ติดตามด้วยนะจ้ะ

7. ตามล่า...หาเธอ

ชื่อตอน : 7. ตามล่า...หาเธอ

คำค้น : นิยายโรแมนติก ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 591

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2563 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7. ตามล่า...หาเธอ
แบบอักษร

พอถึงสนามบินชิโดเสะ ฉันรีบโทรหาคุณยายทันที คุณยายพร้อมคุณเคนยืนรอด้านทางออกด้านหนึ่งของสนามบิน 

“วันนี้อยากทำอะไร” คุณยายถามพลางโอบไหล่ฉันเบาๆ

“อยากแช่ออนเซ็นชมวิวทะเลสาบค่ะ” ฉันตอบแบบไม่คิด พอคิดได้ว่าอาจจะดูจงใจมากเกินไป เลยพยายามทำตัวให้เป็นพิรุธน้อยที่สุด คุณเคนช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถ พอคุณเคนออกรถคุณยายก็ถามสารทุกสุกดิบของแม่ ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอบอะไรคุณยายไปบ้าง เพราะใจฉันจดจ่ออยู่ที่โรงแรมริมทะเลสาบโทยะ เขาจะทำหน้ายังไงที่เจอฉันอีกครั้ง เค้าจะทำเป็นไม่รู้จักรึเปล่า ฉันก็ยังไม่รู้ รู้แค่ขอให้ได้เจอเขาอีกสักครั้งแค่นั้นก็พอ  ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์อากาศที่ฮอกไกโดยังคงหนาวเย็นถึงขั้นติดลบ ฉันกระชับเสื้อโค้ทขนเป็ด ความเย็นปะทะผิวหน้าหลังจากที่ลงจากรถ แค่เดินมาถึงหน้าโรงแรมหัวใจฉันก็เต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ยายหมูบ้าเธอจะมาหัวใจวายที่นี่ไม่ได้ ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ คุณยายที่เดินนำหน้าหันกลับมาถาม

“เป็นอะไรรึเปล่ามิจัง หน้าแดงอีกแล้ว ป่วยหรือเปล่าจ้ะ”

“มะ..ไม่ค่ะ หนูโอเค สงสัยอากาศจะเย็นมากน่ะค่ะ เรารีบเข้าไปในโรงแรมดีกว่าค่ะ” ฉันยกนิ้วทำสัญลักษณ์ว่าฉันไม่เป็นไร แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน และกอดแขนเอาหัวซบไหล่คุณยายเดินเข้าไปข้างใน ฉันสอดส่ายสายตาไปทั่วเผื่อจะเจอนาโอกิ เดินอยู่แถวๆ ลอบบี้ ขณะที่คุณยายกำลังเชคอินที่ฟร้อนท์ แต่ก็ไม่เจอแม้กระทั่งเงา ไม่เป็นไรตอนทานอาหารเย็นต้องได้เจอเขาแน่ๆ ฉันรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามากระหว่างที่รอห้องอาหารเปิด ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง คุณยายกำลังดูโทรทัศน์ที่กำลังเสนอข่าวเป็นภาษาญี่ปุ่น ฉันเหลือบมองนาฬิกาตอนนี้สี่โมงสี่สิบห้า ฉันเด้งตัวขึ้นจากเตียงพุ่งไปที่กระจก  หวีผมเติมแป้งเติมลิป ฉันใช้มือจับผมทัดหูและยิ้มให้กระจกอย่างลืมตัว 

“หลานยาย แต่งตัวสวยไปเจอใครรึเปล่านะ” ฉันสะดุ้งหุบยิ้มทันทีทันใด หันไปยิ้มแหยๆ ให้คุณยาย

“เปล่านะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจไปเจอกันเลยค่ะ” ฉันโบกมือแต่หน้าก็กลั้นยิ้มไม่ได้ เลยส่งข้อความหาสไมล์ทางไลน์แก้เขิน

