ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP 17 คลั่งรัก(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 17 คลั่งรัก(1)
แบบอักษร

[ไนท์ Talk] 

ตั้งแต่วันนั้นผมก็มาเรียนตามปกติ จะต่างกว่าปกติก็ตรงนี้แหละ..

"มาเช้าจังเลยนะครับ" ผมทำเป็นไม่ได้ยินคนตรงหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่นแทน

"เดี๋ยวสิ จะไม่ยอมคุยกันจริงๆหรอ"

"คุยกันหน่อยนะ หิวมั๊ยไปหาอะไรกินกันเถอะ เดี๋ยวผมเลี้ยงผมรวย" ผมกรอกตามองรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างเอือมๆ เฮ้ออ วุ่นวายจริงวุ๊ย!?

"ไม่ว่างครับ มีเรียน" ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ หลายวันมานี้มีแต่คนทำตัวแปลกๆใส่ผมอ่ะ ทั้งไอ้รุ่นพี่หน้าตี๋ตรงหน้าที่เดี๋ยวก็มาหยอดเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ก็เพื่อนต่างคณะที่ซื้อดอกไม้มาให้ผมทุกเช้าบ้างเยอะแยะไปหมด ทำไมรู้สึกว่าช่วงนี้ผมฮอตจังเลยก็ไม่รู้สิ ผมไม่ได้คิดไปเองนะ ก็แค่พูดจากที่ผมรู้สึกได้อ่ะ นั่นไง

"พี่ไนท์คร๊าบบบ~" และแล้วก็ถึงเวลาของดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่เจ้าเก่าเจ้าประจำที่ไอ้คนถือมันก็ชั่งขยันมาส่งให้ผมถึงมือในทุกๆวันจนผมเริ่มชินซะแล้วล่ะ

"ไม่ต้องเอามาให้เราแล้วได้มั๊ย เราไม่ชอบ"

"ไม่ชอบดอกไม้หรอ?" เปล่า ไม่ชอบขี้หน้ามึงนั้นแหละ เฮ้ออ จะบอกให้เข้าใจในความคิดนี้ของผมยังไงดีนะ ถ้าพูดไปตรงๆเค้าก็คงเสียใจ แต่ถ้าจะให้ผมรับไว้เพราะรักษาน้ำใจก็คงจะไม่ต่างอะไรกับการให้ความหวังเค้าสักเท่าไหร่หรอก..

"ไนท์" ผมมองเลยคนสองคนตรงหน้าผมไปเพื่อมองคนที่กำลังเรียกชื่อผมในตอนนี้

เสื้อช็อปที่แสนคุ้นตา พี่หลิว..

"ไปกินข้าวกันเถอะ" เค้าเดินผ่ากลางของสองคนนั้นเข้ามาหาผมแล้วจับมือผมไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะพาผมเดินออกไปจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว

"อะ..อ้าว!เดี๋ยวก๊อน!!" เสียงตะโกนจากด้านหลังไม่สามารถเรียกผมเอาไว้ได้เลย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเดินตามคนที่กำลังจูงมือผมอยู่ตอนนี้ด้วย พอเดินออกมาได้สักพักเราก็หยุดเดิน

"พวกมันเป็นใคร" เปิดประเด็นเร็วจังเลยนะครับ..

"คนขายขนมจีบ ทำไม? มีปัญหาหรอ?" ผมถามเค้ากลับอย่างกวนๆ หึ!หงุดหงิดดี๊

ตั้งแต่วันนั้นเราก็แทบจะไม่ได้คุยกันอีกเลย แล้วพี่มันก็หายไปจากชีวิตของผมเลยเหมือนกัน มีแค่ข้อความสั้นๆที่มักจะส่งมารายงานตัวกับผมบ้างเท่านั้น เช่น

'วันนี้ต้องอยู่ทำงานกิจกรรมของคณะไม่ได้กลับคอนโดนะ'

'กินข้าวด้วยนะ'

'ฝันดีนะครับ'

'หิวข้าวจัง'

'ยังไม่ได้นอนเลยครับ'

'คิดถึงนะ'

'รักนะครับ'

และอีกมากมายหลายร้อยข้อความด้วยระยะเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์เท่านั้น และแน่นอนว่าผมก็ทำหน้าที่แค่เพียงเปิดอ่านแล้วผ่านไป ไม่มีสักครั้งที่จะตอบกลับหรือโทรคยกัน ก็มีแต่เค้าอีกนั้นล่ะที่โทรมาหา.. กลั้นใจแทบตายที่จะไม่พูดคำว่ารัก ว่าคิดถึงเค้ากลับไปอ่ะ เฮ้ออ นี่สรุปผมกำลังลงโทษเค้าหรือกำลังลงโทษตัวเองกันแน่นะ เหนื่อยจัง..

