"พี่ใหญ่รีบเข้ามาเร็วท่านย่ามาหาเจ้าค่ะ" พากันเข้ามา 

"ม่อจือ คารวะท่านย่า แม่นาง..." 

"คุณหนูของท่านย่าเจ้าค่ท่านพี่" ฉันเลยรีบพูดว่า 

"ไม่เป็นไรตอนนี้เจ้ามาก็ดีแล้ว อาการพ่อเจ้าดูไม่ดี ข้าจะพาไปหาหมอ พวกเจ้าจะไปด้วยหรือไม่ " 

"ไปด้วยขอรับ/ไปเจ้าค่ะ" 

"งั้นไปเรียกพี่ตงพี่หลงที่รถเข้ามาอุ้มพ่อเจ้าขึ้นรถ" ทั้งสองรีบออกไป พวกเขามีรถไม่มีหลังคาคันนึง จึงให้พี่ตงช่วยขับคันตามา พี่หลงขับคันนี้ พอถึงโรงหมอ ท่านหมอจางถามประวัติว่าไปทำอะไรก่อนจะป่วย ปรากฎว่าไปหาปลาแล้วถูกไม้ตำเป็นแผล แล้วดูแลแผลที่ต้นขาไม่ดี ติดเชื้อ เป็นหนองและอักเสบมาก พอตรวจแล้วบอกว่าต้องกรีดเปิดแผลและขูดหนองล้างทำความสะอาด ถ้ามาช้าขาคงต้องตัด คนเจ็บต้องนอนที่โรงหมอ แต่ที่โรงหมอไม่มีที่ให้ญาติอยู่ค้ง จึงให้ทุกคนมาที่บ้านฉัน ฉันคิดว่าทุกคนคงหิวเพราะสายมากแล้ว 

พอถึงบ้านฉันเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ ผัดข้าวผัดหมูใส่ไข่ ผัดเยอะเลยเพื่อใครจะเติม และทำต้มเกี่ยมฉ่ายกระดูกหมู หลินเอ๋อร์ ชุนเอ๋อร์และชิงเอ๋อรช่วยกันตักข้าวผัดและต้มให้ทุกคนคนละชุด สาวๆไม่ลืมชงโกโก้นมให้ทุกคนด้วย ส่วนพี่หลงดื่มมอคค่า พี่ตงดื่มลาเต้ 555 ฉันแนะนำทุกคนว่าสองคนนี่หลานแม่นมพอกินข้าวเสร็จจึงบอกหลันเอ๋อร์ 

"วันนี้ที่ข้าไปหาเจ้าที่บ้านเพราะต้องการผักกาดเขียว 60ชั่ง ที่เจ้ากินวันนี้เป็นผักกาดเขียวที่ข้าเคยซื้อเจ้ามาคราวก่อน" เด็กสาวนางตื่นเต้น ทำตาโต 

"จริงหรือเจ้าคะ? ข้าไม่เคยรู้เลยว่าผักกาดเขียวของข้าจะเอามาทำอาหารได้อร่อยเช่นนี้ เอ๊!แต่มันออกรสเปรี้ยวนี้เจ้าคะ?" 

"ใช่! ข้าเอามาดอง มันจึงเปรี้ยว ตกลงเจ้าจะขายให้ข้าชั่งละเท่าไหร่ แล้ววันนี้เจ้าไปกับพวกพี่ตงพี่หลงและพี่ชายของเจ้าตัดผักกาดมา ข้าอยากได้มาวันนี้เลยเพราะดองหลายวันถึงจะกินได้" 

"ได้ๆเจ้าค่ะ ไม่นานก็เสร็จ ส่วนราคาข้าขอคุยกับพี่กับพ่อก่อนเจ้าค่ะ" แม่นมรีบบอก 

"แล้วพวกเจ้าก็เอาเสื้อผ้าตัวเองกับของพ่อเจ้าเอามาด้วยคนละหลายชุดหน่อย เดี๋ยวย่าจะขอกับคุณหนูให้พวกเจ้ามานอนที่นี้ เพราะอยู่กันตามลำพังย่าเป็นห่วง ช่วงกลางวันไปดูแลสวนผักและบ้าน แล้วมานอนที่นี้เข้าใจหรือไม่" ทั้งสองพยักหน้ารับ "เจ้าค่ะ/ขอรับท่านย่า" 

"คุณหนู! นมขอให้ท่านรับครอบครัวลูกชายนมมาอยู่ด้วยกันที่นี้นะเจ้าคะ เพราะอาเหวินป่วยและหลานๆของนมไม่มีแม่ค่อยดูแล อยู่กันลำพังน่าเป็นห่วงเจ้าค่ะ รอให้อาเหวินหายดีจะให้เขาช่วยงานตอบแทนเจ้าค่ะ นะเจ้าคะคุณหนู?" แม่นมกอดแขนฉันขอร้อง 

"ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับแม่นม ข้าจะปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามรำพังได้อย่างไร ท่านเป็นแม่นมข้า พวกเข้าก็เปรียบเหมือนญาติข้าเช่นกัน ลูกของท่านก็เหมือนเป็นพี่ชายข้า พวกเขามาอยู่ด้วยข้าย้อมยินดี" นางจึงยิ้มขอบคุณและกอดฉัน จากนั้นก็ให้แยกย้ายทำหน้าที่ตน 

ฉันให้หรูเอ๋อร์หลินเอ๋อร์ไปเอาผักดองมาหกชั่ง กระเพาะกับไส้ที่ต้มแล้วไปด้วย เพราะวันนี้ไปสอนพ่อครัวที่โรงเตี๊ยมทำอาหาร พอใกล้เวลานัดฉันก็เดินประตูข้างจะได้เดินใกล้ไม่ต้องใช้รถ พอถึงโรงเตี๊ยมทุกคนรออยู่แล้ว พ่อครัวเป็นรูปร่างสูงใหญ่ยังไม่แก่หน้าจะยังไม่ถึงสี่สิบ พอเขาเห็นฉันก็ทำมือคารวะ 

"ข้าอู๋จี้คารวะคุณหนูเหม่ยเอ๋อร์ " 

"เหม่ยเอ๋อร์คารวะพ่อครัวอู๋จี้เจ้าค่ะ ท่านได้เตรียมไส่อ่อน กับกระเพาะไว้แล้วใช่หรือไม่" 

"ใช่ขอรับ เชิญทางนี้ขอรับ " ฉันเดินตามเข้าครัว 

"ฉันสอนใครบ้างเจ้าคะพ่อครัวอู๋จี้ ฉันจะสอนตั้งแต่ล้างไส้และกระเพาะกันเลยเจ้าค่ะ" 

พ่อครัวยิ้มเยาะ"ล้างไส้กระเพาะคงไม่ต้องสอนกระมังคุณหนู พวกเราล้างเตรียมไว้ให้แล้ว" เขาคงมั่นใจว่าเขาทำได้ดีกว่า คิดว่าแค่ล้างมันจะยากอะไร*ชิมิๆล่ะ ฉันไปอ่างไส่กับกระเพาะ จับ ดม มันมีเมือกเยอะเลย ยังมีกลิ่นแรง ฉันจึงให้หรู้เอ๋อร์ดม นางยังส่ายหน้าหนี้ 

"พ่อครัวอู๋จี้ ลองดูไส้กับกระเพาะที่ข้าต้มเตรียมมานี่ ข้าใช้เวลาต้มสองชั่วยาม ข้ามิอาจรอสองชั่วยามจึงได้ต้มเตรียมมา ท่านชิมดูว่ารู้สึกและมีกลิ่นอย่างไร" ฉันจึงตัดไส้ชิ้นเล็กให้ชิม พอพ่อครัวดมก่อนกินแล้วมองตาโตเป็นประกายอย่างไม่อยากเชื่อ 

"นี่ นี่ คุณหนูนี่ท่าน ทำมันอย่างไรรึ ไม่เหนียว หอมและอร่อย " 

"เช่นนั้นข้าขอสอนตั้งแต่เริ่มนะเจ้าคะ" พ่อครัวพยักรัวๆ 

"ข้าขอเกลือกับแป้งมันและตะเกียบเจ้าค่ะ หรู้เอ๋อร์เจ้าล้างไส้กับกระเพาะที่ละขั้นตอนและอธิบายให้พ่อครัวฟังด้วย" หรู้เอ๋อร์ยิ้มแย้มยืดอกอย่างมั่นใจ ภูมิใจที่ได้เป็นคนสาธิต พ่อครัวใหญ่ดูและฟังที่หรู้เอ๋อร์อธิบายก็พยักหน้าตามจนกระทังล้างเสร็จ 

"ต่อไปก็ผักกาดดอง ข้าอยากให้ท่านชิมก่อนต้มว่าไม่เปรี้ยวเกินไปแบบนี้ก็ล้างหันต้ม ผัดได้"แล้วฉีกชิ้นเล็กให้พ่อครัวชิม และพยักหน้า 

"ถ้าหากเปรี้ยมมากว่านี้ให้เอาไปขยำน้ำทิ้ง ถ้าเปรี้ยวมากขยัมบีบให้น้ำเปรี้ยวออก ต่อไปให้หลินเอ๋อร์หันผักกาดดองให้ดู หันกระเพาะให้ดู" แล้วสอนต้มกระเพาะกับไส้ว่าใส่เครื่องปรุงอะไรบ้าง จากนั้นก็ต้มน้ำล้างกระดูกหมูต้มเกี่ยมฉ่ายไส่หมู ผัดเกี่ยมฉ่ายใส่ไข่ และผัดเกี่ยมฉ่ายกระเพาะหมูสอนครบเสร็จ 

