by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 17/คืนข้ามปี

คำค้น : ตอนที่17

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2563 17:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17/คืนข้ามปี
แบบอักษร

ขอบฟ้า Part  

“มึงกินเหล้าไม่เป็นเหรอวะไอ้ฟ้าอ่อนฉิบหาย มึงล่ะไอ้โฬมอย่าบอกนะว่าไม่เคยกินเหมือนไอ้ฟ้าน่ะ”

“โหไอ้เขื่อนไอ้แขกบ้านแขกเมืองมึงรู้จักกูน้อยไปซะแล้ว กูไม่ใช่เจ้าหญิงขอบฟ้าของชาวประชาบจ.นะเว้ย” พูดจบแก้วน้ำสีเหลืองเข้มตรงหน้าก็ถูกไอ้โฬมยกสาดลงคอรวดเดียว จนผมต้องรีบขยับตัวไปนั่งใกล้มันด้วยเกรงว่าเพื่อนรักจะหัวฟาดพื้นคอหักตายก่อนวัยอันควร

“โฬมอย่าดื่มเยอะสิวะเดี๋ยวมึงหลับก่อนก็ไม่ได้เคานต์ดาวน์กับกูอีกอะ เมื่อเย็นตอนโทรหาป้าแววป้ายิ่งบอกว่าคืนนี้จะไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดอีกด้วย” แม้จะบอกกล่าวสักเท่าไหร่แต่ดูเหมือนสีซอให้ควายฟังชะมัด เพราะเมื่อคืนตั้งแต่เราคุยกันจบไอ้โฬมก็กลับมาเป็นไอ้โฬมที่เกาะติดผมเป็นแม่ลิงลูกลิงเหมือนเดิม

แม้กระทั่งลำดับการนอนของโฮมสเตย์ที่เรามาพัก ถึงจะมีที่นอนวางเรียงห้าหลังไอ้โฬมก็ยังเป็นคนจัดแจงให้ผมนอนตรงกลางระหว่างพี่เวย์กับมัน โดยมีไอ้เขื่อนนอนถัดจากมันและมีคนที่ไม่ยอมเปิดปากคุยกับผมตั้งแต่เมื่อวานนอนอยู่ข้างพี่เวย์

“พี่เวย์วันนี้ได้ถ่ายรูปเหยี่ยวแดงชัด ๆ บ้างไหมฟ้าอยากเอาไปให้ป้าแววดูอะ”

“ถ่ายเกือบร้อยรูปได้มั้ง พรุ่งนี้ถ้ากลับขึ้นฝั่งแล้วแวะไปทำบุญที่วัดไหมล่ะอยากไปวัดไหนพี่จะพาไป” เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนรักจะสนุกอยู่กับการดวลเหล้ากับเพื่อนใหม่ ผมถึงเบี่ยงเบนความสนใจมาหาคนที่นั่งอีกข้างของตัวเองแต่ก็ต้องขัดใจกับพฤติกรรมของพี่เวย์ เพราะถึงแม้ว่าปากจะสนทนากับผมแต่มือแม่งให้ความสนใจอยู่แต่โทรศัพท์ราวกับว่าคนที่คุยด้วยอยู่นั้นสำคัญนักหนา ไหนจะไอ้น้ำสีเหลืองเข้มเดี๋ยวชงเดี๋ยวชงนั่นอีกกินอะไรเยอะแยะวะ ถ้าเมาแล้วเรื้อนนะผมจะรายงานป้าแววทุกเม็ดให้ป้าแววตีเสียให้เข็ดเลย

เพราะอยากดับอารมณ์เบื่อคนรอบข้างสายตาถึงกวาดมองไปรอบตัว โฮมสเตย์ที่เราพักอยู่เป็นบ้านพักเพียงไม่กี่หลังแต่ละหลังปลูกห่างกันพอจะทำให้คนที่มาพักไม่เกิดความรำคาญบ้านข้าง ๆ แต่เมื่อเช้าตอนเดินสำรวจดูทำเลดี ๆ บ้านติดชายหาดมีแค่สองหลังหนึ่งในนั้นก็คือหลังของพวกผม บรรยากาศดีอย่างนี้อยากอยู่ต่ออีกหลายคืนชะมัด

“พี่เวย์รู้ไหมว่าไอ้พี่ไม้มันบอกจะขอไอ้ฟ้าเป็นแฟนตอนเปิดเรียนวันปีใหม่เนี่ย อืม..วันไหนวะอ้อวันพุธงั้นหมายความว่าอีกไม่ถึงสามวันน้องชายพี่มันอาจจะมีแฟนมาแนะนำให้ได้รู้จักแล้วนะค้าบ มา ๆ ไอ้ฟ้าเพื่อนรักมาดื่มสละโสดกันเถอะดีไม่ดีมึงอาจจะได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยคุมร้านทองแทนแม่ผัวนะเว้ยเอ้าอ้าปากสิวะ! ไอ้เขื่อนมึงมาช่วยกูสอนคุณฟ้ากินเหล้าหน่อยซิ”

