facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy Deep Inside me. 06

คำค้น : ดองกี้ Daddy Yaoi เรื่องสั้นวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2563 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy Deep Inside me. 06
แบบอักษร

ระยะเวลาของการเดินทางผ่านมาหกเดือน ครึ่งปีของกำหนดเวลาที่คุณเชษฐ์ตกลงกับดาไว้แต่ที่น่าแปลกก็คือผมกับดาเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากผมได้รับสายตอนอยู่ญี่ปุ่น ทางข้อความ แชทต่าง ๆ กลับเงียบกริบ มันน่าแปลกที่ผมไม่ได้คิดถึงหรือโหยหาเธอเลย เพราะหกเดือนนี้ผมก็ได้รับการเติมเต็มจากคนคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของผมกับเขามันน่าทึ่งมาก ๆ จากตอนแรกผมมองว่ามันน่ากลัวแต่ตอนนี้กลายเป็นน่าทึ่งและน่าเหลือเชื่อไปเลย

จริงอยู่ที่เรายังคงหลบ ๆ ซ่อน ๆ ต่อไปแต่มันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลยนะครับ ผมมีความสุขกับเขาทุกคืนที่ได้นอนด้วยกัน ได้เที่ยว ได้ดินเนอร์ จนส่วนหนึ่งของความรู้สึกผมผูกพันกับเขาไปแล้ว และใช่ครับ… ผมว่าผมรักคุณเชษฐ์เข้าแล้ว จากที่นอกแค่กาย ตอนนี้ผมพ่วงนอกใจด้วยแล้ว อ้อ อีกหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนในเวลาหกเดือนก็คือ… เซ็กซ์ของพวกเราครับ ก็…ตั้งแต่เอาท์ดอร์ครั้งนั้น ผมรู้สึกว่าการทำนอกสถานที่หรือสถานที่ใหม่ ๆ มันก็ไม่เสียหายอะไร น่าตื่นเต้นและตอบสนองความต้องการผสมความปรารถนาที่มากขึ้นได้ดี คุณเชษฐ์เองก็สมใจเขามากล่ะ เขาสารภาพว่าอยากจะทำกับผมได้ในทุก ๆ ที่ หกเดือนที่ความลับและความสัมพันธ์เราเกิด ผมเริ่มจะเป็นภัทรอีกคนไปแล้วล่ะครับ

“ดูมีความสุขจังเลยนะครับ” แต่นอกจากความสุขก็ยังมีมารอยู่นะครับ พี่ชณินยังอยู่และไม่ได้ไปไหนไกล เพียงแต่เขาไม่ได้แตะต้องผม มีแต่ใช้คำพูดมากกว่า

“ครับ ผมมีความสุข” ผมยิ้มรับก่อนดื่มน้ำในแก้ว อีกเดี๋ยวคุณเชษฐ์ก็กลับมาแล้ว ผมต้องไปรอรับเขา คือตอนนี้ถ้าเป็นที่บ้าน เราจะแสดงออกกันมากเลยครับ คนของคุณเชษฐ์ก็คือรู้เรื่องนานแล้วและนั่นคือเหตุผลที่เราไม่ได้ปิดบังขณะอยู่บ้าน

“ไม่ละอายใจบ้างเลยหรอครับน้องเขย”

“ละอายครับ แต่พี่ชณินจะให้ผมทำยังไงในเมื่อผมรักพ่อของคุณ” ความจริงของผมทำพี่ชณินนิ่งค้างแล้วผมก็ไม่คิดจะพูดหรืออธิบายอะไรต่อนอกจากเดินกลับขึ้นห้อง ผมยังไม่ได้บอกคุณเชษฐ์เกี่ยวกับความรู้สึกผมตอนนี้ ผมกลัวว่าเขาจะตีตัวออกห่าง แม้เขาจะเคยบอกว่าไม่ได้จะหยุดอยู่แค่ชายชู้ก็ตาม อะไร ๆ มันก็เปลี่ยนกันได้นี่ครับ มันเลยไม่แปลกที่ผมจะกลัว

