email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

38 - เทวีพิพากษา

ชื่อตอน : 38 - เทวีพิพากษา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 759

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2563 00:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
38 - เทวีพิพากษา
แบบอักษร

พระลักษณมีเทวีทรงทอดพระเนตรไปยังเหล่าพญาครุฑที่น้อมกายถวายการนมัสการ ก่อนจะหันพระพักตร์มายังนางนาคีจำแลงที่หน้าตามอมแมม รูปร่างบอบบาง และคนธรรพ์หน้าตาผ่องใสงดงาม ที่นั่งคุกเข่าพนมมืออยู่ไม่ไกล องค์เทวีผู้มีบารมีเปี่ยมล้นทรงเอ่ยช้าๆ  

"ข้าได้ยินท่วงทำนองไพเราะของเพลงพระศรีโลกมาตา จึงรับรู้ได้ว่า คงจะมีใครสักคนต้องการให้ข้าเมตตาช่วยเหลือ" พระเนตรสวยคมสบตานางนาคีจำแลง "เจ้าใช่ไหม ผณินวารี ? ธิดาแห่งท่านท้าวพญานาควิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะ ?"  

ผณินวารียกมือไหว้ "เพคะ" ตื่นเต้นและตกใจเกินกว่าจะเอ่ยสิ่งใดมากกว่านี้ นางนาคีจำแลงได้แต่กระพริบตาโตๆ อย่างไม่เชื่อสายตาว่า นางนาคีไร้ชื่อเสียง ไร้ใครสนใจจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระมหาเทวีลักษมีด้วย 

พระลักษมีเทวีทรงแย้มพระโอษฐ์ "ข้าได้ยินเรื่องราวที่เกิดแล้ว เจ้าคารมคมคายมากสำหรับนาคีอายุน้อย" พระศรีเทวีทรงจ้องดวงตากลมโตของผณินวารีอย่างเมตตาและรับสั่งว่า " อมนุษย์มิอาจวางตนให้อยู่เหนือกฎ หากยกเว้นกฎเพียงเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง มินานก็จะเกิดความเดือดร้อนถ้วนทั่ว จะเป็นเทพ เป็นครุฑ เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นนาค ก็ต้องพึงสังวรณ์ว่าเรามีหน้าที่ต้องช่วยเหลือมนุษย์ให้มาก ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ให้น้อย โลกของเรากับโลกของมนุษย์จึงจะอยู่ได้อย่างสมดุลย์กันไม่มีใครต้องเดือดร้อน"  

ผณินวารีก้มหน้า.. เมื่อได้ยินคำอธิบายที่เปี่ยมด้วยความเมตตาจากองค์มหาเวทีแห่งพระนารายณ์ หญิงสาวก็ยอมรับได้ว่าตนผิดจริง การจะดื้อดึงเถียงว่าไม่ผิดก่อนหน้านี้ เพราะทิฐิและความกลัวว่าท้าวเวนไตย ได้หายไปแล้วจากการปรากฏกายขององค์เทวี ซึ่งเหล่าเทวดา อสูรและอมนุษย์ทั้งหลายล้วนยำเกรง 

พระลักษมีเทวีทอดพระเนตรไปยังพญาครุฑเวนไตย "เนื่องจากองค์พระนารายณ์ทรงมีพระราชประสงค์ไม่อยากให้วงศ์ครุฑกับวงศ์นาคผิดใจกันอีก ข้าจึงขอมอบโทษทัณฑ์ที่เหมาะสมให้กับนางนาคีตนนี้เอง ขอท่านอย่าได้กังวลใจ"  

องค์ศรีมหาเทวีทรงรับสั่งด้วยพระสุรเสียงที่มีเมตตาแต่ชัดเจนกังวาล "ผณินวารี คือ เจ้าจะต้องถูกจองจำอยู่ในวิหารของข้าที่เชิงเขาไกรลาส ยามกลางวันเจ้าจะต้องถูกสาปให้เป็นนาคหินเฝ้ากำแพงวิหาร ยามกลางคืนเจ้าจะได้กลายร่างเป็นมนุษย์เพื่อดูแลทำความสะอาดวิหาร และเฝ้าวิหาร พร้อมกับบำเพ็ญสมาธิไตร่ตรองในความผิดพลาดต่างๆ ที่เจ้าได้เคยกระทำ จนกระทั่งครบตามจำนวนปีทั้งหมดของอายุขัยรวมกันของมนุษย์ทั้งหกคนที่เจ้าได้ฆ่าไป" 

