ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10 #T-take apart

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2563 06:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 #T-take apart
แบบอักษร

‘เซฟ’

“จี โตขึ้นนายอยากเป็นอะไรหรอ?”

“อยากเป็นนายแบบ จะได้ใส่เสื้อผ้าเยอะๆ”

ตาผมพล่ามัวผมจึงขยี้ตาเบาๆทำให้ผมมองเห็นเด็กสองคนกำลังเล่นก่อปราสาททรายกันอยู่และผมจำได้ว่านั้นคือผมกับไอ้จีในตอนเด็ก เราสนิทกันมาก บ้านจีอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผมเราสองคนรู้จักกันตอน 10 ขวบ เหมือนเจอกันก็ถูกชะตาสนิทกันเร็วมาก

“ดีจัง เซฟยังไม่รู้เลยว่าโตมาจะเป็นอะไร”

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวจีช่วย ยังไงโตมาเราต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว”

‘ไอ้จี’ ผมน้ำตาคลอปากสั่นเมื่อภาพตรงหน้าคือจีกอดผมอยู่ พวกเราในตอนนั้นยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใฝ่ฝันถึงอนาคตอย่างไม่มีขอบเขต ไม่มีหนามตามทางเดิน ไม่มีทางแยก ความฝันนั้นคือฝันบริสุทธิ์ของเด็กตัวเล็กๆสองคนที่อาจจะพูดขึ้นมาลอยๆเล่นๆไม่จริงจัง

“เพราะจีสัญญากับเซฟแล้วมาจะไม่ทิ้งเซฟไปไหน” คำพูดของเด็กสิบขวบพูดออกมาพร้อมยิ้มเล็กๆให้กับเพื่อนของเขาเอง จีบอกว่าย้ายบ้านมาเลยไม่มีเพื่อน ถึงจะมีบ้างแต่ทั้งเพื่อนทั้งหมดที่จีเคยมีมาไม่มีใครทำให้จีอยู่ด้วยแล้วมีความสุขหรือสนุกขนาดนี้มาก่อน

“อื้ม สัญญาแล้วนะ” เซฟเกี่ยวก้อยสัญญาพร้อมปั้มตราประทับเป็นนิ้วโป้งของทั้งสองชนกัน

‘เซฟ’ ผมรู้สึกเหมือนถูกบีบที่หัวใจ แน่นหน้าอกไปหมด หายใจหืดหอบ

‘ทำไมวะ ทำไมกูกับมึงต้องแยกกัน ทำไมมึงไม่อยู่กับกูเหมือนที่สัญญาไว้’ ผมจับหน้าและน้ำตาไหลลงมาราวน้ำตก ใจคิดว่าไม่ยุติธรรมสัมหรับตัวจีและตัวเซฟเอง เด็กตัวแค่นี้ควรมีชีวิตกับความทรงจำที่ดี ทำไมต้องเป็นแบบนี้

..:.. .

เพี้ยะ!

“สารเลว! แย่งผัวคนอื่นได้ลงคอไม่ดูหรือไงว่าผู้ชายมีลูกมีเมียแล้วน่ะหะ!! จิตใจแกมันทำด้วยอะไรถึงแย่งผัวคนอื่นทั้งที่ลูกเขาพึ่งสิบขวบ! สกปรก!!”

“หลินพอได้แล้ว ผมเป็นคนเข้าหาปลายฟ้าเองปลายฟ้าไม่ผิด”

“เข้าข้างกันเข้าไป เจสันคุณทำแบบนี้ได้ยังไง!? ลูกยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ทำไมไม่ใส่ใจลูกบ้าง”

“คุณเองก็ไม่เห็นจะใส่ใจตรงไหน ฟ้าดูแลจีได้มากกว่าที่คุณทำอีก”

“หรอ! ถ้าไม่ติดว่านังฟ้าเป็นน้องของธารน้ำป่านนี้ฉันประจานมันให้คนทั้งบริษัทรู้กันไปทั่วแล้ว”

ผมมองพ่อแม่ของจีและน้าปลายฟ้าน้องสาวของแม่ผมทะเลาะกันอยู่หน้าบ้านผม คนเดินผ่านไปมาซุบซิบกันใหญ่ส่วนจีเองยังเรียนพิเศษไม่กลับมาถึงบ้าน ผมจำได้ดีว่าแม่พาผมเข้าในบ้านไปอยู่กับพ่อและยายบนโซฟา

..:.. .

