ติดตามด้วยนะจ้ะ

2. เรื่องบังเอิญที่อาจไม่บังเอิญ

ชื่อตอน : 2. เรื่องบังเอิญที่อาจไม่บังเอิญ

คำค้น : นิยายโรแมนติก ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 393

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2563 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2. เรื่องบังเอิญที่อาจไม่บังเอิญ
แบบอักษร

2. เรื่องบังเอิญที่อาจไม่บังเอิญ 

ภายในห้องอาหาร ที่ด้านข้างกรุด้วยกระจก สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบแบบพาโนราม่า ผู้คนมาจากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน เกาหลี ยุโรป ผู้คนเดินขวักไขว่ตักอาหารที่จัดเป็นซุ้มมีทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารตะวันตก

“ไหนว่าหิว ไปตักสิมิจัง”

“นึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะกินอะไร” ฉันมองอาหารหลากหลายชนิด ไม่รู้จะกินอะไรจริงๆ   

“ทานอะไรร้อนๆสิอากาศข้างนอกเย็น ทานเสร็จพออาหารเริ่มอาหารย่อย ยายจะพาไปแช่ออนเซ็น” คุณยายเสนอ ฉันเห็นด้วยจึงลุกไปตักซุปร้อนๆมาทานพร้อมกันขนมปังหนึ่งชิ้น ขณะที่กำลังจะถึงโต๊ะอาหาร คุณยายซึ่งเดินตามหลังมา อยู่ดีๆกเสียหลักสะดุดล้ม ดีว่าคุณยายพาฉันไปตักอาหารแต่ท่านยังไม่ได้ตักอะไรมา เป็นผลให้ซุปที่ร้อนได้ที่ราดลงบนแขนของพนักงานชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเก็บโต๊ะซึ่งอยู่ถัดจากโต๊ะของฉัน เหตุการณ์ ยังไม่จบแค่นั้น ฉันซึ่งต้องการที่ยึดเกาะไม่งั้นต้องนั่งก้นจ้ำเบ้าที่พื้นแน่นอน จึงกอดพนักงานหนุ่มคนนั้น เขาเองก็โอบด้านหลังของฉันไว้ ด้วยอารามตกใจฉันยังไม่ยอมผละจากอ้อมอกของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผู้ชายหอมติดจมูกของฉัน จนกระทั่งเสียงของคุณยายดังขึ้น

“มิจังเป็นยังไงบ้าง”

ฉันจึงลืมตาและถอยห่างจากเขาด้วยความตกใจ ในชีวิตผู้ชายที่ฉันกอดคือ พ่อคนเดียว แต่ตอนนี้ฉันกอดใครก็ไม่รู้ เนื่องจากความสูงที่เกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าเขาชัด แต่แขนในส่วนที่โดนน้ำร้อนลวก เป็นปื้นสีแดงตัดกับผิวขาวจัดของเขาบอกถึงระดับความร้อนของน้ำซุปได้เป็นอย่างดี ฉันคว้าแขนเขาและใช้ทิชชูที่โต๊ะเช็ดอย่างลืมตัว

“ขอโทษนะคะ”ฉันพูดภาษาอังกฤษ เขาค่อยๆ แกะมือฉันออก ตอนนั้นเองที่ฉันมองหน้าเขาเต็มตา ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม รับกับคิ้วหนาสีดำตัดกับผิวขาวจัด จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาสีชมพูเข้ม ความสูงที่เกินมาตรฐาน เขาอยู่ในชุดพนักงานโรงแรมธรรมดาๆ เหมือนพนักงานทั่วไป เสื้อเชิร์ทสีขาว ผูกผ้ากันเปื้อนสีดำที่เอว กางเกงสแล็กสีดำ แต่ทว่ากลับดูโดดเด่น เหมือนมีออร่าออกมาจากตัวเขายังไงอย่างนั้น ฉันแอบเหลือบไปมองป้ายชื่อเขาพอดี Naoki ในส่วนนามสกุลยาวๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจอ่าน หัวใจไม่รักดีของฉันเต้นรัว จนแทบควบคุมไม่อยู่ ทั้งๆที่เห็นผู้ชายหน้าตาดีตั้งมากมายแต่ทำไมกับผู้ชายคนนี้ ฉันถึงกับหวั่นไหวจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะทำความสะอาดพื้น ขอความกรุณาด้วยครับ” เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน ซึ่งสำเนียงราวกับเจ้าของภาษา พนักงานที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ดีจริงๆ เขาผายมือให้ฉันกลับไปที่โต๊ะ

“ไปกันเถอะมิจัง” คุณยายรุนหลังให้ฉันเดิน ฉันเหลือบมองไปยังแขนของเขาอีกครั้ง รอยแดงๆนั่นเข้มขึ้นอีกนิด เค้าคงเจ็บน่าดูเลย ฉันกลับไปนั่งที่โต๊ะ

