facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy Deep Inside Me. 08

คำค้น : ดองกี้ Daddy Yaoi เรื่องสั้นวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 01:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy Deep Inside Me. 08
แบบอักษร

“ภัทรโอเคไหม? สบายดีหรือเปล่า?” นี่เป็นประโยคแรกหลังจากไม่ได้เจอกันนานถึงหกเดือนและย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว ดากับเยียร์พออยู่ในสถานะคนรักแล้วดูเหมาะสมกันจริง ๆ เลยครับ ข่าวคราวการแต่งงานของทั้งสองคนที่ออกไปก็กลายเป็นทอล์คออฟเดอะคันทรี่กันไปทีเดียว ซึ่งมันแตกต่างกับตอนที่แต่งกับผมมาก ตอนนั้นมันมีข่าวแค่ว่า ‘ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์’ มีแค่นี้จริง ๆ ครับ มันเลยทำให้ผมเห็นความสำคัญว่าสังคม ฐานะ มันสำคัญกับชีวิตคู่แค่ไหน

“ผมโอเคและสบายมาก ดากับเยียร์ล่ะครับ” จะไม่ถามถึงคนข้างหลังก็ดูจะเสียมารยาทไป เยียร์พยักหน้าแทนคำตอบและสายตาเขาก็เหมือนจะขอโทษผมด้วย ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเขาหรอกครับ ตอนแรกเขาทำเพื่อครอบครัวแต่สุดท้ายก็ทำเพื่อใจตัวเอง

“ดาสบายดีค่ะ”

“งั้นเข้าข้างในกันดีกว่า” ผมยิ้มแล้วเดินนำทั้งคู่มาที่ลิฟต์ ดากับเยียร์มาถึงไทยวันนี้เองครับ การเดินทางจากทวีปแอฟริกาใต้มาก็ค่อนข้างใช้เวลา ต้องพักเครื่องตามสนามบินของประเทศอื่น ๆ พอมาถึงไทยยังไม่ทันได้พัก คุณเชษฐ์ก็ส่งดากับเยียร์มาที่เกาะส่วนตัวแล้วเดี๋ยวทนายจะตามมาอีกที การหย่าของเราทนายจะเป็นคนจัดการให้ครับ ผมมีหน้าที่แค่เซ็นใบหย่าก็พอ

“พักที่ห้องนี้นะครับ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว”

“ขอบคุณนะคะ อ้อ เดี๋ยวเราไปเจอกันที่ดาดฟ้านะ ดาอยากคุยด้วย”

“อ่า ได้สิ” ผมยิ้มให้เธอก่อนเดินกลับมาที่ห้องตัวเอง ผมอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้วครับ เกิน 1 อาทิตย์แล้วตั้งแต่มา ที่บอกจะมาฉลองเพราะมีข่าวดีอะไรก็ยังไม่เห็น มีแต่เรื่องแย่ ๆ เข้ามาแทนมากกว่า แต่ที่ทำผมนอยด์หนักจนคิดว่าตัวเองมีประจำเดือนหรือไงก็คือ คุณเชษฐ์เขาหายไปเลยครับ ผมถูกงดการติดต่อและการใช้สมาร์ทโฟนชั่วคราว คุณมีนที่ดูแลผมเขาเข้มงวดมาก ๆ และไม่ชอบขี้หน้าผมมาก ๆ เช่นกัน คิดดูครับว่าจะไม่ให้ผมนอยด์ได้ไง เขาให้ผมใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนที่ไม่พอใจและรับไม่ได้กับเรื่องของเรา ขนาดจะกินข้าวก็ต้องรอแม่ครัวพ่อครัวกลับไปก่อน ผมถึงจะลงไปกิน อาหารเย็นชืดจนหมดความอร่อย ถ้าไม่งั้นก็ต้องนั่งกินท่ามกลางสายตาดูถูกดูแคลนสิครับ

“คุณใจร้ายจริง ๆ เลยนะครับ” พูดไปก็เท่านั้นครับเพราะเขาไม่รับรู้อะไรด้วย ผมนอนอยู่สิบนาทีถึงลุกออกจากห้องขึ้นไปดาดฟ้าของเพนท์เฮ้าส์ เห็นดานั่งอยู่ก่อนแล้วเลยเดินไปนั่งข้าง ๆ แต่รักษาระยะห่างนิดหน่อย ยังไงตอนนี้ผมก็ไม่ใช่สามีเธอแล้วนี่นะ

“กับคุณพ่อไปได้ดีหรือเปล่า?” ดาถามผมพร้อมรอยยิ้ม เธอไม่โกรธหรือเกลียดผมจริง ๆ หรอครับ?

