email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

ชื่อตอน : 40 - จงรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 807

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 13:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
40 - จงรัก
แบบอักษร

 

ผณินวารีมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างหดหู่.. นี่คืนที่เท่าไรแล้วนะ ? ร้อย ? ร้อยสิบ หรือร้อยยี่สิบ ? เธอไม่อยากนับแล้ว กาลเวลาช่างโหดร้ายเหลือเกิน เธอนึกขอบคุณที่เทวีลงโทษให้เธอแปลงร่างเป็นนาคได้ในเวลากลางวัน เพราะหากต้องเป็นคนตลอดเวลา เธอคงเบื่อและเหงากว่านี้อีก..

ดวงตากลมโตน้ำตาคลอ เฮ้อ ความเหงานี่มันห้ามยากกว่าเดิม เพราะคีตาแท้ๆ เลย หญิงสาวเหม่อมองพระจันทร์ .. นานเท่าไรแล้วนะที่เขาไม่ส่งเสียงเพลงมาปลอบใจเธอ ? เขาไม่เห็นใจเธอเลยหรือ ? ลืมกันหรือยังก็ไม่รู้ ? ไหนว่ารักไง ?

โอย เมื่อไรจะครบสองร้อยหกสิบปีที่ต้องใช้โทษเสียที.. ฮือ.. น้ำตาของนางนาคีจำแลงร่วงเผาะๆ .. แต่เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้จนกว่าโทษจะครบ หญิงสาวหันหลังกลับเข้าไปในวิหารขององค์เทวีพระลักษมีและไปสักการะกราบไหว้ที่พระแท่นบูชา เธอปาดน้ำตาแล้วบรรจงจุดธูปเทียน และวางดอกไม้หอมเช่นทุกคืน..

แต่วันนี้.. กลิ่นดอกบัวหน้าพระแท่นกลับแรงขึ้นมาก.. และทันใดนั้น แสงสว่างอบอุ่นก็เรืองรองขึ้นรอบรูปองค์เทวี..

ผณินวารีตาโต อ้าปากค้าง ตกตะลึง !

แล้วพระสุรเสียงอ่อนหวานขององค์เทวีดังขึ้นจากเทวรูป.. "ผณินวารี ธิดาแห่งท่านท้าวพญานาควิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะและพระนางฉมารัตน์ บัดนี้ โทษทัณฑ์ของเจ้าที่ได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปหกตนได้ครบกำหนดลงแล้ว"

ผณินวารีตาโต น้ำตาคลอ มือสั่นตัวสั่น "จริงหรือ..เพคะ ?" เธอเอ่ยถามเหมือนกระซิบ ไม่กล้าแม้จะหยิกตัวเองว่าตื่นหรือหลับอยู่ ในที่สุด เวลานี้ที่รอคอยมาแสนนานเหลือเกินในความรู้สึกของเธอก็มาถึงแล้ว !

พระสุรเสียงตอบอย่างอ่อนโยน "เจ้าไปได้แล้ว ก้าวออกจากวิหารของข้าเถิด แล้วเจ้าจะพบว่า เวลาข้างนอกไม่ได้หมุนไปนานอย่างที่เจ้าคิด ข้ายินดีที่รู้ว่าจิตใจเจ้าดีงามอยู่ ด้วยเหตุนี้ เวลาในวิหารสำหรับเจ้าจึงหมุนให้เร็วกว่าโลกข้างนอก ทำให้เจ้ารู้สึกราวว่าได้ถูกจองจำสองร้อยหกสิบปี แต่ความจริงเวลาในโลกข้างนอกเพิ่งผ่านไปแค่เพียงสิบหกวัน"

ดวงตากลมโตของผณินวารีเบิกกว้าง พูดไม่ออก ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ น้ำตาที่คลออาบแก้มพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า หญิงสาวก้มลงกราบองค์เทวรูป "ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบนมัสการองค์เทวี เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เพคะ"

แล้วผณินวารีก็ไม่รอช้า รีบคลานถอยมาแล้ววิ่งจู๊ดออกไปทันที !

