หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 34 พาตัวไปให้หมด

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 พาตัวไปให้หมด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2563 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 พาตัวไปให้หมด
แบบอักษร

 

“ทหาร!” ฉินมู่ปิงมีโทสะโดยแท้ ใบหน้าแดงก่ำ เขาตวาดกร้าว กำลังคนที่เขาทิ้งไว้นอกประตู ต่างได้ยินเสียงแล้ว 

“จัด…” เขาชี้นิ้วไปทางซูหลี ขณะกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงดังขึ้น 

“จัดอันใดฮึ!” เสียงตวาดกร้าวดังขึ้น ทำให้เหตุการณ์ที่วุ่นวายเงียบสงบลงเล็กน้อย ฉินมู่ปิงเงยหน้ามองไป ก็เห็นฉินโม่โจวเดินลงมาจากชั้นสอง 

เมื่อเขาเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นฉินโม่โจว พลันนิ่งไปชั่วขณะ อย่าบอกนะว่า... 

เมื่อเขาเห็นคนที่อยู่ข้างหลังฉินโม่โจว นัยน์ตาก็หดเล็กลง! 

“สะ…เสด็จอา!” 

ผู้คนต่างรู้กันทั่ว บุคคลที่อ๋องน้อยผู้ไม่กลัวฟ้ากลัวดินหวาดกลัวที่สุด ก็คือฉินเย่หานฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน 

ฉินเย่หานอายุไม่มาก ก็สามารถควบคุมผู้ที่บ้าคลั่งอย่างฉินมู่ปิงได้แล้ว 

เพียงแต่คนที่บ้าคลั่งในวันนี้ คล้ายกับจะเป็นผู้อื่น  

คำว่าเสด็จอา ทำให้ผู้คนในห้องโถง พากันเงียบสงบลง  

รวมถึงซูหลีที่กำลังบ้าคลั่งด้วย  

ซูหลีงงงัน วันก่อนตอนที่นางตัดสินใจว่าจะมาที่นี่ มิได้สอบถามให้ดี คิดไม่ถึงว่าฉินเย่หานก็จะมาที่นี่ด้วย!  

ทันใดนั้นเอง...  

“ทำอันใดกันฮะ!” ท่านอ๋องเจ้าสำราญอย่างฉินโม่โจว มีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างหาได้ยาก 

ฉินโม่โจวเป็นคนไม่เอาถ่าน เมื่อเปรียบกิตติศัพท์ความเจ้าชู้กับฉินมู่ปิงแล้วก็นับว่าพอๆ กัน 

ทว่าเขาเคารพฉินเย่หานเป็นที่สุด  

อีกอย่างเวลานี้เขายังยืนอยู่ข้างกายฉินเย่หาน กลิ่นอายบนร่างฉินเย่หานบีบคั้นผู้คนยิ่งนัก ทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นยะเยือก  

เวลานี้ผู้คนทั้งหมด รวมถึงซูหลีกับฉินมู่ปิงที่ยังทะเลาะกันไม่หยุด ต่างพากันก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาเขา  

“ทหาร” นี่เป็นคำพูดประโยคแรกที่ฉินเย่หานเอ่ยในค่ำคืนนี้ ทว่าในคำพูดนี้ กลับปราศจากอารมณ์ใดๆ กระทั่งแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น 

ซูหลีอดสั่นสะท้านไม่ได้ 

อย่าว่าแต่ฉินมู่ปิงกลัวฉินเย่หานเลย นางเองก็กลัวเช่นกัน 

“พาตัวไป” ฉินเย่หานกวาดตามองฉินมู่ปิงและซูหลี ก่อนสายตาจะหยุดอยู่บนใบหน้าชวนมองของซูหลี เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น กลับทำให้ซูหลีรู้สึกเหมือนตลอดทั้งร่างตกลงสู่บ่อน้ำแข็ง แผ่นหลังนางพลันมีเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นมา  

“พ่ะย่ะค่ะ!” บุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายฉินเย่หานได้ยินดังนั้นก็ตอบรับหนึ่งคำ จากนั้นฉินเย่หานก็ก้าวออกจากหอหร่วนเซียงด้วยฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็ว  

เขาก้าวเดินอย่างสุขุม ความวุ่นวายที่นี่ไม่อาจรบกวนเขาได้ เพียงกลิ่นอายที่แผ่กำจายออกมาจากร่าง ก็ทำให้ผู้คนตกใจกลัวจนไม่กล้ามอง 

จวบจนเขาก้าวออกจากหอหร่วนเซียง ผู้คนรอบด้านถึงรู้สึกเหมือนตนเองกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง 

แม้แต่ซูหลีเอง ก็ยังอดถอนหายใจเฮือกใหญ่มิได้ 

“ฝะ…ฝ่าบาท...” เสิ่นฉางชิงมองไปทางจุดที่ฉินเย่หานจากไป สีหน้าก็พลันดูไม่ดี ฝ่าบาทมาปรากฏกายที่นี่ได้อย่างไร  

เรื่องราวในวันนี้ ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะสังเกตเห็นเขาไหม... 

“เชิญซื่อจื่อกับคุณชายซู” หลังจากฉินเย่หานจากไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก่อนหน้านี้ ก็ก้าวออกมา  

มีคนตาแหลมจำได้ว่าคนผู้นี้ คือโจวเว่ย องครักษ์ข้างกายฉินเย่หาน! 

บนใบหน้าโจวเว่ยมีรอยดาบลึกมากอยู่ ทำให้ใบหน้าเขาดูโหดเหี้ยมและเคร่งขรึมเป็นที่สุด ทว่าคนที่คุ้นเคยกันต่างรู้ดี เขาถือเป็นคนสนิทของฝ่าบาท เขาเคยช่วยฝ่าบาทไว้ในสนามรบ จนค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาถึงตำแหน่งในวันนี้ 

หากมิใช่เพราะรอยดาบบนใบหน้านั้น เกรงว่าเขาคงไต่เต้าขึ้นไปได้สูงกว่านี้ 

โจวเว่ยมีสีหน้าดุร้าย ยามพูดปราศจากห้วงอารมณ์ความรู้สึก มองดูไปก็ทำให้ผู้คนหวาดกลัวยิ่งนัก  

ความคิดเห็น