ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 11 : ฉลองขึ้นบ้านใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : ฉลองขึ้นบ้านใหม่

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 11,ฉลองขึ้นบ้านใหม่

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : ฉลองขึ้นบ้านใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 11 : ฉลองขึ้นบ้านใหม่ 

เข้ามาในครัวแบ่งงานให้สาวทั้งสี่มาเป็นลูกมือและอย่างแรกคือล้างถั่วเหลืองแล้วต้ม ระหว่างนั้นฉันก็บอกให้ล้างปลาเพื่อหมักทำน้ำปลาพอหมักปลาเสร็จ ต้มน้ำเกลือดองไข่และดองผักกาดดองด้วยน้ำข้าว สมัยนี้ยังหุงข้าวเช็ดน้ำอยู่ น้ำข้าวที่ปกติจะทิ้งก็ไม่เสียปล่าว แต่ฉันชอบเอาน้ำข้าวอุ่นๆเหยาะเกลือนิดเอามาดื่มหอมอร่อยมาก พออะไรเสร็จถั่วก็เย็นจึงหมักซีอิ๊วขาวต่อและหมักเต้าเจี้ยวต่อเป็นอันเสร็จรายการหมักดอง ก็เตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ 

ฉันแบ่งให้แต่ละคนทำอะไรยังไง ปากบอกและตอบลูกมือแต่ละคน มือก็นวดแป้งและปั้นบัวลอยไส้งาดำ พวกสาวๆรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ทำเพราะไม่เคยเห็น และอยากรู้อยากถาม เห็นสีหน้าและดวงตามีเครื่องหมายคำถามตลอดที่ทำอาหาร ออกจากครัวเห็นพวกพี่หลงกับพี่ตงกำลังทำความสะอาดห้องเก็บของที่ไฟไหม้ 

"พวกพี่จะซ่อมแซมกันเองรึ? แล้วจะปีนขึ้นไปเปลี่ยนกระเบื้องกับไม้บนหลังคารึ" 

"ใช่ขอรับ พวกเราพอมีวรยุทธอยู่บ้างจึงกระโดดขึ้นได้ไม่ยาก พวกเราตรวจดู และปรึกษากันแล้วว่าซ่อมกันเองได้ขอรับ" 

"เป็นความคิดที่ดี ขอบคุณพวกพี่มาก งั้นก็ซื้อเครื่องมือและของที่ต้องใช้ซ่อม ต้องลำบากพวกพี่แล้ว" ฉันคิดในใจว่า ควรทำบันไดเป็นทรงตัว A แบบนี้พวกเขาจะสะดวกขึ้น ใช้ประโยชน์ที่ต้องขึ้นที่สูงแม้หญิงสาวในห้องหอหรือสาวใช้ที่ไม่มีวรยุทธก็ปีนบันไดนี้ได้ ฉันจึงเอาพู่กันเขียนแบบ และอธิบายให้ช่างไม้เข้าใจง่ายขึ้น ยุคนี้ ส่งกระดาษแบบและเงินให้ 

"พี่หลงเอาแบบนี่ไปร้านไม้ทำนะ และต่อเติมข้างๆห้องเก็บของเพิ่มอีกสักห้องขอกว้างสักหน่อย เงินนี่พี่เอาไว้ซื้อเครื่องมือและไม้หรือของที่ต้องใช้" พวกเขาก็พยักเข้าใจ จากนั้นฉันก็ไปอาบน้ำแต่งโดยมีแม่นมกับชิงเอ๋อร์ช่วยแต่งตัว 

และแล้วครอบครัวแรกก็มา ครอบครัวแรกที่มาก็คือ...? 

ครอบครัวเถ้าแก่หวังมากับฮูหยินหวังและบุตรชายบุตรสาวมาด้วยสองคน บุตรสาวน่าจะอายุ14-15ปี ดารณีน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวรูปร้างอวบๆ บุตรชายน่าจะอายุ19-20ปี ผอมสูงคมสัน ผู้ชายคนนี้ถือว่าหน้าตาดี หุ่นดีหล่อๆนะค่ะ ไม่ๆต้องเก็บอาการหน่อยเพราะยังท้องอยู่ แต่ถ้ามีแบบนี้ให้ดูทุกวัน ลูกฉันคลอดออกมาจะหน้าตาดีๆแน่นอน ฮา ฮา ฮา 