“ก็คงดีมั้งครับ ช่วงนี้เขาไม่มาเลย… ว่าแต่ดาโอเคกับแบบนี้หรอครับ ไม่โกรธหรือเกลียดผมเลยหรอที่นอกใจ ไม่สิ ที่เล่นชู้กับพ่อคุณจนเกิดการนอกใจแบบนี้” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง อย่างน้อยด่าผม ตบตีผม ผมยังจะสบายใจกว่า ดาหัวเราะก่อนจะตอบผม

“ตอนแรกที่พ่อโทรมาบอกให้เลิกและหย่ากับภัทรก็งงนะคะ คิดว่าภัทรไปทำอะไรไว้แต่เดิมทีคุณพ่อไม่ใช่คนที่จะห่วงลูกสาวอะไร ดาเลยคาดคั้นจากเยียร์ถึงได้รู้ เยียร์เองก็ไม่ได้รู้มากหรอกค่ะ รู้แค่ว่าตัวเองถูกส่งมาหาดาเพื่อผลประโยชน์ของครัวแต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเรารักกันเข้าจริง ๆ”

“…”

“ดาตกใจนะที่ความสัมพันธ์ของภัทรและพ่อเป็นมากกว่านั้น แต่อีกนัยดาก็ดีใจเพราะอย่างน้อยคุณพ่อก็ได้เจอคนที่เขารักเข้าจริง ๆ สักที อายุปามาครึ่งชีวิตแต่ท่านไม่เคยรักใครนะภัทร แม้แต่กับลูกยังไม่รักอย่าหวังเลยว่าพ่อจะรักแม่ อดทนหน่อยนะภัทร พ่อดาแสดงออกเรื่องความรักไม่เก่ง เขาเลยใช้วิธีในแบบของเขา”

“วิธีที่ไม่น่าให้อภัยแบบนี้หรอครับ?”

“แต่อย่างน้อยทุกอย่างนั้นก็เพื่อภัทรนะ “

“…ผมขอจูบได้ไหม? อยากลองพิสูจน์อะไรหน่อย” ดาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล ผมเลยจูบเธอเหมือนที่ผ่านมา แต่… แต่ผมจูบเธอไม่ได้อีกต่อไป แค่ปากแนบกันผมก็โหยหาคุณเชษฐ์ อยากเจอเขาจนจะแย่อยู่แล้ว

“พ่อคุณอันตรายจริง ๆ นะครับถึงกับทำให้ผมลืมจูบของดาได้” ผมผละออกแล้วพูดบอกกับเธอก่อนจะหัวเราะ

“ภัทรก็ใจร้ายนะคะ! พูดมาได้ไงเนี่ย ดาเจ็บปวดนะ!” ดาตีไหล่ผมเบา ๆ ผมหัวเราะแล้วถอนหายใจ อย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นี่นะ

“ขอโทษที่มาขัดแต่ดาบอกอะไรกับภัทรหรือยัง” เยียร์ที่มาทีหลังเอ่ยขึ้น ผมขมวดคิ้วมองทั้งสองคนสลับกันไป ดาแทบจะฆ่าเยียร์แต่สุดท้ายก็ยอมบอกผม

“คือ… ข่าวภัทรกับคุณพ่อ เอ่อ ตอนนี้กำลังดังเลยน่ะ คุณพ่อเป็นคนปล่อยข่าวทั้งหมด” ไม่พูดเปล่าแต่ยังส่งโทรศัพท์มาให้ผม ผมรับมาดูและไล่อ่านหัวข้อข่าวรวมถึงคอมเมนต์ต่าง ๆ ยิ่งอ่านความเครียดยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เขาหายไปเป็นอาทิตย์ก็เพราะแบบนี้หรอครับ?

‘ช็อก! นักธุรกิจรุ่นใหญ่ออกปากด้วยตัวเองว่าอดีตลูกเขยคือคนรักปัจจุบันและรักกันมานานกว่าหกเดือน! นั่นหมายความว่าทั้งคู่แอบกินกันตั้งแต่แต่งงานเลยหรือเปล่า? *อ่านต่อคลิ๊ก*’ 

‘นักธุรกิจรุ่นใหญ่ เชษฐา อภิวัฒณกรณ์ ด้วยวัย 50 ปี ได้สารภาพว่าตกหลุมรักกับอดีตลูกเขย(26) สถานะทั้งคู่เป็นมากกว่าพ่อตาและลูกเขยนานกว่าหกเดือน!? *อ่านต่อคลิ๊ก*’ 

