facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 29 ล่วงเกินองค์หญิงแปดแห่งแคว้นเหลียง

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ล่วงเกินองค์หญิงแปดแห่งแคว้นเหลียง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2563 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ล่วงเกินองค์หญิงแปดแห่งแคว้นเหลียง
แบบอักษร

 

เหออันโหรวร่ำลาอี้ซ่านแล้วกลับไป ท่าทางของอี้ซ่านทำให้นางรู้ว่าเขาเป็นคนมีชื่อเสียงของสำนักใน การแข่งขันครั้งนี้ความสามารถของนางกับเขาเสมอกัน ต่อไปคงไม่มีใครท้านางแข่งให้เสียเวลาอีก  

แต่ยามนี้เหออันโหรวไม่รู้เลยว่าความจริงในเวลาต่อมากลับไม่เป็นอย่างนั้นราวกับกดปุ่มเปิด พอหมดอี้ซ่านก็มีคนมาท้าแข่งกับนางมากขึ้นเรื่อยๆ... 

เหออันโหรวสอบถามไปทั่วจนพบห้องพักใหม่ และเห็นคนรับใช้เอาข้าวของนางไปวางไว้ตรงห้องโถง เหออันโหรวยืนอยู่สนามมองเข้าไปรู้สึกว่าห้องพักนี้ใหญ่กว่าห้องที่สำนักนอกหลายเท่า ห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ข้าวของเครื่องใช้ล้วนแต่ไม่ธรรมดาพื้นปูพรมงามวิจิตรสีเข้มดูหรูหรา 

เหออันโหรวถอนหายใจ เมื่อเข้ามาอยู่สำนักในจึงรู้ว่าต่างกับสำนักนอกมากขนาดนี้ มิน่าทุกคนถึงคิดหาวิธีเข้าสำนักใน ขณะกำลังคิดจะเข้าไปก็ถูกคนรับใช้ซึ่งรออยู่ด้านนอกขวางไว้ 

คนรับใช้พูดกับเหออันโหรวอย่างนอบน้อม “แม่นาง ข้าเปลี่ยนห้องให้ใหม่ดีหรือไม่” 

เหออันโหรวนึกสงสัยถามว่า “อาจารย์ใหญ่บอกไว้หรือ” 

คนรับใช้สั่นหัว “อาจารย์อินซู่ให้แม่นางพักห้องนี้ แต่...มีเหตุ เอาเป็นว่าข้าจะเปลี่ยนห้องให้แม่นางก็แล้วกัน” 

พอได้ยินเช่นนี้เหออันโหรวก็ยิ่งไม่เข้าใจ “เหตุอะไรหรือ ข้ารู้สึกว่าห้องนี้ก็ดีแล้ว” 

คนรับใช้ยังไม่ทันตอบก็ได้ยินเสียงโอหังดังออกมา 

“เพราะห้องนี้เป็นของข้า เจ้าไปอยู่ห้องอื่นซะ” พอพูดจบหญิงสาวหน้าตาสะสวยเกล้าผมสูงก็เดินออกมาจากห้อง ในมือถือกิ่งดอกหลิงหลาน แต่งตัวจัดเต็ม เสื้อผ้าหรูหราใส่ปิ่นปักมุกห้อยหยก  

เหออันโหรวตะลึง มองดูรู้สึกคุ้นหน้าแต่นี่มันอะไรกัน “ทำไมข้าต้องไปอยู่ห้องอื่น ห้องของเจ้าล่ะ” 

หญิงสาวมองเหออันโหรวตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าดูแคลนแล้วไม่มองอีก นางก้มหน้ามองดูดอกหลิงหลานในมือพูดข่มอย่างเย็นชา “ให้เจ้าไปก็ไปสิ ทำไมยังพูดอะไรอีก นี่เป็นห้องของข้าแล้ว” 

เหออันโหรวขมวดคิ้ว หญิงสาวคนนี้สมองมีปัญหารึไง จึงย้อนถามอย่างไม่พอใจ “เจ้าเป็นใคร ทำไมจึงมายึดห้องข้า”  

หญิงสาวได้ยินแต่กลับหัวเราะขึ้น “ข้าเป็นใครต่อไปเจ้าจะรู้เอง แต่ถ้าเจ้าขืนทำให้ข้าโกรธละก็ อย่าหวังว่าจะอยู่สำนักในได้” 

เหออันโหรวเริ่มมีน้ำโห นางไม่เคยกลัวใครมาก่อนจึงพูดเสียงกร้าว “เจ้าก็แค่ใส่หนังเสือมาขู่ ถ้าว่าตามความสามารถยังต้องมาแย่งห้องกับข้า เจ้ามันก็แค่แมวลาย”  

หญิงสาวมองเหออันโหรวแวบหนึ่งอย่างดูแคลน “ไม่รู้ว่าเด็กบ้านป่าจากไหนพูดจาเช่นนี้ ถ้าข้าไม่มีความสามารถจะเข้าสำนักในได้หรือ คนต่ำช้าอย่างเจ้าจะมาเทียบได้หรือ” 

“ถ้าเจ้ามีความสามารถจริงก็คงไม่มาเทียบกับข้าอย่างนี้ เจ้ามาจากไหนเชิญออกไปทางนั้น” เหออันโหรวพูดอย่างราบเรียบไม่สนการดูแคลนของหญิงสาว  

“เจ้า!” หญิงสาวขมวดคิ้วพูดด้วยความโกรธ “ข้าไว้หน้าเจ้าแล้วแต่เจ้ากลับทำเป็นอวดเก่ง” 

“เฮอะ” เหออันโหรวหัวเราะหยันพูดเย้ย “เป็นอย่างไร เจ้าไม่ยอมใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นมาแข่งกับข้าสิ กลัวแต่ว่า...เจ้าจะทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวคิดแต่จะแย่งห้องแต่ไม่มีความสามารถ” 

หญิงสาวยิ่งฟังยิ่งโมโห กระทืบเท้าพลางชี้หน้าเหออันโหรวด้วยความโกรธจัด “เจ้าคนต่ำช้า คอยดูเถอะ ข้าจะสั่งสอนเจ้าโดนแน่!”  