“…ตอนนี้ชีวิตแกมันเดินไปทางไหนวะภัทร” ผมมองตัวเองในกระจกแล้วเอ่ยถามกับเงาที่สะท้อนมา คือหกเดือนที่ผ่านมานี้ชีวิตผมมันเดินไปคนละทางกับที่เคยวางกับดาไว้มาก ๆ จากที่เคยมีดากลายเป็นมีคุณเชษฐ์แทน ผมถอนหายใจก่อนเดินมาที่เตียงแล้วล้มตัวนอน ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ไปทำงานเพราะเช้ามาลุกไม่ไหวครับ สาเหตุจากอะไรคงรู้กันดีและผมก็ยังรู้อีกว่าเริ่มมีข่าวแย่ ๆ เกี่ยวกับผมเกิดขึ้นในบริษัท ว่าผมมีชู้เลยไม่มาทำงาน เขาบอกว่าเซ้นท์ผู้หญิงน่ะครับ ก็จริง ผมมีชู้แต่แค่ชู้ผมไม่ใช่ผู้หญิง แถมยังเป็นเจ้านายของพวกเขา ผมไม่รู้นะครับว่าความจะแตกตอนไหนแต่ที่แน่ ๆ ผมมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นาน ไม่รู้สิ ช่วงนี้ผมรู้สึกแปลก ๆ บ่อยครั้งด้วยน่ะนะ จะตีโพยตีพายไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

17:00 น. 

รถเบนซ์สี่ประตูสีดำสามคันขับกลับมาแล้วและคันตรงกลางก็คือคุณเชษฐ์ที่ก้าวลงมา ผมยิ้มให้เขาจากตรงระเบียงแล้วค่อยกลับเข้ามาข้างในก่อนเดินออกไปหาเขาแต่ไม่ทันได้ลงไปชั้นล่างเลยครับ แค่มาถึงบันไดผมก็ได้เจอเขาแล้ว

“หายดีแล้วหรือไง?” คุณเชษฐ์รั้งเอวผมเข้าหาก่อนเอ่ยถามแล้วกดริมฝีปากลงบนแก้มผม ผมเห็นพี่ชณินมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนที่เขาจะเดินออกจากบ้านไป

“ก็ดีขึ้นจนเดินเหินสะดวกครับ แล้ววันนี้ทำไมกลับไว” ผมผละออกก่อนจะรับสูทตัวนอกมาถือไว้รวมถึงกระเป๋าทำงานของเขา ในนี้มีเอกสารสำคัญอย่างพวกหุ้นของธุรกิจใหญ่ ๆ แล้วก็สัญญาการร่วมงานกันระหว่างประเทศ

“อยากกลับมากกนาย” คำตอบของเขามันช่างซื่อตรงและโลมเลียจริง ๆ สายตาของเขาที่มองผมตอนนี้บอกผมหมดทุกอย่างแล้วว่าคืนนี้ผมเสร็จเขาอีกแน่นอน

“พักกันบ้างเถอะครับ ทำกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรอ”

“ฉันว่านายบอกให้พักทุกครั้งแต่ไม่ใช่นายหรอกหรอที่ร้องขอฉันทุกครั้งเลย” คุณเชษฐ์ใช้สายตาล้อเลียนมองผมพร้อมรอยยิ้ม

“ก็เพราะคุณมาทำให้ผมรู้สึกแล้วปล่อยค้างทำไมล่ะครับ” ผมสวนกลับแล้วเปิดประตูห้องคุณเชษฐ์เข้าไป ผมเอาเสื้อสูทไปพาดไว้บนเก้าอี้ทำงานกับเอากระเป๋าวาง ไม่ทันจะได้หมุนตัวหันกลับเลยครับ อ้อมกอดหนัก ๆ ของเขาก็สวมกอดผมจากด้านหลัง ใบหน้าซุกเข้าที่คอก่อนความเจ็บเบา ๆ ที่คอจะเกิด เอะอะคือกัดคอผมตลอด ผมบ่นกับเขาหลายรอบแล้วครับว่าอย่าทิ้งรอยไว้มาก ผมขี้เกียจทารองพื้นเพราะตอนนี้ผมใช้รองพื้นของดาหมดไปหลายขวดแล้ว ซื้อคืนจนที่ร้านแซวว่าผมเป็นสามีที่น่ารัก ซื้อรองพื้นให้ภรรยาแต่เปล่าเลย ซื้อมาทาเองต่างหาก อีกประเด็นของรองพื้นคือมันเปื้อนคอเสื้อไงครับ ผมไม่ชอบ