‘ผิดศีลธรรมหรือไม่ที่อดีตลูกเขยลักกินกับพ่อตาลับหลังอดีตภรรยา!? *อ่านต่อคลิ๊ก*’ 

นอกจากหัวข่าวที่พาดแล้วยังมีคอมเมนต์ต่าง ๆ ที่ต่อว่าผมอยู่ฝ่ายเดียว

‘ไม่แปลกที่จะเข้าหา พ่อตาทั้งหล่อทั้งรวย เป็นกูก็เอาวะ’ 

‘แต่งกับลูกแต่เข้าหาพ่อ มองออกกก’ 

‘เชรดด มันมีคนแบบนี้อยู่จริงดิ’ 

‘น่ากลัววววว’ 

และอีกมากมายที่อ่านแล้วโคตรเจ็บใจและเสียใจเลย เข้าใจว่านี่มันสังคมโซเชียล แต่แบบพิมพ์ด่ากันสนุกมือโดยที่ไม่รู้เลยว่ามันจริงแท้แค่ไหน แล้วทำไมถึงมีรูปของคุณเชษฐ์ที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ที่ว่าทำข่าวหลุดเองนี่มันเรื่องจริงสินะ ที่เขางดผมใช้โทรศัพท์ก็เพราะแบบนี้ใช่ไหม?

“ภัทรโอเคหรือเปล่า?”

“ผมไม่โอเคครับดา พ่อของคุณทำเกินไปจริง ๆ ผมกลับไปอยู่ที่นั้นไม่ได้อีกแล้ว” คืนโทรศัพท์ให้เยียร์แล้วยกมือกุมขมับทั้งสองข้าง ไม่ไหว มันมากไป ผมรับมันไม่ไหวจริง ๆ ครับ สมัยนี้สังคมโซเชียลส่งผลกระทบมากกว่าที่คิด ผมคงไม่มีหน้าออกสู่สังคมแล้ว

“เพราะคุณพ่อรู้ไงคะว่าถ้าทำออกมาแล้วผลจะเป็นยังไง ท่านถึงสู้อยู่คนเดียวแล้วให้ภัทรพักอยู่ที่นี่ เชื่อดานะว่าคุณพ่อเขาทำเพื่อภัทร เพื่อให้ภัทรยืนข้างเขาในฐานะคนรัก” ดาบีบมือผมแล้วลุกเดินกลับเข้าไปพร้อมเยียร์ ผมเอนตัวลงนอนบนเก้าอี้ตัวเดิมแล้วนึกถึงคนที่อยู่ห่างไกล แม้เราจะอยู่ในประเทศเดียวกันแต่สถานที่ที่เราอยู่มันคนละที่เลย ผมดีใจนะที่เขารักผมเหมือนที่ผมรักเขา แต่วิธีการของเขา… ผมไม่ค่อยโอเคว่ะ

วันต่อมา 

ทนายผมและทนายของดามาถึงแล้ว เราไม่ได้พูดคุยหรืออะไรมากนัก แค่ต่างคนต่างเซ็นใบหย่าเป็นอันจบเพราะที่เหลือทนายจะทำให้เอง ทนายผมก็คือทนายของคุณเชษฐ์ เขาทำทุกอย่างตามคำสั่งและเงินที่ได้อยู่แล้วครับ ผมเลยไม่ห่วงตรงนั้นแต่ที่ผมห่วงก็คือ…

“ไปงานแต่งดานะคะ”

“ไปนะครับ อย่างน้อยก็ถือว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน” คือสองสามีภรรยาที่จดทะเบียนปุ๊บปั๊บหลังหย่านี่สิครับ ชวนผมไปงานแต่งของพวกเขาทันที มันก็จะแปลก ๆ นะที่ผมต้องเห็นอดีตภรรยาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งและคงดูสวย ดูเหมาะสม ผมจะไปดูให้เจ็บเล่น ๆ ทำไมกันเล่า

“ห้ามปฏิเสธนะคะ” จะอ้าปากขอบายก็ถูกจับได้ทันที นี่สินะข้อเสียของการคบกันมานาน ผมเลยหันไปทางเยียร์หวังให้เขาเข้าใจ

“มาเถอะครับ” แต่ไม่ช่วยอะไรเลย ผมเลยต้องพยักหน้าแล้วมองพวกเขาขึ้นฮ. กลับไปในเมือง ส่วนผมหุบยิ้มแล้วหันหลังเดินเข้าเพนท์เฮ้าส์ ข่าวคราวของผมกับคุณเชษฐ์ยังคงมีกระแสต่อเนื่อง มีหลายคนที่ออกมาบอกว่าเคยเรียนกับผม ผมไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย เห็นผมเป็นเด็กตั้งใจเรียน สงสารดาที่คบมาแต่มัธยม บลาๆๆ บางคนถึงขั้นขุดประวัติหวังหาเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ มาโจมตี แต่พอไม่มีก็เอาเรื่องครอบครัวผมมา

