ติดตามด้วยนะจ้ะ

1. ดินแดนแห่งความฝัน

ชื่อตอน : 1. ดินแดนแห่งความฝัน

คำค้น : นิยายโรแมนติก ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 381

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2563 20:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1. ดินแดนแห่งความฝัน
แบบอักษร

1. ดินแดนแห่งความฝัน 

“มิจัง....ช่วยไปเยี่ยมคุณยายแทนแม่หน่อยสิ” คุณยูมิเอ่ยขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เราสามคนพ่อแม่ลูก..กำลังรับประทานอาหารเช้าที่ระเบียงหน้าบ้าน ใบหน้าของหญิงชราซึ่งอ่อนวัยกว่าอายุจริงผุดขึ้นมาในหัวของฉัน ฉันไม่ได้เจอคุณยายริกะมาแปดปี ช่วงที่เรียนมัธยมแม่จะพาฉันไปด้วยเสมอ แต่หลังจากที่ฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัยทั้งเรียนและต้องทำกิจกรรมเลยไม่ได้ไปกับแม่ พอเรียนจบต้องมาช่วยงานที่บ้านถ้าแม่ไปต้องมีฉันช่วยดูแลทางนี้

“ว่ายังไงนะคะแม่ บ้านคุณยายอยู่ฮอกไกโดนะคะไม่ใช่นครสวรรค์ ” เสียงโอดควาญนั้นคือฉันเอง ฉันเคยไปต่างประเทศคนเดียวซะที่ไหน แล้วบ้านของคุณยายก็อยู่ตั้งญี่ปุ่นแถมยังอยู่ฮอกไกโด ที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่นด้วย แม่ฉันเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ เจอกับคุณพ่อของฉันที่ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นและดูงานบริษัทแม่ที่โตเกียวตามนโยบายของบริษัทญี่ปุ่นในไทย คุณยายของฉันค้านหัวชนฝาที่แม่จะแต่งงานกับคนไทยและย้ายมาอยู่ที่ไทย ที่สำคัญหลังจากที่คุณตาเสียคนในครอบครัวของคุณยายก็มีแต่แม่ที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว แต่พอมีมิราอิตัวน้อยๆหรือฉันเอง คุณยายก็พ่ายแพ้ต่อความน่ารักของหลานสาวตัวน้อย ยอมให้แม่แต่งงานกับพ่อจนได้ ถึงอย่างนั้นคุณยายก็ตั้งกฎว่า แม่ต้องกลับญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีซึ่งเป็นวันครบรอบที่คุณตาเสียชีวิต

“นั่นสิคุณ มิจังเคยไปไหนคนเดียวซะที่ไหน” คุณพ่อของฉันน่ารักที่สุดในโลก

“ฮือ...คุณพ่อขา” ฉันส่งสายตาเว้าวอนชนิดที่ว่าใครเห็นก็อดใจอ่อนไม่ได้

แววตาที่ฉายรังสีอำมหิตน้อยๆของแม่ หันขวับไปเท่านั้นแหละ พ่อถึงเงียบแบบกะทันหัน

“ปีนี้มิจังอายุยี่สิบหก โตจนจะแต่งงานแล้วไม่เคยไปที่ไหนคนเดียวเลย เรียนก็เรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน ใจคอคุณจะไม่ให้ลูกไปเจอโลกกว้างเลยเหรอ”

“พ่อเห็นด้วยกับแม่นะลูก ลูกต้องไปเจอสถานที่ใหม่ๆ คนใหม่ๆบ้าง”  พ่อคนน่ารักคนเดิมคนดีของฉันไปไหนแล้ว ฮือ...ฉันร้องไห้ในใจ

“ให้สไมล์ไปด้วยได้ไหมคะแม่” ฉันต่อรอง สไมล์หรือสมหมายคือสาวสอง ที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่น้องต่างสายเลือดของฉัน มี

สไมล์ที่ไหนมีมิจังที่นั่น เราผูกพันกันมากถึงขั้นตายแทนกันได้ อันนี้เรื่องจริง...