Mirai Laknara : ถึงแล้วนะกำลังจะไปกินข้าว

ที่ไทยคงประมาณบ่ายสาม ยายสไมล์แทบจะอ่านข้อความทันทีที่ฉันส่งไป

สไมล์ซ่าหารักแท้ : อย่าเผลอกินผู้ชายล่ะ โฮะโฮะ

Mirai Laknara : ร้ายกาจ ถ้ายังไม่หยุดพูดแบบนี้ฉันจะกินหัวเธอ ฮึ่ยยย

สไมล์ซ่าหารักแท้ : ฝากหอมแก้มที อย่าลืมนะ

Mirai Laknara : สมหมาย พอๆๆ เลย ไม่คุยด้วยแล้วจะไปกินข้าวแล้ว

สไมล์ซ่าหารักแท้ : โอเคกินกันเสร็จ เอ้ย ! กินข้าวเสร็จ อย่าลืมรายงานผลด้วย 

ยายสไมล์บ้าทำทีพูดผิด คงตั้งใจจะแซวฉันแบบนั้นแหละ คุณยายกำลังสวมถุงเท้าพร้อมที่จะไปห้องอาหาร ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ การเจอเขาในครั้งนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ อย่างน้อยฉันก็ได้ให้โอกาสตัวเองถึงจะผิดหวังกลับบ้านไปก็ต้องลองเสี่ยง ฉันกับคุณยายแทบจะเป็นคนแรกที่เข้ามาในห้องอาหาร ฉันใช้สายตาสอดส่องมองหานาโอกิ แต่ก็ไม่เจอเขา หรือว่าอีกเดี๋ยวเขาอาจจะมา จนแล้วจนรอด ฉันเดินไปตักอาหารเป็นรอบที่สี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะมา ผู้ชายตัวสูง หน้าตาดี  โดดเด่นอย่างเขาแม้ว่าจะกำลังเช็ดโต๊ะก็ดูดีมีออร่า ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่สาม อุตส่าห์รีบนั่งเครื่องมาหาเขาแต่ก็ไม่ได้เจอกัน ช่องทางติดต่อก็ไม่มี 

จะไปถามพนักงานคนอื่นก็ดูกระไรอยู่แฟนก็ไม่ได้เป็น ถ้าเขาเลิกทำงานที่นี่ฉันคงมาแบบเสียเที่ยว กลับไปนั่งห่อเหี่ยวจิตใจที่บ้านแน่ๆ สงสารตัวเองจัง..

“เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่ห้า สายตามองมอง ทะเลสาบโทยะในยามค่ำคืน มีเรือลำใหญ่ที่ประดับไฟแสงสี แล่นไปช้าๆ อยากไปนั่งชมวิวบนเรือจัง ถ้าได้ยืนอยู่บนเรือกับนาโอกิคงจะฟิน เราคงจูบกันบนเรือท่ามกลางหิมะตก คุณยายมองฉันด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้ฉันดูเหมือนคนเป็นไบโพล่าร์ เดี๋ยวก็ถอนหายใจเดี๋ยวก็ยิ้ม ยายหมูบ้าเอ้ย! ฉันด่าตัวเองในใจ ไปจินตานาการว่าจูบกับผู้ชายบนเรือ ท่าจะเป็นเอามาก

“หนูอยากนั่งบนเรือจังเลยค่ะ ท่าทางจะโรแมนติก ฮ่าฮ่า” ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนความไบโพล่าร์ของตัวเอง

“คืนพรุ่งนี้ไหมล่ะ ยายจะให้เคนซังจองให้ เค้าจำกัดจำนวนคน จำกัดรอบ เดี๋ยวยายโทรบอกเลยดีกว่า กลัวจะเต็ม” คุณยายหยิบโทรศัพท์โทรหาคุณเคน คุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่น ไม่นานนักก็วางสาย

“ขอบคุณนะคะคุณยาย” ฉันยิ้มประจบเอาศีรษะถูไหล่คุณยาย หลังจากทานข้าวฉันรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เจอนาโอกิ และไม่รู้ว่าจะเจอเขาได้ที่ไหน ฉันรู้สึกเซ็งๆ รอจนอาหารย่อยจึงเดินลงมาแช่ออนเซ็น คุณยายขอตัวพักผ่อน ฉันสวมชุดยูกาตะข้างในโนบราและโนอันเดอร์แวร์ รู้สึกโล่งๆ แต่ไม่อยากไปถอดชุดชั้นในอีกรอบแล้วเก็บในล๊อกเกอร์ เพื่อจะมุ่งตรงไปล้างตัวและลงบ่อเลย