“เซฟไปเดินเล่นกับพี่ชมพู่ไหมลูกถ้าจีกลับมาแม่จะพาจีไปหานะ”

“ไม่เอา จะรอจีคนเดียว”

..:.. .

“จีเราเข้าบ้านก่อนนะ”

“ว่าแต่ทำไมวันนี้บ้านเซฟเงียบจังเลย”

“ไม่มีอะไรหรอก คงนอนกลางวันกันอยู่น่ะ”

..:.. .

“จีช่วยเซฟด้วย!! จี!!” เซฟเด็กตัวเล็กๆตะโกนออกมาสุดเสียงแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือหมัดของชายหนุ่มที่จับกดเขาลงนอนราบไปกลับพื้น ชายคนนั้นถอดเสื้อออกเขาจับเซฟหันหลังและตบเซฟทั่วทั้งใบหน้าและแผ่นหลัง เซฟร้องสุดชีวิตในขณะที่พ่อของเขากำลังสู้กับชายอีกสองคน คนพวกนี้คือโจร

ปัง!!

เสียงปืนดังขึ้นทำให้คนทั้งบ้านตกใจ สายตามองไปยังโจรที่ถูกยิงที่ต้นขา คนในหมู่บ้านแห่เข้ามาช่วยพวกเราแต่หลังจากนั้นผมกำลังสูญเสียบางสิ่งบางอยู่ไป

..:.. .

“จีไปเล่นสวนสาธารณะกัน”

“พ่อกับแม่เราให้ย้ายออก”

“...”

“พวกเขาบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเรา พวกท่านจะพาเราไปที่ที่ดีกว่า”

“ที่ที่ดีกว่าหรอ”

“อื้ม เซฟจะไปด้วยไหม”

“เราไปไม่ได้ เรามีบ้านอยู่ที่นี่”

“แต่ที่ที่จีจะไปมันไม่ใช่ที่ที่ดีกว่านะ ถ้าที่นั้นไม่มีเซฟ”

..:.. .

เซฟมองจีขนของขึ้นรถแล้วโบกมือลาไปมา เซฟร้องไห้กับแม่แต่ไม่นานเซฟก็หยุดร้องไห้และคิดว่าครอบครัวจีใจร้ายตลอดเวลาที่เป็นเด็กเซฟไม่ไปเล่นที่อื่นทั้งสวนสาธารณะหรือสนามเด็กเล่น มีเพียงพี่ปั้นและบูมที่เข้ามาเล่นด้วยที่บ้าน

7:22 น.

“ไอ้จี!จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนวะ” ผมถีบจีตกเตียงเจ้าตัวลุกขึ้นมาร้องโอดโอยทำหน้าหมาง่อยใส่

“ทำไมมึงตื่นเร็วกว่ากูอะ กูเป็นคนทำมึงนะ” จีชี้เป้ากางเกงเซฟ

“ทำห่าอะไร มึงแค่มับให้กูไม่ได้ถึงขั้นมีอะไรกันสักหน่อย” ไม้กวาดในมือเซฟลอยฟิ้วไปหาจี ดูรู้ว่าเล็งให้โดนหัวจี

“แต่กูไม่เคยทำให้ใครเลยนะ”

“ทำอย่างกับกูเคยไอ้สัส ไม่มีใครให้คนอื่นเห็นกรวยตัวเองง่ายขนาดนั้นหรอก”

“แต่กูเห็นแล้วนะ”

