ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 12 : เซ่นไหว้เทพ พระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : เซ่นไหว้เทพ พระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 12,เซ่นไหว้เทพ พระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : เซ่นไหว้เทพ พระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน
แบบอักษร

ตอนที่ 12 : เซ่นไหว้เทพ พระภูมิเจ้าที่ ผีบ้านผีเรือน 

เมื่อส่งแขกกลับหมดแล้ว วันนี้ยุ่งมาทั้งวันจึงใช้ ฤกษ์เซ่นไหว้ตามฤกษ์สะดวก ฉันบอกให้พี่ตงพี่หลงยกโต๊ะตั้งกลางแจ้ง แล้วให้ยกถาดผลไม้ขนมสองชุดใหญ่กับหนึ่งถาดเล็ก บัวลอยน้ำขิงสามถ้วย ให้ตั้งชุดละโต๊ะพร้อมกระถางธูป และให้ทุกคนมารวมกันจุดธูปแจกคนละ16ดอด ระหว่างจุดธูปฉันอธิบายว่า  

"เราจะเริ่มไหว้โต๊ะแรกด้วยธูป16 ดอก เป็นการไหว้การบูชาเทพเทวดาทั้ง16ชั้นฟ้า และโต๊ะถัดไปให้จุดธูปไหว้คนละ9ดอก เป็นการไหว้เทพเจ้าที่ หรือศาลเจ้าที่ หรืออาจเรียกว่าพระภูมิเจ้าที่ ก็คือเทพที่อยู่บนดินแดนมนุษย์ เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่บ้านของเราและถัดไปที่วางเตี้ยสุดถาดนี้จุดธูป1ดอกสำหรับไหว้ผีบ้านผีเรือนเมื่อพวกเราอยู่ใหม่ควรเซ่นไหว้บอกกล่าวให้เขารู้ถึงเจตนาที่เราอยู่ ถ้าพวกเขาได้กินอิ่มและรับรู้ว่าเราไม่คิดมาบุกรุก แต่เราเป็นเจ้าของใหม่ที่มาอยู่อาศัย เมื่อพวกเขารับรู้พร้องได้กินอิ่มพวกเขาจะไม่มาทำร้ายทำลาย ตรงกันข้ามพวกเขาอาจจะเมตตา คุ้มครอง ดูแลปัดเป่าปกป้องและอาจเตือนภัยให้เราอีกด้วย เข้าใจหรือไม่? " ฉันอธิบายตามความเชื่อส่วนตัวของตนเองที่เคยได้รับมาจากชาติก่อน 

"เข้าใจเจ้าค่ะ/ขอรับ" 

พอไหว้เสร็จ ฉันบอกให้ตั้งไว้แบบนี้จนธูปหมดค่อยลาของไหว้เทพและพระภูมิของที่ไหว้แล้วลามากินได้ ส่วนผีบ้านผีเรือนพรุ่งนี้เช้าค่อยลาไปห้ามกิน ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน สาวๆเก็บของในครัวแล้วจึงเข้า พี่หลงตรวจคอกม้า พี่ตงเดินสำรวจรอบบ้านเล็กๆน้อยๆ ก่อนเข้าห้องตัวเอง แม่นมมาช่วยฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าเตรียมนอน ฉันยังนอนไม่หลับยืนเกาะหน้าต่างแหงนหน้ามองดวงจันทร์ทอดถอนใจเล็กน้อย คืนนี้เป็นคืนแรกที่ฉันนอนบ้านไหม่ ฉันอยากทำห้องอาบน้ำห้องขับถ่าย ทั้งหญิงชายให้ดีหน่อย ทำอ่างแช่ตัวให้พวกเขาหรือจะขุดบ่อทำสระว่ายน้ำดี? สระว่ายน้ำนี้ก็เกินไป เอาอ่างแช่ตัวแบบแช่ร่วมกันได้หลายๆคน แต่ชายหญิงแยกกัน และที่นั่งขับถ่ายแบบชักโครกจะได้สะดวกสบายหน่อย คิดโน่นคิดนี้จนหลับไป 

