สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

รีไรท์ วาเลนไทน์อีเว้นต์ ตอนที่3 (ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางส่วนและเพิ่มเติมข้อมูลบางจุดรวมไปถึงการแก้ไขเนื้อเรื่องบางจุดด้วย)

ชื่อตอน : รีไรท์ วาเลนไทน์อีเว้นต์ ตอนที่3 (ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางส่วนและเพิ่มเติมข้อมูลบางจุดรวมไปถึงการแก้ไขเนื้อเรื่องบางจุดด้วย)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 314

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2563 13:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ วาเลนไทน์อีเว้นต์ ตอนที่3 (ปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางส่วนและเพิ่มเติมข้อมูลบางจุดรวมไปถึงการแก้ไขเนื้อเรื่องบางจุดด้วย)
แบบอักษร

ตอนที่3 

. 

. 

. 

คุโระฆ่าเวลาด้วยการไปซื้อโกโก้ปั่นจากร้านใกล้ๆสวนสาธารณะ แล้วไปนั่งดื่มอยู่ตรงม้านั่งด้านในสุด 

คุโระวางกระเป๋า แล้วใช้มือข้างนั้นหยิบเอาหนังสือนิยายที่นำติดมาด้วยขึ้นมาอ่านเพื่อรอคนอื่นๆ 

ที่สวนสาธารณะนั้นมีผู้คนอยู่ แม้จะไม่มากมายนักแต่ก็มีอยู่พอสมควร ส่วนมากจะเป็นเด็กๆที่มากับผู้ปกครอง หรือบางทีก็มาคนเดียวเพื่อมาเล่นกับคนอื่นๆ 

อย่างไรก็ตามคุโระนั้นไม่ได้สนใจรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เขายังคงอ่านหนังสือในมือของตนเองและดูดน้ำโกโก้ปั่นที่ซื้อมาอย่างต่อเนื่อง 

ราวกับเป็นเครื่องจักร คุโระไม่ได้กะพริบ และไม่ขยับเลยเว้นแต่จะเปลี่ยนหน้าแล้วไล่สายตาอ่านที่ละบรรทัด 

"นายนี่เหมือนหุ่นยนต์เลยนะ หัดทำตัวให้เหมือนมนุษย์หน่อยสิ" 

คนที่ส่งเสียงทักคือยูยะที่เดินมาพร้อมกับโนบุนะและมิกิ เป็นสามคนที่เข้าคู่กันและมีอะไรคล้ายๆกัน 

คุโระเหลือบตาไปมองทั้งสามและสำรวจพวกเธอจนทั่ว ก่อนปิดหนังสือแล้วเก็บลงในกระเป๋า 

"สำหรับค้างคืนเดียว ไม่คิดว่ากระเป๋าที่พามาจะใหญ่ไปหน่อยเหรอ?" 

"หืม? คืนเดียวเหรอ?" 

"เห็นฮินะบอกว่าจนกว่าจะถึงวันงานนี่?" 

"ก็เลยเตรียมชุดสำหรับเจ็ดวัน ชุดชั้นในสำหรับเปลี่ยน เงินจำนวนหนึ่ง และชุดนักเรียนกับกระเป๋าเองก็ได้" 

ทั้งสามพูดคุยกันอย่างร่าเริง ก็ถือว่าดีแล้วที่ยูยะดูร่าเริงขึ้น แต่คุโระกลับรู้สึกแย่ลง 

"แค่คืนเดียวก็แย่แล้ว … นี่มาอยู่ถึงเจ็ดคืนเลยเหรอ … นี่บ้านผู้ชายนะ" 

"ก็ถ้ามีผู้หญิงเยอะกว่าก็คงไม่มีปัญหา ถ้านักแค่พวกเราแล้วล่ะก็ สิบสองต่อหนึ่งเลยนะ" 

คุโระกุมขมับและส่ายหน้าไปมา 

(ไม่ไหว พูดอะไรไปก็คงไม่ฟังแล้วแน่ๆ) 

สุดท้ายเขาก็ทำใจยอมรับมัน แม้จะไม่อยากยอมรับเลยแม้แต่น้อยก็ตามที 

"เอาเถอะ ยังไงก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" 

"เพียงเพราะมีผู้หญิงมาค้างบ้านหลายคน ก็อย่าคาดหวังว่าจะมาลักหลับได้ง่ายๆนะ" 

"เธอน่าจะไปเช็กสมองบ้างนะ" 

"หา!?" 

ยูยะล็อกตัวของมิกิเอาไว้ เพราะเธอเหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้วพยายามเข้าไปทำร้ายคุโระเพราะรู้สึกไม่ชอบใจคำที่เขาพูด 

แต่โนบุนะกลับแอบขำอยู่คนเดียวเสียอย่างนั้น 

"ถ้าเกิดว่าอยากจะทำขึ้นมาฉันจะไม่อนุญาตให้ทำหรอกนะ!" 