ไม่อยากเวิ่นเว้อมัวถอดเสื้อผ้า ใครจะอยากเป็นเป้าสายตาของคนไม่รู้จักมาเปลือยกายต่อหน้ากัน ฉันแช่ตัวประมาณสามสิบนาที รู้สึกเพลียเมื่อคืนบนเครื่องแทบจะไม่ได้นอนเลย มัวแต่ตื่นเต้น เมื่อเจอเขาจะทักเขายังไง จะยิ้มแบบไหน ฯลฯ สุดท้ายก็นก นอกจากจะเป็นหมูแล้วยังนกอีก ฉันล้างตัวอีกรอบ เช็ดตัวสวมชุดยูกาตะ เป่าผมจนแห้งแล้วเดินขึ้นลิฟท์ ฉันกับคุณยายพักที่ชั้นแปด  ลิฟท์เปิดที่ชั้นสาม ชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีดำ เดินเข้ามา ฉันแทบหยุดหายใจ หนึ่งในนั้นคือผู้ชายที่ฉันอยากจะเจอมากที่สุด เขาสบตาฉันเพียงแว่บเดียว หลังจากนั้นก็หันไปคุยกับผู้ชายข้างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น ทั้งสองคุยกันราวกับว่าฉันไม่ได้อยู่ในลิฟท์  เหมือนเขาลืมฉันไปแล้ว ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ฉันรู้สึกหน่วงๆ ยายหมูเอ้ย ตามผู้ชายมาถึงญี่ปุ่นเค้ากลับทำเป็นไม่รู้จัก เรื่องคืนนั้นมันไม่ได้มีค่าพอให้เขาจดจำ สมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ รู้สึกเหมือนมีนกร้อยตัวบินวนเวียนรอบๆ ตัว ลิฟท์เปิดพอดี ฉันแทรกตัวเบียดพวกเขาออกไป และไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว พอถึงห้องก็ไลน์หาสไมล์ทันที

Mirai Laknara : ฉันจะกลับแล้ว นกมากๆ T^T

สไมล์ซ่าหารักแท้ : ยังไง เล่า?

Mirai Laknara : เค้าทำเหมือนไม่รู้จักฉัน ฉันมันบ้ามาหาผู้ชายถึงญี่ปุ่น ทั้งๆที่คืนนั้นไม่มีอะไรน่าจดจำ ฉันก็เมาและเค้าก็เมา

สไมล์ซ่าหารักแท้ : โอ้ย!! ทำไมคนหล่อของฉันเป็นอย่างนี้ล่ะ  

Mirai Laknara : แป๊บนะ โทรศัพท์ในห้องดัง

ฉันกลัวเสียงโทรศัพท์จะรบกวนคุณยายที่กำลังพักผ่อน จึงพุ่งตัวไปรับ ว่าแต่พนักงานจะโทรมาแจ้งอะไร เตือนแผ่นดินไหวอะไรงี้เหรอ ฉันกล่าวสวัสดีเป็นภาษาอังกฤษ บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้

“อะไรนะคะ ฉันได้รางวัลจากการเข้าพักคนที่หนึ่งร้อย ได้จิบไวน์ชั้นดีชมวิวแบบพาโนราม่าที่ชั้นดาดฟ้า” โรงแรมมีรางวัลแบบนี้ด้วยเหรอ ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ดีเลยอยากเมาอยู่พอดี ฉันถามรายละเอียดและสถานที่เล็กน้อยจึงวางสาย ก่อนออกจากห้องเขียนโน้ตแปะไว้ที่กระจก ว่าจะไปจิบไวน์ที่ชั้นดาดฟ้าและจะรีบกลับ ฉันเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีขาวโดยสวมเสื้อคอเต่าแขนยาวบุขนข้างในสีเดียวกัน พอลิฟท์หยุดที่ชั้นดาดฟ้า ฉันคาดหวังว่าจะมีแขกที่มาพักมาใช้บริการ แต่ทั้งบาร์ที่กรุด้วยกระจก รอบด้านมองเห็นวิวทะเลสาบ มีแค่บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ยืนหลังเคาท์เตอร์และพนักงานเสิร์ฟสาวสวยเท่านั้น เธอเดินตรงมาเชื้อเชิญให้ฉันนั่งอย่างกระตือรือร้น

“ท่านสุภาพสตรีเชิญเลือกอาหารเรียกน้ำย่อยได้เลยค่ะ” เธอส่งเมนูอาหารให้ฉัน แต่ฉันยังอิ่มมากและตั้งใจจะมาจิบไวน์เท่านั้น

