facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 28 เป็นศิษย์สำนักใน

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 เป็นศิษย์สำนักใน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2563 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 เป็นศิษย์สำนักใน
แบบอักษร

 

เหออันโหรวนอนหลับอยู่ในห้องพักทั้งวันตอนเยี่ยนสี่เข้ามาหาก็ยังไม่ตื่น  

วันรุ่งขึ้นมีคนรับใช้มาบอกว่า “แม่นางอันโหรววันนี้ได้เป็นศิษย์สำนักในแล้วต้องเข้าไปฝึกที่สำนักในวันนี้เลย” 

เหออันโหรวตะลึงถามขึ้น “สำนักในจัดห้องพักให้ใหม่หรือไม่” 

คนรับใช้พยักหน้า  

เหออันโหรวคิดถึงเยี่ยนสี่ซึ่งมักจะเอาขนมมาฝากประจำจึงพูดขึ้น “ไม่ย้ายได้ไหม” 

คนรับใช้พอได้ยินก็ตอบอย่างใจเย็น “สำนักในกับสำนักนอกแยกกันอย่างเด็ดขาด ศิษย์สำนักในจะได้ฝึกพลังอยู่หอซู่เก๋อ การฝึกที่หอซู่เก๋อจะช่วยเพิ่มพลังได้มากกว่าสถานที่ทั่วไปหลายเท่า แม่นางควรตัดสินใจให้รอบคอบ” 

พอได้ยินเช่นนี้เหออันโหรวจึงต้องรับคำรีบไปบอกลาเยี่ยนสี่ เยี่ยนสี่พอได้ฟังก็แสดงความยินดีด้วย เอามือตบไหล่นางพร้อมกับบอกว่าระยะนี้ตนฝึกวิชาอัญเชิญใหม่ สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์แอบเข้าไปเยี่ยมนางที่สำนักในได้ เหออันโหรวมองเยี่ยนสี่ด้วยความซาบซึ้งพร้อมกับแปะมือนาง 

หลังจากจัดข้าวของเตรียมเดินทางไปยังสำนักในเสร็จก็มีคนจำนวนมากมาหานาง เหออันโหรวจำได้ว่าคนนำกลุ่มเป็นศิษย์สำนักในที่ร่วมแข่งขันครั้งนี้ เดิมทีเขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันรอบสองจึงเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าตนจะชนะเลิศแต่จู่ๆ ก็มีเหออันโหรวศิษย์ใหม่เข้ามาชิงไป ข้างหลังเขามีคนไม่น้อยมามุงดู 

ศิษย์สำนักในคนนั้นพูดกับเหออันโหรวว่า “เจ้าเป็นศิษย์นอกแต่ได้รางวัลชนะเลิศ และอาศัยโชคเพราะบรรลุถึงระดับครุฟ้า ตอนหลอมโอสถทิพย์ไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริง ถ้าเช่นนี้เรามาแข่งกันอีกดีไหม” 

เหออันโหรวเอามือแตะหน้าผาก รู้ว่าที่ตนเองบังเอิญบรรลุถึงระดับครุฟ้า ทำให้ผู้ร่วมแข่งไม่อาจทำใจยอมรับได้แต่นึกถึงว่าถ้าปฏิเสธ ต่อไปคงมีคนมาท้าแข่งกับตนทุกวันจึงรับคำท้าของเขา เหออันโหรวเอาข้าวของทั้งหมดให้คนรับใช้เอาไปไว้ที่ห้องพักจากนั้นจึงตามคนกลุ่มนี้ไปยังสนามแข่งสำนักใน 

“ผู้น้อยอี้ซ่านได้รับความกรุณาจากแม่นางแล้ว” ศิษย์สำนักในอี้ซ่านพูดกับเหออันโหรว “หัวข้อแข่งขันคือหลอมโอสถทิพย์ฟู่หยวนตาน ใครหลอมได้คุณภาพระดับสูงคนนั้นชนะ กำหนดเวลาสองชั่วยาม” 