ผมตั้งคำถามกับตัวเองนะครับว่าการที่ผมไม่มีชาติตระกูล ไม่มีเงินทอง ไม่มีหน้าตาทางสังคม ผมจำเป็นต้องเลวระยำและโดนหนักขนาดนี้เลยหรอ? ผมไม่ใช่ดาราที่เป็นคนสาธารณะ แต่ผมเป็นคนธรรมดาที่ดันแต่งงานกับคนรวย ระยะเวลาที่คบและสร้างตัวมามันยังพิสูจน์ไม่ได้อีกหรอว่าผมรักดาจริง แต่นั่นแหละครับ ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ได้แล้ว พูดไปก็เหมือนสร้างภาพให้ตัวเองดูดี ที่ผมทำได้ตอนนี้คือนั่งอ่านข่าวที่ปล่อยออกมาไม่หยุดหย่อน คลิปสัมภาษณ์ กระทู้ที่คนตั้ง ทวีตนา ๆ และคอมเมนต์ทั้งหมด

บทเรียนในครั้งนี้มันสอนผมหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าคุณจะดังหรือไม่ดัง จะมีหน้าตาทางสังคมหรือไม่ หากคุณได้เป็นประเด็นแล้ว ผู้คนในโซเชียลจะพร้อมใจกันเข้ามามีบทบาทเสมือนว่าตัวเขาน่ะรู้ดีที่สุด พยายามหาข้อความต่าง ๆ มาโพสต์เพื่อเอายอดรี ยอดกดไลก์ ยอดแชร์ ยอดคอมเมนต์ โดยไม่สนว่ามันจะมีมูลจริงมากน้อยแค่ไหน ขอแค่โพสต์ตัวเองได้รับความนิยมมันก็เหมือนได้ดัง เกาะกระแสต่อไปเรื่อย ๆ

แปลกนะครับที่พวกเขามีความสุขบนความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ พิมพ์คำด่าทอและดูถูกราวกับผมไปฆ่าครอบครัวเขา เอาประเด็นที่ผมไม่มีครอบครัวเข้ามาเอี่ยว บอกว่าเพราะไม่มีพ่อแม่ไงเลยไม่มีใครสั่งสอน เห้ย แรงไปไหม? ยังดีที่มีคนเข้ามาบอกว่าอย่าเอาพ่อแม่มาเล่น คนตายไม่เกี่ยว นอกจากประเด็นของผมจะร้อนระอุแล้ว การอวยเรื่องการแต่งงานของเยียร์และดาก็ตีคู่กันมาติด ๆ

‘ทายาทธุรกิจเพชรพันล้านเข้าสู่ประตูวิวาห์กับลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ของประเทศ *อ่านต่อคลิ๊ก*’ 

‘เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกกับคู่บ่าวสาวฟ้าแลบ ‘เยียร์ ยุทธิกรณ์ – ดา ดาวิณี’ เปิดใจที่นี่! *อ่านต่อคลิ๊ก*’ 

ผมแค่นยิ้มแล้วกำสมาร์ทโฟนในมือแน่น ผมให้ดาเอามาให้น่ะครับเพราะถ้าผมขอเอง ผมคงไม่ได้มาดูข่าวพวกนี้ ไหนดาบอกว่าพ่อของเธอสู้เพื่อผมอยู่ไง ทำไมผมเจอแต่ข่าวที่โจมตีผมอยู่เรื่อย ๆ ผมรู้สึกว่าผมกำลังอยู่คนเดียวท่ามกลางความโหดร้าย อยากร้องครับแต่ร้องไม่ออก มันอื้อ ๆ ยังไงไม่รู้สิ ผมลุกขึ้นยืนวางสมาร์ทโฟนไว้หัวเตียงแล้วขึ้นมาดาดฟ้า ขอนอนมองทะเลแล้วคิดว่าเส้นทางชีวิตต่อจากนี้ผมจะทำยังไงกับมันดี?