"ปะ..เปล่า หิวข้าแล้วไปกันเถอะ" แล้วเราทั้งคู่ก็ออกเดินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างคนต่างเดิน ไม่ได้จับมืือกนอีกแล้ว

.

.

โรงอาหารคณะผม.. 

สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่ผมกับพี่หลิว บ้างก็พากับซุบซิบนินทากันอย่างออกรสออกชาติ และถ้าผมฟังไม่ผิดพวกเค้ากำลังด่าพี่หลิวเรื่องคลิปที่ผมเป็นคนเอาลงในตอนนั้น..

ผมรู้ว่าพี่มันก็คงรู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่ถูกใครต่อใครคอยจ้องมองมาที่เค้าด้วยสายตาของความเกียจชัง แต่พี่เค้าก็ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร เดินไปซื้อข้าวกับน้ำมาให้ผมแล้วก็สำหรับของเค้าเองแล้วก็กลับมานั่งที่ตามปกติ

พวกเรานั่งทานข้าวกันปกติ ไม่ค่อยได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่สังเกตได้ผมว่าพี่มันคงจะหิวแบบสุดๆไปเลยล่ะ เพราะไม่ถึงห้านาทีข้าวพี่มันก็หมดซะแล้ว

"ไปตายอดตายอยากมาจากไหนเนี่ย.." เพราะเป็นคนปากไวเลยพูดออกไปโดยไม่คิด

"ก็ไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่นา" พี่มันพูดหงอยๆ คิดว่าน่ารักมากมั้ง//แล้วน่ารักป่ะล่าา

"ทำไมไม่กินอ่ะ" ผมตักข้าเข้าปากไปด้วยพลางมองอีกคนเพื่อรอคำตอบ

"สิ้นเดือนนี้มีออกค่ายอาสาของคณะพี่ ไปด้วยกันมั๊ย" อยู่ๆพี่มันก็ชวนพูดเปลี่ยนเรื่องซะงั้นแหละ อิหยังวะ?

"ไปนะ อยากให้ไปด้วยกันอ่ะ ชวนเพื่อนๆเราไปด้วยก็ได้" ผมนิ่งคิดไปนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะขนาดคำถามแรกที่ถามผมยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการเลย เหอะ

"ที่ไม่ได้กินข้าวเมื่อคืนกับที่ไม่ค่อยได้มาหาก็เพราะว่าติดค่ายนี่แหละ" อ่อ..

"ถึงพี่ไม่ชวนผมก็ต้องไปอยู่ดีนั้นแหละ ต้องไปเป็นตัวแทนของชมรม"

ใช่แล้วครับ เพราะว่าค่ายอาสาค่ายนี้มันเป็นค่ายอาสาที่จัดขึ้นโดยชมรมอาสาพัฒนาชุมชนและคณะวิศวกรรม ซึ่งก็จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และผมเองก็ไปในฐานะของตัวแทนชมรม บังเอิญจังเลยเนอะ..

"จริงหรอ" ดีใจอะไรขนาดนั้น

ซ่า~~ 

"ขอโทษครับ ไม่ทันเห็น.."

ขณะที่ผมกับพี่หลิวนั่งคุยกันอยู่ อยู่ดีๆก็มีน้ำแดงปริศนาที่สาดเข้าใส่พี่หลิวเหมือนกับว่าตั้งใจจะสาดจริงๆ..

สภาพพี่หลิวตอนนีี้มันดูเปียกปอนไปหมด ตั้งแต่หัวลงมา ถ้าจะบอกว่าไม่ทันเห็นก็คงไม่ใช่แล้วมั้ง เพราะถ้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆคงไม่ใช่แค่พี่หลิวหรอกที่เปียกอ่ะ ผมเองก็ต้องเปียกไปด้วยสิ แต่นี่มันกลับไม่โดนผมเลยสักหยดเดียวอ่ะ

ผมหันไปมองคนที่กำลังยืนถือแก้วน้ำแดงแล้วยืนยิ้มเยาะใส่พี่หลิวอย่างไม่เข้าใจ

"ไม่เป็นไรครับ" พี่หลิวพูดปัดๆอย่างคนไม่คิดอะไร พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ ซึ่งมันก็เปียกน้ำด้วยเช่นกัน เค้าเอามันมาเช็ดๆกับกางเกงตัวที่ตรงที่มันไม่ได้เปียกไปด้วยแล้วเช็คดูว่าโทรศัพท์ยังคงใช้งานได้ตามปกติอยู่หรือไม่