พอหลับฉันก็ฝันเห็น มีคนนั่งคุกเขาหน้าห้องนอนทั้งชายหญิงสูงอายุผู้หญิงสาวกับเด็กทุกคนผอมโซมานั่งคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณมาทางฉัน4คนไม่พูดอันใด แล้วหายไป แล้วฉันก็สะดุ้งตื่น คิดถึงฝันเมื่อครู่แล้วขนลุกซู่ ฉันคิดว่าคงต้องให้อาหารเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรื่อนบ่อยหน่อย พวกเขาคงหิวโหยกันมากถ้าได้กินอิ่มจะได้ไม่มาเข้าฝันอีก แล้วก็นอนหลับต่อ เพราะความเหนื่อยล้า 

เช้าวันต่อมา 

ฉันตื่นแต่เช้า แม่นมกับชิงเอ๋อร์มาช่วยแต่งตัวเช่นเคย นึกถึงฝันเมื่อคืนเลยอยากทำบุญ 

"แม่นม! ข้าอยากทำซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมไปไหว้พระที่วัดและให้ทานก่อนเที่ยงนี้ ทำซาลาเปาไหว้พระสักสิบห้าลูก และแจกทานสี่สิบห้าสิบลูกจะแจกทานน้อยไปหรือไม่?" 

"แจกทานคนละลูกสองลูกทำสี่สิบลูกน่าจะพอเจ้าค่ะ" หันไปหาชิงเอ๋อร์ "ชิงเอ๋อร์ไปบอกหรู้เอ๋อร์ ชุนเอ๋อร์ให้เอาเห็ดหอมเห้งแช่น้ำและสับหมูทำไส้ซาลาเปา แล้วให้หลินเอ๋อร์ทำแป้งทำซาลาเปาสักเก้าสิบลูก เอาเจ็ดสิบลูกไปวัด ทำเยอะหน่อยเพื่อไว้กินเองสักคนละสองสามลูก ถ้าสับหมูเสร็จให้มาบอกข้าจะไปปรุงเอง" 

"เจ้าค่ะคุณหนู" 

พอซาลาเปาพร้อมก็ให้ยกขึ้นรถ โดยมีชิงเอ๋อร์กับแม่นมไปด้วย พอถึงวัดเอาถาดซาลาเปาถวายพระ กราบไหว้ขอพรเสร็จก็บอกไต้ซือว่าจะเอาซาลาเปามาแจกทาน ใช้โต๊ะวัดแจกซาลาเปาไม่นานก็หมด ระหว่างที่แจกเห็นเด็ก มอมแมมสีคนผอมโซก็อดสงสารไม่ได้ ฉันให้พี่หลงเดินตามไปดูว่าพักกันอยู่ที่ไหน สักพักก็กลับมาบอก ฉันเลยเดินไปเองฉันเห็นเป็นเหมือนกระต๊อบผุๆพังๆ ฝาบ้านแทบจะไม่มีไม่กันฝนไม่กันหนาว นั่งอยู่ด้วยกัน แต่เอ้ย!ตะกี้ไปรับแจกทานมีสี่คนถึงจะไปรับไม่พร้อมกันก็เห็นแค่สี่ แต่ที่นับได้ตอนนี้มีห้าคน ดูถ้าเด็กคนที่นอนขดอยู่คงจะป่วย ทำไงดีละสงสารจัง 

"แม่นมบอกให้พี่หลงเอาน้ำในรถมาให้ด้วย" แล้วฉันก็เดินไปหาเด็กๆ พวกเขาตกใจตื่นกลัวรีบหันมาและบ้างก็จับมือเด็กชายที่โตสุดบ้างก็กอดกัน 

"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัวพี่สาวไม่ทำร้าย พวกเจ้าอยู่กันที่นี่ได้อย่างไร พ่อแม่พวกเจ้าอยู่ไหนรึ?" ลังเลใจปนหวาดกลัว ฉันเดินใกล้ๆดูเด็กที่นอนป่วยแล้วบอกว่า "ข้าเป็นผู้ที่เอาซาลาเปามาแจกพวกเจ้าเมื่อครู่นี้ไง"เด็กชายที่โตสุดจึงบอกแบบกล้าๆกลัวๆว่า"พวกเราไม่มีพ่อแม่ พวกเราถูกเอามาทิ้งที่นี่ ข้าน้อยกับน้องสาวอีก2คน และน้องสาวคนที่นอนป่วยนั้นเป็นพี่สาวของน้องชายที่นั่งข้างๆ พวกเราถูกทิ้งที่นี้ขอรับ" น่าสงสารยิ่งนักเด็กผู้หญิงถ้าโตขึ้นอีกหน่อยอยู่แบบนี้อันตรายแน่ๆ แล้วฉันยิ่งรู้ว่าพวกเขาไม่มีพ่อแม่จะให้อยู่แบบนี้ต่อได้อย่างไร 

"นางป่วยเป็นอะไรรึ?" 