เพียะ ๆ!! “ไอ้เหี้ยเขื่อนปล่อยกูสิ อึก! อื้อ แคก ๆ ๆ สัสโฬมไอ้เพื่อนเหี้ยแหวะกูจะอ้วก ไอ้เพื่อนจัญไรขี้เมาคนเดียวไม่พอยังจะชวนกูทำตัวเหลวแหลกไปด้วย แหวะ! ” ไม่ใช่แค่ไอ้โฬมกับไอ้เขื่อนเท่านั้นที่หัวเราะกับสีหน้าบิดเบี้ยว ท่าทางอยากขย้อนเอาน้ำขมที่ถูกกรอกใส่ปากเมื่อกี้พ่นออกมากลางวงเหล้าซึ่งเป็นเสื่อน้ำมันผืนใหญ่มีโต๊ะไม้เตี้ย ๆ ตั้งไว้ตรงกลาง

แต่พี่ชายผมกับคนที่มึนตึงใส่ผมตลอดทั้งทริปก็หัวเราะเบา ๆ เช่นกันเห็นแบบนี้ผมถึงได้เมินหน้าหนี พอสายตาเผลอไปมองอาหารบนโต๊ะก็ต้องรีบใช้มือปิดปากตัวเองไม่ให้คายของเก่าออกมา ก็ดูกับข้าวเกือบสิบอย่างบนโต๊ะสิไม่ว่าจะเป็นทะเลเผาโดยเน้นกั้งเป็นส่วนใหญ่ กุ้งผัดพริกเกลือ หอยนางรมตัวใหญ่และอีกมากมายหลายอย่างที่พี่เวย์สั่งมาจากร้านของโฮมสเตย์ ที่สำคัญทุกอย่างล้วนเป็นของชอบผมทั้งนั้นแล้วเรื่องอะไรผมจะคายทิ้งให้เสียของล่ะ แต่ทำไมพื้นทรายมันเอียง ๆ แบบนี้วะ

ฟึ่บ! “พี่เวย์น้องฟ้าขมปากอะหาน้ำหวานให้กินหน่อยสิ เอ๊ะ! ห้ามหัวเราะนะรันเวย์หัวเราะน้องขอบฟ้าอยู่ใช่ไหม” เพราะรู้สึกว่าทรงตัวนั่งให้ตรงไม่ไหวผมถึงได้ซบหัวลงกับไหล่ของพี่ชาย สองนิ้วจิกลงกับขาแข็งแรงภายใต้กางเกงขาสั้นสีดำเพราะความหงุดหงิดที่พี่เวย์เอาแต่หัวเราะอยู่ได้

“โอเค ๆ ไม่หัวเราะก็ได้โฬมเอาขวดที่แช่ในถังมาซิ”

“จัดไปครับลูกพี่” อึดใจเดียวขวดแก้วเย็นเฉียบก็อยู่ในมือของผม เสียงกระซิบจากพี่เวย์จับใจความได้ว่านี่คือน้ำหวานที่ผมเรียกร้องหาอยู่ มือที่ถือขวดถึงได้ยกขึ้นมากระดกอย่างคนกระหายน้ำ อือ หวานจริงว่ะทั้งหวานทั้งอร่อยอีกต่างหาก ดูเหมือนพี่เวย์จะรู้ว่าผมชอบใจจากนั้นน้ำสารพัดกลิ่นผลไม้ก็ถูกยัดให้ไม่ขาดมือจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปถึงกี่โมงกี่ยามแล้ว

“กูว่าพอได้แล้วมั้งเวย์ ฟ้าไม่เคยกินเหล้าเดี๋ยวน้องก็น็อกกันพอดี”

“เพราะมันไม่เคยไงกูถึงต้องสอนให้มันกินก่อนที่วันหน้ามันจะถูกคนอื่นสอนน่ะ”

“อือบ่นไรกันวะน่ารำคาญชะมัดโฬมเอาน้ำหวานให้กูอีกขวดสิอันนี้มันหมดแล้วอะ อ้ายเขื่อนทามมายมึงมีหลายคนวะ เอ.. หรือผีหลอก ฮือ ม่ายอาวนะผีผีห้ามมาหลอกน้องฟ้าเลยพรุ่งนี้น้องฟ้าจะให้พี่เวย์กับไอ้โฬมบวชให้นะ ฮืออ รันเวย์ผีอ้ายเขื่อนมาหลอกน้องฟ้า” เสียงบ่นจนน่ารำคาญของคนสองคนไม่สำคัญเท่ากับภาพตรงหน้า

คนที่ผมเห็นคือไอ้เขื่อนเพื่อนใหม่ไม่ใช่เหรอวะแล้วทำไมมันมีหลายคนอะงี้ผีหลอกแน่ ๆ ความกลัวในสิ่งที่คิดทำให้ผมรีบผวากอดรัดพี่ชายเป็นการใหญ่ ยิ่งมีมือเย็นมาจับแขนผมยิ่งสะบัดหนีแล้วซุกหน้าอยู่กับคอพี่เวย์แถมยังแหกปากร้องไห้ออกมาเสียงดัง น้องฟ้ากลัวขนาดนี้ถ้าผียังไม่ใจอ่อนสงสารอีกน้องฟ้าจะเรียกว่าไอ้ผีใจดำแล้วนะ!

ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ฟ้าไอ้เหี้ยคออ่อนฉิบหาย พี่เวย์ดูมันสิถ้าไอ้พี่ไม้มาเห็นแบบนี้มีหวังน้องชายพี่โดนรวบหัวรวบหางแน่ นี่ฟ้าถามจริงถ้าพี่ไม้มาขอเป็นแฟนมึงจะโอเคปะเพื่อน”

“อื้อถามอะไรเยอะแยะอะโฬมมึงไม่กลัวผีไอ้เขื่อนหลอกรึไง” แทนที่ไอ้โฬมจะกลัวหัวหดเหมือนผมแต่มันกลับหัวเราะเสียงดังขึ้นกว่าเดิม สาธุขอให้ผีไอ้เขื่อนมาขี่คอมึงทั้งคืนทีเถอะ!

แปะ! “กูจะไม่หลอกมึงก็ได้ฟ้าแต่มึงต้องตอบกูนะว่ามึงจะไปเป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านทองจริงเหรอวะ”

“ไม่จริงหรอกกูมีแฟนแล้วจะไปเป็นแฟนคนอื่นได้ไงล่ะไอ้ผีโง่ ตายแล้วยังเสือกโง่อีกน่าสงสารจริง ๆ เนอะพี่เวย์” ถึงผมจะไม่หันไปมองไอ้ผีหน้าโง่แต่ก็ต้องตอบคำถามมันอยู่ดี ขืนไม่ตอบถ้ามันโกรธแล้วหักคอผมทิ้งป้าแววคงร้องไห้แย่แน่

“มึงมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่วะฟ้าทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องเลยเดี๋ยวนี้หัดโกหกเพื่อนฝูงเหรอ ถ้ามึงมีแฟนจริงป่านนี้กูคงเห็นแฟนมึงมาแสดงตัวบ้างแหละไอ้ขี้โม้” ถึงตอนนี้สติจะรางเลือนมากแค่ไหนแต่ก็อยากโต้ตอบไอ้โฬมออกไปว่าผมมีแฟนแล้วจริง ๆ ถ้าไม่ติดตรงที่ใครคนนั้นยังไม่ขอผมเป็นแฟนนอกจากแค่ขอคุย ๆ เรียนรู้กันไปก่อนนะ มิหนำซ้ำคำว่ารักว่าชอบสักคำผมยังไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย

หมับ! “พี่เองที่เป็นแฟนฟ้าน่ะ เรื่องนี้มึงไม่ขัดอะไรใช่ไหมเวย์ ถ้างั้นกูขอพาแฟนไปนอนก่อนนะเชิญพวกมึงอยู่เคานต์ดาวน์กันตามสบายเลย” ยิ่งกว่าเหมือนโลกหมุนเมื่อกี้ก็คือผมรู้สึกว่าตัวเองลอยเคว้งอยู่ในอากาศ แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากใครสักคนมันคุ้นเคยจนอดโอบกอดคอเขาเอาไว้ไม่ได้ พี่น้ำนี่คือกลิ่นของพี่น้ำคนที่ทำให้ผมใจหายเพราะอาการเฉยชาของเขา ไม่ว่าจะโกรธหรือน้อยใจแค่ไหนแต่ถึงยังไงก็ไม่เคยลืมกลิ่นคุ้นเคยของคนรักได้เลยสักที

 

ฟึ่บ! “นอนดี ๆ สิขี้เมาเดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้ ทีหน้าทีหลังไม่ให้กินแล้วนะพี่ไม่ชอบให้แฟนตัวเองขี้เมาแบบนี้ พี่หวงไม่อยากให้ใครมาเห็นท่าทางขี้อ้อนนี้รู้ไว้ด้วย”

ฮึกก น้องไม่ใช่แฟนของพี่สักหน่อย ฮึก เพราะถ้าใช่พี่คงไม่ทำเหมือนน้องเป็นคนอื่นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ฮึกก” ความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีอยู่เป็นทุนเดิมส่งผลให้น้ำตายิ่งไหลทะลักออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ และเพราะว่ามีน้ำตาผมจึงรีบนอนหันหลังให้คนที่ล้มตัวลงมานอนข้าง ๆ

“พี่ขอโทษนะครับขอโทษที่ทำให้น้อยใจ ขอโทษที่ความคิดมากของพี่ทำให้น้องต้องมีน้ำตา ขอโทษที่ความกลัวของพี่ทำให้น้องต้องเสียใจ จะด่าจะตียังไงก็ได้พี่จะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นแต่อย่าเกลียดพี่นะอย่าเกลียดมหาสมุทรเลยครับขอบฟ้า” ไม่รู้ว่าผมควรตอบกลับไปยังไงเพราะข้างในมันมีแต่ความน้อยใจล่องลอยอยู่เต็มไปหมด

สุดท้ายถึงได้แต่นอนหันหลังร้องไห้ให้คนที่ใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองสวมกอดซบหน้าอยู่กับแผ่นหลังผม แต่ก็ยังอดสงสัยกับอาการสั่นสะท้านเบา ๆ ที่ตัวเองรู้สึกไม่ได้ พอตะแคงตัวกลับไปความสว่างจากแสงไฟนอกหน้าต่างที่สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนบาง ก็ทำให้เห็นว่าคนที่นอนในระดับต่ำกว่าแต่แขนยังคงกอดรัดผมไว้เขากำลังร้องไห้เงียบ ๆ เพียงลำพัง น้ำตาของตัวเองถึงได้ไหลพรากอีกครั้งราวกับว่าไม่อยากให้คนนี้ต้องเจ็บปวดอยู่ตามลำพังอีกแล้ว