“มิจัง ที่แม่ไปไม่ได้เพราะมีแขกคนสำคัญมาพักที่รีสอร์ทเรา ถ้าสไมล์ไปแม่ก็ขาดคนช่วยงาน มิจังเข้าใจไหม” แม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งฉันก็หมดหนทางที่จะขัดแย้ง ขณะที่ฉันกำลังนั่งเก็บกระเป๋าเดินทาง

“มิจัง คุณแม่บอกว่า เธอจะไปญี่ปุ่นเหรอ ได้ไงอ่ะถ้าไม่ติดว่าไปในช่วงรีสอร์ทกำลังยุ่ง ฉันก็อยากไปกับเธอนะ”

สไมล์เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ฉันตกใจเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ

“สมหมาย บอกว่าให้เคาะประตูถ้าฉันเกิดโป๊อยู่ล่ะ” ฉันมักจะแกล้งเรียกชื่อเดิม ให้สไมล์เคืองเล่นๆ

“สไมล์จ้ะยายหมูมิ เธอจะอายฉันทำไม แค่หน้าอกใหญ่กว่าฉันนิดเดียวเอง นอกนั้นหุ่นฉันดีกว่าย่ะ” สไมล์ยืดอกและยืนท้าวสะเอวราวกับนางแบบกำลังโพสท์ท่า หมูมิคือฉายาที่สไมล์เรียกฉัน ฉันไม่ได้เอวบางร่างน้อยเหมือนผู้หญิงในยุคปัจจุบัน มีน้ำมีนวลแต่ไม่ถึงกับอ้วนเผละ สไมล์เลยเรียกฉันแบบนี้ 

“ผู้ชายที่โน่นงานดีนะเธอ ขาว สูง หน้าตาดี อร้าย อยากไปด้วยจัง ยืนจูงมือกับผู้ ในวันที่หิมะตก อยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ท่าทางจะฟิน” มองดูท่าทางเพ้อฝันของสไมล์แล้วอดยิ้มไม่ได้ สไมล์ผู้ซึ่งมีหนุ่มมาขายขนจีบไม่เว้นแต่ละวันแต่กลับไม่ยอมตกร่องปล่องชิ้นกับใคร โดยให้เหตุผลว่า สาวสองอย่างเธอใครจะมาจริงใจ แต่ฉันรู้ดีว่า สไมล์แอบชอบณภัทร หนุ่มหล่อ

เภสัชกรเจ้าของร้านขายยา ซึ่งมีสาขาอยู่เกือบทั่วประเทศ ณภัทรเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของทั้งฉันและสไมล์ จากนั้นณภัทรก็ไปเรียนต่อด้านเภสัชศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ ฯ พอณภัทรกลับมาสานต่อกิจการของครอบครัว สไมล์ก็มักหาข้ออ้างไปซื้อยาบ่อยๆ โดยพ่วงฉันไปด้วยทุกครั้ง

“จะบอกภัทรว่าสไมล์ชอบหนุ่มญี่ปุ่น” ได้ผลสไมล์หน้าแดงขึ้นมา ฉันชอบแกล้งนางแบบนี้ประจำเพราะนางน่าแกล้ง

“บ้า เกี่ยวไรกะภัทรล่ะ พูดไปเรื่อย” ถึงจะพูดแบบนั้นฉันก็ดูออกว่าสไมล์เขิน นอกจากหน้าจะแดงมือไม้ยังอยู่ไม่สุข

“จ้า ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว”

“หมูมิ ฉันเป็นห่วงเธอจริงๆ เดี๋ยวเดินไปหลงเจอยากูซ่าจับไปเรียกค่าไถ่จะทำยังไง เฮ้อ ยายหมูบ้า ถ้าไปถึงกรุงเทพฯ ไลน์หาฉันด้วยนะ เจอคนไม่น่าไว้ใจให้อยู่ห่างๆ ไปในที่ๆมีคนเยอะ ห้ามนั่งคนเดียวเข้าใจไหม”  สไมล์มักจะทำตัวเป็นแม่คนที่สองของฉัน ซึ่งฉันสัมผัสได้ว่าถึงเราจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่เธอเป็นห่วงฉันด้วยใจจริง