-----------

ลมทะเลยามค่ำคืนแผ่วพริ้วกระทบผิว หญิงสาวลืมตาแล้วมองไปโดยรอบก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ที่ริมหาดชลชาเหมือนเดิม ไม่มีวิหารองค์เทวี และไม่มีใครอยู่บนชายหาดนอกจากเธอ..

ดวงตากลมโตมองหาไปรอบๆ มองหาใครสักคน.. อยากเห็นใครสักคน การถูกตัดขาดจากผู้เป็นที่รักนานเหลือเกินมันทำให้เธอไม่มั่นใจว่า เวลาในโลกข้างนอกผ่านไปนานแค่ไหน เพราะสำหรับเธอเวลาสองร้อยหกสิบปีในวิหารขององค์เทวีนั้น เธอรับรู้รสชาติของมันเป็นอย่างดี และมันทรมานหนักหน่วงจนอยากให้ใครสักคนมาบอกว่ามันไม่จริง เธอไม่ได้หายหน้าหายตาไปนานจนเขาลืมเธอแล้ว..

ซ่า ซ่า ซ่า.. เสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นจังหวะราวเสียงเต้นของหัวใจของเธอ.. ทะเลทำให้เธอรู้ว่า เธอจะอธิษฐานเรียกพ่อแม่หรือพี่ชายมารับเมื่อไรก็ได้.. แต่ยังหรอก เธอยังไม่อยากกลับบ้าน.. นางนาคีจำแลงอยากวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของคนธรรพ์ของเธอมากกว่า..

แต่เขาไปอยู่ไหนนะ ?

แล้วเสียงกีตาร์โปร่งแผ่วเบาก็ลอยลมมาพร้อมเสียงทุ้มอ่อนโยนของคนที่หัวใจของเธออยากเจอที่สุด..

โปรดอย่าถาม... ว่าฉันเป็นใคร เมื่อในอดีต

.และโปรดอย่าถาม ว่าอดีตฉันเคยรักใคร.

...รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักเธอ และรักตลอดไป

รักมากเพียงไหน กำหนดวัดได้ เท่าดวงใจฉัน

. อย่าเพียรถาม ว่าฉันจะรักเธอนานเท่าใด

ฉันตอบไม่ได้ ว่าฉันจะรักชั่วกาลนิรันดร์...

เพราะชีวิตฉัน คงไม่ยืนยาว

ไปถึงป่านนั้น... รู้แต่เพียงฉัน....

(จากเพลง จงรัก ศิลปิน - คุณสุเทพ วงศ์กำแหง)

 

ผณินวารีหันมายิ้มทั้งน้ำตา มือบางปิดปากไม่ให้กรี๊ดดีใจออกมา..

เพราะผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขาวเดินกอดกีตาร์มาหา หน้าตาหล่อเหลาดวงตาเป็นประกายหวานเชื่อม คือคนที่อยู่ในหัวใจเธอตลอดสองร้อยหกสิบปีที่แสนทรมานของเธอ..

คีตเทพกรรณเดินเข้าไปหาสาวร่างบางที่ดูซูบผอมไปบ้าง แต่ดวงตากลมโตยังทอประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยไฟและพลังมากมาย ชุดผ้าพันกายสีชมพูกลีบบัวของเธอที่เรียบง่ายทำให้ผณินวารีดูสวยสง่างาม ปิ่นปักผมตรึงให้ผมฟูยุ่งของเธอ เผยต้นคอระหง สวยจับใจคนมอง..

