facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 30 จี้หยกของอาจารย์หาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 จี้หยกของอาจารย์หาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2563 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 จี้หยกของอาจารย์หาย
แบบอักษร

 

“ทำไมเจ้าอยู่ห้องติดกับข้า!” เหออันโหรวเอามือกุมหัวร้องเสียงหลง ร้องเสียงดังยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าสตรีผู้นั้นคือองค์หญิงแปดเสียอีก 

“อาจารย์อินซู่เป็นคนจัดการเรื่องห้องให้เจ้า” ลู่ซิงหัวส่งสายตาบอกว่าเจ้าก็รู้อยู่แล้ว 

เหออันโหรวจึงต้องยอมรับ ลู่ซิงหัวอยู่ห้องติดกันก็ไม่ถือว่า...เลวร้ายนักหรอกมั้ง เพียงแต่ นางขมวดคิ้วแล้วถาม “ถ้าเช่นนั้นเรื่องเมื่อครู่เจ้าก็เห็นตลอด ทำไมไม่ออกมาคุมน้องสาวเชื้อพระวงศ์ผู้เอาแต่ใจตัวเองของเจ้า”  

“ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไล่นางออกไปได้” ลู่ซิงหัวยกมุมปากยิ้มอย่างยากจะเข้าใจ “แต่เจ้าวางใจ มีข้าทั้งคนนางไม่กล้ามาหาเรื่องเจ้าแน่” ญาติผู้น้องคนนี้เป็นอย่างไร เขารู้ดี แม้ว่าหาเรื่องเหออันโหรวก็ถูกรังแกแค่นั้น แต่ลู่ซิงหัวประเมินความริษยาของผู้หญิงต่ำเกินไป... 

หลังเข้าสำนักในการวางแผนหลักสูตรก็เริ่มใหม่ อาจารย์สำนักในก็ต่างจากอาจารย์สำนักนอก เช้าตรู่วันต่อมานางแต่งตัวออกจากห้องพักอย่างคล่องแคล่ว นางจงใจเลี่ยงประตูห้องลู่ซิงหัว วันนี้นางเข้าเรียนที่สำนักในเป็นวันแรก ต้องตั้งใจให้ดี 

พอมาถึงหน้าประตูห้องหลอมโอสถทิพย์ของสำนักใน เหออันโหรวกลับเห็นศิษย์จำนวนมากนั่งหลับตาเข้าสมาธิอยู่ข้างหลังเตาหลอมของแต่ละคนรออาจารย์อยู่ 

เหออันโหรวสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อมาถึงก็ไปหาที่นั่งที่ยังว่าง ยังไม่ทันหลับตาก็เห็นศิษย์รอบข้างชี้มือชี้ไม้มองมายังตนแล้วซุบซิบอะไรกันอยู่ 

นางรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างอย่างเลือนราง ทั้งยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงได้แต่สงบใจเข้าสมาธิหลับตารอ  

ไม่นานนักก็เห็นอาจารย์ผู้หญิงสวมชุดคลุมยาวเดินเข้ามาในห้องโอสถทิพย์ อาจารย์เซี่ยอวี่ถิงมองไปรอบๆ พยักหน้าแล้วเริ่มบรรยายเนื้อหาของวันนี้ 

เนื่องจากเหออันโหรวเพิ่งเข้ามาเรียน อาจารย์จึงอธิบายพื้นฐานการหลอมโอสถทิพย์อีกรอบหนึ่ง และให้ทุกคนฝึกทำ เหออันโหรวฟังอย่างตั้งใจ นางรู้สึกว่าเนื้อหาแม้จะคล้ายกับที่อาจารย์กู้หลีเฉิงบรรยายแต่ก็มีส่วนต่างกัน 

พอจบการบรรยายอาจารย์เซี่ยอวี่ถิงก็มอบหมายให้แต่ละคนฝึกทำแล้วจากไป อาจารย์ออกไปไม่นานก็วกกลับมา ทุกคนในห้องโอสถทิพย์มองหน้าอาจารย์ 