"ไร้สาระ มันไม่มีวันนั้นหรอก" 

แม้จะฟังดูน่าหงุดหงิดกับการปฏิเสธแบบไม่มีทางเถียงได้ของคุโระ แต่ก็เป็นคำพูดที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเขานั้นไม่ได้สนใจคนอื่น 

"ไม่มีเหตุผลที่ชั้นต้องมองคนอื่น เป็นแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว" 

คุโระอุบขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เสียงที่เบาจนทั้งสามไม่ได้ยิน แต่ทั้งสามกลับไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยึดติดเช่นนั้น เว้นเสียแต่ว่าเขานั้นมุ่งมั่นไปที่ฮินะแต่เพียงผู้เดียว 

มันก็แน่อยู่แล้ว คนเราเกิดมาอาจหลงรักคนเดียวกันพร้อมกันได้หลายคน แต่คนที่สมหวังย่อมมีเพียงหนึ่ง ไม่มีทางที่ชายหนึ่งคนจะมีคนรักได้มากกว่านี้ นั่นมีแค่ในนิยายเท่านั้น 

แล้วอะไรที่ทำให้ทั้งสามแตกต่างจากฮินะกันล่ะ? อย่าว่าแต่สามคนนี้เลย แม้แต่คนอื่นๆเองก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาในฐานะคนที่เขาหลงรัก 

ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้นแต่กลับไม่ยอมแพ้ แล้วอะไรที่ทำให้เธอเหล่านี้ยังคงพยายามอยู่ได้ล่ะ? 

ยังไงก็ตาม หลังจากที่ทั้งสามปรากฏตัวไม่นาน คนอื่นๆก็เริ่มทยอยกันตามมาแล้ว 

"ขอโทษที่ให้รอค่ะ" 

ยูกิโกะและฮานาซากิเดินมาคู่กัน ข้างหลังก็มีริเอะและพูริน ตามด้วยฟุยุกิที่เพิ่งจะมาถึง 

ทุกคนมาพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่เช่นเดียวกับโนบุนะ มิกิและยูยะ ดูเหมือนว่าเขาจะปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอนแล้วจึงทำให้เขาได้แต่ถอนหายใจ 

ไม่นานทุกคนก็มากันพร้อมหน้า แม้ว่าฮินะกับคานะจะมาพร้อมกับถุงผ้าใบใหญ่สองใบก็ตาม แต่เขาก็เดาได้ว่าจริงๆแล้วพวกเธอนำของไปไว้ที่บ้านของเขาก่อนแล้ว และคงเป็นของจำนวนไม่น้อยพอสมควร 

"เมื่อมากันครบแล้วก็ไปซื้อของกันเถอะ" 

"ห้ามเถลไถลไปไหนนะ นี่ก็จะมืดแล้วรีบๆซื้อแล้วรีบๆกลับกันดีกว่า" 

"เอ๋!!!" 

พอได้ยินว่าไม่ให้เถลไถล ทุกคนก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมๆกัน 

"จริงๆเราจะกลับกันเลยก็ได้นะ ฉันเอาวัตถุดิบที่เหลือสำหรับวันนี้ที่บ้านมาทั้งหมดเลยล่ะ มันมากพอสำหรับพวกเราทุกคน...จริงๆแล้วมากพอสำหรับคนสามสิบคนเลยล่ะนะ ในปริมาณต่อคนที่มากสุดๆด้วย" 

ริเอะพูดขึ้นแล้วชูถุงที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบจำนวนมากขึ้นมาให้ดู คุโระที่มองดูก็พยักหน้า 

"...งั้นก็ไปกันเถอะ ขอบคุณสำหรับวัตถุดิบจำนวนมากในวันนี้นะอายาเสะ" 

"...อืม" 

"ส่วนเรื่องค่าวัตถุดิบพวกนั้น เดี๋ยวบอกผมด้วยล่ะ ผมจะจ่ายคืนให้" 

"ไม่ต้องหรอก บ้านของฉันทำร้านอาหารประเภทซูชิ วัตถุดิบส่วนใหญ่ก็จะเป็นของจำพวกปลาหรือกุ้งสดที่ต้องทิ้งน่ะ พวกเนื้อปกติก็มีเหมือนกัน อันที่จริงก็มีทุกเนื้อเลยแหละนะ" 

"เธอต้องทิ้งมันหมดเลยรึไง?" 