นอนได้ไม่ถึงยี่สิบนาที ผมได้ยินเสียงฮ. ขับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ก่อนจะเห็นฮ. ที่แสนคุ้นตาลงจอดที่จุดของมัน คนที่เดินลงมาคือคุณเชษฐ์และเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับผมพอดี เขายิ้มแต่ผมยิ้มไม่ออกเลยหนีมานั่งอีกฝั่งของดาดฟ้า ผมไม่อยากเห็นหน้าเขาเลยครับ ยังไม่พร้อมจะรับมือและไม่รู้ว่าควรทักทายเขายังไงดี

แกร๊ก… 

มาแล้ว เสียงประตูที่เป็นทางเชื่อมระหว่างดาดฟ้ากับบ้านของเขาดังยามถูกเปิด ผมไม่มองเพราะรู้ว่าใครเปิดมัน บอกผมทีว่าผมควรทำตัวยังไง?

“นายโกรธฉันสินะ” ที่ว่างข้างกายถูกจับจองด้วยผู้ชายที่ผมไม่ได้เห็นหน้ามาระยะหนึ่ง ผมไม่ตอบแล้วลุกขึ้นยืนก่อนทักคุณคิดส์ที่ติดสอยมาด้วย

“สวัสดีครับพี่คิดส์ พี่กินอะไรมาหรือยังครับ?”

“เอ่อ…” คุณคิดส์ดูช็อกที่ผมเมินคุณเชษฐ์มาหาเขา ผมไม่รู้ว่าตอนนี้คุณเชษฐ์มองมาด้วยสายตาแบบไหน แต่จากสีหน้าพี่คิดส์แล้ว… ก็คงหนักน่าดู

“มาหาฉัน…เดี๋ยวนี้” เสียงของคุณเชษฐ์แข็งมากและไม่พอใจมาก ๆ ผมทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะเดินมาหลบหลังคุณคิดส์

“พี่คิดส์ไม่หิวหรอครับ? พ่อบ้านทำอาหารไว้เยอะมากเลยนะพี่”

“ภัทร!” แอบใจแป้วเหมือนกันครับที่เขาดูโกรธและดูหึงขนาดนี้ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ นอกจากเมิน ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่สนใจแล้วคุยกับคุณคิดส์แทน

“พี่คิดส์…”

“ภัทรพงศ์!” เรียกชื่อจริงเลยแฮะ ผมโผล่หน้าไปมองเขาด้วยสายตาเฉยชาไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจอะไรที่ได้เจอเขา ซึ่งต่างจากคุณเชษฐ์ที่จ้องผมเขม็ง “ออกห่างจากคิดส์เดี๋ยวนี้!”

“ไม่เอาครับ” ว่าแล้วก็กอดแขนคุณคิดส์ คนคนนี้เลยกลายเป็นคนแช่แข็งไปโดยปริยาย คุณเชษฐ์ดูหัวเสียมากแต่ยังไงผมก็ไม่ยอมอ่อนให้เขาหรอก เขาต้องขอโทษผมที่ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย “คนที่ผิดคือคุณนะครับ คิดเอาว่าทำอะไรไว้” ผมบอกก่อนจะผละออกจากคุณคิดส์ หันไปขอโทษที่ดึงมาเอี่ยวก่อนหันมองคนแก่ใจดำที่ยืนตาลุกเป็นไฟ

“เกลียดคุณในอนาคตข้างหน้าหรอ ที่ว่ามาหมายถึงเรื่องนี้ใช่หรือเปล่าครับ? ผมไม่เกลียดหรอกเพราะผมรักคุณแต่ผมโกรธที่ทำอะไรไม่ปรึกษา! ทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวแล้วรองรับคำด่ามากมายจากโลกโซเชียลคนเดียว! ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าเลยนะ! ผมโคตรจะโกรธคุณเลยคุณเชษฐา!” ชี้หน้าเขาแล้วเดินกลับเข้ามาพร้อมปิดประตูสุดแรง ไม่สนแล้วโว้ย ยอมบ่อยจนได้ใจเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะสอนให้เองว่าหน้าที่ของสามีที่ดีมันควรทำอะไรบ้าง! ถึงผมจะยังไม่เคยทำให้ดาเลยก็เถอะแต่ผมรู้ไง! หงุดหงิด ๆ อยากซดเหล้าชะมัด!

ความเงียบปกคลุมดาดฟ้าทันทีที่ภัทรกลับเข้าเพนท์เฮ้าส์ เชษฐากัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันแล้วมองคนสนิทที่ยืนก้มหน้า คิดส์รู้สึกว่าชะตาชีวิตตนเองสั้นลง

“ฉันสั่งว่ายังไง? ห้ามให้ภัทรใช้โทรศัพท์เด็ดขาด… แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง?” เชษฐาก้าวเท้าเข้าหาคนสนิทแล้วเอ่ยถามเสียงเย็นที่สามารถกระชากวิญญาณคิดส์ได้เลย

“ผมจะตามหาตัวคนละเมิดคำสั่งให้เองครับบอส!”

