ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผจญภัยในแคว้นจิ้น

ชื่อตอน : ผจญภัยในแคว้นจิ้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 167

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผจญภัยในแคว้นจิ้น
แบบอักษร

 

 

เนื้อหาต่อไปนี้สมมติขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้

ณ แคว้นจิ้น

หลังจากที่เอินตูฉางและเฉินจื่อลู่เดินทางมาถึงแคว้นจิ้น พิธีต้อนรับพระชายาขององค์รัชทายาทก็ถูกจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ

มิหนำซ้ำในวัยรุ่งขึ้นก็จะมีพีธีรับตำแหน่งพระชายาสำหรับเฉินจื่อลู่(เหมือนพิธีแต่งงานแต่ว่ามีบางอย่างพิเศษกว่านั่น ลุ้นเอานะคะ)

น้องสาวคนเดียวของเอินตูฉางหรือองค์หญิงเอินเฉียวเจาก็ชอบพี่สะใภ้ของตนเป็นอย่างมาก งานบ้านงานเรือนก็ทำเป็น อะไรจะดีเลิศเสียขนาดนี้

“พี่จื่อลู่ สอนข้าทำขนมทีสิ”เอินเฉียวเจาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอนแถมยังเข้าไปอ้อนอีกด้วย

“ได้สิ เสด็จแม่ของพี่สอนสูตรพิเศษให้พี่แล้ว พี่ก็จะมาถ่ายทอดให้เจ้าต่อไง5555555”เฉินจื่อลู่ตอบ

“เยี่ยมไปเลย!!! พี่ใหญ่เลือกพี่สะใภ้ได้ถูกใจข้าเสียจริง มิน่าเล่าเสด็จแม่ถึงได้พอพระทัยในตัวพี่จิ่วหมิงขนาดนี้”เอินเฉียวเจากล่าวและหันไปยิ้มให้เฉินจื่อลู่

เวลาผ่านไปจนตะวันลับฟ้า เอินตูฉางและเฉินจื่อลู่กำลังเตรียมตัวไปงานเลี้ยงต้อนรับอย่างไม่รีบร้อน

“วันนี้เจ้าสวยมากเลยนะ เหตุไฉนเมียข้าถึงงามกว่าอิสตรีทั่วหล้าทั้งที่เป็นบุรุษเพศ ข้าช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกเลย!!!”เอินตูฉางบอกเมียรัก

“วันนี้ท่านก็หล่อมากเลยนะ เสด็จพ่อบอกว่าข้าได้เสด็จแม่มาเยอะเหลือเกิน ทั้งรูปร่างหน้าตา”เฉินจื่อลู่บอกและยิ้มให้

“อยู่ใกล้ๆข้าตลอดเวลาเลยนะ วันนี้มีอัครราชทูตจากต่างแดนมา ข้าหวง”เอินตูฉางพร้อมเอวบางให้มาชิดตน

“อื้ม!”เฉินจื่อลู่ขานรับ

ณ งานเลี้ยงต้องรับพระชายา(เฉินจิ่วหมิง)

“พระชายางามสมคำร่ำลือจริงๆด้วย”เสียงขุนนางท่านหนึ่งพูดขึ้น

“ใช่ๆ แม้จะหน้าตางดงานราวอิสตรีแต่ก็ยังคงมีความเป็นบุรุษแฝงอยู่ ช่างงามจริงๆ”ขุนนางอีกท่านพูดขึ้น

“องค์รัชทายาทและพระชายาเสด็จ!!!”ฉินกงกงประกาศเสียงดังลั่น ทุกคนหันมามองตามเสียงทัน

“สวยจริงๆ”เหล่าขุนนางและอัครราชทูตต่างชื่นชมพระชายาขององค์รัชทายาท

“อะฮึ่มๆ”องค์รัชทายาทกระแอมเสียงดัง

“หวงเสียจริงนะลูกรัก”ฮองเฮาแคว้นจิ้นเอ่ยแซะลูกชายอย่างขำขัน

เอินตูฉางยิ้มรับและโอบเอวเมียรักของตนไปนั่งประจำตำแหน่ง

งานเลี้ยงเริ่มขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่นั่งประจำตำแหน่ง และจู่ๆ...