คนธรรพ์รูปงามกลืนน้ำลาย ร้องต่อไม่ไหวแล้ว เขาค่อยๆ วางกีตาร์ลง ดวงตาสีน้ำตาลประกายทองของเขาสบกับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยคำพูดและความคิดถึงมากมายที่อัดแน่นอยู่ในใจ เขาอ้าแขนออก ริมฝีปากเขายิ้มกว้าง

"มาสิ มารับแล้วนะ"

ผณินวารีไม่รอให้บอกซ้ำ เธอโผเข้าหาเขาเต็มแรงแล้วรัดเขาแน่น น้ำตาไหลเปียกชุ่มเสื้อเขา "ฮือ ฮือ คีตา คิดถึงเหลือเกิน ฮือ วารีเป็นอิสระแล้วนะ"

คีตเทพกรรณกอดเธอไว้แน่นราวกับไม่อยากให้หญิงสาวในอ้อมกอดหายไปไหนอีก เขากระซิบกับเรือนผม "ขอรางวัลหน่อย มาเล่นดนตรีรอตั้งแต่เช้าเลยนะ ตื่นเต้นอยากอยู่ตรงนี้ให้วารีเห็นคนแรก"

สาวร่างบางหัวใจพองโต เธอแหงนหน้ามองเขา ดวงตากลมโตสว่างไสว แล้วหญิงสาวก็ยื่นหน้าไปจูบเขา ริมฝีปากจิ้มลิ้มจูบอย่างกระหายราวอดอยากปากแห้ง เธอจูบเขาเหมือนเทหัวใจออกมาจนชายหนุ่มเริ่มเซ แต่คีตเทพกรรณพอตั้งตัวได้ก็จูบตอบเอาคืนให้สมอยาก ริมฝีปากที่ร้องแต่เพลงรักครวญหาเธอ ตอนนี้ไม่ต้องใช้เนื้อร้องถ้อยคำใดๆ เพราะแค่สัมผัสก็ลุกเป็นไฟอุ่นร้อนจนแทบรอไม่ไหว..

มือเรียวของคีตเทพกรรณเริ่มลูบไล้แหวกหาปมเหน็บชุดของเธอ ผณินวารีถอนจูบออกมาแล้วหัวเราะยั่วเขา ก่อนจะจัดการปลดผ้าคลุมกายออกเองจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าเย้ายวนใจ เธอดันเขาให้นอนลงบนหาดแล้วก็ขึ้นไปคร่อมเขา มือเล็กเรียวปลดเสื้อเขา จูบขบแผงอกล่ำสันของเขา ยั่วเย้าให้เขาคลั่งเธอเหมือนที่เธอคลั่งไคล้เขา ก่อนก้มลงยั่วเขาด้วยริมฝีปาก ดูดดึงคลึงจนเขาคราง เขาจับเธอนั่งคร่อมเอวสวมสอดกอดรัดให้พอดี คีตเทพกรรณมองร่างบางที่โยกย้ำอย่างแสนเสน่หา ริมฝีปากของเขาประกบลงทรวงสล้างของเธออย่างไม่รู้จักอิ่ม จนหญิงสาวเงยหน้า ผมเผ้าหลุดลุ่ยครางแหบโหย..

"อ๊าาา" ในที่สุดเธอก็ครางออกมา ตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ของคีตเทพกรรณ..

ทั้งคู่เหงื่อโทรมกายแต่ยังกอดกันแน่น ผณินวารีประคองใบหน้าหล่อเหลาของเขาให้แหงนมองเธอก่อนประทับจูบลงไป แล้วกระซิบ "ขอบคุณท่ี่รอวารีน้าาา" คีตเทพกรรณยิ้มหวาน ดวงตาฉ่ำเป็นประกาย "กลับไปคอนโดไหม ? เจ้าเต่าตนุเดี๋ยวคงมา .."

ผณินวารียิ้มชอบใจ "เอาสิ วารีจะไม่มีใครอีกแล้วนอกจากคีตานะ คีตาก็เหมือนกันห้ามมีใครคนอื่นนะ เราอยู่ด้วยกันนะ คีตาเล่นดนตรี วารีขับเรือ เราก็มีความสุขของเราได้"

"งั้นหรือ ?" เสียงเข้มดังขึ้นทำให้หนุ่มสาวทั้งสองคนหันขวับแล้วก็ตาเหลือก !