ฮืออ ร้องไห้ทำไมพี่น้ำอย่าร้อง ฮึกก ถ้าน้องฟ้าทำอะไรผิดไปน้องฟ้า ฮึก ขอโทษ” สองมือของผมประคองแก้มคนงอแงเอาไว้ในอุ้งมือแล้วสาละวนอยู่กับการปาดเช็ดน้ำตาที่นองเต็มสองแก้ม ของคนที่ไม่ยอมเอ่ยปากอะไรสักคำนอกจากนอนน้ำตาไหลอยู่เงียบ ๆ อย่างนั้น การร้องไห้อย่างเงียบเหงาแบบนี้มันทั้งเจ็บปวดทั้งทรมานมากแค่ไหนผมรู้ดีที่สุด เพราะความอ้างว้างนี้มันก็อยู่เป็นเพื่อนผมมานานแล้วเหมือนกัน

“ร้องทำไมครับ ฮึก แฟนของน้องฟ้าบอกน้องฟ้าหน่อยสิอย่าปล่อยให้น้องฟ้า ฮึกก ต้องเป็นทุกข์เพราะความคิดมากอย่างนี้เลย ฮึกก

“ไม่มีอะไรพี่แค่คิดว่าถ้าวันนี้พี่เสียน้องไปอีกคนชีวิตที่เหลืออยู่พี่คงเกลียดวันสิ้นปีไปตลอดชีวิตแน่ จุ๊บ พอแล้วครับหยุดร้องได้แล้วเห็นไหมว่าพี่ก็หยุดแล้วเหมือนกัน” ผมรู้ว่าเหตุผลต้องไม่ใช่แค่นี้แน่ เพราะการที่คนเราจะร้องไห้โดยไม่มีเสียงสะอื้นออกมาสักคำมันต้องอดทนอดกลั้นและขมขื่นมากแค่ไหน ถึงจะยังคลางแคลงใจอยู่แต่ผมก็เลือกจะไม่ตามหาเหตุผลทั้งหลาย นอกจากผวาเข้ากอดพี่น้ำเอาไว้กอดให้แน่นเผื่อว่าเราสองคนจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องอะไรอีกแล้ว

“น้องฟ้ารักพี่น้ำ ฮึกก รักจริง ๆ ฮึก รักมากจริง ๆ ฮึกก แต่น้องฟ้าจะยังไม่เร่งขอความรักจากพี่น้ำในตอนนี้หรอก ฮึกก น้องฟ้าไม่ได้เมาจนไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ ฮึกก น้องฟ้ารู้ว่าตัวเองจริงจังมากแค่ไหน ฮึกก และน้องฟ้าก็อยากให้พี่น้ำยกคำนั้นให้น้องฟ้าในวันที่พี่น้ำรู้สึกรักจริง ๆ

ฮึกก น้องฟ้ารอได้แต่พี่น้ำอย่าให้น้องฟ้าต้องเห็นน้ำตาของพี่อีกเลย น้องกำลังจะขาดใจเพราะน้ำตาของพี่อยู่แล้ว ฮืออ” ไม่ได้เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นเพราะบรรยากาศที่มีแค่เราสองคน แต่คำบอกรักนั้นมันมาจากจิตใต้สำนึกของผมจริง ๆ ไม่รู้ว่ารักในความรู้สึกของคนอื่นเป็นยังไงแต่รักในความรู้สึกของผมก็คือ ผมไม่อยากเห็นคนรักต้องเจ็บปวดแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวก็ไม่อยากให้มี

“พี่” เมื่อคนที่ตัวเองกำลังโอบกอดอย่างปลอบประโลมเงยหน้าขึ้นมาคล้ายจะพูดจาอะไรสักอย่าง ผมถึงแนบริมฝีปากลงไปเพื่อยุติทุกคำที่เขาจะเอื้อนเอ่ย

“เอ๊ะ! ”

“อืมม” เพราะถูกความนุ่มชื้นของอะไรสักอย่างดุนดันเข้ามาตามไรฟันจนต้องอ้าปากรับสิ่งแปลกปลอมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความสยิวปะปนกับความมึนเมาเป็นเครื่องผลักดันให้ผมยกทั้งสองแขนขึ้นโอบรอบคอคนที่พลิกตัวคร่อมผมไว้ ในหูได้ยินแค่เสียงครางแผ่วเบาของผู้ชายสองคน ดวงตาถูกปิดสนิทแล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความเคลิบเคลิ้มนี้ พร้อมทั้งยังส่งลิ้นตัวเองเข้าไปทักทายลิ้นร้อนของพี่น้ำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

ชีวิตนี้ผมไม่เคยจูบกับใครมาก่อนผมไม่รู้หรอกว่าต้องทำยังไงเพื่อให้คนที่ผมจูบเขามีความสุข ผมได้แต่ทำตามสัญชาตญาณดิบของตัวเองทั้งโต้ตอบและรุกไล่ไม้มือมันรู้สึกเกะกะไปหมด

แฮก ๆ ๆ จูบอีกนิดนะวันนี้สัญญาว่าพี่จะไม่ฉวยโอกาสตอนน้องเมาแน่ ๆ แต่ขอจูบต่ออีกหน่อยนะขอบฟ้า”