"ทุกอย่างเสร็จแล้ว พ่อครัวอู๋จี้ลองชิมดูเจ้าค่ะ" พ่อครัวใหญ่ชิมอาหารครบทุกอย่าง "ข้าจะส่งผักกาดดองให้ท่านเริ่มวันพรุ่งนี้เช้าวันละหกชั่งก่อน ถ้าท่านต้องการสั่งเพิ่มก็ให้คนที่มาส่งหรือบอกที่บ้านข้าบ้านท้ายซอยข้างๆโรงเตี้ยมนี่เจ้า" จึงรีบตอบ 

"ได้ขอรับ วันนี้คุณหนูทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว วันหน้าคุณหนูมีอาหารใดแปลกใหม่ต้องไม่ลืมให้ข้าน้อยได้ชิมด้วยนะขอรับ" ฉันยิ้มๆพยักหน้าแล้วลากลับ 

เดินออกหน้าโรงเตี้ยมแล้วบอกหรู้เอ๋อร์หลินเอ๋อร์เดินเล่นกันสักแป๊บ พอเดินถัดจากโรงเตี๊ยมไปได้ไม่ไกลนักฝังตรงข้ามร้านนั้นเดิมขายซาลาเปาเห็นปิดอยู่ฉันสังหรณ์ใจว่าร้านนี้คงมีปัญหาหรือว่าอาจเลิกกิจการ! จึงเดินไปหน้าร้าน พอดีมีคนเปิดประตูออกมา 

"ทำไมถึงปิดร้านล่ะเจ้าคะ" 

"ข้าไปเมืองหลวงเพิ่งจะกลับเมื่อคืน กลับมานี้ก็ว่าจะขายร้าน ข้าจะย้ายไปเมืองหลวงกับลูกชาย ลูกข้าสอบติดจอหงวนข้าจึงต้องย้ายไปอยู่กับเขา" เถ้าแก่ยิ้มแย้มแจ่มใส่พูดด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรชาย 

"ยินดีกับเถ้าแก่เจ้าค่ะ" เถ้าแก่ยิ้มหน้าบาน "แล้วร้าน เถ้าแกจะขายให้ใครรึเจ้าคะ?" เขาโบกมือ 

"ยังไม่ได้บอกใครเลย ข้าว่าจะไปหาเถ้าแก่หวังพรุ่งนี้ให้ประกาศขาย" ฉันตาโตเป็นประกาย มองขนาดของร้านจึงถามว่า 

"เถ้าแก่จะขายร้านขายเท่าไหร่รึเจ้าคะ พอได้ยินเถ้าแก่ว่าจะขายร้านทำให้ข้าคิดว่าอยากค้าขายขึ้นมาทันทีเจ้าค่ะ" 

"ร้านข้าไม่ใหญ่โตแต่ข้าอยู่มานานแล้วก็รัก เสียดายร้านนี้เหมาะกับการค้าขายเล็ก ข้างบนมีสองห้องนอน ข้าจะขายสองพันตำลึง" ฉันรีบคำนวลในหัวบ้านมีสองห้องนอนข้างบนเนื้อที่ไม่ใหญ่แต่เป็นโซนค้าขาย ถ้าถึงมือเถ้าแก้หวังราคาคงสามพันขึ้นไปเป็นแน่ 

"เถ้าแก่ขายให้ข้าเถอะ แต่ลดราคาให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้าเป็นแม่ม่ายแถมมีลูกติดท้อง อยากจะลงทุนค้าขายเพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงดูบุตร ข้ามีเงินไม่มากหากข้าซื้อร้านในสองพันตำลึงข้าคงไม่มีเหลือเงินกินและลงทุน" 

"ข้าขายให้เจ้าพันแปดก็แล้วกัน" ดิฉันจะอ้อนๆสุดๆ เงินที่เหลือจากซื้อบ้านบวกเงินสดส่วนตัวที่ติดตัวมาตอนแต่งงานกับตาแม่ทัพรวมแล้วเหลือเกือบๆสองพันห้าตำลึง ฉันต้องพยายามใช่เงินเท่าที่มีไม่ทรัพย์สินเดิมไปขาย ต้องเก็บไว้ยามฉุกเฉินเท่านั้น และอยากเหลือไว้เป็นสมบัติให้ลูกๆ 

"เถ้าแก่! เห็นแก่ลูกนกลูกกาตาดำๆ ข้าขอให้ท่านขายให้ข้าหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงถ้าท่านขายให้ข้าราคานี้ ท่านก็เอาโฉนดร้านและทำสัญญาขายให้ข้าตอนนี้ได้เลย ข้าจะจ่ายเงินเลยและท่านจะย้ายออกให้ข้าวันไหนขอให้บอกข้า ของในร้านที่ท่านไม่เอาติดไปให้ทิ้งไว้ในร้าน ข้ากับบ่าวจะเก็บกวาดต่อให้เองเจ้าค่ะ" 

  

เถ้าแก่มองหน้าฉัน คิ้วขมวดเล็กน้อย มือลูบคางทำหน้าแบบคิดหนัก 

ฉันคิด'ได้โปรดๆๆขายให้ฉันเถอะ...นะนะนะ' 

  

  

ความคิดเห็น