“ผู้ชายคนนั้นหล่อมากนะแก” เสียงของผู้ชาย แต่ทำเสียงสองพูดกับผู้หญิงโต๊ะที่อยู่ถัดไปพูดแล้วพากันหัวเราะคิกคัก ก็ผู้ชายคนนั้นแหละ คนที่ฉันเพิ่งทำซุปราดเขาแถมยังกอดเขาแน่น พูดแล้วอาย ฉันกัดปากอมยิ้มจนลืมว่าคุณยายนั่งอยู่ตรงข้าม

“ผู้ชายคนเมื่อกี้หล่อนะ มิจังว่ามั้ย”

“ใช่ค่ะคุณยาย หล่อมาก อุ้ย...” ฉันพูดอย่างลืมตัว พอรู้ตัวก็หยุดความคิดไม่ทันเสียแล้ว คุณยายมองฉันแล้วอมยิ้ม

“ยายอยากได้หลานเขยแบบนี้จัง”  

“คุณยาย เขาหล่อขนาดนี้ต้องมีผู้หญิงมาชอบเยอะ แล้วแบบมิจัง สวยก็ไม่สวย ใครจะชอบ” ฉันพูดความจริง

ฉันไม่ได้สวยเหมือนสาวๆในฝันผู้ชาย ที่มีรูปร่างผอมบาง สูงโปร่ง ฉันสูง 158 ซม. ค่อนข้างมีเนื้อมีหนัง ทำให้ส่วนสูงที่มีอันน้อยนิดดูลดลงอีก แต่สไมล์บอกว่าฉันไม่ได้อ้วนเผละจนน่าเกลียด เอวที่คอดพอดีรับสะโพกผาย และฉันไม่ใช่คนสวยตามสมัยนิยม ที่ต้องมีใบหน้าเรียวเล็ก ใบหน้าของฉันค่อนข้างกลมแก้มยุ้ย ที่คุณแม่มักดึงเวลาหมั่นเขี้ยว สไมล์บอกว่าฉันคือคำนิยามของคำว่าน่ารัก ซึ่งไม่รู้ว่าในสายตาสไมล์คนเดียวรึเปล่า

“ใครว่าหลานยายไม่สวยนะ หลานสาวยายสวยที่สุดเลย” คุณยายจับแก้มฉันเบาๆ ซึ่งคุณยูมิแม่ของฉันมักจะทำแบบนี้เสมอ

“สวยในสายตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่แล้วก็สไมล์เท่านั้นแหละค่ะ”

“ไม่ลองคุยดูเหรอ เจ้าหนุ่มคนนั้น ยายว่าเขาเข้าท่าดีทีเดียว” แก้มฉันแดงอย่างไม่รู้ตัว คุณยายพูดอะไรก็ไม่รู้ หล่อก็หล่อจริงแหละแต่จะให้ไปคุยกับผู้ชายก่อน มันไม่ใช่มิจังคนนี้หรอก ผู้ที่ครองความโสดมายี่สิบหกปี ถามว่ามีผู้ชายที่ชอบไหม ผ่านมาขนาดนี้ต้องมีสักคนแหละ ฉันชอบอปป้าฮยอนบิน สาบานว่าจะเป็นติ่งอปป้าจนกว่าอปป้าจะแต่งงาน ส่วนต้องจีบผู้ชายก่อนน่ะเหรอฝันไปเถอะ ฉันอยากเหมือนพ่อกับแม่ที่พบกันครั้งแรก หัวใจทั้งสองดวงก็เต้นแรงไม่หยุดจะมีไหมผู้ชายคนนั้น......คนที่ทำให้เรายิ้มกว้างอย่างมีความสุข..คนที่อยู่กับเราทั้งยามทุกข์และยามสุข...หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เราก็กลับห้องพัก รอเวลาอาหารย่อยหนึ่งชั่วโมงคุณยายก็พามาออนเซ็น ซึ่งแยกฝั่งชายหญิง ฉันแอบถามคุณยายว่าต้องถอดหมดเลยเหรอ คุณยายบอกว่าต้องถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นและต้องล้างตัวก่อนลงแช่ อุณหภูมิในน้ำสี่สิบองศาโดยประมาณ ฉันค่อนข้างอายที่ต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าคุณยายเลยหลบมุมไปที่ริมๆบ่อ มองดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟ้า ฟินมาก หิมะค่อยๆตกลงมา ฉันเอื้อมมือไปรอง นี่มันสวยงามราวกับฝันไป อยากให้แม่กับสไมล์มาด้วยจัง  ในดวงจันทร์ดวงนั้นกลับปรากฏใบหน้าของหนุ่มหล่อชื่อนาโอกิคนนั้น ฉันว่าฉันท่าจะเพ้อมากเกินไปแล้ว คนหน้าตาดีอย่างนั้นไม่มีวันมองฉันหรอก ฉันบอกตัวเองอย่างมั่นใจ