“อื้อ น้องจะจูบกับพี่น้ำคนเดียว จูบคนที่น้องรักคนนี้ไปตลอดชีวิตของน้อง” ไม่มีคำพูดอะไรออกจากปากเราสองคนอีก ค่ำคืนพิเศษคืนนี้จะมีแค่ความหอมหวานจากปลายลิ้นที่หยอกล้อเล่นกันเพียงเท่านั้น ส่วนเรื่องราวในวันข้างหน้าผมจะปล่อยให้กาลเวลาได้ทำหน้าที่ของมันเอง

 

“ตอนป.5จำได้ว่าแม่กูพาไปนอนที่บ้านเฮียน้ำ แม่บอกว่าแม่เฮียเป็นพี่สะใภ้อีกคนของแม่แต่ตอนนี้เสียไปแล้วเฮียเลยต้องอยู่บ้านกับพี่เลี้ยงสองคน พอเฮียน้ำขึ้นม.3ก็ขออยู่บ้านนั้นคนเดียวจนถึงทุกวันนี้ กูเคยถามแม่นะเว้ยว่าทำไมลุงอ๊อดไม่รับเฮียน้ำไปอยู่ด้วยแต่แม่กูก็บอกแค่ว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กูเลยขี้เกียจถามต่อ จากนั้นทุกสิ้นปีกูจะหอบผ้าหอบผ่อนไปนอนเป็นเพื่อนเฮียน้ำประจำ อ้อลืมบอกไปว่าแม่ของเฮียเขาเสียวันสิ้นปีน่ะ” 

คำบอกเล่าผ่านทางโทรศัพท์จากไอ้เขื่อนเมื่อวานเป็นเรื่องที่ยังรบกวนใจผมจนถึงวันนี้ จะโทษไอ้เขื่อนก็ไม่ได้เพราะเป็นผมเองที่คะยั้นคะยอขอให้มันเล่ามาตั้งแต่กลับจากเที่ยวเกาะจิกเมื่อเดือนที่แล้ว ผมต้องส่งไลน์ไปรบกวนเวลานอนของมันทุกคืนจนสุดท้ายมันรำคาญมั้งถึงยอมเปิดปากสักที แต่แล้วก็เป็นผมเองที่เก็บเรื่องนี้มาคิดจนไม่หลับไม่นอนทั้งคืน

ปัง!! “เฮ้ยไอ้เหี้ย! ” แล้วโลกส่วนตัวของตัวเองต้องถูกบุกรุกโดยไอ้เหี้ยโฬมอีกจนได้

“นั่งเหม่ออะไรวะโรงเรียนจะเลิกแล้วนะเว้ยหรือวันนี้จะไม่กลับบ้าน”

“ถ้ากูไม่กลับมึงก็ต้องไม่กลับเหมือนกันไอ้เหี้ยตบโต๊ะมาได้ตกอกตกใจหมด แล้วเรื่องสอบว่าไงมึงไปหาไถแนวข้อสอบจากพี่คนไหนได้บ้างปะ” อีกไม่กี่วันจะเข้าสู่ฤดูสอบปลายภาคเทอมที่สองของชั้นม.4 เพื่อน ๆ รวมถึงตัวผมต่างพยายามดั้นด้นหาคนติวสอบกันให้ว่อน แต่มันไม่หากันได้ง่าย ๆ เพราะรุ่นพี่คนอื่นก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวสอบของตัวเองเหมือนกัน แม้แต่พี่เวย์กับพี่น้ำยังโทรมาบ่นเรื่องสอบให้ฟังเป็นประจำเลย

“ก็ถ้ามึงไม่ไปหักอกคนนั้นนะป่านนี้กูกับมึงคงมีติวเตอร์เป็นรุ่นพี่ม.5 หัวหน้าห้องพิเศษไปแล้วล่ะ เฮ้อ! ไอ้ฟ้าเอ๊ยทำไมมึงไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนวะแทนที่จะยืดเวลาให้ความหวังพี่ไม้แกไปก่อนไว้สอบเสร็จค่อยหักอกก็ได้ แต่แม่งพอโดนเขาสารภาพรักปุ๊บมึงเสือกปฏิเสธโดยไม่คิดปั๊บ ทีนี้ตัวช่วยที่กูฝากความหวังไว้แม่งสลายไปพร้อมกับสีหน้าช้ำใจของพี่ไม้เลยว่ะ” คนนั้นที่ไอ้โฬมเอ่ยถึงเขากำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่หน้าห้องเรียนของผมพอดี

เห็นพี่ไม้แล้วอดนึกถึงตอนเปิดเรียนวันแรกของปีไม่ได้ คือวันนั้นผมรู้อยู่แล้วไงว่าพี่ไม้จะพูดเรื่องอะไรผมถึงยืนฟังให้พี่แกพูดอย่างที่อยากพูดจนจบ แล้วตัวเองถึงได้ตอบในสิ่งที่อยากตอบกลับไปโดยไม่เอ่ยพาดพิงถึงพี่น้ำหรือใครแต่บอกไปแค่ว่าผมอยากตั้งใจเรียนมากกว่า

ความผิดหวังจากแววตาของพี่ไม้มีมากกว่าที่คิดเอาไว้ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อคนเราทุกคนควรมีที่ของตัวเองเพียงจุดเดียวนี่นา จากนั้นพี่ไม้ถึงค่อย ๆ ถอยห่างออกไปจนสุดท้ายผ่านไปเกือบสองเดือนผมกับพี่ไม้ก็ยังไม่เคยได้พูดได้จากันอย่างจริงจังสักคำ