“ข้าฝึกหลอมโอสถทิพย์ฟู่หยวนตานบ่อยๆ ถ้าแข่งเช่นนี้เกรงว่าไม่ยุติธรรม” เหออันโหรวพูดขึ้น โอสถทิพย์ฟู่หยวนตานนางเคยฝึกหลอมเกือบทุกวันตอนอยู่ภูเขาจงหนาน และนางก็บรรลุถึงระดับครุฟ้าแล้วจึงเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะหลอมได้สำเร็จ 

“นักหลอมโอสถทิพย์แข่งกันไม่ใช่แค่โอสถทิพย์ที่หลอมบ่อย แม่นางไม่ต้องวิตกเกินไป” อี้ซ่านตอบ 

“แต่แม่นางนำสมุนไพร์ทิพย์มาเองในการแข่งหลอมโอสถทิพย์ไม่ยุติธรรม คราวนี้เราใช้สมุนไพรทิพย์แบบเดียวกัน” อี้ซ่านพูดเสริม 

พอถึงตอนนี้เหออันโหรวก็พยักหน้าไม่ต่อความ 

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น นางเอาเตาหลอมโอสถทิพย์ที่เป็นรางวัลชนะเลิศออกจากแหวนมิติ นางรับคำท้าของอี้ซ่านและคนอื่นๆ เหตุผลอีกประการหนึ่งก็เพราะอยากลองเตาหลอมโอสถทิพย์ซึ่งอาจารย์เซียวอู๋สร้างขึ้น 

ขณะส่งพลังเข้าไปในเตาหลอม สมุนไพรทิพย์ที่อี้ซ่านและคนอื่นๆ หลอมก็พร้อมแล้วตามลำดับคือละลาย สกัดสารพิสุทธิ์ทำให้รวมตัวกันและขั้นตอนที่ละเอียดซับซ้อนอีกมากมาย เหออันโหรวทำอย่างเคยหลอมโอสถทิพย์ฟู่หยวนตานมาแล้ว ท่วงท่าคล่องแคล่วว่องไว จิตใจสงบ พลังเต็มเปี่ยมไม่มีเหตุการณ์ใช้พลังเกินตัวอีก การเข้าสู่ระดับครุฟ้าและเปลี่ยนเตาหลอมใหม่ทำให้ความสามารถของนางพัฒนาขึ้นมาก 

ผู้คนเข้ามาดูมากขึ้นเรื่อยๆ เหออันโหรวปรายตามองแวบหนึ่ง ท่าทางเป็นพวกอยากเห็นอะไรสนุกๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน หลังจากแข่งกับอี้ซ่านและคนอื่นแล้วคงไม่มีใครมารบกวนนางอีก  

เหออันโหรวใช้สองมือทำสัญลักษณ์หลอมโอสถทิพย์แล้วส่งพลังเข้าไปในเตาหลอมรักษาอุณหภูมิของเปลวไฟไว้ ใช้ผงทิพย์ทำให้โอสถเหลวรวมตัวกัน นางส่งพลังเข้าไปในโอสถทิพย์ซึ่งเริ่มก่อตัว ชั่วพริบตาโอสถทิพย์ที่ผิวนอกขรุขระก็แวววาวสุกใสราวกับผิวพรรณของเด็กสาว 

ขณะส่งพลังกระแสสุดท้ายเข้าไป เหออันโหรวก็ตั้งสมาธิแน่วแน่เปิดเตาหลอมมองดูโอสถทิพย์ฟู่หยวนตานสามเม็ดที่สงบนิ่งในเตาแล้วยิ้ม 

แต่นึกไม่ถึงว่าอี้ซ่านหลอมเสร็จก่อนนาง เขากำลังเอาโอสถทิพย์ใส่ถ้วยหยกนำไปวางบนแท่น เหออันโหรวประหลาดใจมาก และหยิบกล่องไม้จากแหวนมิติออกมาใส่โอสถทิพย์ของตน 

ขณะนำกล่องไม้ไปวางข้างถ้วยหยกของอี้ซ่าน เขามองเหออันโหรวแล้วพูดขึ้น “กล่องไม้นี้พิเศษจริงๆ คนอื่นใช้ภาชนะที่ทำจากหยกมาใส่โอสถทิพย์ หรืออย่างน้อยก็ใช้กล่องไหมแต่เจ้ากลับต่างออกไป” 

“ข้าไม่มีเงินซื้อของเช่นนั้นหรอก แค่ภาชนะจะใช้กล่องไม้หรือหม้อเหล็กก็ได้” เหออันโหรวตอบช้าๆ  

“ข้าไม่เคยได้ยินใครพูดเช่นนี้มาก่อนแต่กล่องไม้นี่แปลกจริงๆ เจ้าหามาจากไหนหรือ” พอเห็นกล่องไม้ฉลุงามประณีตอี้ซ่านก็ชื่นชมฝีมือของคนทำ 

“รอให้กระเป๋าเจ้าไม่มีเงินก่อนเจ้าจึงจะเข้าใจเหตุผลนี้ กล่องไม้ข้าซื้อจากตลาดของเก่า คนขายบอกว่าทำจากไม้ไผ่ไม่มีวันผุที่ภูเขาจงหนาน ข้าคิดว่าเหมาะจะเอามาใส่โอสถทิพย์” เหออันโหรวรู้สึกว่าอี้ซ่านคงจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ไม่เคยขัดสนข้าวของเงินทองจึงเหมือน “รู้อะไรไม่รอบด้าน” 

อี้ซ่านพอได้ยินก็งุนงง หลังจากนั้นพอคนอื่นทยอยนำโอสถทิพย์มาวางบนแท่นเขาจึงไม่ได้ถามต่อ 

ศิษย์ที่มาแข่งกับเหออันโหรว ล้วนแต่หลอมโอสถทิพย์เสร็จภายในสองชั่วยาม พอศิษย์คนสุดท้ายนำโอสถทิพย์มาวางบนแท่นแล้วอี้ซ่านก็บอกให้ตัดสินได้  

พวกเขาให้ชายชราผู้ดูแลคลังโอสถทิพย์ของสำนักศึกษาชื่อจิวหลัวเป็นกรรมการตัดสิน ชายชรานำโอสถทิพย์ทั้งหมดบนแท่นมาพิจารณาอย่างละเอียดแล้วคัดเหลือสามคน ในจำนวนนี้มีคนชนะเลิศสองคนคืออี้ซ่านกับเหออันโหรว 

“โอสถทิพย์ของสองคนนี้เป็นระดับสูงขั้นกลาง ส่วนของคนอื่นต่ำกว่าระดับสูงขั้นกลาง” จิวหลัวพูดเนิบนาบ 

เหออันโหรวรู้สึกมั่นใจในความสามารถของตนมากขึ้นและเข้าใจศิษย์สำนักในมากขึ้น ความแตกต่างราวฟ้ากับดินคือความแตกต่างระหว่างสำนักในกับสำนักนอกนั่นเอง 

อี้ซ่านประสานมือคารวะ “แม่นางเหอมีความสามารถอย่างแท้จริง แต่ข้าแซ่อี้ก็ไม่เป็นรอง แม่นางเหอชนะเลิศการหลอมโอสถทิพย์ก็เพราะมีหญ้าเพลิงหนาวทิพย์ แต่วันนี้ดูแล้วปาฏิหาริย์บางครั้งก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง” เขาหยุดแล้วพูดต่อ “การที่ข้าท้าแข่งแม่นางก็เพราะการแข่งขันก่อนหน้านี้ ข้าถูกต่อว่าที่แพ้แก่ศิษย์สำนักนอก จากการแข่งครั้งนี้ทำให้ข้ารู้ว่าแม่นางมีความสามารถอย่างแท้จริง ข้าแซ่อี้และพี่น้องจะไม่รบกวนแม่นางอีก หวังว่าต่อไปจะมีโอกาสได้พูดคุยกับแม่นางเรื่องการหลอมโอสถทิพย์อีก” 

อี้ซ่านไม่ใช่คนใจแคบ คุณธรรมเช่นนี้ช่างสมกับที่เติบโตในตระกูลใหญ่จริงๆ เหออันโหรวคารวะตอบ “วันหลังคงได้รับความเมตตาและดูแลจากคุณชายอี้” 

ความคิดเห็น