"ก็ใช่น่ะสิ อ๊ะ เนื่องจากพวกเนื้อสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์ทะเลนั้นก็อยู่มาสองวันแล้วเลยต้องทิ้งนะ เพราะมันคงไปอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้หรอก ส่วนอาหารทะเลนายก็รู้ ต้องสดตลอดนี่นะ" 

"ใช่ งั้นก็ขอบคุณก็แล้วกัน ที่เห็นว่าการเอามาให้พวกเราดีกว่าเอาไปทิ้ง" 

คำพูดขอบคุณของคุโระนั้นทำให้ริเอะเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย 

ของที่ริเอะนำมานั้นมีมากพอสำหรับทุกคน แต่มันอาจไม่พอหากนับอัตราการเผาผลาญของคุโระและบางคนในที่นี้ คุโระจึงเลือกที่จะแยกทางออกไป 

"เดี๋ยวชั้นจะไปซื้อของเพิ่มก่อนก็แล้วกัน กลับไปกันก่อนเลย" 

"ได้เลย" 

ฮินะนำคนอื่นๆไปอีกทาง แล้วคุโระก็แยกตัวออกมา แต่ว่าไม่ได้มีแค่คุโระเท่านั้นที่ออกมา เพราะคนที่ตามเขามาคือยูยะ 

"...มีธุระอะไรล่ะ?" 

"ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนาย เอาเป็นว่าเดินไปเรื่อยๆเถอะ" 

รอบๆไม่มีใครอยู่ เรียกได้ว่าเป็นการพูดคุยอย่างเป็นส่วนตัวสุดๆ 

คุโระเหลือบตามองแล้วหันกลับมา 

"มีอะไรก็พูดมาสิ" 

"นายรู้ใช่ไหมว่าฉันชอบผู้หญิงด้วยกันมากกว่าผู้ชายน่ะ สำหรับฉันผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด ชั้นต่ำ สารเลว สกปรก คิดแต่เรื่องใต้สะดือ ...อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นอย่างงั้นทั้งหมดหรอก แต่ฉันก็ทำใจชอบผู้ชายไม่ลงเหมือนกัน" 

"แล้วมันทำไมล่ะ? ชั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่เธอรังเกียจนี่?" 

ยูยะหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับคำพูดของเขา 

"ก็จริง แต่นายไม่เหมือนพวกนั้น นายทำให้ทัศนคติต่อผู้ชายของฉันเปลี่ยนไป ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ฉันก็คุยกับนายได้โดยไม่มีท่าทีรังเกียจนายเลย ฉันรู้สึกสงสัยแต่มันก็สนุก พอคิดว่าคงสามารถคุยกับผู้ชายคนอื่นได้เลยลองตอบกลับคำเรียกดู แต่คำพูดที่ออกจากปากนั้นเป็นคำหยาบที่สุดแสนจะสะเทือนใจหมอนั่นเลยล่ะ กลายเป็นว่ามีหลายคนที่ไม่ชอบหน้าฉันเลยล่ะนะ" 

ยูยะถอนหายใจแล้วเล่าต่อ 

"สำหรับฉันนายคือคนที่พิเศษไม่ต่างจากเธอคนนั้น วันที่เจอกันครั้งแรกและครั้งที่ทำให้เราสนิทกันต่างเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในใจของฉัน รู้ไหมว่าฉันจะพูดว่าอะไร" 

"ก็พอจะเดาออก และเธอก็คงจะเดาสิ่งที่ชั้นจะบอกได้เหมือนกันสินะ" 

คุโระเหลือบตามองยูยะ ยูยะเองก็หายใจเข้าลึกแล้วถอนหายใจออกมา 

"นายเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกชอบได้ แม้จะพยายามจะไม่นึกถึงมันแล้วก็ตาม ทั้งๆที่ตอนนั้นฉันก็ยังรักชิสึอยู่แท้ๆ แต่ก็รู้สึกชอบนายด้วยอีก แม้แต่ตัวเองก็รู้สึกผิดปรกติ" 

"ใช่ มันผิดปรกติ ไม่มีใครเขารู้สึกชอบคนสองคนพร้อมๆกันได้หรอก นั่นแสดงว่ามันต้องมีเรื่องผิดปรกติเกิดขึ้น และแน่นอนว่าชั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอโทษด้วย แต่คงตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้หรอกนะ" 

คุโระปฏิเสธแม้ยูยะจะยังไม่ได้พูดอะไรก็ตาม 

"ฉันไม่สนใจหรอก ฉันรู้สึกได้ว่าฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกนี้ และฉันเชื่อว่าจะต้องมีสักวันที่นายจะหันมามองแัน ฉันเชื่อว่านั่นน่าจะเป็นสัญชาตญาณของนาย และมันก็เป็นเพียงแค่สัญชาตญาณของฉันเช่นกัน" 

"หมายความว่ายังไง?" 

"ก็นายไม่ใช่คนจากโลกนี้ เพราะตัวตนของนายไม่สามารถตรวจสอบได้ ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ทางบ้านของฉันก็ตรวจสอบไปแล้ว และยังคงรู้สึกค้างคามาโดยตลอด" 

"...เธอรู้?" 