“พระชายาเพคะ สุรานี้พระชายาต้องเป็นคนรินให้พระสวามีนะเพคะ”คนสนิทของเฉินจื่อลู่กระซิบบอก

“อื้ม! ขอบใจนะ”เฉินจื่อลู่ตอบและส่งยิ้มหวานให้”ฮวาฉี”

ฮวาฉีและคนอื่นๆรวมทั้งขุนนางและอัครราชทูตในงานพอได้เห็นรอยยิ้มอันหวานหยดย้อยของพระชายาแล้วยิ่งชอบพระชายากันเข้าไปใหญ่

“อย่ายิ้มแบบนี้ให้ใครนอกจากข้าอีกนะ ข้าหวง”เอินตูฉางกระซิบบอกเมียรักของตน

“โถ่!ลูกสะใภ้ของข้า น่ารักเสียจริง”ฮองเฮาแห่งแคว้นจิ้นเอ่ยชม

“ขนาดแม่เป็นบุรุษเพศเยี่ยงเจ้ายังไม่งามถึงเพียงนี้”ฮองเฮาแคว้นจิ้นเอ่ยชม

“เสด็จแม่ชมเกินไปแล้ว”เฉินจื่อลู่ตอบและยิ้มรับ(ยิ้มน่ารักมากกกก)

หลังจากนั้นเอินตูฉางก็พาตัวเมียรักกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักเพราะดูท่าแล้วร่างบางใกล้จะหลับเต็มที

ณ ตำหนักเฟิงซวี่(ตำหนักขององค์รัชทายาท)

“รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราต้องตื่นเช้า//ฟอด//“เอินตูฉางบอกเมียรักและหอมแก้มเบาๆ

“ฝันดีนะ”เสียงหวานๆของเฉินจื่อลู่บอกสามีของตนก่อนจะซบลงตรงอกของเอินตูฉาง

“ฝันดีนะ”เอินตูฉางบอกและกอดเฉินจื่อลู่ไว้แน่น

เช้าวันต่อมา

ทั้งคู่ต้องเข้าพิธีสมรสตามธรรมเนียมของแคว้นและเฉินจื่อลู่เองก็ต้องขึ้นรับตำแหน่งพระชายา

“วันนี้เจ้าช่างงามนัก”เอินตูฉางเอ่ยชมภรรยาของเขา

“ท่านก็หล่อเช่นกัน”เฉินจื่อลู่บอก

ทั้งสองอยู่ในชุดสีเงินปักเลื่อมทองลายดอกไม้และลายอัคคี(ดอกไม้ของเฉินจื่อลู่ ลายอัคคีของเอินตูฉาง)

นางกำนัลและฮวาฉีต่างตั้งขบวนรอให้เฉินจิ่วหมิงเดินมาอยู่ท่ามกลางพวกเขา ทั้งหมดต่างคอยคุ้มกันเฉินจิ่วหมิงให้ไปถึงลานหน้าตำหนักหลวง

ระหว่างทางจะมีทหารและราชองครักษ์มาสร้างอุปสรรคให้ชุดของว่าที่พระชายาเปื้อน หากเปื้อนแล้วจะไม่สามารถทำพิธีต่อได้

เอินตูฉางอยากเดินตามเมียรักไปพร้อมกันแต่ก็ต้องทำตามขนบธรรมเนียมคือการขวบม้าไปรอรับชายาของตนที่ลานหน้าตำหนักหลวง

ทุกคนเริ่มเดินทางไปที่ลายหน้าตำหนักหลวง ด่านแรกองค์รักษ์ทำเหมือนว่าตนจะถือถังโคลนไปเททิ้งแต่ดันทำหลุดมือ เฉินจื่อลู่และคนอื่นๆต่างช่วยกันกางร่มบดบังตนและผู้อื่นไว้ไม่เปื้อน

สักพักทหารยามก็ถือถังน้ำมาและสาดใส่ขบวนของว่าที่พระชายา มุกคนต่างเอาตัวบังพระชายาไว้เพื่อไม่ให้ชุดเปียก