"ฟางอิ๋วเหม่ย คารวะเถ้าแก่หวังและฮูหยินเจ้าค่ะ" เถ้าแก่ตอบว่า 

"แม่นางฟางไม่ต้องมากพิธี เราคนกันเองทั้งนั้น นี่บุตรสาวคนเล็กของข้าชื่อหวังเหอฮวา และนี่บุตรชายคนรองของข้าชื่อหวังเหอจง ข้าเห็นว่าอายุลูกข้ากับแม่นางฟางไล่เลี่ยกันน่าจะคบหาเป็นสหายไว้" 

"เช่นนั้นเถ้าแก่เรียกข้าว่า เหม่ยเอ๋อร์เถอะเจ้าค่ะ" 

"ได้! " แล้วลูกสาวของเถ้าแก่ก็ก้าวมาหาฉันและจับที่แขนของฉันเกาะแน่เป็นตุ๊กแกที่เดียวเชียว "พี่สาวเรียกข้าว่าน้องฮวาเอ๋อร์นะเจ้าคะ" พูดจบก็ยิ้มหวานเชียว ฉันพยักหน้ารับ แล้วได้ยินชิงเอ๋อร์บอกว่าท่านหมอมาคนเดียวภรรยาไม่ได้มาด้วย คงเพราะลูกชายยังเล็กนัก 

"เหม่ยเอ๋อร์คารวะท่านหมอจางเจ้าค่ะ" และตามมาติดๆด้วยครอบครัวหลิน 

"เหม่ยเอ๋อร์คารวะท่านลุงหลินกับท่านป้าหลินเจ้าค่ะ" ท่านลุงกับท่านป้าคือพ่อแม่ของอันเอ๋อร์ อิ๋วเหม่ยเป็นเพื่อนกับอันเอ๋อร์จึงนับถือเป็นลุงกับป้า ท่านป้ารีบเดินมาดึงให้ฉันลุกขึ้น โดยมีอันเอ๋อร์เข้ามาประคองด้วย 

"เหม่ยเอ๋อร์ไม่ต้องมากพิธี ป้ากับลุงคิดถึงเจ้านัก อันเอ๋อร์บอกว่าเจ้าตั้งครรภ์แล้วรึ? มีอะไรให้บอกลุงกับป้าช่วยก็บอกไม่ต้องเกรงใจ ตอนนี้ครอบครัวเจ้าย้ายไปหมดคิดเสียว่าลุงกับป้าเป็นดังญาติแท้ๆของเจ้าก็แล้วกัน" 

"ขอบคุณท่านลุงท่านป้ายิ่งนักเจ้าค่ะ" แล้วฉันก็เข้าสวมกอดท่านป้านางก็ลูบหลังลูบไหลฉัน ฉันผละออกจากอ้อมกอดท่านป้า ก็นึกขึ้นได้ว่ายังมิได้แนะนำเถ้าแก่หวังและครอบครัว พอทุกคนคารวะกันแล้วพูดคุยกันเรียบร้อย ฉันหันไปหาหลินเอ๋อร์กับชิงเอ๋อร์ บอกให้ยกอาหาร กับน้ำชาผสมเก๊กฮวย ฉันเห็นสายตาของทุกคนคงคิดว่าแปลก และสงสัยนักมาก ฉันเริ่มแนะนำอาหารแต่ละจาน ทุกคนก็เริ่มคีบอาหารกิน และท่านหมออาหารไปไม่กี่อย่างก็เอ่ยว่า 

"เหม่ยเอ๋อร์เจ้าทำอาหารแปลกตาและรสชาติอร่อยแปลกใหม่ยิ่งนัก" ฉันก็ยิ้ม ท่านลุงถามว่า 

"เหม่ยเอ๋อร์จานนี้และจานนี้คืออะไร เรียกว่าอะไรรึ รสชาติดีลุงชอบ" 

"นี้ชื่อไก่ผัดขิง จานนี้ชื่อหมูตงพอ เจ้าค่ะ" แล้วฉันก็คีบทอดมันกุ้งให้ลุงกับป้าและเถ้าแก่ ฮูหยิน ท่านหมอ "นี่เรียกว่า ทอดมันกุ้งให้จิ้มกับน้ำจิ้มที่มีแตงกวานี้รสชาติจะดียิ่งขึ้นเจ้าค่ะ" มีเสียงจากเพื่อนรัก 