"พวกเราก็ไม่รู้ขอรับ นอนหนาวสั่นมาสองวันแล้ว ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร ผ้าห้มก็มีแค่นี้สามผืนต้องแบ่งกันห้าคนและก็ไม่มีเงินพาไปหาหมอ แม้แต่อาหารกินยังขอจากวัด บางวันแทบจะไม่มีกินกันเลยขอรับ" แล้วก็ร้องไห้กัน ฉันน้ำตาคลอ พอดีพี่หลงมาถึง 

"ข้าสงสารพวกเขา เด็กคนนั้นกำลังป่วย พี่หลงเอาน้ำมาให้ข้าถ้วยนึง นอกนั้นแบ่งๆให้เด็กด้วย ข้าจะป้อนเด็กที่ป่วย " ฉันจับตัวเด็กที่ป่วย แม่นมห้ามแต่ฉันไม่ได้สนใจเพราะสงสาร นางตัวร้อนมากเลย แล้วหันไปหาพวกเด็กๆ "พวกเจ้าอยากตามไปอยู่กับข้าหรือไม่? ข้าไม่ได้รวยแต่พอจะมีที่อยู่ที่นอนอุ่นๆมีอาหารให้กินพออิ่มท้อง ไม่ต้องอยู่แบบนี้ แล้วเด็กคนนี้นางต้องไปหาหมอ ข้าจะพาไปรักษา พวกเจ้าจะไปหรือไม่" เด็กๆตาโต"พี่สาวจะไม่เอาพวกเราไปขายหรือทำร้ายเฆี่ยนตีทรมานพวกเราใช่ไหมขอรับ" ฉันส่ายหน้ารัวๆ ส่วนแม่นมไม่ห้ามเพราะรู้ว่าฉันสงสารพวกเขา 

"ไม่! ข้าไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน ข้าเองก็กำลังจะเป็นแม่คน ไหนเลยจะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นได้ลงคอ" พอเด็กชายที่โตที่สุดกับเด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่านิดหน่อยนั่งคุกเข่าโขกหัวเด็กๆก็ทำตามแล้วบอกว่า"ไปขอรับ" 

ฉันเข้าไปดึงพวกเขามากอด พวกเขาไม่เคยมีใครกอดด้วยความรักแบบนี้มานานก็ร้องไห้ เด็กน้อยที่น่าสงสาร และเลยพยักหน้าให้พี่หลงอุ้มเด็กที่ป่วยไปขึ้นรถ แม่นมเดินมาจูงมือคนที่เป็นน้องชายเด็กสาวที่ป่วย แล้วเรียกให้เด็กๆตามมาเด็กที่พี่ชายคนโตก็จูงมือน้องๆไปเดินขึ้นรถชิงเอ๋อร์ที่รออยู่ที่รถเตรียมน้ำช้าอุ่นให้ฉัน ฉันเลยบอกให้พวกเด็กดื่มเถอะ และเอาผ้าห่มที่ปกติจะมีติดรถม้าเอาออกมาห่มให้เด็กสาวที่ป่วยหนาวสั่น ฉันจึงถามว่า ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่กันบ้าง 