ท้าววิหคเทวัญ พญาครุฑ รีบเอ่ยขึ้น "ขอพระราชทานพระราชาอนุญาตกราบบังคมทูลพะยะค่ะ โทษจะเท่ากับ 260 ปี พระยะค่ะ" 

องศ์ศรีมหาเทวีทรงตรัสกับผณินวารี "ร่ำลาคนรักกับครอบครัวของเจ้าเสีย และไปกับข้า ณ บัดนี้" 

สิ้นพระสุรเสียง ทะเลริมหาดชลชาก็มีคลื่นระลอกใหญ่ๆ ซัดสาดเข้ามาระรัว ! ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า !  

เสียงคลื่นทำให้เหล่าพญาครุฑจ้องเขม็ง สีหน้าบึ้งตึงเคร่งเครียด  

ไม่นาน.. ร่างชายกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏก้าวออกมาจากคลื่นที่ผงาดขึ้นมา คนที่เดินนำหน้ามามีอายุมากที่สุด ใบหน้าคมสันมีบารมีเศร้าสลด เขาตรงเข้ามากราบพระลักษมีเทวี เมินสายตากดดันของเหล่าพญาครุฑ แล้วหันไปโผกอดผณินวารี 

ผณินวารีร้องไห้โฮทันที "พะ พ่อ ฮือ ฮือ ข้า ข้าขอโทษ" 

ท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะลูบหัวบุตรสาวเบาๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม และเอ่ยเบาๆ "พ่อกับแม่จะไปเยี่ยม และจะรอคอยจนกว่าเจ้าจะพ้นโทษจองจำ เจ้าต้องเข้มแข็งไว้ และจำไว้ถ้าครบโทษต้องกลับบ้านนะ" แล้วก็ยอมคลายอ้อมกอดให้พี่ชายน้องชายของผณินวารีที่มาจากโลกใต้บาดาลได้ร่ำลานาง ซึ่งในตอนนี้ หลังจากที่พี่น้องของผณินวารีได้ยินวาจาเด็ดเดี่ยวฉะฉานของเธอแล้ว ก็ไม่มีใครคิดตำหนิเธออีกเลยสำหรับความผิดพลาดใดๆ ที่ผ่านมา 

ท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะกราบลาพระศรีเทวี พร้อมๆ กับบุตรชาย ก่อนหันไปยังพญาครุฑเวนไตย แล้วก็จำใจผงกศีรษะให้เพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นสัญญาณว่ายินดีสงบศึก พญาครุฑเวนไตยจึงผงกศีรษะรับพอเป็นพิธี ทำให้พระลักษมีทรงแย้มพระโอษฐ์ ยินดีที่ทั้งสองฝ่ายยอมเลิกราไม่เอาความต่อกัน 

แต่ผณินวารีตอนนี้สนใจแค่คีตเทพกรรณ ดวงตากลมโตมองเขาอย่างแสนเศร้า น้ำตาใสๆ คลอตา "วารีขอโทษนะ วารีคงอยู่ดูแลคีตาไม่ได้แล้ว" แต่ชายหนุ่มกลับคว้าร่างบางมากอดจนแน่น น้ำตาไหลพรากอาบแก้มของเขา "ไม่ ไม่หรอก แล้วเราจะได้พบกันอีก คนธรรพ์กับนาคต่างอายุยืนกว่าเวลานั้น เราต้องได้พบกันอีก ผมจะรอวารี รอวารีแค่คนเดียว ผมจะหาทางไปเยี่ยม รอผมนะ" 

แต่ไม่ทันจะได้จูบร่ำลา พระลักษมีเทวีก็ทรงมีรับสั่ง "ไปได้แล้ว ผณินวารี ไปกับข้า" พร้อมยื่นพระหัตถ์ให้... 