"เหม่ยเอ๋อร์เจ้าไม่สนใจข้าที่เป็นเพื่อนของเจ้าบ้างเลยนะ"ฉันกึ่งยิ้มกึ่งขำ และก็มีเสียงเล็กตัดพ้อว่า 

"พี่เหม่ยก็ลืมฮวาเอ๋อร์กับพี่ชายรองเช่นกันนะเจ้าคะ" เห็นนางทำแก้มป่อง จึงคีบทอดมันกุ้งให้และตักอาหารให้สาวทั้งสองคนและให้คุณชายรองด้วย 

" จานนี้ชื่อ 'ฟ้องเต้าหู้ผัดเห็ดหอมสด' และจานนี้อาจจะเผ็ดนิดหน่อยชื่อ ซีกโครงอ่อนผัดพริกเกลือ จานนี้ชื่อ ปลาสามรส " ทั้งสองสาวก็ยิ้มออกทันที ส่วนคุณชายหวังกินตุ้ยๆไม่พูดอันใด 

หลังกินอาหาร สาวๆมายกสำรับไปเก็บ จึงให้ยกบัวลอยน้ำขิงมาเสริฟระหว่างที่แม่นมช่วยตักใส่ถ้วยแบ่ง ฉันก็อธิบายว่า "ขนมนี้มีชื่อว่า บัวลอยน้ำขิง ในตัวบัวลอยมีไส้ง่าดำ น้ำต้มกับขิงใส่น้ำตาล ขิงมีฤทธิ์เผ็ดร้อน ดื่มหลังอาหารจึงช่วยลดอาการ จุกเสียดแน่นเฟ้อ ท้องอืด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี ดีต่อสุขภาพของทุกเพศทุกวัยเจ้าค่ะ" แล้วฉันก็หันไปหยอกเพื่อนสาวว่า " อันเอ๋อร์ เจ้าควรดื่มน้ำขิงให้เยอะหน่อย ถ้าเจ้าดื่มก่อนและหลังกินอาหารเป็นประจำได้ยิงดี ช่วยลดความอ้วนได้ด้วย" พอสิ้นเสียงเพื่อนสาวหน้าแดงเชียว พร้อมกับเสียงหัวเราะของทุกคน 

"ท่านพ่อท่านแม่ดูสิ เหม่ยเอ๋อร์ร้ายกาจยิ่งนัก หาว่าอันเอ๋อร์อ้วนเจ้าค่ะ" แล้วนางทำแก้มป่องงอลๆ น่ารักจริงเชียว ฉันเลยเดินเข้าหาเพื่อนสาวกอดแขนนาง "ไม่เลยอันเอ๋อร์ไม่อ้วนสักนิด เพียงแค่อวบๆเท่านั้น ไหนๆใครว่าเพื่อนรักของข้าว่าอ้วนบอกมาเดี๋ยวนี้ข้าจะจัดการให้ ฮาๆ" นางก็หัวเราะตามแล้วตีเบาที่มือฉันแบบหมดคำพูด บรรยากาศยามนี้เป็นไปอย่างสนุกสนานปนเสียงหัวเราะ ทุกคนถูกใจยิงนักบอกว่าชอบมาก ในหัวใจของฉันยามนี้มีความสุขเกิดขึ้นอย่างมาก แต่ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา เมื่อถึงเวลาสมควรทุกคนก็ลากลับ ฉันเดินไปส่งทุกคนด้วยตัวเอง 

ส่วนครอบครัวเถ้าแก่หวังกำลังจะกลับก็มีเสียงสาวน้อย" พี่เหม่ยเอ๋อร์! ข้าขอมาหาพี่สาวบ่อยๆได้รึไม่เจ้าคะ ? ข้าชอบอาหารพี่สาวทำมาก อยากหัดทำอาหาร จึงจะขอช่วยพี่สาวทำอาหารที่นี้เจ้าค่ะ"แล้วยิ้มหวานตาหยี เข้ามากอดแขนแบบอ้อนสุดๆ ฉันก็แพ้คนน่ารักเสียด้วย 

"ได้สิ! ถ้าเถ้าแก่กับฮูหยินหวังอนุญาตเจ้าก็มาได้" นางทำท่าดีอกดีใจนัก 

"ท่านพ่อท่านแม่ของน้องไม่ว่าหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวให้พี่รองช่วยพูดเจ้าค่ะ" นางหันไปหาพี่ชายของนาง เขาเดินมาเอามือลูบหัวนางแบบเอ็นดู 