“ฉันให้เวลาแกสามสิบนาที หลังจากฉันง้อเมียเสร็จ ฉันต้องได้คำตอบ”

“ครับบอส!” คิดส์ขานรับคำสั่งเสียงดังพร้อมยืนตัวตรง เชษฐาตบไหล่คนสนิทเบา ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปข้างในเพนท์เฮ้าส์ คิดส์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนต่อสายหาเหล่าการ์ดที่อยู่บนเกาะให้มารวมกันที่ลานฮ.

ผมเมินคุณเชษฐ์ตั้งแต่เขาตามผมเข้ามา เขาพยายามเข้าหาผมนะครับและเหมือนจะอธิบายอะไร ๆ หลายอย่างด้วยแต่ผมไม่ฟัง ไม่ใช่ไม่อยากฟังแต่ผมอยากเอาคืนก่อน ทิ้งผมอยู่คนเดียว ผมคิดถึงและโหยหาเขาแค่ไหนเขาจะรู้หรือเปล่าเถอะ

“ฉันทำอะไรผิด?”

“ยังจะถามอีกหรอครับ?” ถามกลับทั้งที่ไม่มองหน้า ผมได้ยินเขาถอนหายใจ ผมเลยตวัดสายตามองเขาแต่พอเขาสะดุ้ง ผมก็เกือบหลุดโป๊ะหัวเราะแล้วครับ ก็นะ คนเข้มงวดแบบเขามาสะดุ้งโหยงแบบนี้มันก็น่ารักไปอีกแบบนี่ครับ

“ฉันขอโทษแล้วฟังฉันอธิบาย” เขาเข้ามาหาผมที่เตียงแล้วนั่งลงตรงที่ว่าง ผมนอนเล่นสมาร์ทโฟนอยู่เลยแกล้งเหลือบสายตามอง พยักหน้าเป็นอันว่าอธิบายมาสิ คุณเชษฐ์เท้าสองมือคร่อมตัวผมแล้วโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเราแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดจมูกผม ผมใจเต้นแรงมากและอยากจะจูบเขาเดี๋ยวนี้เลยแต่ผมต้องเก๊กไว้ก่อนครับ

“คำอธิบายทั้งหมดมันอยู่ที่ ฉันรักนาย ฉันถึงทำทุกอย่างหวังได้รับคำชมจากนาย” ผมเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินคำว่า ‘ฉันรักนาย’ ออกจากปากของเขา “ฉันส่งเยียร์เพื่อให้เยียร์กันดาออกไป ฉันพานายมาเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวเพราะฉันตั้งใจจะขังนายไว้ที่นี่…” จบประโยคนี้ ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าที่ศีรษะของผมแล้วยกขึ้นพลางปลายนิ้วกดนวดพาผมรู้สึกดีและผ่อนคลายอย่างมาก

“ฉันรู้ว่าผลที่ออกมาคือสังคมต่อว่านาย ด่าทอนาย นายจะไม่มีที่ยืนนอกจากที่นี่ ที่ที่ฉันเห็นนายได้ ที่ที่ฉันรักกับนายตรงไหนก็ได้และเป็นกรงที่ฉันตั้งใจจะกักขังนายไปจนกว่าเรื่องราวจะซาลง” เขาระบายยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงบนจมูกผมแผ่วเบา หัวใจผมเต้นแรงมากจริง ๆ ครับ เขาจะขังผมนะ ทำไมผมต้องมารู้สึกดีกับคำพูดแบบนั้น นี่ผมบ้าไปแล้วหรือไง?

“ฉันสบายใจที่นายอยู่ที่นี่ ตัดขาดจากโลกภายนอก ใช้ชีวิตกับฉันที่นี่ ฉันและนายจะเป็นสามีภรรยาที่น่าอิจฉาที่สุด”

“…ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้นครับ?” คุณเชษฐ์หัวเราะแล้วกดจูบผมแผ่วเบาโดยไม่รุกล้ำใด ๆ

“เพราะฉันรักนายมากที่สุดในโลก”

“ฮึ เหมือนเด็กเลยนะครับ” ผมหลุดหัวเราะแล้วเอียงหน้าหลบริมฝีปากเขา ทำให้ริมฝีปากที่ผมโหยหาแปะลงบนแก้มแทน

“มีภรรยาเด็กกว่ายี่สิบกว่าปี ฉันก็ต้องปรับตัวบ้าง”

“เข้าใจแล้วครับ” หันกลับมองเขาแล้วยิ้มนิด ๆ “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะรักคุณมากที่สุดในโลกเหมือนกัน”