คุโระแสดงท่าทีที่ไม่ค่อยเป็นมิตรปนกับความสับสนออกมา นั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ยูยะรู้สึกแปลกใจ 

"ใช่ … นายจำวันปฐมนิเทศได้ไหม? ตอนนั้นนายโดนกระดาษบาดฉันเลยเอาพลาสเตอร์ให้นายไป แต่ตอนที่ฉันแปะแผลให้ฉันก็สังเกตเห็นความผิดปกติ แผลนั่นมันเล็กก็จริง แต่เซลล์มันเคลื่อนไหวผิดรูปแบบ ราวกับมันกำลังผสานกันแต่ก็ถูกบังคับให้แยกจากกันและก็พยายามคงสภาพแบบนั้นเอาไว้ ฉันเลยเอาเลือดของนายไปตรวจ แล้วก็พบว่าไม่ตรงกับฐานข้อมูลใดๆเลย จริงๆก็ใกล้เคียงกับเลือดกรุ๊ปAB อยู่หรอก แต่มันเกินมาอีกหนึ่งแอนติเจนนี่สิ เราเรียกเลือดของนายเป็นสายพันธุ์ใหม่ว่า 'กรุ๊ปK(คุโระ)' น่ะ" 

"...ถึงกับเอาเลือดของผมไปตรวจเนี่ย เอาไปตอนไหนล่ะ?" 

"ก็ตอนที่ฉันปิดปากแผลของนาย ฉันใช้กระดาษที่ติดอยู่กับบลาสเตอร์นั่นปาดเลือดที่มีน้อยนิดของนายไปน่ะสิ แล้วพ่อของฉันเป็นแพทย์ด้วย และแม่ของฉันก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันเลยให้เขาดูให้น่ะ แน่นอนว่าไม่ได้บอกใครหรอกนะ" 

เท่ากับว่านอกจากยูยะแล้วก็มีพ่อกับแม่ของเธอที่รู้เรื่องนี้ แน่นอนว่ามันเป็นความลับ หากเขาได้รับบาดเจ็บหรือต้องกรเลือดก็คงรับเลือดกรุ๊ปใดไม่ได้นอกจากกรุ๊ปโอเท่านั้น 

แม้จะไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อนก็ตาม 

"...ก็แปลกใจล่ะนะ ถ้้าไม่ใช่เพราะเธอเห็น ชั้นคงปล่อยให้แผลมันหายไปเองแล้วล่ะ แถมกระดาษบ้าอะไรก็ไม่รู้คมชะมัด ไม่นึกเลยว่าจะได้แผลกับอะไรแบบนั้น" 

"แล้วนายมาจากดาวดวงไหนล่ะ?" 

"ชั้นไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวนะ" 

คุโระบ่นแล้วเดินต่อไปโดยไม่ให้คำตอบจนกระทั่งถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วเข้าไปเลือกซื้อของ 

แม้ยูยะจะพยายามเซ้าซี้ให้เขาพูด เขาก็ตอบกลับมาว่า “ไว้ก่อน” เสมอ 

จนกระทั่งซื้อเสร็จ คุโระก็เดินกลับโดยใช้เส้นทางที่ค่อนข้างจะเปลี่ยวและไม่ค่อยมีคนเดิน 

"นี่ๆ แล้วนายมาจากที่ไหนกันล่ะ?" 

"ไม่รู้หรอกนะ ชั้นรู้แค่ชั้นไม่ใช่คนบนโลกนี้ แค่นั้นเอง" 

คุโระตอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ยูยะกลับไม่เข้าใจ 

"แล้วนายใช้เวทมนตร์ได้ไหมอ่ะ?" 

"ไม่หรอก ร่างกายของชั้นไม่มีมานา อย่างมากก็แค่เป็นคนเหนือมนุษย์นิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง" 

คุโระเหลือบไปมองยูยะที่ถามแปลกๆและกำลังขยับมือไปมาอยู่นั่นแล้วเกิดข้อสงสัย 

"แล้วทำไมถึงถามแบบนั้น?" 

*พรึ่บ!* 

ยูยะสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันเป็นเปลวเพลิงที่มีสีฟ้าอ่อนสวยงาม 

เธอเริ่มอธิบายว่ามันคืออะไรและมาจากไหน กับคุโระที่ทำสีหน้าประหลาดใจ 

"ฉันเป็นพวกที่ขี้สงสัย และก็ได้ไปขุดใต้ต้นไม้ที่บ้านของคุณย่าน่ะ และเหตุผลนั่นก็เพราะฉันได้ยินบางเสียง บอกให้ฉันไปช่วย และพอไปขุดดูก็โดนดุใหญ่เลยล่ะ แต่ก็ได้ตำราแปลกๆมาพร้อมกับสร้อยนี่น่ะ" 