ป๊าบ! “ไม่ต้องมาว่ากูเลยไม่ใช่มึงกับไอ้เขื่อนหรอกเหรอที่เสี้ยมสอนกูมาตั้งแต่นั่งเรือออกจากเกาะจิกน่ะ ปะกลับกันเถอะว่ะเครียดเรื่องสอบแบบนี้กูควรกลับไปกินเงาะมังคุดทุเรียนลองกองให้ชื่นใจก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

“ทุเรียนสวนมึงสุกแล้วเหรอวะงั้นคืนนี้กูไปค้างบ้านมึงดีกว่าเดี๋ยวแวะบอกแม่กูที่ร้านก่อนนะ เชิญครับคุณขอบฟ้า ศิริณรงค์ฤทธิ์ กระผมจะเป็นขี้ข้าให้คุณขอบฟ้าเองนะครับ แหมปากบวมตั้งแต่เช้าวันแรกของปีเชียวสงสัยซิงของเพื่อนกูคงรักษาเอาไว้ได้อีกไม่นานชัวร์ว่ะ” ถ้าได้ยินประโยคพวกนี้เป็นครั้งแรกผมคงเขินอายจนทำตัวไม่ถูกแต่ไม่ใช่ผมตอนนี้ไง เพราะไอ้โฬมมันออกปากพูดถึงแต่เรื่องนี้มาเป็นสิบรอบแล้วมั้ง

ยังไม่นับไอ้เขื่อนอีกคนที่โทรมาจีบปากจีบคอล้อเลียนเรื่องปากบวม ๆ ของผมในเช้าวันนั้น วันที่ผมเห็นว่าพี่เวย์ยืนคุยอะไรบางอย่างกับพี่น้ำตรงชายหาดตั้งแต่เช้า ท่าทีเคร่งเครียดของทั้งคู่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงไม่พ้นเรื่องของผม ดีนะสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็เคลียร์กันจบถึงแม้จะไม่รู้ว่าจบแบบไหนแต่ผมแค่มั่นใจว่าพี่เวย์เข้าใจและยอมรับในเรื่องของผมกับเพื่อนเขาแล้วล่ะ

ปึ่ก! “โอ๊ะ! ขอโทษทีครับ เอ่อ พี่ไม้”

“ไม่เป็นไรพี่ไม่เจ็บอะไรฟ้าล่ะเจ็บตรงไหนรึเปล่า” นับเป็นครั้งแรกในรอบเดือนกว่าที่ผมกับพี่ไม้ได้คุยกันแม้จะเกิดจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ อย่างน้อยผมก็โล่งใจที่เรายังสามารถพูดคุยกันได้เหมือนเดิม

“ไม่เป็นไรอะพี่ ไอ้โฬมแหละผิดมันเป็นคนชวนผมคุยจนเดินชนพี่อะ พี่ไม้เตะก้นมันเลย”

ป๊าบ! “กูชวนคุยหรือมึงเอาแต่เหม่อคิดถึงพี่นะ เอ่อ คิดถึงพี่เวย์ว่าพี่แกจะมาติวหนังสือสอบให้มึงรึเปล่ากันแน่ไอ้ฟ้า หน็อยแน่เรื่องขี้ ๆ นี่ขยันโยนให้กูเลยนะ” ถ้าไม่ใช่เพื่อนไอ้โฬมมานานผมต้องเชื่อในสิ่งที่มันพูดเป็นน้ำไหลไฟดับบ้างล่ะ แต่พอดีว่าผมเป็นเพื่อนที่คลุกคลีกับมันมายาวนานไงถึงรู้ว่ามันเผลอจะพูดถึงพี่น้ำแต่รู้สึกตัวก่อนถึงเอาพี่เวย์มาอ้าง ไหนจะเรื่องติวสอบอีกที่จริงมึงจะอ่อยเหยื่อให้พี่ไม้เสนอตัวล่ะสิ

“อ้าว ยังไม่ได้ติวสอบกันอีกเหรอเห็นว่าม.4เริ่มสอบวันที่ 21 นี่เหลืออีกแค่สี่วันเองจะติวทันเหรอ”

“ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกพี่ไม้แต่ไอ้ฟ้าสิมันโง่กว่าผมตั้งเยอะ นี่ก็กลุ้มใจอยู่ว่ามันจะสอบผ่านไหมยิ่งไม่มีคนติวให้แบบนี้ยิ่งน่าเป็นห่วงพี่ชายมันก็อยู่ตั้งกรุงเทพนู่นแน่ะ อื้ออ่อยอู”

“อย่าไปฟังมันเลยพี่ไม้เพื่อนผมเครียดเรื่องสอบไปหน่อยงั้นผมกลับก่อนนะพี่” มือขวาผมรีบตะครุบปากไอ้โฬมแล้วทั้งลากทั้งดึงมันให้เดินลงจากอาคารเรียนไปด้วยกัน ถ้าขืนปล่อยให้มันได้มีโอกาสพล่ามต่อมีหวังมันได้หางานให้ผมอีกแน่

“มึงไม่ต้องคิดเลยนะ กูไม่อยากให้พี่น้ำรู้เดี๋ยวจะคิดมากอีก”