ผณินวารีทำอะไรไม่ได้นอกจากยื่นมือมอมแมมของตนวางลงในพระหัตถ์ขององค์เทวี... 

แล้วกลิ่นดอกบัวก็หอมฟุ้งไปทั่ว ตามมาด้วยแสงสว่างพร่าตา...  

ไม่นานทั้งคู่ก็หายไป.. 

เหลือเพียงหาดทรายและลานหินโล่งๆ  

ฝูงครุฑเมื่อเห็นว่าหมดธุระแล้วก็พากันแยกย้ายบินจากไป ... 

มีเพียงคนธรรพ์รูปงามที่นั่งนิ่งอยู่กับที่มองไปยังหาดทรายว่างเปล่า ที่นางนาคีจำแลงที่แสนรักเคยนั่งอยู่.. 

น้ำตาของเขาไหลเงียบๆ อาบแก้มไปเรื่อยๆ  

ไม่มีเสียงสะอื้นออกจากเขา  

ไม่มีเสียงดนตรีหรือคำพูดใดๆ  

เพราะในหัวใจที่สร้างเสียงดนตรีได้เสมอของเขา ในขณะนี้มีเพียงแค่ความเงียบงันและเสียงคลื่นทะเล ที่เตือนว่า เวลากำลังค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ แสนทรมานใจ 

------------- 

คืนเดือนแรม ผณินวารียืนอยู่คนเดียวในวิหารทำจากหินสลักงดงามที่รกร้างกลางป่าเชิงเขาไกรลาสแล้วก็ถอนหายใจ.. อย่างน้อยเธอก็ยังไม่ตาย ไม่โดนครุฑจกกินตับไตใส้พุงและโยนศพลงทะเลไป ไม่โดนพวกครุฑตัดสิน..  

เธอปาดน้ำตา ยิ้มทั้งที่เศร้า มองผ้าพันกายสีชมพูอ่อนกับปิ่นปักผมในมือที่เป็นของพระราชทาน แล้วก็จัดการผลัดเปลี่ยนแต่งกายใหม่..  

แล้วเธอก็คิดถึงเขาจนได้...  

..คีตา.. 

ใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่อง ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของเขาลอยเข้ามาในความคิด.. เขาช่างน่ารักอ่อนหวานกับเธอเหลือเกิน นางนาคีจำแลงเริ่มปัดกวาดภายในวิหารอย่างใจลอย เขาดูแลเธอดีเสมอ แม้ว่าในขณะที่เธอยังไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมเป็นแฟนกับเขา..  

เธอยิ้มให้ตัวเอง ในบรรดาผู้ชายที่เธอเคย เก็บ มาได้ทั้งหมด เขาคือดีที่สุดแล้วจริงๆ ช่างเป็นโชคดีของเธอ.. 

หญิงสาวยิ้มเหงาๆ น้ำตาคลอตา.. คนบ้า เขาเล่นใหญ่รัชดาลัยไปไหม ? คิดได้ไงไปอัญเชิญองค์เทวีลักษมีมาเลย ? เธอยิ้มคนเดียว ถ้าเกิดเธอโดนองค์เทวีพิพากษาให้ตายโดยน้ำมือครุฑ เขาจะทำอย่างไรเล่า ? คนอะไรบ้าดีเดือดคิดอะไรขนาดนี้ขึ้นมาได้ ? ผณินวารีพยายามแหงนหน้ามองฟ้า ไม่ให้น้ำตาไหลเอ่อ คนบ้าาา ไหนทำตัวเหมือนว่าจะเรียบร้อยสุภาพ ทั้งโกหกทั้งหลอกทั้งเจ้าเล่ห์สารพัดเลย คอยดูนะอย่าให้เจอเชียว ! ถ้ากล้าหลอกอะไรเธออีก รับรองน่าดู ! หญิงสาวคิดมันเขี้ยวคนที่ไม่อยู่ตรงหน้า พยายามทำให้ตัวเองร่าเริงไว้

มือเรียวยังคงปัดกวาดไปเรื่อยๆ แต่ใจของผณินวารีลอยไปไกล ป่านนี้เขาจะทำอะไรอยู่นะ ? เขาจะกลับสวรรค์ไปหรือเปล่า ? ก็คงใช่ บนสวรรค์อาจมีนางฟ้างดงามมากมายพร้อมหยิบยื่นไมตรีให้แก่เขา ใครกันเล่าจะมานั่งรอนางนาคีหางแถวมีคดีเช่นเธอ ?