“ไอ้โรคจิต!” ผมเดินไปจับหมอนโยนใส่ไอ้จี

“รีบไปแต่งตัว จะแปดโมงละ” ผมเดินออกมาจากห้องให้จีได้แต่งตัว พลางถอนหายใจให้โล่งอก เมื่อคืนฝันแบบนี่มันคือฝันอดีตแล้วพึ่งเคยฝันครั้งแรก

“จีเขาทำไมหรอ” ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงยายนั่งรถเข็นมาหา

“เอาอีกแล้วนะครับ ทายใจผมไปเรื่อย” ผมเดินไปชาวยายให้ลงบันไดดีๆบ้านผมมีส่วนลงของคนตาบอด มีเชือกให้จับแล้วมีรถเข็นอีกอันอยู่ใกล้ๆบันได บันไดบ้านผมไม่ค่อยสูงและไม่ค่อยชันจึงทำให้ลงเองได้สบายเวลาอยากลงบันไดเอง

“ถึงยายจะตาบอดไม่ได้แปลว่ายายจะไม่รู้นะว่าหลานเนี้ยคิดอะไรอยู่”

“ครับยาย ยายผมเก่งที่สุดแล้วครับ” ผมเอียงคอไปจุ๊บไหล่ยาย

“เก่งแน่นอน เรื่องแบบนี้ขอให้บอก ยายมีประสบการณ์ตรงทุกอย่างเข้าใจสบายมาก”

“ครับ~” ผมลงมาด้านล่างพร้อมยายแล้วพายายนั่งรถไปหาแม่ในห้องครัว

“ธารน้ำวันนี้ทำอะไรกินหรอลูก”

“วันนี้ทำคะน้าหมูกรอบค่ะแม่ เจ้าเซฟบ่นอยากทาน”

ผมกอดแม่จากด้านหลังพร้อมหอมแก้มแม่อย่างที่เคยทำมาประจำ แม่ยิ้มเล็กยิ้มน้อยมือทำอาหารไม่ด้วย ครอบครัวผมมีความสุขมาตลอดไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแค่ไหนครอบครัวผมจะคอยประครองกันเดินข้ามปัญหา แต่ต่างคนต่างรู้ดีว่าไม่ว่ายังไงความรู้สึกแย่ๆกับเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมายังไงก็สลัดทิ้งออกไปจากส่วนลึกของใจไม่ได้ ครอบครัวผมเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่พูดเรื่องร้ายออกมาให้คนในครอบครัวรู้สึกแย่หรือหดหู่ ในใจของทุกคนรู้ดี

“เมื่อคืนแม่ได้ยินเสียงจีด้วย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

“คุยกันเสียงดังนิดหน่อยครับ ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่นมากลางดึกขนาดนั้น”

“เสียงดังจริงๆ ยายได้ยินนะ”

“ครับ?”

“เสียงเซ็กซี่ของเซฟน่ะยายได้ยินนะ” ผมหน้าแดงพร่าวขึ้นเลิ่กลั่กแก้ตัวไม่ถูก แม่คืนผมกลั้นเสียงลงแรงไปกับการจิกหัวไอ้จีแทนแต่ยายยังได้ยินอีก

“แม่ก็ ไปแซวเซฟมัน”

“แม่ก็รู้หรอครับ”

“รู้สิ คิดว่าแม่เดินไปแล้วจริงๆน่ะหรอ”

“แม่เดินกลับมาหรอครับ!”

“ใช่สิ แม่เป็นห่วงลูกไง แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงตะมุตะมิของเซฟด้วย”

“แม่ไปเอาคำแบบนั้นมาจากไหนครับ”

“แม่ดูหน้ากากทุเรียนมา น่ารักมากๆเลย”

ผมเอามือสองข้างปิดหน้าตัวเองรู้สึกได้เลยว่าหน้าแดงแน่ๆ ผมดีใจที่แม่กับยายไม่เหยียดเพศนะแต่ตอนนี้ผมอายไปหมดแล้ว ฟังกันนานแค่ไหนไม่อยากจะคิดเลย