สร้อยคอรูปหยดน้ำนั่นเข้ากับยูยะมาก แต่เธอมักจะนำมันไปไว้ในเสื้อทำให้มองไม่เห็นอยู่เสมอ 

"นี่ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ฉันชอบผู้หญิงล่ะนะ มันเป็นของที่ได้จากทวดของปู่น่ะ แต่ว่าคุณปู่อยากฝังมันเอาไว้พร้อมกับศพของเขา แต่กลายเป็นว่าฉันเป็นคนไปขุดมันออกมา และก็น่าแปลกที่มีแต่ฉันที่อ่านได้ และพออ่านจบ ตำรานั่นก็สลายไปเองเลยล่ะ และฉันก็ได้ความสามารถที่เป็นเวทย์มนต์นี่มาล่ะนะ ฉันสามารถควบคุมมานาที่หมุนเวียนในตัวได้ แล้วก็มานาของฉันน่ะ มีความร้อนเป็นหน่วยสเปกตรัมที่เขาใช้เรียบเรียงดาวฤกษ์ด้วยล่ะ เป็นอันดับสองรองลงมาจากสีน้ำเงินเข้มน่ะนะ" 

(ดวงดาราที่มีมวลสเปกตรัมที่มีความร้อนสูงถึงสองหมื่นสี่พันองศาเคลวินนั่นน่ะเหรอ...ยัยนี่ค่อนข้างอันตรายแฮะ ... แต่เดี๋ยวนะ) 

"แล้ว ร่างกายของเธอนั่นก็?" 

"เปล่า ฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ ค่อนข้างจะห้าวนิดหน่อยเหมือนผู้ชายอยู่แล้ว แถมยังทะเลาะกับพวกผู้ชายอยู่ตลอดเลยล่ะ ตอนเด็กๆน่ะ" 

แม้จะเหมือนเป็นอดีต แต่โตมาก็แทบจะไม่แตกต่างไปจากเดิม และเหตุผลเขาก็ได้ยินมันมาแล้วด้วย 

"แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกชอบนายหรอกนะ อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็พอใจที่เป็นเพื่อนกับนาย แม้จะอยากเป็นมากกว่านี้ก็ตาม" 

"...เธอเป็นเพื่อนคนสนิทของฉันเลยนะ เพราะตอนนี้เธอรู้ความลับของฉันแล้ว จะบอกว่าเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆฉันก็คิดว่ามันไม่ใช่หรอกนะ" 

คุโระยื่นมือไปจับมือของยูยะเอาไว้ 

"เธอมันน่าสนใจไม่ใช่น้อย ถึงจะไม่ใช่แบบที่เธอต้องการ แต่ชั้นก็รู้สึกถูกใจในตัวของเธอมากพอตัวเลยล่ะ" 

ความอบอุ่นที่ฝ่ามือทำให้หน้าของยูยะเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมปล่อยมือของคุโระไป 

หลังจากสัมผัสกับความสุขของการจับมือกับคนที่ตนมีใจให้ แม้จะดูไม่ดีเพราะก่อนหน้านี้เธอก็ยังคงยืนยันในความรู้สึกของตนที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่งก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเลือกใครก็ได้ เพราะเธอเลือกผู้หญิงคนนั้น เรื่องเลยกลายเป็นแบบนี้ 

อย่างไรก็ตามคุโระนั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกแบบเดียวกับที่ยูยะมีต่อเขา และเธอก็ยืนยันแล้วว่าจะปล่อยให้รักที่ไม่เป็นจริงแรกทิ้งไป แล้วเฝ้ารอรักครั้งนี้เสียแทน 

ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส แม้จะริบหรี่ก็ตาม แต่ก็มีแต่จะต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น 

"จะว่าไป ...ทำไมถึงยึดติดกับคุณฮินาตะถึงขนาดนั้นกันล่ะ?" 

เมื่อถามคำถามที่ค้างคานี้ออกไป คุโระก็เหลือบมามองด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะไม่เป็นมิตรนัก 

"...ชั้นน่ะ ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่คนเดียวมาโดยตลอด..." 