“ฉันขอไวน์เลยได้ไหมคะ” ตั้งใจจะเมาเต็มที่ และพรุ่งนี้ฉันจะไปจากที่นี่ไปพักที่ซัปโปโรสักสองวัน จากนั้นฉันจะขอคุณยายกลับและจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ถ้ามาเยี่ยมคุณยายก็จะขอไปพักที่อื่น พนักงานสาวรินไวน์ใส่แก้ว วางตรงหน้า ฉันดื่มไปรวดเดียว ไม่มีการจิบอะไรทั้งนั้นขอเมาแบบเร็วๆ จนแก้วที่ห้า ฉันโทรวิดิโอคอลหาสไมล์

“ สมหมาย ฉันสมเพชตัวเอง ตามมาหาผู้ชายถึงที่แต่เค้ากลับจำฉันไม่ได้” ฉันพูดไปร้องไห้ไป ในห้องนี้มีแค่บาร์เทนเดอร์กับพนักงานเสิร์ฟ รวมฉันก็สามคนเท่านั้น และฉันจะไม่กลับมาที่นี่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอายใคร

“ยายหมู ใครไม่รักก็กลับมา กอดๆ นะ”

“ขอไวน์อีกค่ะ” พนักงานสาวกำลังรินไวน์ ชายหนุ่มร่างสูงคว้าขวดไวน์มารินให้ฉันแทน ดูท่าฉันจะเมาจริงๆ ฉันเห็นผู้ชายคนนี้เป็นนาโอกิ เขาสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขน กางเกงสแลคสีดำ ดูเรียบๆ แต่กลับดูดีอย่างบอกบอกไม่ถูก

“นี่หนุ่มหล่อมานั่งข้างฉัน” ฉันกวักมือเรียกพนักงานหนุ่มที่กำลังรินไวน์ พูดไปด้วยความเมาล้วนๆ แต่เขาก็นั่งลงง่ายๆ ฉันใช้มือสองข้างท้าวคางนั่งมองเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม แต่พอนึกถึงเหตุผลที่มาที่นี่ก็ดราม่าอีก

“คุณรู้ไหม ฉันมาจากเมืองไทย เพื่อที่จะได้เจอเขาอีกครั้ง แต่เขากลับทำเป็นไม่รู้จักฉัน คุณว่ามันน่าน้อยใจไหม” ความไบโพล่าร์ของฉันกลับมาอีกครั้ง พูดไปร้องไห้ไป เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างแผ่วเบา  

“ผมก็มาหาคุณแล้วไง มองผมดีๆสิ นี่คุณเมาแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคย ฉันกระพริบตาถี่ๆ ใช่เขาจริงๆ ด้วย เขาดึงมือฉันลุกขึ้น จูงมือฉันไปที่ผนังกระจกที่มองออกไปเห็นวิวทะเลสาบ อยู่ๆเสียงพลุก็ดังขึ้น ฉันมองพลุหลากสีอย่างตื่นตาตื่นใจ นาโอกิสวมกอดฉันจากด้านหลัง  คางของเขาเกยที่ไหล่ของฉัน ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดบริเวณซอกคอ ฉันรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามโฟกัสไปที่การชมดอกไม้ไฟ แต่ใจกลับสนใจผู้ชายที่กำลังกอดฉันมากกว่า 

“ผมคิดถึงคุณนะ” เขาไม่พูดเปล่าฝังจมูกลงที่แก้มของฉันเบาๆ แต่เดี๋ยวนะ แล้วตอนอยู่ในลิฟท์ทำไมเขาทำเป็นไม่รู้จักฉันล่ะ

“แต่ฉันงอนคุณอยู่นะ คุณทำเหมือนฉันไร้ตัวตนตอนอยู่ในลิฟท์”

“ผมก็มาทำเซอร์ไพร้คุณไง คุณไม่ชอบเหรอ ผมปิดบาร์ต้อนรับคุณเลยนะ” เขาปล่อยฉันออกจากอ้อมกอด ผายมือให้ฉันดูรอบๆ ตอนนี้พนักงานหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันกับเขาสองคนเท่านั้น

“คุณรวยนักรึไง พนักงานโรงแรมนี่รายได้ดีจัง” ฉันกลั้นยิ้ม เขาต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อจะปิดบาร์ที่ชมวิวแบบพาโนราม่าได้