“คร้า คุณสไมล์” ฉันซบศีรษะที่ไหล่ของเพื่อนสาว

“ทำอะไร มันร้อน ไปไกลๆ เลยยายหมูมิ” สไมล์ใช้มือผลักศีรษะฉันออกเบาๆ สไมล์ช่วยฉันเก็บกระเป๋า อันประกอบด้วยอุปกรณ์กันหนาว เสื้อโค้ทขนเป็ด รองเท้ากันหิมะ ถุงมือและอีกหลายๆอย่าง ที่สำคัญฉันเป็นคนซุ่มซ่ามไปไหนมาไหนมักจะได้แผล จึงไม่ลืมที่จะเอาบัวหิมะไปด้วย ซึ่งสรรพคุณช่วยสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลพุพอง

วันจันทร์ ฉันออกเดินทางแต่เช้า พ่อแม่และสไมล์มาส่งที่สนามบิน เวลาเจ็ดโมงนิดๆ หลังจากโหลดกระเป๋าฉันจึงเข้าไปนั่งรอในเกท ก่อนไป พ่อแม่และสไมล์กอดฉัน ราวกับจะไม่ได้เจอกับฉันอีก นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องจากอ้อมอกแม่ไปไหนไกลๆคนเดียว

“พอถึงสนามบินชิโดเสะคุณยายจะมารับประมาณสิบโมง นี่เบอร์คุณยายที่ญี่ปุ่นแม่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ให้แล้วนะนะ” ขณะนั่งรอเครื่องบิน facebook แจ้งเตือนมีคนแอดมาขอเป็นเพื่อนชื่อ Irie Rika เดี๋ยวๆนะชื่อนี้ รูปโปรไฟล์เป็นหญิงชราหน้าตาใจดีนี่มันคุณยายริกะ โห มี facebook ด้วย พอรับแอด คุณยายก็ส่งข้อความมาหา บอกว่าดีใจที่จะได้เจอหลานสาว แน่นอนว่าคุณยายพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เพราะถึงแม้ว่าฉันจะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นแถมยังมีชื่อญี่ปุ่น แต่ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย แม่บอกว่าตอนเด็กแม่พยายามสอนซึ่งฉันก็ไม่ยอมพูดแม่เลยยอมแพ้ แต่ฉันกลับพูดภาษาอิสานได้ก่อนภาษาไทย โดยน่าจะมาจากพี่เลี้ยงที่เป็นคนท้องถิ่น คุณยายยังบอกอีกว่าเตรียมทริปเที่ยวไว้ต้อนรับหลานสาวโดยเฉพาะ ฉันทั้งกลัวและตื่นเต้น เอาน่าชีวิตวัยยี่สิบหกของฉันต้องออกไปสู่โลกกว้างด้วยตัวเอง พอถึงสนามบินดอนเมือง ฉันต้องนั่งชัทเทิ้ลบัสซึ่งเชื่อมระหว่างสองสนามบิน เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยการต้องแสดงตั๋วเครื่องบินที่จะขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็รอเครื่องบินออกราวๆ เกือบเที่ยงคืน ในเครื่องเต็มไปด้วยชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวประเทศไทย เสียงสนทนาภาษาญี่ปุ่นดังขึ้นเป็นระยะ หัวใจฉันเต้นแรงหลังจากที่ได้ยินเสียงประกาศว่าเครื่องบินกำลังจะลงจอด ณ สนามบินชิโดเสะ หลังจากผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

รับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ฉันก็มองหาคุณยายริกะ หญิงชราวัยราวๆแปดสิบท่าทางใจดียืนโบกมืออยู่ข้างหน้า แปดปีที่ไม่ได้เจอกันแต่ด้วยความผูกพันทางสายเลือดทำให้ฉันวิ่งไปกอดคุณยายด้วยความคิดถึง