“แม่ครับสวัสดีครับ ผมตื่นสายไปหน่อยขอโทษนะครับไม่ได้ลงมาช่วยจัดข้าวเลย” เสียงจีงัวเงียเดินมาห้องครัว

“ไม่เป็นไรลูก เมื่อคืนคงหนักแม่เข้าใจ”

“แม่!!” ผมหันไปจุ้ปากใส่แม่ให้แม่ไม่พูดเรื่องนี้ โถ่ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะแม่

“ครับ หนักมาเลยครับ ผมปวดแขนปวดคอไปหมดแล้ว”

“(\\0_0\\)”

“เซฟเป็นไรวะ หูแดงเชียว”

“สาระแน” ผมเดินไปนั่งโต๊ะรีบทานข้าวให้หมดจะได้รีบไป

7:38 น.

แอดดดด

“ทานข้าวไม่รอพ่อเลยนะเจ้าเซฟ” พ่อผมเดินมาวางมือไว้บนหัว

“พ่อมานอนบ้านหรอครับ?”

“ป่าว แวะมาอาบน้ำก็ไปทำงานแล้วล่ะ”

“พ่อสวัสดีครับ”

“อ่าๆหวัดดี เห็นบอกปวดแขนปวดคอ เมื่อคืนหนักเลยสิ”

“(\\0_0\\)!”

“ครับ?” ไอ้สัสจีไม่ต้องไปสงสัยได้ไหมวะ!!

“แม่เล่าให้พ่อฟังเรื่องจีกับเซฟเมื่อคืน พ่อไม่ขัดอะไรหรอกนะ แต่ช่วยเบาๆกับเซฟหน่อยแล้วกัน”

“พ่อ!”

“เรื่องไรวะเซฟ” จีกระซิบข้างหูผม เรื่องอะไรอีกวะเมื่อคืนนี้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่เรื่อง

“อ่า ระ เรื่องตัดโมช่วยกูไง มึงปวดแขนปวดคอเพราะก้มไม่ใช่หรอวะ” ผมแถจนข้างตัวแทบถลอกออก ไอ้บ้าเอ้ยอย่าพึ่งมาใสซื่อตอนนี้ได้ไหมวะ

“อ่อ แต่กูว่าไม่ใช่”

“ไอ้สัส!” ผมตบแขนมัน รู้อยู่แล้วยังมาทำตัวซื่อๆใส่อีก

“อย่าไปตีแฟนสิเซฟ”

“พ่อออ พ่อเข้าข้างผมสิครับ”

“ไม่มีทาง พ่อจะเข้าข้างลูกเขยพ่อ”

“ลูกเขย?” จีพูดงงๆขึ้นมาทำให้คนทั้งโต๊ะอาหารทำหน้าสงสัยตาม ผมกับไอ้จีไม่ได้เป็นไรกันมันก็ไม่แปลกที่มันจะงงที่พ่อแซวว่าลูกเขย

“พ่อแซวเล่น จะบอกว่าเป็นเพื่อนกันใช่ไหมล่ะ” ผมไม่สบตาพ่อกับแม่ หันไปตักข้าวเข้าปากตัวเองและป้อนยายส่วนยายก็ยิ้มเล็กยิ้มใหญ่

8:54 น.

“ขอบใจที่มาส่งกูนะ” ผมขับรถมาส่งจีที่มหา’ลัย ระหว่างทางมาเอาแต่บ่นเรื่องช่วยตัดโมผมเมื่อคืนว่าปวดแขนบ้างปวดข้อมือบ้างไปจนถึงขั้นปวดคอ

“กูไม่มาส่งลูกคุณหนูอย่างมึงจะมายังไง”

“อะไรของมึง คนขับรถก็มีโทรให้มารับไง”

“ครับพ่อคนรวย”

“เออ มึงมีเรียนตอนช่วงบ่ายๆตอนสี่ห้าโมงปะ”

“ไม่มี”

“แล้วช่วงทุ่มสองทุ่มอะ”