อาจารย์เซี่ยอวี่ถิงขมวดคิ้วบอกว่าจี้หยกที่ติดตัวตลอดเวลาจู่ๆ ก็หายไป 

“ไม่รู้ว่าหล่นตรงไหน แม้ไม่ใช่ของดีมีราคาแต่ก็มีความหมายสำหรับข้ามาก ตอนกลับพวกเจ้าช่วยกันหาด้วย” 

ด้านล่างกลับมีเสียงเด็กสาวหัวเราะดังขึ้นด้วยเสียงคลุมเครือ “ต้องเป็นเหออันโหรวแน่ พอนางมาจี้หยกก็หาย ได้ยินมาว่าศิษย์ผู้พี่อี้ซ่านเคยแข่งกับนาง แม้แต่ภาชนะใส่โอสถทิพย์นางยังใช้กล่องไม้ ไม่แน่นางอาจจะถูกใจจี้หยกของอาจารย์เลยคิดจะขโมยไปขาย” 

บรรดาศิษย์ต่างหัวเราะ เหออันโหรวได้ยินก็โกรธจนมือสั่นถามอย่างไม่พอใจ “อ้อ ไม่ทราบว่าเจ้าเคยเห็นงั้นหรือ ใส่ร้ายคนอื่นอย่างนี้ไม่รู้สึกละอายใจหรือไง!” 

“ใส่ร้าย? ใครจะใส่ร้ายคนอื่นโดยไม่มีเหตุ อย่าคิดว่าถ้าพบหลักฐานก็ไม่มีใครรู้ หลายคนที่นี่คงเคยเห็นการกระทำอันชั่วช้าของเจ้าแล้ว” หญิงสาวคนหนึ่งมองเหออันโหรวอย่างดูแคลน  

เหออันโหรวได้ยินก็มองไปยังต้นเสียง หญิงสาวคนนี้ไม่มีความแค้นกับตน ตนไม่เคยทำอะไรให้นางเดือดร้อนไม่รู้ทำไมนางจึงพูดเช่นนี้กับตน  

“ใช่ ใช่ ต้องเป็นเหออันโหรวเอาไปแน่” ศิษย์หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ข้างๆ ก็พูดสนับสนุนน้ำเสียงล้อเล่นอย่างเก็บไม่อยู่ 

พออาจารย์เซี่ยอวี่ถิงได้ยินก็ส่งสายตามองเหออันโหรวเหมือนจะถาม นางรู้ว่าเหออันโหรวชนะเลิศการแข่งขันหลอมโอสถทิพย์ ในฐานะอาจารย์ที่ชอบคนเก่ง นางไม่อยากโทษเหออันโหรว แต่จี้หยกเป็นของติดตัวมาตลอดนางไม่อาจยอมรับการสูญเสียได้  

เหออันโหรวกัดฟันพูดหนักแน่น “ในเมื่อพวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเอาจี้หยกของอาจารย์ไป ถ้างั้นข้าเหออันโหรวจะค้นหามาคืนให้ได้เป็นการรับผิดชอบต่ออาจารย์” 

“ซ่อนไว้กับตัว ก็หาง่าย” ศิษย์ที่อยู่ข้างๆ หัวเราะเยาะ แต่ไม่อยากเสียเวลาอยู่ต่อ พากันลุกออกไป แต่มีชายคนหนึ่งซึ่งนั่งข้างๆ เหออันโหรวชื่อหลานจงถิงไม่ได้ทำท่าว่าจะออกไป เขานั่งขัดสมาธิเรียบร้อยรอคอยอยู่ข้างๆ ราวกับอยากเห็นเรื่องตลกของเหออันโหรว  

นางเม้มปากค้นหาในห้องโอสถทิพย์ทุกตารางนิ้ว อาจารย์เซี่ยอวี่ถิงออกจากห้องโอสถทิพย์จึงรู้ตัวว่าจี้หยกหาย เพียงครู่เดียวนางก็พลิกหาทั่วห้องโอสถทิพย์ไม่เห็นแม้แต่เงาของจี้หยก เหออันโหรวเริ่มเครียด นางครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วมองไปยังเตาหลอมโอสถทิพย์ เป็นที่เดียวที่นางยังไม่ได้ค้นหา 