ท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะกับพระนางฉมารัตน์ ! พ่อและแม่ของผณินวารี ! กำลังยืนจ้องหนุ่มสาวทั้งคู่ที่เปลือยกายกอดกันกลมอยู่บนหาด ! สายตาเย็นชาของท่านท้าวพญานาคในร่างจำแลงดูไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด !

กรี๊ดดดดด ! ผณินวารีตะเกียกตะกายรีบควานหาผ้ามาพันห่มกาย โดยมีคีตเทพกรรณยืนบังไว้พลางแต่งตัวไปด้วยอย่างเร็วเหนือความไวของแสง ! คีตเทพกรรณระล่ำระลัก หน้าซีดเผือด ! "ทะ ท่านท้าวพญานาค.. อ่า เอ่อ อ่า..."

ท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะมองด้วยสายตาคมกริบ "ข้ากับชายามารอรับธิดาของข้ากลับวัง เจ้าเป็นใคร ? และมาทำอะไรกับธิดาของข้าบนหาดนี้ ?"

คีตเทพกรรณเหลือบมองเห็นผณินวารีแต่งตัวเสร็จ จึงทรุดลงคุกเข่าพนมมือ "อ่า ข้า อ่า เป็นคนธรรพ์ขององค์อินทร์ ชื่อคีตเทพกรรณ องค์อินทร์ส่งข้ามาเพื่อช่วยกล่อมให้ผณินวารี ธิดาของท่านอ่า ง่า เลิกเที่ยวเล่นและยอมกลับไปอยู่กับท่านและพระชายาของท่าน ขอรับ"

ท้าววิรุณลักษณ์ยังคงมองด้วยสายตาเช่นเดิม "ช่วยหว่านล้อมด้วยวิธีนี้นะหรือ ?" แต่หางเสียงเริ่มตวัดขึ้นด้วยความโกรธ..

พระนางฉมารัตน์ผู้เป็นมารดาจึงรีบยื่นมือเข้ามาช่วย นางกระซิบท้าววิรุณลักษณ์ที่กำลังหน้าบึ้งตึง "เจ้าพี่ ทักลูกก่อน"

ท้าววิรุณลักษณ์จึงคลายสีหน้าลง หันไปหาธิดา "ผณินวารี เป็นไงบ้างลูก? พ่อกับแม่มารับกลับบ้านแล้วนะ"

ผณินวารีกระพริบตาโตๆ มองอย่างไม่ไว้ใจเท่าไร "วารีไม่อยากกลับ วารีขออยู่บนโลกมนุษย์ต่อไปกับคีตา"

หมับ ! เธอคว้าแขนเขาไว้ ดวงตากลมโตมุ่งมั่น "อยู่กับเขา วารีมั่นใจว่าวารีจะมีความสุข หรือถึงทุกข์วารีก็ทนไหว วารีถูกลงโทษให้อยู่คนเดียวสองร้อยหกสิบปีในวิหาร วารีก็ยังไม่รู้สึกรักเขาน้อยลงเลย พ่อกับแม่อย่าขัดขวางความรักของวารีเลยค่ะ วารีมีพี่น้องตั้งเยอะ เขาช่วยพ่อได้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องให้วารีกลับไปวังเลย"

ท้าวพญานาคหน้านิ่ว "แต่เจ้าไม่ปลอดภัยถ้าอยู่บนโลกมนุษย์นะ ?"

ผณินวารียืดอก "วารีไม่กลัวค่ะ ให้วารีปลอดภัยแต่ไร้อิสรภาพ วารีขอเสี่ยงดีกว่า ทำไมทีพี่ชายยังอยู่ได้ ทำไมวารีจะทำไม่ได้ละคะ ?

ดวงตาเธอวาว เธอจะไม่มีวันเสียอิสรภาพและความรักครั้งนี้ไปเด็ดขาด !

ความคิดเห็น