“ใกล้จะถึงแล้วเพคะ อดทนหน่อยนะเพคะ”ฮวาฉีบอกเฉินจื่อลู่

“พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”เฉินจื่อลู่ถามนางกำนัลและฮวาฉี

“พวกหม่อมฉันยังไหวเพคะ”ทุกคนตอบ

“ไปต่อกันเถอะ”ทุกคนเริ่มเดินทางต่อ

และทั้งหมดก็มาถึงลานหน้าตำหนักหลวงได้อย่างปลอดภัย

“มาถึงกันแล้ว”ฮองเฮาแคว้นจิ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“องค์รัชทายาทเชิญรับตัวพระชายาพะยะค่ะ”กงกงประกาศ

เอินตูฉางเดินลงไปรับเมียรักและพาเดินขึ้นไปที่ท้องพระโรง

นางกำนัลและฮวาฉีก็เดินตามหลังเฉินจื่อลู่เข้าไป

ทั้งคู่เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าราชบัลลังก์ที่มีฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นจิ้นนั่งอยู่และคุกเข่าลงพร้อมกับคำนับสามที

“เชิญองค์รัชทายาทและพระชายารับด้ายแดงมงคลจากองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาพะยะค่ะ”

ทั้งคู่จับมือกันและยื่นมือข้างนั้นไปข้างหน้า(จื่อลู่=ข้างซ้าย ตูฉาง=ขวา)

หลังจากนั้นฮองเฮาและฮ่องเต้ก็นำด้ายแดงมาพันมือของทั้งคู่จนแน่นและฮ่องเต้ได้ประกาศแล้วว่า

“ต่อไปนี้องค์ชายเฉินจื่อลูจากแคว้นเฉินคือพระชายาขององค์ชายเอินตูฉางแห่งแคว้นจิ้น!”

สิ้นเสียงอันทรงอำนาจขององค์ฮ่องเต้เหล่าขุนนางและนางกำนัลก็พร้อมใจกันกล่าวสรรเสริญทั้งคู่

พอทั้งคู่ทำพิธีเสร็จก็จับมือกันขึ้นเกี้ยวทองกลับตำหนักโดยที่ด้ายแดงยังพันมืออยู่ ฮองเฮาและฮองเต้เฝ้ามองลูกรักและลูกสะใภ้อย่างมีความสุข

ณ ตำหนักเฟิงซวี่(ตำหนักขององค์รัชทายาท)

เอินตูฉางกุมมือพระชายาของตนไว้แน่นและพาเข้าไปในตำหนักโดยสองข้างทางมีเหล่าทหาร,ราชองครักษ์และนางกำนัลต่างก้มคำนับทั้งคู่

ในห้องหอ

ภายในห้องหอนั้นตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นดอกไม้นานาพรรณ สุราและจอกถูกจัดวางไว้อย่างปราณีต เตียงนอนสีขาวสะอาดตานัดกับผ้าห่มลายมังกรสีทองเลื่อมเงิน

“เข้าหอกันอีกสักคราดีรึไม่?”เอินตูฉางเอ่ยถามเมียรักด้วยน้ำเสียงเหย้าเเย่

“อ๊ะ!”เฉินจื่อลู่ที่ถูกเอินตูฉางอุ้มขึ้นมาและบรรจงวางลงไปบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ

“เบาๆนะ...ระวังลูกด้วย”เฉินจื่อลู่ตอบแบบเร็วๆเพราะทั้งเขินและอาย

“จ๊วบๆ!”เอินตูฉางไม่รอช้ารีบก้มหน้าลงไปบนหน้าอกของเฉินจื่อลู่ทันที

✂️✂️✂️✂️✂️✂️✂️✂️✂️✂️✂️

ตัดจ้าาา

 

ขอโทษที่หายไปนานค่ะ ไรท์ยุ่งมากๆทั้งเรื่องเรียนและบลาๆเลยไม่ได้มาสานต่อเรื่องราว ตอนนี้ปิดเทอมแล้วไรท์จะพยามอัพให้เยอะๆนะคะ เม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาา

 

 

ความคิดเห็น