คุโระเริ่มเล่าเรื่องสมัยเด็กของเขาขึ้น 

"ตอนนั้นชั้นจำได้อย่างแม่นยำเลยว่าต้องใช้ชีวิตยังไงท่ามกลางสถานที่ที่ไม่รู้จัก ในวัยแค่สี่ขวบ ไม่เข้าใจภาษา ไม่มีที่อยู่ ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้า อยู่อย่างกับลูกหมาที่ไม่มีที่ไป ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงอายุแปดขวบ ชั้นต้องเอาชีวิตรอดด้วยการคุ้ยขยะแล้ววนเวียนไปยังสถานที่ต่างๆ เรียนรู้ภาษาด้วยการจำและความคิดของตนเองเท่านั้น ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยได้ มีแต่พวกที่จะมาหาเรื่องหรือทำร้ายกันทั้งนั้น และในตอนนั้น ชั้นก็ได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่คนประเภทเดียวกับคนที่นี่" 

คุโระก้มมองลงที่มือของตนเอง 

"แค่สะบัดมือทุกคนก็ไร้ซึ่งหนทางในการจะเอาชนะชั้นได้ ถ้าต้องการจะฆ่ามันเมื่อไรก็ได้ ชั้นไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร ในตอนนั้นก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยล่ะนะ" 

คุโระหันมามองที่ยูยะอีกครั้ง 

"ในตอนนั้น ชั้นก็ได้เจอกับพวกของพี่ฮานะ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีกันสี่คน ตอนนั้นที่เจอเป็นพี่สาวตัวเล็กที่ค่อนข้างจะสุดยอดในหลายๆความหมายเลยล่ะ หลังจากนั้นวันเดียว พี่ฮานะในสภาพที่มอมแมมแถมยังดูอายุมากกว่าเดิมก็มาเจอกัน แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่เคยเลยที่จะได้คำตอบ" 

คุโระถอนหายใจ 

"แล้วหลังจากนั้น พลังที่ว่าก็หายไป ถึงจะเหนือกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่ามากแค่ไหน … อย่างน้อยก็ฟื้นฟูเร็ว มีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไป และเร็วกว่า แถมยังไม่เหนื่อยแม้จะวิ่งเป็นสิบๆกีโลเมตร ก็ประมาณนี้แหละนะ" 

"...แล้วมันเกี่ยวกับที่นายยึดติดกับคุณฮินาตะยังไงกันล่ะ?" 

"...ยัยนั่นอยู่กับชั้นมาตั้งแต่เด็ก ทันทีที่ย้ายเข้าบ้านของพี่ฮานะ ทุกๆวันที่ชั้นกำลังปรับตัวก็เจอเข้ากับฮินะและคานะ พวกเธอเข้ามาคุยและเล่นกับชั้น และยังแปลกๆไม่ต่างจากชั้นเลย ถึงยัยพวกนั้นจะเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดาหรอกนะ สองคนนั้นอ่อนแอกว่าชั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง" 

"ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอ่อนแอกว่านายนิดหน่อยเนี่ยมันเท่าไหน แต่รู้สึกได้เลยว่าค่อนข้างแปลกประหลาดเลยล่ะ แต่นั่นคือเหตุผลงั้นเหรอ?" 

"ชั้นก็แค่รู้สึกว่า ชั้นเป็นตัวซวยที่พาลางร้ายมาใส่คนอื่นๆ … อาจารย์คิริซากิก็ทีนึงแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเคยมีคนเกิดอุบัติเหตุและเจอเรื่องร้ายๆต่างๆนาๆทันทีที่ชั้นพยายามสนิทด้วยล่ะนะ กับพวกเธอเองก็เหมือนกัน เป็นไปได้ก็ไม่อยากจะสนิทกันมากนักหรอก … แต่ชั้นเองถ้าไม่เดินหน้าบ้าง คงจะทำอะไรไม่ได้แน่ๆ" 

ลางร้ายที่ติดตามคุโระมานั้นเป็นเรื่องที่น่าพิศวง แม้แต่ฮานะเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ 

"มันมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ มีเพียงฮินะและคานะเท่านั้นที่ยังอยู่ข้างชั้น และยังไม่เคยมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ยังไงก็คงต้องเป็นคนคนนี้ ในใจของชั้นกำหนดเอาไว้แบบนั้นแล้ว เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้หรอกนะ" 

"...ฉันเชื่อว่ามันจะต้องเปลี่ยนได้ สักวันหนึ่ง นายจะเปลี่ยนแปลง ฉันมีลางสังหรณ์ว่ามันจะเป็นแบบนั้น" 

ยูยะแสดงรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย 

"เอาล่ะ รีบกลับกันก่อนที่จะมีคนโทรมาตามกันเถอะ---" 

*~~♪ ~~~♫ ~~♪ ~~~♫* 

ทันทีที่พูดจบ เสียงเพลงของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 

คุโระล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วมองดู ก่อนที่จะกดรับซึ่งเขาใช้เวลาคิดนานพอสมควรว่าจะรับดีไหม 

"...ฮัลโหล" 

"นี่...คุโรมิเนะ คุโระคุงจ๊ะ เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยนะ ก่อนอื่นเลย หายไปไหนกับสาวน้อยสองต่อสองกันน่ะ?" 

คุโระเหงื่อตกเล็กน้อยก่อนที่จะพูดตอบ 

"แค่ซื้อของ ตอนนี้กำลังกลับแล้ว" 

"...งั้นเหรอจ๊ะ? ที่ไหนกันล่ะจ๊ะ?" 