"ถ้าไมรบกวนแม่นางฟางเกินไป ข้าจะช่วยพูดให้" 

ข้าตอบ"ไม่รบกวนเลยข้ามีน้องสาวน่ารักเพิ่มนี้สิเป็นเรื่องหน้ายินดี เพราะที่นี้ข้าอยู่กับบ่าวไพร่เท่านั้น" คุณชายรองหวังคิ้วขมวดเล็กน้อย 

"ข้าขอถามได้หรือไม่ว่า...แล้วสามีของแม่นางทำไมไม่มาอยู่ด้วย หรือจะตามมาภายหลัง?" ฉันตอบอย่างเปิดเผย 

"ข้าขอบอกอย่างไม่ปิดบัง ข้ากับสามีหย่าขาดจากกันแล้ว และบ้านเดิมของข้าอยู่ที่เมืองนี้ เพียงแต่พวกเขาย้ายลงใต้โดยมิได้บอกข้า และข้าเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์จึงไม่สะดวกเดินทางไกล จึงได้ใช้เงินที่มีซื้อบ้านอยู่กับบ่าวไพร่ที่นี้" เขาทำตาโตตกใจเล็ก 

"แล้วเจ้าไม่กลับบ้านสามีรึ ? ถึงจะหย่ากันแล้วหากสามีของเจ้ารู้ว่าเจ้าตั้งครรภ์แน่นอนว่าจะต้องอ้าแขนรับไปดูแลเป็นแน่นอน" ฉันส่ายหน้าลัวๆ 

"ไม่! ข้ามีเหตุผลของข้าที่ไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบหรือดูแล ในเมื่อหย่าขาดกันแล้วข้าต้องการให้จบสิ้นกันไปไม่ยุ่งเกี่ยวกันเด็ดขาด ข้าเลี้ยงดูลูกของข้าได้ดีกว่าพ่อของเขาแน่ ข้าคิดไว้ว่าจะลงทุนค้าขายให้มีรายได้เลี้ยงลูกและบ่าวไพร่ได้แน่นอน" เขาออกจะแปลกใจ แต่นางคงเจอบางอย่างที่แย่มากๆจากสามีเก่า นางเป็นหญิงที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวน่าชื่นชมยิ่งนัก 

"เช่นนั้นข้าต้องขอโทษแม่นางฟางที่ถามเรื่องส่วนตัว ข้าทำการค้าข้าวสารอาหารแห้ง เมล็ดธัญพืช พืชพันธุ์ต่างถิ่น ทางเหนือ ใต้ ออก ตก และจากพวกชาวเปอร์เซียที่มาค้าขายทางเรือก็มี ถ้าแม่นางต้องการหาสิ่งใดไปดูทีร้านข้าได้ ข้ายินดีช่วย"ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้มา 

ฉันจิตใจพองโตคิดในใจว่า'ไปหาแน่นอนค่ะ! ดิฉันคิดถึงโกโก้ คิดถึงกาแฟ จะแย่อยู่แล้ว ถ้าได้พบกับชาวเปอร์เซียด้วยยิ่งดี จะได้ถามง่ายขึ้น ไม่ผูกมิตรจะได้อย่างไร ช่างน่ารักยิ่งนัก เสนอมาก็ต้องสนองไปสิค่ะจะรออันใด ให้ไวให้ไวเจ้าค่ะ' ฮาฮาฮา 

"ดียิ่งนักเจ้าค่ะ ข้าต้องไปรบกวนแน่นอน เช่นนั้นข้าอยากให้คุณชายรองหวัง คิดเสียว่าข้าเป็นน้องสาวคนนึง เรียกข้าว่า เหม่ยเอ๋อร์เถอะเจ้าค่ะ" แล้วส่งยิ้มหวานให้ไป เขายิ้มพยักหน้า 

"อืม!ได้! ข้ายินดี งั้นเหม่ยเอ๋อร์ เรียกข้า พี่ชายรองหวัง หรือพี่ชายรองตามน้องฮวาเอ๋อร์ดีหรือไม่" 

"ดี ดีเจ้าค่ะ พี่ชายรองหวัง"ฉันพูดพร้อมยิ้มๆให้ แล้วส่งครอบครัวหวังก็ขึ้นรถไปกลับ 

 

ต่อไปเด็กๆตั้งโต๊ะ! ยกของเซ่นไหว้! 

ความคิดเห็น