“ผมแค่เอาป้ายไปปิดไว้ข้างหน้า บอกว่าปิดปรับปรุงก็ไม่มีใครเข้ามาแล้วครับ”

“แล้วพนักงานสองคนนั้นคุณก็จ่ายพวกเขาเหรอ” 

“เปล่าครับนั่นเพื่อนผมเอง ผมขอร้องให้พวกเขามาทำช่วยทำเซอร์ไพร้คุณไง ยินดีต้อนรับสู่เกาะฮอกไกโดนะครับ” เขาเชยคางฉันขึ้น ประทับริมฝีปากสีกุหลาบนุ่มหยุ่นลงมา เขาเม้มริมฝีปากของฉันเบาๆ อย่างยั่วเย้า ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนชื้นเพื่อชิมความหวานของไวน์ ฉันให้สองมือโอบรอบคือของเขาเพื่อพยุงตัวเองไว้ จูบนี้เนิ่นนานและนิ่มนวล พอเขาถอนริมฝีปากออกมาเพื่อให้ฉันหยุดหายใจ เขาก็ประทับรอยจูบอีกครั้งและอีกครั้ง จากนั้นก็กอดฉันไว้ ฉันชอบกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขา มันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย 

Naoki talks 

ผมแทบไม่อยากเชื่อ ตลอดห้าวันที่ผ่านมาผมตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ถึงขั้นไปหาเธอที่ไทยโดยไม่รู้ที่อยู่ของเธอ วินาทีที่ผมเจอเธอในลิฟท์ ผมแทบจะพุ่งตัวไปกอด จูบ เธอให้หายคิดถึง แต่ผมจะแกล้งเซอร์ไพร้เธอสักหน่อย ผมหันไปคุยกับเรียวเป็นภาษาญี่ปุ่น เธอไม่มีทางรู้แน่ว่าผมมีแผนอะไร

“ปิดบาร์ชั้นดาดฟ้าให้ผมด้วย บอกว่าปิดปรับปรุง แล้วขอบาร์เทนเดอร์และพนักงานเสิร์ฟหญิง แล้วสืบว่าเธออยู่ห้องไหน โทรบอกเธอว่าเธอได้รับรางวัลเข้าพักที่โรงแรมเป็นคนที่หนึ่งร้อย ได้จิบไวน์ชั้นดีชมวิวแบบพาโนราม่าที่ชั้นดาดฟ้า” ผมคิดแผนเสร็จสรรพ เธอต้องเซอร์ไพร้กับความโรแมนติกของผมอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นผมจะกอดจูบเธอให้หายคิดถึงเลยทีเดียว

พอผมเซอร์ไพร้เธอสำเร็จ เธอก็ทำหน้ากระเง้ากระงอดที่ผมทำเป็นไม่รู้จักเธอในลิฟท์

“ผมก็มาทำเซอร์ไพร้คุณไง คุณไม่ชอบเหรอ ผมปิดบาร์ต้อนรับคุณเลยนะ”

“คุณรวยนักรึไง พนักงานโรงแรมนี่รายได้ดีจัง” ผมกลั้นยิ้ม ดีว่าบาร์นี้เปิดไฟสลัว เธอจึงไม่เห็นหน้าตาเจ้าเล่ห์ของผม จริงสิเธอไม่รู้ว่าผมเป็นผู้บริหารโรงแรมและเป็นทายาทของฟุจิวะระกรุ๊ป เธอคิดว่าผมเป็นแค่พนักงานโรงแรมคนหนึ่ง ทีทำงานในห้องอาหาร ผมอยากแกล้งลองใจเธอนิดหน่อย เธอชอบผมที่เป็นแค่พนักงานโรงแรมธรรมดาๆ จริงๆน่ะเหรอ แต่สิ่งที่เธอทำมันก็ชัดอยู่แล้ว เธอเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อพบกับผม เหมือนที่เรียวว่า ฟุจิวะระ นาโอกิ ทายาทฟุจิวะระกรุ๊ป มีคู่หมั้นที่ต้องแต่งงานกันตามธรรมเนียมของทั้งสองตระกูล ผมอยากเป็นแค่ นาโอกิ พนักงานในห้องอาหาร ผู้ชายธรรมดาของมิราอิ  ผมไม่อยากคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมอยากอยู่กับเธอมีความสุขกับปัจจุบัน ผมจะเห็นแก่ตัวไปรึเปล่านะ

ความคิดเห็น