“อีก? ทำไมต้องใช้คำว่าอีกวะ” แล้วเรื่องที่พี่น้ำเอ่ยคำขอโทษรวมถึงประโยคที่บอกว่าตัวเองกลัวและคิดมากไปเองเมื่อคืนวันสิ้นปีก็ถูกผมนำมาบอกเล่าให้เพื่อนสนิทได้รับฟังไปด้วย แต่มีเพียงแค่เรื่องน้ำตาของพี่น้ำเท่านั้นที่ผมไม่เคยเอ่ยปากบอกกับใคร

“อืม กูก็คิดว่าพี่น้ำแกเครียดแกหึงแกคิดมากเรื่องที่กูพูดถึงพี่ไม้ตั้งแต่ในรถแล้วเหมือนกัน แต่กูแค่ไม่ชอบที่แกไม่แสดงออกเรื่องมึงให้ชัดเจนมากกว่ากูถึงเอาเรื่องพี่ไม้มาใส่ยับน่ะ ลึก ๆ แล้วกูก็มั่นใจว่าพี่น้ำเขาคิดเหมือนกันกับมึงนะฟ้าเพียงแต่คนจริงจังอย่างนั้นถ้าไม่มั่นใจเต็มร้อยจริง ๆ แกก็คงไม่พูด

“แต่ถ้าลองให้มั่นใจแล้วกูว่าแกจะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือไปหรอก ใครได้คนแบบนี้เป็นแฟนบอกเลยว่าโคตรจะโชคดีและกูมั่นใจว่าคนโคตรโชคดีคนนั้นก็คือเพื่อนกูคนนี้” ทุกจังหวะการย่ำเท้าของผมกับไอ้โฬมเป็นไปอย่างเอื่อยเฉื่อยไม่มีความรีบร้อนจะกลับบ้านเหมือนที่คุยกันตอนแรก

แต่ระยะเวลาที่ยืดออกไปจนกว่าจะถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์กลับเป็นช่วงเวลาที่ได้คลายความคิดถึงคนในหัวข้อสนทนา ก็นะตั้งแต่วันหยุดสิ้นปีผ่านไปจนถึงวันนี้พี่น้ำมาหาผมที่บ้านสวนแค่ครั้งเดียวเองนี่นา แต่ผมก็รู้แหละว่าทั้งแฟนทั้งพี่ชายของตัวเองยุ่งอยู่กับการเรียนมากแค่ไหนในเมื่ออีกแค่ปีเดียวพวกเขาก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว ฉะนั้นตารางชีวิตของพวกเขาคงหนักหนาเพราะต้องเตรียมตัวไขว่คว้าหาความฝันของตัวเองและตัวผมก็ต้องอยู่จุดนั้นในสักวันเช่นกัน

 

ตรู๊ด ๆ ๆ “พี่สอบเสร็จแล้วใช่ไหมเป็นยังไงบ้างทำได้รึเปล่า พี่เวย์ล่ะอยู่ด้วยกันไหมน้องโทรไปก็สายไม่ว่างทุกทีไม่รู้คุยกับใครนักหนา”

“ใจเย็นก่อนเอาทีละเรื่องตกลงน้องอยากรู้เรื่องพี่หรือเรื่องไอ้เวย์ก่อนกันแน่ เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายอาทิตย์ไม่คิดถึงพี่บ้างรึไงเห็นเอาแต่ถามหาพี่ชายตัวเองอยู่ได้” ต้นเดือนมีนาคมหลังจากสอบเสร็จและปิดเทอมใหญ่ไปไม่กี่วัน ผมก็ได้รับสายคนที่ตัวเองรอฟังข่าวสักที

“เอาเรื่องพี่ก่อนก็ได้น้องรอฟังเรื่องพี่เวย์ทีหลังได้”

ฮ่า ๆ ๆ ไอ้แมวน้ำของพี่ทำไมน่ารักแบบนี้นะ มิน่าล่ะพี่ถึงหลงคนบ้านสวนจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วล่ะ” เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเต็มปากเต็มคำของพี่น้ำ ถึงไม่ได้เห็นหน้าแต่ผมก็รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลานั้นต้องยิ้มแก้มปริเหมือนผมตอนนี้แน่ ส่วนสรรพนามแมวน้ำน่ะเหรอผมได้รับแต่งตั้งตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พี่น้ำมาหาและบังเอิญเปิดทีวีไปเจอน้องแมวน้ำอุ๋ง ๆ ขี้อ้อนนั่นแหละ

“พี่สอบเสร็จแล้วทุกอย่างเรียบร้อยทั้งพี่ทั้งไอ้เวย์ ส่วนเรื่องที่โทรหามันไม่ติดคงเป็นเพราะมันยุ่งอยู่กับการรายงานผลสอบให้ติวเตอร์มันฟังมั้ง น้องล่ะทำอะไรอยู่ปิดเทอมแบบนี้ไม่ใช่ว่าเอาแต่เที่ยวล่ะ”

“ไม่ได้เที่ยวตอนนี้น้องก็อยู่บ้านนะอากาศร้อนไม่อยากออกไปไหนหรอกนี่ขนาดห้าโมงยังร้อนเหมือนบ่ายสองอยู่เลย แล้วพี่น้ำไม่ เอ่อ คือไม่ไปไหนเหรอแต่บอกไว้ก่อนนะว่าน้องไม่ได้บังคับให้มาหาหรอก ปิดเทอมทั้งทีน้องรู้ว่าพี่ก็อยากเที่ยวกับเพื่อนบ้างหรือไม่ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องมหาลัยปีหน้าอีก” หน้าร้อนปีนี้ร้อนกว่าปีที่แล้วจริง ๆ ร้อนจนผมต้องเดินไปปิดประตูระเบียงห้องนอนแล้วเร่งแอร์ในอุณหภูมิต่ำสุดของรีโมท