Naoki talks 

“โอนิจัง เป็นยังไงบ้างลูก แม่ได้ยินว่าแขกที่มาพักทำน้ำซุปร้อนๆหกโดนแขนลูก” แม่ของผมในชุดแม่บ้านของโรงแรมเปิดประตูห้องพักของผมเข้ามา ผมเรียกมันว่าห้องพักทั้งๆที่มันคือ ห้องชุดขนาดใหญ่ในโรงแรมชั้นยี่สิบเอ็ด ซึ่งทั้งชั้นทำเป็นที่พักของผมคนเดียว ส่วนชั้นยี่สิบเป็นของน้องชายกับน้องสาวแบ่งเป็นคนละครึ่ง ในห้องชุดพอขึ้นลิฟท์มาจะเจอกับห้องของผม ซึ่งด้านในมีห้องครัว ห้องนอนสองห้อง ห้องน้ำซึ่งแยกห้องอาบน้ำและห้องสุขาไว้ชัดเจน เพราะผมชอบนอนแช่น้ำในอ่างจากุซชี่เมื่ออยากผ่อนคลาย ส่วนโซนด้านนอกห้องชุดจะมีห้องฟิทเนสส่วนตัว ห้องอาหาร ห้องทำงานและห้องสมุด ซึ่งทุกอย่างเป็นของผม ในฐานะลูกชายคนโตของประธานฟุจิวะระกรุ๊ป

“ผมไม่เป็นไรครับแม่ทายาแล้ว ผมเพิ่งอาบน้ำจะนอนพักครับ พรุ่งนี้ต้องพาคุณปู่ไปจิคุดานิแต่เช้า”

“ไม่เป็นไรแน่นะ แล้วแขกคนนั้นเธอโดนน้ำร้อนลวกด้วยไหม” แม่ถามด้วยความเป็นห่วง แขกที่มาพักก็มีความสำคัญสำหรับคนที่ทำงานบริการ

“เท่าที่ผมเห็น น้ำซุปโดนผมคนเดียวครับ” ผมนึกถึงแขกผู้หญิงคนนั้น เธอเสียหลักมากอดผม และผมก็กอดเธอตอบเพราะกลัวเธอจะล้ม ผมทำตามสัญชาตญาณแต่รู้สึกแปลกๆเพราะไม่เคยกอดผู้หญิงคนไหนนี่เป็นครั้งแรก กลิ่นแชมพูที่เธอใช้ทำไมมันหอมติดจมูกผมก็ไม่รู้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่ได้สูงโปร่ง ตามพิมพ์นิยม ความสูงไม่ถึงบ่าของผมด้วยซ้ำ ผู้หญิงแก้มกลมๆ ตาโตๆ ไม่ได้สวยโดดเด่นอะไร แต่ทำไมมันติดอยู่ในหัวของผมก็ไม่รู้ แต่คงไม่ได้เจอกันอีกหรอก ผมบอกตัวเองอย่างมั่นใจ 

“ว่าแต่คุณแม่ไปเปลี่ยนชุดได้แล้วนะครับ” ธุรกิจโรงแรมแห่งนี้มีพนักงานสองร้อยกว่าคน เป็นธุรกิจในครอบครัวเราดูแลพนักงานเหมือนญาติพี่น้อง ถ้าคนไหนไม่สบายหรือติดธุระ ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานที่ทำหน้าที่เป็นคนสวนในบางครั้ง รองประธานอย่างผมที่ทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์หน้าฟร้อนท์หรือถ้าพนักงานในห้องอาหารขาดผมก็ต้องไปช่วยในส่วนนั้น คุณนายฟุจิวะระที่วันนี้ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน น้องชายน้องสาวของผมที่กำลังเรียน วันหยุดก็ต้องมาช่วยบริการในส่วนของบ่อออนเซ็นและส่วนอื่นๆที่พนักงานไม่พอ นอกจากจะทำงานประจำในส่วนนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นสูงสุดของโรงแรมในเครือฟุจิวะระกรุ๊ปผมกับพ่อต้องไปประชุมผู้ถือหุ้นเดือนละสองถึงสามครั้ง ผมในฐานะลูกชายคนโตคือทายาทของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ด้วยภาระที่ต้องแบกรับเกินอายุทำให้ผมไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ผมจึงกลายเป็นเหมือนหุ่นยนต์ ตื่นเช้าทำงาน เย็นออกกำลังกายพักผ่อน จะมีผ่อนคลายตอนพาน้องๆไปเที่ยวซัปโปโรในคืนวันศุกร์ ผมมักจะไปจิบเบียร์กินเนื้อย่างที่ร้านประจำ นั่นคงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสำหรับผมแล้ว  (มั้ง)     

 

ความคิดเห็น