แต่แล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้นเบาๆ...

อาจยังไม่เห็นว่ารักมากมาย อาจยังสงสัยผู้ชายคนนี้ 

อาจยังไม่เห็นสายตาแห่งความหวังดี แต่เธอก็คงเข้าใจมันสักวัน 

อาจมีใครๆที่เขาดีกว่า อาจจะมีคนที่เธอใฝ่ฝัน 

แต่จะมีใครให้เธอหมดใจอย่างฉัน และมันจะมีให้เธอเพียงคนเดียว 

อยู่มาจนวันนี้เพื่อเจอเธอ จะอยู่เพื่อเธอตลอดไป 

จะเอาความรักที่มีเก็บไว้ จะรอคอยวันที่เธอมองผ่านมา 

อาจจะมีเวลาที่เธอต้องการ  

อีกนานแค่ไหนรักนี้ก็ยังอยู่ อยู่เป็นรักแท้เพื่อเธอเท่านั้น  

ด้วยใจที่พร้อมให้เธอจากคนอย่างฉัน 

กับวันเวลาที่ยาวนาน คงจะพอให้รอเธอ 

และคงจะทำให้เธอได้รู้ 

(เพื่อเธอตลอดไป ขับร้อง - ศักดา พัทสีมา) 

ผณินวารีตาโต อ้าปากคว้าง ใบหน้าน่าเอ็นดูที่ผ่ายผอมไปมีประกายความหวัง เธอรีบวิ่งออกมานอกวิหาร.. 

แต่ไม่มี  

ไม่มีใครอีกเลย  

ในวิหารกลางป่าอันเงียบสงัดนี้ มีเพียงเธอเท่านั้นจริงๆ  

นางนาคีรู้สึกราวหัวใจหล่นวูบ.. 

เธอคิดไปเองหรือไร ?  

ตะ แต่เพลงนี้เธอไม่รู้จักมาก่อน และคีตาก็ไม่เคยเล่นไม่ใช่หรือ ? 

ความคิดถึงผสมความห่วงหาทำให้เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดตัวเองกับพื้น ร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ เธออยากเจอเขาเหลือเกิน รสชาติการลงโทษที่ไม่ใช่ความตายมันเจ็บปวดตรงนี้นี่เอง 

ผณินวารีร้องไห้สักพักก็ปาดน้ำตา กัดฟันลุกขึ้นยืน  

ไม่ เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอต้องยืนหยัดอยู่ต่อไป 

ดวงหน้าสวยแปลกที่ซ่อนความเด็ดเดี่ยวไว้ แหงนหน้ามองฟ้า ริมฝีปากอิ่มยิ้มก่อนเอ่ยเบาๆ  

"ขอบคุณนะคีตา วารียังรักคีตาอยู่เสมอนะ"  

ก่อนหันหลังกลับเข้าไปวิหารแล้วก็ปิดประตู  

--------------------- 

ในมุมมืดด้านนอกของวิหาร ชายหนุ่มรูปงามผิวขาวผ่องยืนหลับตาเอนหลังพิงกำแพง น้ำตาอาบแก้ม สองแขนเขากอดกีตาร์โปร่งไว้ ซึ่งดูขัดกับชุดคนธรรพ์ของเขา 

เต่าตัวจิ๋วบนพื้นเอ่ยเบาๆ "กลับก่อนเหอะ เดี๋ยวซวย" 

คีตเทพกรรณจึงปาดน้ำตาแล้วก็หยิบเต่าวางบนอุ้งมือก่อนหายไปด้วยกัน.. 

ความคิดเห็น