คุโระกลืนน้ำลายเบาๆก่อนจะตอบกลับไป 

"...ถนน34 มันเป็นทางลัดน่ะ" 

​"... ถ้าจำไม่ผิดตรงนั้นมันเปลี่ยวและไม่ค่อยมีคนผ่านนี่จ๊ะ?โฮะโฮะโฮะ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยล่ะนะจ๊ะคุโรมิเนะ คุโระคุง รีบๆกลับมาชดใช้กรรมของเธอได้แล้วนะ โฮะโฮะโฮะ" 

"เดี๋ยว---" 

*ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด...* 

คุโระต้องการจะทักท้วงแต่กลับไม่เป็นผลเพราะฮานะนั้นได้วางสายไปก่อนเสียแล้ว แถมเสียงของเธอก็ฟังดูน่าสยดสยองเอาเสียไม่น้อย คุโระเองก็เหงื่อแตกและหน้าซีดลงอย่างน่าแปลกตา 

"ก...เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" 

"อะไรบางอย่างที่เธอคงไม่อยากเจอล่ะมั้ง จะวิ่งล่ะนะ" 

"ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็---" 

*ฟุ้บ...* 

คุโระถีบพื้นออกแล้ววิ่งออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วชนิดที่ยูยะไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่วิ่งได้เช่นนั้นมาก่อน 

มันเร็วจนทิ้งห่างได้เพียงไม่กี่วินาที 

"ร...เร็วเกินไปแล้ว!! ช้าลงหน่อยสิ!!!" 

ยูยะตะโกนบ่นพลางวิ่งตามคุโระไปสุดความสามารถ แน่นอนว่าเขาก็หยุดรอแต่จนแล้วจนรอดยูยะก็ยังคงตามความเร็วของเขาไม่ทัน 

แล้วทั้งสองก็กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย 

คุโระเปิดประตูด้วยกุญแจที่มีแล้วพายูยะเข้าไปข้างในรั้ว ก่อนที่จะล็อกแล้วเดินพาเธอเข้าไปข้างใน 

ทางเข้าบ้านไม่ได้ใหญ่โตมากมายแต่ก็สามารถเดินไปทางอื่นได้เหมือนกัน ซึ่งคุโระไม่ต้องการให้ยูยะไปในทางอื่น เขาเลยพายูยะไปยังหน้าบ้านแล้วพาเธอเข้าไปข้างใน 

"ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณคุโระ" 

"กลับมาแล้ว" 

"ตามมาทางนี้เลยค่ะ … นี่คุณ..." 

"ไปกันได้แล้ว ชั้นจะพายัยนี่ไปด้วย มีอะไรจะถามพี่ฮานะพอดีเลย" 

"...ทางนี้ค่ะ" 

ยูนะ หรือชื่อเต็ม ซาโอโตเมะ ยูนะ คุโรมิเนะ เมดประจำบ้านแห่งนี้ผู้คอยดูแลงานบ้านและอื่นๆทั่วไปภายในบ้าน กำลังพาคุโระและยูยะไปหาฮานะที่อยู่อีกห้องหนึ่ง 

เมื่อไปถึงยูนะก็เปิดประตูให้ทั้งสองเข้าไป และเธอเองก็เข้าไปด้วยและปิดประตูเอาไว้อย่างดี 

"โฮะโฮะ? มาแล้วเหรอคุโรมิเนะ คุโระคุง? เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยล่ะนะจ๊ะ" 

พี่สาวของคุโระ แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่เขาก็นับถือเธอเป็นพี่สาวของตน และยังเป็นผู้ปกครองและครอบครัวของคุโระ คุโรมิเนะ ฮานะ 

"...อะไรล่ะ?" 

"...ยังมีหน้ามาถามอีกงั้นเหรอจ๊ะ? เธอมาผู้หญิงมาบ้านเป็นสิบคน แล้วไหนจะพาผู้หญิงคนนั้นไปที่เปลี่ยวๆกันสองต่อสอง แม้จะอ้างอะไรก็ไม่เชื่อหรอกนะจ๊ะ" 

"ชั้นรู้ว่าพี่รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น" 

"ครั้งแรกควรจะทำให้ห้องนอนกันสองต่อสองนะจ๊ะ" 

"ก็ บอก ว่า ไม่ ได้ ทำ อะ ไร ไง แล้วก็นะ มีเรื่องจะถามหน่อย" 

คุโระตัดบทสนทนาแล้วรีบเข้าเรื่องทันที 

"มันหมายความว่ายังไง ทำไมครอบครัวของยัยยูยะถึงมีตำราเวทมนตร์ได้กัน?" 

พอถามออกไปแบบนั้น ฮานะและยูนะก็หุบยิ้มแล้วแสดงสีหน้าที่จริงจัง 

"หมายความว่ายังไงกันจ๊ะ?" 