สายตาหลายคู่มองมาที่เหตุการณ์นี้อย่างสนอกสนใจ บางคนก็หัวเราะคุยกันอย่างสนุกสนานที่ได้เห็นพี่หลิวเป็นแบบนี้

"อุ๊ย!? เปียกหมดเลยอ่ะ เดี๋ยวหนูล้างออกให้นะคะ" หญิงสาวคนเดิมคว้าขวดน้ำเปล่าที่อยู่ใกล้มือมาราดใส่ร่างหนาที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยจนตอนนี้มันดูเลอะเทอะไปหมด

"อะไรวะ!?" พี่หลิวโวยวายบ้าง

"หยุดนะ!" ผมร้องห้าม แต่ก็ไม่มีใครฟังผมเลย

"หึ! ก็ล้างเสนียดยังไงล่ะ ชอบมั๊ยล่ะ กรวดน้ำให้ขนาดนี้แล้ว ไปผุดไปเกิดสักทีเถอะ" ผู้หญิงคนนั้นพูดเหมือนกับรู้จักกับพี่หลิวเป็นอย่างดี แต่อีกคนกลับทำหน้าเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยสักนิด

"พี่ทำอะไรของพี่อ่ะ" ผมถามอย่างำม่เข้าใจ

"ก็แก้แค้นไอ้พวกผู้ชายสารเลวที่ชอบหักหลังคนอื่นยังไงล่ะ หึ!ส่วนแกมันก็โง่ ยอมให้มันหลอกซ้ำซากอยู่นั้นแหละ อีหน้าโง่!" เค้าชี้้หน้าด่าผม

"แล้วพี่มาทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรอ"

"ถูกสิ เพราะฉันเกลียด เกลียดไอ้พวกผู้ชายมักมากที่ไม่รู้จักพอพวกนี้ที่สุด!" จากที่กำลังด่าอยู่ดีๆ อยู่ๆเธอคนนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร

"........" ผมกับพี่หลิวหันมองหน้ากันนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร

"ฮืออ เพราะมัน ชีวิตฉันถึงได้พังแบบนี้ ฮือออ" ผมไม่รู้ว่าเค้าหมายถึงใคร..

"พี่ใจเย็นๆก่อนนะ แล้วเรามาคุยกันนะ" ผมค่อยๆเดินอ้อมเข้าไปใกล้รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดอย่างใจเย็น ผมนั่งลงข้างๆเธออย่างไม่นึกรังเกียจหรือกลัว ทั้งๆที่พี่หลิวดึงผมให้ออกห่างจากตรงนั้นแล้วแท้ๆ..

"จะทำอะไร.." พี่หลิวถามแล้วจับแขนผมเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้ผมเข้าไปใกล้เธอ ผมเพียงแค่มองหน้าเค้าแล้วยิ้มไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

"ทำไมต้องรักคนที่ทำร้ายเราด้วยละ.." ในประโยคนี้เธอหันกลับมามองผม ผมเลยตอบเธอกลับไป

"เพราะว่ารักยังไงล่ะครับ" ผมไม่รู้ว่าพี่หลิวจะได้ยินมันมั๊ย แต่ผมก็พูดมันออกมาจากหัวใจของผมจริงๆ..

"รักหรอ? มันทำกับแกขนาดนั้นแกต้องเลิกกับมันสิ! จะทนคบกับมันต่อไปทำไม ฮืออ" ประโยคหลังๆเธอเหมือนคนกำลังเพ้อแล้วก็พูดอยู่คนเดียว

"แล้วพี่ไม่รักแฟนพี่หรอ" ผมถามเธอ แต่เหมือนกับว่าผมคงจะถามผิดไปถนัดเลยล่ะ เธอปลายตามามองผมด้วยความดุดันเมื่อผมพูดจบ

"มันกับชู้ตายไปแล้ว.."

"พี่..." ผมกลายเป็นคนพูดไม่ออกทันที พี่หลิวพยายามดึงผมออกห่างจากเธอแต่ตอนนี้ผมกำลังช็อค..

"พวกมันสองคนสมควรตาย.." เธอยิ้มอย่างเยือกเย็นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

"รักหรอ มันก็แค่หรอกแกเท่านั้นแหละ!!"

"หึ!แต่แกก็โง่ก็ยังทนคบกับมันต่อได้เนอะ คนนึงก็โง่ให้เค้าหรอก อีกคนมันก็ไม่รู้จักพอ! กรี๊ดดด!" เสียงกรีดร้องดั่งคนบ้ากำลังแผดเสียงใส่หน้าพวกเราอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง และดูเหมือนจะไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นด้วย

หญิงสาวคนนั้นกระโจนเข้าหาผมเหมือนจะเข้ามาทำร้าย แต่พี่หลิวไวกว่าเค้าดึงผมออกในทันที จนพี่หลิวกลายเป็นผู้ถูกทำร้ายซะเอง..