“ ยินดีต้อนรับสู่ฮอกไกโดหลานรัก” คุณยายพูดภาษาอังกฤษได้ราวกับเจ้าของภาษา แม่บอกว่าคุณยายเคยไปเรียนต่อที่อเมริกาตอนสมัยเรียนระดับปริญญาตรี

“ดีใจที่ได้เจอคุณยายค่ะ”

“ไม่ได้เจอกันนาน หลานสาวยายสวยจนยายจำไม่ได้” ฉันอมยิ้ม ภาพคุณยายใจดีพาฉันไปซื้อขนมเมื่อครั้งมาญี่ปุ่นตอนวัยเด็กกับแม่ผุดขึ้นในหัว คุณยายยังเป็นคุณยายผู้ใจดีปากหวานของฉันเหมือนเดิม ชายหนุ่มวัยกลางคนใส่สูทสีเข้ม ยื่นมือมาช่วยฉันถือกระเป๋า

“เคน เป็นคนขับรถของยายเอง” คุณยายอธิบายเดินโอบไหล่และจับมือฉันมาขึ้นรถยนต์  Toyota Majesty 2019 คันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าสนามบิน คุณยายมีหุ้นในบริษัทที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ถึงจะเกษียณแล้วแต่ยังมีเงินฝากในธนาคารหลายร้อยล้านเยน

“วันนี้เราจะไปแช่ออนเซ็น แบบเอาท์ดอร์ริมทะเลสาบโทยะ” คุณยายพูดถึงทริปแรกที่เราจะไป แช่แบบนอกสถานที่ด้วย โห คงฟินน่าดู ฉันเคยเห็นในรูปออนเซ็นแบบเอาท์ดอร์พร้อมกับหิมะที่กำลังโปรยปราย แค่คิดก็ฟินแล้ว ฉันมองออกไปนอกกระจกรถข้างทางปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนไปหมด คิดแล้วอยากจะเอาน้ำแดงราดจริงๆ โรงแรมที่เราไปพักนั้นตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ภายในโรงแรมในส่วนที่ติดกับทะเลสาบเป็นกระจกทั้งหมด เพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติที่สวยงาม..ฉันมองออกไปนอกบานประตูกระจกในห้องพัก มองเห็นทะเลสาบยาวสุดลูกหูลูกตา

“สวยมากเลย ใช่มั้ยสไมล์” ฉันหันกล้องไปทางทะเลสาบ ให้สไมล์ได้เห็นวิวที่สวยงาม สไมล์ห่อปากด้วยความอิจฉา

“สวยมากเลยหมูมิ”

“ใช่มั้ย คราวหน้าเรามาด้วยกันนะ”

“ผู้ชายงานดีไหม” ตั้งแต่มาที่นี่ นอกจากคุณเคนหน้าขรึมคนขับรถของคุณยาย เธอก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอใครแบบจริงๆจังๆเลย

“ไม่รู้ อยากรู้ก็มาเองละกัน คุณยายนี่เพื่อนของมิจังค่ะ” ฉันหันกล้องมาทางคุณยาย คุณยายโบกมือทักทายสไมล์ เพื่อนรักที่ฉันเล่าให้คุณยายฟัง

“ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวนะ ยายจะพาเที่ยว” สไมล์ได้ยินอย่างนั้นแทบจะกราบเบญจางคประดิษฐ์ให้คุณยายงามๆ

สามที

“ไปแน่นอนค่ะ สไมล์จะไปตามหาผู้” สไมล์พูดเป็นภาษาไทย ยายสไมล์บ้าพูดแบบไม่อายเลย คุณยายทำท่าจะถาม ฉันเลยเอามือกุมท้อง

“หิวจังเลยค่ะ ไปทานข้าวดีกว่านะคะ”

“สไมล์ว่าไงนะ พูดภาษาไทยใช่ไหม”

“นางบอกว่าอยากมาค่ะ อยากแช่ออนเซ็นมาก” ฉันไม่พูดต่อโอบเอวคุณยายออกจากห้องเพื่อไปห้องอาหารทันที

ความคิดเห็น