หลังจากขออนุญาตอาจารย์เซี่ยอวี่ถิงแล้ว เหออันโหรวก็ค้นหาตรงเตาหลอมแต่ละเตา สุดท้ายก็พบจี้หยกอยู่เตาหลอมโอสถทิพย์ของหลานจงถิง 

เหออันโหรวชูจี้หยกขึ้นพูดกับหลานจงถิงอย่างเย็นชา “ไม่ทราบว่าจี้หยกนี้เข้ามาอยู่ในเตาของเจ้าได้อย่างไร” 

หลานจงถิงดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายแวบหนึ่งแล้วโพล่งออกมา “ต้องเป็นคนเลวอย่างเจ้าแน่ ที่ขโมยจี้หยกของอาจารย์แล้วเอามาใส่ไว้ในเตาข้าใส่ร้ายข้า” 

หลานจงถิงพูดพลางรีบออกไปท่าทางเหมือนขโมยคิดหลบหนี เหออันโหรวนำจี้หยกไปคืนให้เซี่ยอวี่ถิง แต่เซี่ยอวี่ถิงกลับพูดกับนางอย่างไม่ใส่ใจ ไม่มีหลักฐานพอจะพิสูจน์ได้ว่าหลานจงถิงขโมยจี้หยกจึงไม่สามารถลงโทษหลานจงถิงได้  

เมื่อจบปัญหาจึงได้รู้ว่าถึงเวลาบ่ายแล้ว ตนกลับยังไม่ได้กินมื้อกลางวัน 

เหออันโหรวลูบท้องซึ่งร้องด้วยความหิว นางรีบเดินอย่างรวดเร็วไปยังหอซือเหลียงเก๋อ 

พอไปถึงหอซือเหลียงเก๋อกลับไม่พบศิษย์แม้แต่คนเดียวและไม่มีอาหารให้กินเลย นางไปดึงคนรับใช้ซึ่งกำลังทำความสะอาดมาถาม “ทำไมไม่มีอาหารของข้า” 

คนรับใช้มองนางแวบหนึ่งด้วยความประหลาดใจตอบว่า “ห้องครัวทำอาหารตามจำนวนคน คนหนึ่งก็ชุดหนึ่ง อาหารมีคนยกไปหมดแล้ว ข้าไม่รู้ว่าส่วนของแม่หนูอยู่ไหน” 

เหออันโหรวถอนหายใจด้วยความเศร้า แต่ก็ไม่อยากรบกวนคนรับใช้ให้ทำเพิ่มจึงได้แต่กลับไปห้องของตน 

ขณะนอนบนเตียงนางลูบท้องที่ยังไม่ได้กินอาหาร ทันใดนั้นก็นึกถึงขนมถั่วเขียวของเยี่ยนสี่ให้จนหลับไป  

พอถึงมื้อเย็นนางจึงทะยานออกจากห้องโอสถทิพย์เป็นคนแรก วิ่งไปยังหอซือเหลียงเก๋อกลัวว่าคนอื่นจะเอาส่วนของตนไป 

วันรุ่งขึ้นเหออันโหรวก็ไปหอซือเหลียงเก๋อแต่เช้า หลังจากกินอิ่มแล้วก็นึกได้ว่าวันนี้เข้าเรียนตอนบ่าย จึงลุกขึ้นตัดสินใจไปเดินเล่นทั่วสำนักในเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่ 

พอพ้นประตูก็เป็นทางเดินวกวนปูด้วยกรวดเม็ดเล็ก ขณะเดินไปเห็นข้างทางเป็นป่าไผ่รกครึ้มกลิ่นหอมอ่อนๆ รวยรินทั่วทางเดินทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย 

พอออกจากป่าไผ่ก็เห็นทะเลสาบ ริมทะเลสาบมีคนจำนวนมากนั่งขัดสมาธิอยู่ ราวกับกำลังมุ่งมั่นฝึกพลัง เหออันโหรวสงสัยเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงไอทิพย์เข้มข้นเป็นพิเศษของที่แห่งนี้ดังคาด ซึ่งสำนักนอกไม่มีสถานที่ดีๆ เช่นนี้ 

ความคิดเห็น