“เป็นเรื่องทีดี” คุณเชษฐ์ยิ้มก่อนเขาจะช้อนตัวผมให้ลุกขึ้นนั่งแล้วดึงยกไปแปะบนตักเขา เหมือนเป็นคนช่วงล่างพิการเลยผมที่ต้องให้คนช่วย “แต่งงานกับฉันไหม?” อยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมา สองแขนที่โอบกอดผมกระชับแน่นแต่ไม่รู้สึกอัดอัดเลย ผมมองหน้าเขาอึ้ง ๆ คือตอนนี้มันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก แค่นี้เขาก็ให้ผมมากแล้วนะ แล้วยังจะแต่งงานกันอีกหรอ?

“ถ้าผมบอกไม่ล่ะ?”

“ฉันจะบังคับให้นายแต่ง”

“แล้วถ้าผมตกลง?”

“ฉันจะรักนายมากที่สุดในจักรวาล” ผมหัวเราะกับคำที่ออกจากปากเขา มันโคตรจะไม่เข้าเลยแต่เพราะเขาน่ารัก ผมจะให้อภัยแล้วกัน ผมหัวเราะจนพอแล้วพยักหน้าสบตากับเขา

“ตกลงครับ ผมจะแต่งงานกับคุณเชษฐ์ แต่งงานกับแด๊ดดี้ แต่งงานกับพี่ฐา แล้วถ้าแต่งเสร็จแล้ว… ผมควรเรียกว่าอะไรดี?”

“ตามใจหนูภัทร อยากเรียกอะไรก็เรียก” ผมเม้มปากเพราะต้องซ่อนยิ้มแล้วซบหน้ากับไหล่กว้าง โว้ย ทำไมต้องใช้คำแบบนั้นกับผม เด็กดีบ้างล่ะ เด็กน้อยบ้างล่ะ ตอนนี้มาหนูภัทรแล้ว นี่เขากะจะฆ่ากันให้ตายเลยหรอ คุณเชษฐ์หัวเราะก่อนเขาจะยุกยิกที่กระเป๋ากางเกง ผมเลยผละมองว่าเขาทำอะไรแล้วก็เห็นว่ามันคือกล่องกำมะหยี่สีแดง เขาเปิดมันด้วยการใช้ปลายนิ้วโป้งดันฝาออก แหวนสีทองแบบเดียวกับผมแต่มีขนาดใหญ่กว่าเสียบอยู่ตรงกลาง

“ฉันสวมให้นายแล้ว ถึงตานายสวมให้ฉัน”

“ด้วยความยินดีเลยครับ” ผมหยิบแหวนออกมาแล้วจับมือซ้ายคุณเชษฐ์ขึ้นมาจูบที่หลังมือก่อนจะสวมแหวนที่นิ้วนางซ้ายให้เขา สวมเสร็จทาบมือซ้ายของตัวเองที่มีอหวนแบบเดียวกัน

“…ในที่สุดฉันก็ได้สวมแหวนแต่งงานกับคนที่ฉันรักสักที”

“ขอบคุณนะครับที่รักผม” ผมยิ้มกว้างที่สุดในรอบปีและเป็นยิ้มที่ออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ คุณเชษฐ์กอดผมก่อนพลิกตัวผมนอนลงแล้วทาบริมฝีปากลงมา สองมือสอดประสานกันก่อนมือผมจะถูกกดรวบลงบนที่นอน เราจูบกันนานมากและนัวมากกว่าครั้งไหน คงเพราะรอบนี้เราห่างกันมากกว่าหนึ่งอาทิตย์ล่ะมั้ง พอจูบเสร็จเราต่างถอนจูบออกจากกันแล้วพักหายใจ

“ผมมีเรื่องจะขอ… คุณทำให้ผมได้หรือเปล่า?”

“ว่ามาสิ”

“ทุกเรื่องนะครับ ห้ามเกี่ยง”

“ตกลง” เขานอนลงข้างผมก่อนรวบตัวผมไปกอด ผมกอดเขาก่อนเกยคางบนอกกว้างแล้วยกมือลูบตามสันกรามที่เริ่มมีตอหนวดโผล่มาแล้ว

“ในเมื่อคุณรักผมแล้ว ผมอยากให้คุณหันไปรักครอบครัวบ้าง”

“…” คุณเชษฐ์ตึงทันที ผมยิ้มก่อนขยับขึ้นมานั่งคร่อมตัวเขา จับฝ่ามือทั้งสองมาแนบแก้มแล้วพยายามทำตัวน่ารักที่สุด อ้อนให้ได้มากที่สุด