ร่างหนาถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักด้วยการทุบตีและบีบคอ ต้นหลิวพยายามอย่างที่สุดที่จะหยุดสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ โดยที่ไม่ต้องทำร้ายหญิงสาวคู่กรณี

"กรี๊ดดดด!!!!!" เพราะเธอเป็นผู้หญิงและมีแรงที่น้อยกว่าจึงถูกรวบตัวเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว สักพัก รปภ.และอาจารย์ก็วิ่งเข้ามาควบคุมสถานการณ์นี้เอาไว้ได้ ก่อนที่มันจะบานปลายไปมากกว่านี้

ผมวิ่งเข้าไปประคองพี่หลิวให้ลุกขึ้น ตามร่างกายของเค้าเต็มไปด้วยรอยเล็บทั้งข่วนทั้งจิกจนเลือดออกเต็มไปหมด และที่หนักกว่านั้นก็คือ..

"พ..พี่หลิว" ที่บริเวณต้นแขนมีเลือดกำลังไหลออกมาไม่หยุด ผมรีบถอดเสื้อช็อปพี่หลิวออกเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

"ไม่เป็นไรสักหน่อย" ผมมองวัตถุที่ตกอยู่ใกล้ๆด้วยความตกใจ

มีดพกขนาดเล็กกระทัดรัด ผมไม่รู้ว่ามันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เพราะตั้งแต่แรกผมก็ไม่ได้สังเกตเห็นมันเลยสักครั้ง มันเปื้อนไปด้วยคราบเลือด..และมันก็ไม่ใช่เลือดของผม..

ผมพยายามอย่างที่สุดที่จะห้ามเลือดไม่ให้มันไหลออกมา แต่ทำยังไงก็หยุดมันเอาไว้ไม่ได้สักที จนพี่หลิวเริ่มหน้าซีดและเหงื่อตก

"พี่หลิวทำใจดีๆนะ" ผมเริ่มร้องไห้เมื่อพี่หลิวซบหน้าลงกับไหล่ของผม

"ไปโรงพยาบาลกันนะ"

"อืม.."

.

.

ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัย.. 

ผมนั่งมองคนที่กำลังนอนทำแผลอยู่บนเตียงและจับมือผมแน่น มีบางครั้งที่มือหนาบีบมือผมแน่นในตอนที่เข็มเจาะผ่านผิวหนังเข้าไป และคลายมือออกเป็นระยะๆ

ที่ผมเข้ามาในห้องทำแผลได้ก็เพราะว่าพี่หลิวของเอาไว้ และด้วยเพราะแผลที่ไม่ได้ใหญ่มากก็เลยไม่ต้องใช้ยาชา แน่นอนว่าพี่เค้าตื่นอยู่ตลอด..

ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ที่พวกเรามาถึง ดีที่ว่าทางมหาวิทยาลัยมีคณะแพทย์ เลยทำให้มีโรงพยาบาลขนาดเล็กอยู่ด้วย เราเลยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล

ตอนนี้พี่หลิวหลับไปแล้ว เหลือแต่ผมนี่แหละที่ยังคงนั่งมองหน้าคนที่หลับอยู่และยังคงจับมืออุ่นๆของพี่เค้าเอาไว้

"ถ้าพี่ไม่ดึงผมออกไป ก็คงจะเป็นผมสินะที่ต้องมานอนอยู่ตรงนี้.." อยู่ๆคนที่คิดว่าหลับก็ฟื้นตื่นลืมตาขึ้นมา ดวงตาเรียวรีหรี่มองผมและยิ้มให้

"ทำแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นซุเปอร์ฮีโร่รึไง"

"แล้วเท่มั๊ยล่ะ"

"กวนประสาท" แค่ตื่นขึ้นมาต่อปากต่อคำกับผมได้แค่นี้มันก็ดีมากๆแล้วล่ะ

"ไม่เป็นไรใช่มั๊ย" นิ้วโป่งใหญ่ลูบหลังมือผมเบาๆ

"อืม ขอบคุณนะครับ" ผมยิ้ม

"แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ"

"เราจะไปหาเค้ากันนะ" พี่หลิวพยักหน้ารับ รอให้นักศึกษาแพทย์เข้ามาดูอาการอีกสักหน่อย รับยาแก้ปวดแล้วเราก็พากันเดินออกไปจากห้องพยาบาลทันทีเพื่อไปหา...เธอคนนั้น

====================================================================== 

อย่าพึ่งไปไหนนะ!! เดี๋ยวมาต่อนะคะ👌 

ความคิดเห็น