เด็กสาวทีป่วยอายุเจ็ดขวบชื่อ เมิงเสวี่ยอี้ เป็นพี่สาวเมิงเสวี่ยเป่า 

เมิงเสวี่ยเป่า เป็นเด็กผู้ชายอายุห้าขวบ 

เด็กผู้ชายที่โตสุดสิบขวบชื่อมู่จินเสียง 

น้องสาวของมู่จินเสียงอายุแปดขวบชื่อ มู่จินซุ่น 

น้องสาวคนเล็กของมู่จินเสียง อายุห้าขวบเท่ากับเสี่ยวเป่า ชื่อมู่จินซิง 

พอถึงโรงหมอท่านหมอจางก็ให้ท่านหมอตรวจแล้วบอกนางเป็นไข้หวัด เขียนเทียบยาให้ซื้อยาไปต้มกิน2-3วันและกินอาหารให้มากจะดีขึ้น ฉันจึงให้ท่านหมอจางตรวจทุกคน เด็กทุกคนขาดอาหาร ร่างกายอ่อนแอ ท่านหมอจางจัดยาบำรุงให้มาต้มให้เด็กดื่มกินระยะนึง ท่านหมอว่าเด็กพวกนี้ถ้าได้อาหารดีๆกับกินยาบำรุงสักระยะก็ไม่ปัญหา จ่ายค่ายาแล้วออกจากโรงหมอก็ให้พี่หลงแวะร้านเสื้อผ้าซื้อเสื้อผ้าให้เด็กๆ 

แม่นมเสนอว่าซื้อให้เด็กๆคนละสองชุด แล้วซื้อผ้ากับอุปกรณ์ตัดเย็บดีกว่า เพราะแม่นมจะสอนสาวใช้ให้ใช้เวลาว่างตัดเย็บเสื้อผ้าให้พวกเด็กๆก็จะประหยัดและได้หลายชุดด้วยทั้งยังตัดเย็บเสื้อผ้าของคนในบ้านได้อีกฉันเพิ่งรู้ว่าแม่นมมีฝีมือด้านตัดเย็บด้วยดีเลยฉันเห็นดีด้วยก็ตกลงตามนั้น 

พอถึงบ้านให้พาไปอ่าบน้ำแต่งตัวใหม่ระหว่างนั้นฉันเข้าครัวต้มข้าวต้มทรงเครื่องให้พวกเขากิน และฉันจัดให้เสี่ยวเสียงให้พี่หลงดูแลนอนด้วยกันหนึ่งห้อง พี่ตงดูแลเสี่ยวเป่านอนห้องเดียวกันหนึ่งห้อง และแม่นมบอกจะดูแลเด็กสาวที่ป่วยให้นอนห้องแม่นม ฉันจึงย้ายให้หลินเอ๋อร์ดูแลจินซิงนอนด้วยกันหนึ่งห้อง หรู้เอ๋อร์ดูแลจินซุ่นนอนด้วยกันห้องนึงเช่นกัน แล้วให้พี่ตงพี่หลงไปซื้อผ้าห้มที่นอนและสั่งเตียงเพิ่มห้าชุด ฉันดึงเด็กๆมากอดแสดงควารักความอบอุ่น 

"ต่อไปให้พวกเจ้าคิดว่าที่นี้คือบ้านและทุกคนที่นี้เป็นลุงป้าน้าอาของพวกเจ้า พวกเขาและข้าจะเติมเต็มความอบอุ่นที่พวกเจ้าขาดหายไป พวกเจ้ามาอยู่ที่นี้พวกเราต้องรักกัน ไม่อิจฉา ไม่ใส่ร้าย ไม่กล่าวร้าย ไม่ทะเลาะกันรุนแรง เข้าใจหรือไม่ ถ้าพวกเจ้าชอบอ้อมกอดของข้าหรือของแม่นมพี่หลงพี่ตงและทุกคนยินดีอ้าแขนรับเจ้าเข้าอ้อมกอดทันทีที่เจ้าต้องการ" เด็กๆตื้นตันใจยิ่งนักร้องไห้กอดไม่ปล่อยจนแม่นมมาดึงออกแล้วห้าม"พวกเจ้านี้นะ นายหญิงของเจ้ากำลังมีน้องในท้อง อย่ากอดแรงนักหรือรุนแรง เพราะจะเป็นอันตรายกับนายน้อยในท้องของนายหญิง" พวกเขาพยักหน้ารัวๆ แล้วจึงแยกย้ายกันไป 

ฉันคิดในใจว่าต้องรีบซ่อมแซมห้องเก็บของด่วนและต่อเติมห้องเพิ่มเพราะตอนนี้เต็มทุกห้อง เริ่มหนักใจเพราะยังไม่มีรายได้เข้ามาแต่ค่าใช้จ่ายยังพอรับได้ ทุกอย่างได้แต่รอเท่านั้น ฝากความหวังไว้กับไหพวกนี้ 

  

สองวันต่อมา คือวันที่รอค่อยก็มาถึง 

  

ความคิดเห็น