“คุณอาจจะเกลียดแม่ของลูก แต่คุณอย่าลืมนะครับว่าพวกเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกเลย พวกเขาไม่ผิดนะครับ ผมที่เกิดจากครอบครัวไม่พร้อม ไม่ต้องการ ผมเข้าใจความเจ็บปวดลึก ๆ ของพวกเขาดี”

“…”

“อย่างน้อยยังไม่ต้องรัก แต่ปรับความเข้าใจก่อนที่ดาจะแต่งงานได้หรือเปล่าครับ? ถือซะว่าเป็นของขวัญแต่งงานให้ลูกสาว”

“…”

“นะครับ…ที่รัก” โว้ย อายปาก คันยิบ ๆ ที่ใจแต่คนข้างใต้กลับยิ้มร้ายและเปลี่ยนมาอยู่ด้านบนแทน ผมกระพริบตาปริบ ๆ หวังใช้ความอ้อนที่เหลืออยู่ให้หลุดพ้นจากตรงนี้ แต่ผมผิดเองที่ดันเรียกเขาว่าที่รัก คุณเชษฐ์จัดการรักผมอย่างดุเดือดและเผ็ดร้อน หนึ่งอาทิตย์ที่ห่าง ถูกเติมเต็มจนล้น นี่สินะครับสามีแก่ แรงดีและดุหนักเวลาไม่ได้ทำนาน ให้ตายสิ รู้งี้ผมแกล้งให้เขาง้อต่อก็ดี ไม่น่ารีบใจอ่อนเลยโว้ยไอ้ภัทร!

บนเตียงที่ว่างเปล่าแต่ทิ้งคราบของร่องรอยศึกรักไว้เต็ม เป็นหลักฐานชั้นดีว่าคนที่นอนเตียงนี้ทำอะไรกัน เสียงครวญครางดังสะท้อนออกจากห้องน้ำที่เปิดประตูอ้าไว้ ควันของน้ำอุ่นลอยคลุ้งออกมาก่อนจางหายไป เชษฐาและภัทรใช้เวลาด้วยกันในห้องน้ำต่อจากเตียงนอน สองมือของภัทรเกาะขอบอ่าง ปลายเท้าขวาที่ยกเหยียบขอบอ่างเหมือนกันจิกลงกันลื่นในขณะที่เท้าซ้ายจิกกับพื้นห้องน้ำ

เชษฐาผู้คุมเกมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังก้มมองส่วนที่เชื่อมต่อกันอย่างพึงพอใจ สองมือหยายจับเอวภัทรไว้แน่นขณะที่เคลื่อนสะโพกนำพาส่วนแข็งขืนเข้าออก ปากทางโดยรอบมันอ่อนนุ่มและยวบนิ่มจนยืดติดกับส่วนแข็งขืนสีเนื้อทุกครั้งที่ขยับออก เขาคงใช้งานมันมากเกินไปหรือเปล่านะ? ส่วนแก้มก้นขาวทั้งสองจากที่เคยแน่นตึงก็เริ่มนิ่มและเหลวขึ้นจากการถูกขยำทุกครั้งมันถูกใจเขานัก เชษฐาพรมจูบตามแผ่นหลังขาวแล้วเร่งจังหวะพาตนเองและคนรักสู่ปลายทาง

เมื่อทั้งคู่เสพสมจนพอใจและอิ่มหนำก็พากันอาบน้ำและย้ายไปนอนห้องสำรองแทน ภัทรถูกวางลงบนเตียงแผ่วเบาก่อนผ้าห่มผืนหนาจะถูกดึงคลุมถึงคอ เชษฐาจูบที่ขมับ แยกตัวออกมาหยิบสมาร์ทโฟนต่อสายหาใครบางคน

“หาห้องอาหารทีดีที่สุดและเรียกชณินกับดามาพบฉันในอีกสามวัน” ตัดสายทันทีที่สั่งงานเรียบร้อย แล้วต่อสายหาคนอีกคนที่เขาต้องให้จัดการกับปัญหาที่เกิดตอนนี้ “จัดการคนที่คอมเมนต์ด่าภรรยาฉันเสีย ๆ หาย ๆ ดึงตัวออกมาสักสามคนแล้วจัดการเชือดไก่ให้ลิงมันดู” กล้าแตะคนรักของเขาก็ต้องกล้าที่จะรับผลกระทบที่ตามมา กะจะปล่อยผ่านให้เรื่องเงียบแต่ภัทรกลับคิดมากเพราะพวกมัน เขาก็ต้องจัดการเด็ดขาด คนของเขา เขาแตะต้องได้คนเดียว

TBC… 

ความคิดเห็น