“กูตัดโม”

“เฮ้ย งั้นมึงทำตอนช่วงบ่ายดิเดี๋ยวกูไปช่วย”

“กูว่างไม่ว่างเกี่ยงไรกับมึง”

“กูจะชวนไปบริษัทกูหน่อยอะ ไปหาคุณเจสัน”

“คุณเจสัน...ใช่บริษัทSTTปะ”

“เออ จะไปด้วยปะ”

“ไปดิ เห็นเขาบอกจะทำห้างเลยหาคนออกแบบ ค่าตัวดีคุณเจสันเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่แถมเป็นคนดังแบบนี้กูตั้งอยากเจออยู่ละ” ผมเห็นแสงสว่างเปิดทางให้ผม ผมจะได้เจอคนดังแถมเป็นนักธุรกิจที่รวยอันดับ2ของประเทศอีก โอกาสได้เจอคนแบบนี้ไม่ได้มีกันง่ายๆ

“มึงไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก ต่อให้ชื่อเสียงเรียงนามเขาดีแค่ไหน สันดานยังแย่เหมือนเดิม” ผมหันไปทางจีผมไม่คิดมาก่อนว่าจีจะไม่สนิทกับพ่อของตัวเอง ตอนเด็กๆจีติดพ่อจะตายไม่มีแววว่าจะห่างเหินกันด้วยซ้ำ

“มึงไม่ถูกกันกับพ่อหรอวะ?”

“เออ”

ผมมองจีที่หันมาสบตากับผม ใบหน้านิ่งกับผมเซทขึ้นเห็นรอยตัดมุมเฉียงของคิ้วที่จีตัดออก ตาจ้องผมไม่กะพริบ สันดั้งดังสันเขื่อนค่อยๆเข้ามาใกล้ผมเรื่อย ริมฝีปากหนาทบกันกับริมฝีปากผม ผมค่อยๆผลักจีออก

“เพราะเจสันแยกมึงกับกู แล้วเขาก็ขี้โกหก”

เสียงแผ่วเบาแต่แสนหนักแน่นของจีพูดขึ้นราวกับโกรธแค้นดุดไฟโดนน้ำมันราด ใช่ เขาแยกเราจากกันแต่เหตุผลที่ผมรู้คือเขาทำดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งทำได้ เขาเป็นห่วงจีไม่อยากแยกจีกับเพื่อนที่จีรักแต่มันจำเป็นที่ต้องย้ายออก ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางขนาดนั้นและผมมั่นใจว่าจีจะบอกผมเรื่องนี้เองเมื่อเขาพร้อม

“ไปเรียนได้แล้วไอ้สัส สายละอย่ามาโทษกูนะ” ผมผลักจี ผมไม่อยากให้จีเครียดหรือคิดมาก

จีเป็นคนบอบบางทั้งด้านความรู้สึก ร่างกาย จีไม่ได้ถูกเลี้ยงมาให้พยายามทำแต่ถูกเลี้ยงมาเพื่อทำในสิ่งที่มี แม่ของจี(หลิน)ฉายาผู้หญิงแข็งแกร่ง เป็นเจ้าของธุรกิจที่รวยเป็นอันดับ1ของประเทศ จีเล่าให้ฟังว่าพ่อกับแม่ของจีแต่งงานมีลูกด้วยกันเพื่อผลประโยชน์ด้านธุรกิจของสองครอบครัว พี่เจรับธุรกิจฝ่ายแม่และจีรับฝ่ายพ่อแต่พี่เจดันมีอนาคตใหม่ที่วาดใันไว้เองจึงทำให้ธุรกิจของแม่จีไม่มีใครรับต่อ มากกว่านั้นคือผมไม่รู้ผมรู้เท่าที่จีเล่าให้ฟังไม่ใช่ผมไปถามเองและถ้าเรื่องทำไมถึงไม่สนิทกับพ่อเมื่อจีพร้อมจีจะเล่าให้ผมฟังเอง

ความคิดเห็น