"ยูยะ" 

"อ..อื้ม" 

ยูยะสร้างเปลวเพลิงขนาดเล็กสีฟ้าออกมาบนฝ่ามือให้ฮานะเห็น เมื่อฮานะเห็นแบบนั้นก็เอื้อมมือไปที่ลิ้นชักอย่างรวดเร็ว 

"หยุดเลย ยัยนี่ไม่ใช่ศัตรู" 

คุโระตะโกนสั่งให้ทั้งสองหยุดการกระทำของตน ทั้งสองมองไปที่คุโระแล้วหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะหยุดการกระทำนั้นแล้วกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมดังเดิม 

"น่าแปลกใจจังนะจ๊ะ ที่มีคนบนโลกใบนี้ที่ยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้เนี่ย" 

"แล้วเวทมนตร์คืออะไรกัน?" 

คุโระตั้งคำถาม แต่ฮานะไม่ตอบ 

"เธอก็รู้จักมันดีนี่จ๊ะ" 

"เอาเถอะ หลักการคงไม่ต่างจากพวกนิยายหรือหนังมากนักหรอก" 

ในเมื่อไม่ได้คำตอบ คุโระก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วปล่อยมันไป 

"ถ้างั้นเดี๋ยวพี่จะทำอาหารค่ำให้นะจ๊ะ ได้วัตถุดิบมาเยอะเลยด้วย คงหิวแล้วใช่ไหมล่ะจ๊ะ" 

"ค...ค่ะ" 

"ถ้างั้นก็ไปรอกับคนอื่นๆก่อนเลยนะจ๊ะ" 

"ข...เข้าใจแล้วค่ะ" 

ยูยะพูดแบบตะกุกตะกักทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าฮานะ คุโระเหลือบไปมองเธอแล้วทำสีหน้าประหนึ่งสมเพชออกมา 

"เธอนี่มันศัตรูของผู้หญิงจริงๆ แล้วที่พูดเมื่อก่อนหน้านี้มันไปไหนซะแล้วล่ะ?" 

"ช...ช่วยไม่ได้นี่นา! ก...ก็คุณพี่ฮานะของนายทั้งสาวทั้งสวยแบบนี้ ค...ใครก็ต้องประหม่ากันบ้างแหละ!" 

"อย่างกับตัวละครในโดจินลามกไม่มีผิดเลยนะเธอเนี่ย" 

เขาแสดงสีหน้ารังเกียจยิ่งกว่าเดิมจนทำให้ยูยะรู้สึกช็อกไปในชั่วขณะ 

"ยังไงก็ตาม คนอื่นๆอยู่ที่ห้องรับแขกสินะ?" 

"ใช่แล้วค่ะ สิ่งของเครื่องใช้ฉันนำไปไว้ในห้องรวมแล้วค่ะ" 

"ไปกันได้แล้วยูยะ" 

คุโระลากยูยะออกจากห้องไปแล้วมุ่งตรงไปยังห้องรับแขก 

ฮานะและยูนะมองส่งทั้งคู่แล้วหันกลับมามองตากัน 

"ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมจ๊ะ?" 

"ใช่ค่ะ นั่นคือพลังผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ด เปลวเพลิงสวรรค์ อยู่ในระดับสามเลยค่ะ" 

"ถ้าเป็นศัตรูกันจริง คงไม่มีใครโค่นลงได้ถ้าไม่ใช้พลังที่ถูกปิดผนึกไว้ของคุโระงั้นสินะจ๊ะ" 

"แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ คุณคุโระคือผู้มีคุณสมบัติแห่งราชันย์ของทุกสรรพสิ่งอยู่นะคะ ถือเป็นเรื่องดีนะคะที่เขาพบเจอหนึ่งในเจ็ด แถมยังเป็นอันดับที่สามอีก" 

"ถ้าการต่อสู้ครั้งสำคัญมาถึง ขอให้เขาพบเจอกับผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ดด้วยเถอะนะจ๊ะ" 

ฮานะประสานมือแล้วก้มหน้าหลับตาอ้อนวอนต่อพระเจ้า 

"แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นล่ะก็ ...ฉันนี่แหละ ที่จะทำลายพวกแกให้สิ้นซาก อย่าคิดว่าฉันจะลืมสิ่งที่พวกแกทำกับพวกฉันได้ล่ะ ไอ้พวกพระเจ้าสารเลวเอ้ย" 

คำพูดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังออกมาจากปากของฮานะที่กำลังแสยะยิ้มอย่างน่าหวาดหวั่น 

เธอมีพลังที่มากพอที่จะต่อกรได้แม้กระทั่งพระเจ้า เพราะอะไรกัน? อดีตของเธอเป็นยังไง? มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว