หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 36 พูดจาส่งเดช

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 พูดจาส่งเดช

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2563 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 พูดจาส่งเดช
แบบอักษร

 

ฉินมู่ปิงไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกในเวลานี้อย่างไร 

เขาไม่เคยเจอคนเช่นซูหลีมาก่อน เรื่องที่เขาก่อความวุ่นวายก่อนหน้านี้ เขากล่าวได้เต็มปากว่าตนเองก็มีส่วนด้วย  

ทว่าเรื่องราวในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่หาเรื่องหรือสร้างปัญหา ล้วนแต่เป็นซูหลี 

คนผู้นี้กลับออกหน้าฟ้องเขา!  

“ฝ่าบาทจะต้องมอบความเป็นธรรมให้กระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ!” ซูหลีหมอบอยู่บนพื้น สิ่งที่นางพอจะมั่นใจได้ก็คือ ฉินเย่หานน่าจะไม่รู้จักนาง  

ตอนที่บังเอิญเจอกันในหมู่บ้านหวงซาน ใบหน้านางยังอยู่ในระหว่างการรักษา บนใบหน้าดำทะมึนจนมองไม่ออก  

ไม่มีทางที่เขาจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวกันกับนางในตอนนี้  

ทว่านางก็ยังไม่วางใจอยู่บ้าง  

แม้ฉินเย่หานจะเป็นโอรสสวรรค์ที่ยังเยาว์วัย แต่ก็มีฝีมือสูงส่ง มิเช่นนั้นเขาคงไม่อาจผ่านสถานการณ์วุ่นวาย จนขึ้นครองราชย์ดังเช่นทุกวันนี้ได้ เขาครองราชสมบัติมาได้ปีกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนแต่เฉียบขาดเป็นที่สุด ในใจนางพลันนึกกลัวขึ้นมา...  

ทว่าเวลานี้นางต้องพนันดูสักตั้ง  

“จิ้งหนานอ๋องซื่อจื่อใช้อำนาจรังแกคนอ่อนแอ ข้าน้อยพูดกับซื่อจื่อเพียงสองประโยค เขาก็จะสังหารข้าน้อยแล้ว!” ซูหลีฟูมฟาย  

“จะ…เจ้ามันพูดจาเหลวไหล!” ฉินมู่ปิงโกรธจนลมแทบจับ เขาเพิ่งจะเคยเห็นคนพูดจาปั้นเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก  

หากมีโอกาส เกรงว่าเขาคงวิ่งเข้าไปบีบคอคนพูดจาเหลวไหลอย่างซูหลีแล้ว! 

“เสด็จอา มิได้เป็นดังที่เขาพูดนะพ่ะย่ะค่ะ หละ…หลาน...” 

“ฝ่าบาท ผู้คนที่อยู่ในหอหร่วนเซียงต่างก็ได้ยินกันทั้งนั้น ซื่อจื่อจะฆ่ากระหม่อม คนที่อยู่ในนั้นต่างก็เป็นพยานให้กระหม่อมได้ทั้งนั้น!” 

นางพูดไปพูดมา ก็คิดจะผลักความผิดทั้งหมดไปให้ฉินมู่ปิง 

ซูหลีเหมือนจะลืมไปสิ้น ว่าตอนนั้นฉินเย่หานเองก็อยู่ในหอหร่วนเซียงด้วย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเห็นการกระทำของพวกนางทั้งหมด 

อย่าว่าแต่ฉินเย่หานเลย แม้แต่โจวเว่ยที่อยู่ด้านข้างก็อดมองหน้าซูหลีไม่ได้ 

พูดจาเหลวไหลตาไม่กะพริบ ช่างสามารถไม่มีใครเกิน 

วันนี้ใครกันที่ทำตัวสามหาวอยู่ในหอหร่วนเซียง ซ้ำยังอาศัยกลอนบทนั้น คิดจะช่วงชิงผู้หญิงของฉินมู่ปิง คนผู้นี้ช่าง... 

“ท่านกงกง” ขณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ขันทีน้อยผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามา เมื่อเห็นว่าเข้ามาผิดจังหวะ ก็มิกล้ากล่าวรายงาน ได้แต่ร้องเรียกหวงเผยซานเสียงเบา 

หวงเผยซานกลั้นยิ้มสุดชีวิต หนึ่งปีมานี้ ฉินมู่ปิงก่อเรื่องไม่น้อย ถูกฝ่าบาทลงโทษไปหลายครั้งก็ยังไม่ได้บทเรียน คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเจอก้างชิ้นใหญ่เข้า 

คิดได้เช่นนี้ ในใจเขาก็คลายโทสะลงไม่น้อย 

“มีเรื่องอันใด” หวงเผยซานมองขันทีน้อยปราดหนึ่ง ขันทีน้อยผู้นั้นก็ก้าวเข้ามากระซิบข้างหูเขาสองสามประโยค 

หวงเผยซานแสดงสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามองไปทางซูหลี แล้วค้อมกาย กล่าวรายงาน 

“ฝ่าบาท ใต้เท้าซูรองเจ้ากรมขุนนางฝ่ายซ้ายขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ!” 

อะไรจะรวดเร็วปานนี้! 

เมื่อซูหลีได้ยินดังนั้น ร่างที่หมอบอยู่บนพื้นก็ขยับเล็กน้อย 

นางเพิ่งจะเข้าวังมา ซูไท่ก็ตามมาแล้ว 

เวลานี้ชุยตานคงยังมิได้พบซูไท่กระมัง คาดไม่ถึงว่าข่าวคราวในวังของซูไท่จะรวดเร็วปานนี้ 

บนใบหน้าฉินเย่หานปราศจากอารมณ์ใดๆ 

รอบกายเขาไม่มีกลิ่นอายพลังที่ทำให้ผู้คนตกใจกลัวดังเช่นตอนที่อยู่หอหร่วนเซียงอีกแล้ว ทว่าตลอดร่างกลับให้ความรู้สึกลึกล้ำยากจะหยั่งถึง 

เขามองซูหลีปราดหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “พูดจาส่งเดช!” 

เงาร่างของเขาปกคลุมร่างซูหลีที่หมอบอยู่บนพื้น ซูหลีพลันร่างแข็งค้าง ไม่กล้าปริปากแม้แต่น้อย  

ความคิดเห็น