“อ้อ วันหลังหรือ” เหออันโหรวเลิกคิ้วพูดหยัน “ทำไมไม่กล้าสั่งสอนตอนนี้เลยเล่า กลัวสู้ข้าไม่ได้?” 

“เหออันโหรวเจ้าได้...ได้ บังอาจนัก” หญิงสาวกัดฟัน “วันนี้ข้าจะให้เจ้าเห็นฝีมือข้า!”  

นางพูดพลางโยนดอกหลิงหลานใส่เหออันโหรวแล้วกระโดดขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่ทันที เหออันโหรวยิ้มมุมปากเอียงตัวหลบดอกหลิงหลานและพลังจากฝ่ามือของหญิงสาว 

หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก็ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เครื่องประดับราคาแพงกระจัดกระจายไปทั่วท่าทางทุลักทุเล 

หญิงสาวคลานขึ้นจากพื้นอย่างโกรธจัดคว้าเครื่องประดับผมขว้างลงบนพื้นอย่างแรง ส่งพลังจากฝ่ามือกระแทกเข้าใส่เหออันโหรว 

นางก้มตัวลงไม่ได้ต้านทานพลัง รอให้พลังของหญิงสาวเคลื่อนผ่านเหนือศีรษะไป จึงผุดลุกยกเท้าขึ้นเอาเข่ากระแทกเข้าที่ขาของหญิงสาว นางร้องด้วยความเจ็บปวดล้มลงกับพื้นอย่างแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้นางซึ่งได้รับการเอาอกเอาใจมาตลอดชีวิตน้ำตาคลอทันที 

“ข้าไม่เคยตกอยู่ในสถานการ์ณเช่นนี้มาก่อน เหออันโหรวใช่ไหม เจ้าอวดเก่งไปเถอะ คอยดูนะ วันหลังเจ้าไม่มีวันได้สงบแน่” หญิงสาวจ้องหน้าเหออันโหรวอย่างแค้นเคือง คลานขึ้นมาจากพื้นเดินกะเผลกออกไป 

พอเหออันโหรวได้ยินก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ที่นี่ไม่ใช่นอกสำนักศึกษาจะแจ้งเจ้าหน้าที่ทางการให้ทหารมาจับไม่ได้ หรือถ้าใช้วิธีอื่นก็แค่ลูกไม้ตื้นๆ จัดการได้ง่ายๆ ข้าเหออันโหรวไม่เคยกลัวใคร 

พอส่งแขกไม่ได้รับเชิญไปแล้ว เหออันโหรวก็ถอนหายใจจัดข้าวของเสร็จก็ลงไปนอนบนเตียงนุ่ม การแข่งขันกับอี้ซ่านและวิวาทกับหญิงสาวราวคนบ้าทำให้นางเหนื่อยจนหมดแรงจึงหลับสนิท 

พอตื่นขึ้นมาฟ้าก็สว่างแล้ว เหออันโหรวหาวแล้วลุกขึ้นคิดจะไปลานเล็กยืดเหยียดตัวรับลมเย็น 

“ทำให้องค์หญิงแปดแคว้นเหลียงไม่พอใจแต่เจ้ากลับสบายใจ” จู่ๆ ก็มีคนปรากฏตัวขึ้นตรงข้างหลัง เหออันโหรวหันกลับไปดูก็เห็นลู่ซิงหัวใส่เสื้อผ้าสีขาว 

“องค์หญิงแปดอะไรกัน” เหออันโหรวเพิ่งตื่นยังงัวเงียอยู่  

 “ตอนเจ้ามาถึงนี่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาเรื่อง เจ้านอนตื่นขึ้นมาก็ลืมแล้วหรือ” ลู่ซิงหัวบอก 

เหออันโหรวจึงนึกออกแล้วร้องขึ้นมา “นางคือองค์หญิงแปด?!” 

ลู่ซิงหัวเลิกคิ้วบอกให้รู้ว่าเป็นความจริง 

“พวกเจ้าเชื้อพระวงศ์แต่ละคนไร้เหตุผลทั้งนั้นหรือ ห้องนี้อาจารย์อินซู่จัดให้ข้าอยู่แท้ๆ นางกลับมายึดครอง” เหออันโหรวเอามือนวดขมับนึกถึงองค์หญิงห้าตอนนั้นและองค์หญิงแปดตอนนี้ นิสัยดึงดันเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกันหมด 

“ยกเว้นข้า” ลู่ซิงหัวตอบ 

เหออันโหรวจึงนึกขึ้นได้ถามเขาว่า “ทำไมเจ้ามาอยู่นี่” 

“ทำไมข้ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้ บริเวณนี้ไม่ใช่ของเจ้าคนเดียว” ลู่ซิงหัวพูดเสียงราบเรียบ 

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้ารู้ว่าข้าอยู่ที่นี่” เหออันโหรวรู้สึกว่าตนเพิ่งย้ายเข้ามา ทันใดนั้นนางก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที... 

“เรื่องนี้ต้องถามหรือ” ลู่ซิงหัวชี้ไปยังห้องติดกับนาง “ข้าอยู่นั่น” 

ความกลัวของเหออันโหรวเป็นจริงแล้ว... 

ความคิดเห็น