ป้าแววก็ไปเยี่ยมญาติที่ชลบุรีตั้งสามวันสงสัยคืนนี้คงได้โทรชวนไอ้โฬมมานอนเย้ยฟ้าท้าลมที่ชานบ้านแล้วล่ะ แต่ถ้ามีใครบางคนในสายมาอยู่ด้วยอีกคนผมคงมีความสุขมากขึ้นแฮะ

“เห็นไอ้เวย์บอกว่าป้าแววไม่อยู่บ้านหลายวันไม่ใช่เหรอ งั้นน้องจะทำยังไงอยู่คนเดียวได้ไหมเพื่อนบ้านยิ่งอยู่ห่างกันด้วยสิ”

“อื้อ ป้าแววไปชลบุรีเพิ่งไปวันนี้แหละแต่น้องอยู่ได้ลาเต้กับคาปูก็อยู่ด้วย อีกอย่างถ้าโรงเรียนเปิดเทอมน้องก็ขึ้นม.5แล้วนะโตแล้วจะแก้ผ้าเดินว่อนบ้านยังทำได้เลย ฮ่า ๆ ๆ ” แทนที่จะมีคำเย้าหยอกตอบรับมาแต่กลับมีแค่เพียงเสียงกุกกักเบา ๆ จากอีกฝั่งเท่านั้น พี่น้ำทำอะไรอยู่วะ?

“เมื่อกี้พูดถึงเจ้าหมาขี้เซาแถมขี้เกียจลาเต้กับคาปูน่ะเหรอ น้องอย่าไปหวังให้มันอยู่เป็นเพื่อนเลยพี่ว่าต่อให้โจรมามันก็คงเอาแต่กระดิกหางเล่นกับโจรล่ะมั้ง ไม่เชื่อก็ออกมาดูที่ระเบียงเองสิ” พรึ่บ! ตึง ๆ ๆ ๆ ไม่ใช่แค่ระเบียงที่เป็นเป้าหมายของผม แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องหงิง ๆ คุ้นหูดังเล็ดลอดมาจากโทรศัพท์ผมก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนก่อนจะวิ่งตึงตังลงไปข้างล่างทันที

รอยยิ้มของผมเก็บงำต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะภาพผู้ชายคนเดิมที่อยู่ในชุดกางเกงยีนสีดำเสื้อยืดสีน้ำเงินกำลังนั่งขัดสมาธิให้น้องหมาพันธุ์ไซบีเรียนสองตัวนัวเนียอย่างเมามัน คือภาพที่ผมปรารถนาจะเห็นมากกว่าอะไรทั้งนั้น เมื่อขาแข็งแรงทั้งสองข้างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กางเกงยีนสีดำลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ผมก็ไม่รีรอจะกระโดดกอดใช้สองขาของตัวเองโอบรัดเอวหนานั้นไว้ สองแขนคล้องรอบคอเจ้าของเสื้อยืดสีน้ำเงินริมฝีปากคลอเคลียอยู่กับอีกริมฝีปากที่ห่างเหินกันมาหลายอาทิตย์

“คิดถึงพี่ไหมขอบฟ้า”

“คิดถึงสิ รู้ไหมว่าน้องคิดถึงพี่มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ด้วยซ้ำ

 

***ส่วนประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของความรัก นั่นคือความทรงจำ by..ฟาง 

มาแล้วจ้าว จะสวัสดีวันจันทร์ก็ยังอีกนิดแต่ฟางเอาน้องฟ้าพี่น้ำมาเสิร์ฟแล้วเน้อ ตอนหน้าจะมาวันพฤหัส อาทิตย์สิ้นเดือนทีไรยุ่งมากแม่ พรุ่งนี้เงินออกยิ่งวุ่นวายขนาดจ้าว

ตอนหน้าจะป่ามป๊ามความหอมหวานทั้งหมดทั้งมวลจงมาในเดือนนี้เน้อ ขอบคุณทุกความคิดเห็นทุกคำทักทาย จริง ๆ แล้วฟางอ่านมาหมดแล้วนะ ไม่ว่าบอกฟางว่าจะลักไก่ด้วยคอมเมนต์รัว ๆ เพื่อให้ถึง30ตามฟางขอก็มี อันนี้ฟางก๊อปวางทั้งสองเว็บหนาจำไม่ได้ว่ามีความเจ้าเล่ห์แบบเฮ้ยน่ารักจังที่เว็บไหน แต่เอาเป็นว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับทุกความคิดเห็นทุกสติกเกอร์ทุกความน่ารักที่มอบมา ฟางก็จะมอบความน่ารักของพี่น้ำน้องฟ้าคืนไปสักสองตอนเน้อ อันนี้สปอยล์ให้แล้วนะที่รัก

แล้วมาเจอกันววันพฤหัสเน้อจ้าว คาดว่าพรุ่งนี้เงินเดือนหลาย ๆ ท่านคงออกเหมือนฟาง สามารถมาสู่ขอน้องหลงกันได้ตามอำเภอใจนะแม่จ๋า ม๊วฟแก้ม

ความคิดเห็น