“คืนนี้ผมขอพักนะ อ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับ” พูดยังไม่ทันขาดคำ คุณเชษฐ์ก็ล้วงมือเข้ามาในกางเกงเพื่อสัมผัสกับส่วนอ่อนไหวของผม ผมจิกปลายเท้าลงกับพื้นห้อง งอตัวเล็กน้อยยามฝ่ามือหยาบขยำส่วนนั้น ทำไมผู้ชายอายุอย่างคุณเชษฐ์มีความต้องการมากขนาดนี้ครับ? ปกติวัยนี้ไม่น่าจะมีแรงแล้วนี่! หรือต้องใช้ประโยคที่ว่า ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข’ กับคนคนนี้ครับ?

“ถ้าไม่ทำ ต้องเป็นเด็กดีของฉันนะรู้ใช่ไหม?”

“อือ รู้ครับ…” ผมเอนพิงอกเขาพร้อมหอบหนัก คุณเชษฐ์หอมขมับผมก่อนยอมผละออกแต่โดยดี ผมเท้าสองมือลงบนโต๊ะทำงานของเขาแล้วปรับลมหายใจกลับเป็นปกติ อารมณ์ที่ถูกปลุกยอมหายไปผมก็จัดการกับกางเกงให้เข้าที่แล้วหันมองเขาตาขวาง แต่อย่าคิดว่าเขาสำนึกนะครับ เขายังมองผมด้วยสายตาล้อเลียนอยู่เลย

“มานี่มา” ตบที่ว่างข้างตัวเบา ๆ พลางปลดเนกไทไปด้วย ผมถอนหายใจแล้วเข้าไปถอดให้เขา เป็นไงครับ ผมพัฒนาขึ้นมากหรือเปล่า ตอนนี้ผมทำตัวเหมือนภรรยาเขามากจริง ๆ มีหึงมีหวงนะครับเวลาเห็นสาว ๆ เข้าหาเขาแต่ผมไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปหึงหวงต่อหน้าได้ ได้แต่คุยกันตอนอยู่สองคน ผมรู้ว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงที่เข้าหาแต่พวกเธอสวย มีชาติตระกูล ควงยังไงก็ไม่อาย ผมจะไปสู้อะไรได้ละครับนอกจากจะไม่มีอะไรแล้ว ยังมีคำว่า ‘ลูกเขย’ แปะหน้าผากตัวโต ๆ

“มีอะไรครับ?” ผมถามเขาหลังจากปลดเนกไทออกแล้ว ผมม้วนมันวางลงบนโต๊ะหัวเตียงก่อนไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก เขาต้องไปอาบน้ำครับ ทำงานมาทั้งวันแล้วก็ควรจะล้างคราบไคลออก ถึงจะอยู่แต่ห้องแอร์ก็เถอะ

“ของขวัญฉันยังอยู่ดีสินะ?” คุณเชษฐ์คว้ามือขวาผมไปแล้วจับดู เขากดริมฝีปากลงบนแหวนทองสลักชื่อเจ้าของแหวนที่สวมบนนิ้วนางข้างขวา เขาให้ผมเมื่อวันที่เรามีความทรงจำเอาท์ดอร์กันน่ะครับ เขาบอกว่าเป็นของขวัญ ซึ่งผมไม่คาดคิดว่าเขาจะให้แหวนผม

“ผมไม่ได้ถอดเลย สบายใจได้ครับ” ผมยิ้มให้เขาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง มันเป็นไปได้ใช่ไหมครับที่เราจะรักใครอีกคนโดยที่เราแต่งงานแล้ว? ฟังดูชั่วจริง ๆ แต่นั่นมันคือตัวผม ผมรักคุณเชษฐ์แล้วและไม่รู้ว่าความรักของผมจะต้องอยู่แบบลับ ๆ ต่อไปหรือจะได้อยู่อย่างสง่าผ่าเผยเหมือนคู่รักชายชายคู่อื่นเขา

“ทำไมฉันถึงไม่เจอนายก่อนดา?” อยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาพร้อมมองหน้าผม แต่เชื่อผมไหมครับว่าประโยคนั้นของเขาดูเศร้า ๆ ยังไงไม่รู้

“นั่นสินะ ทำไมผมถึงไม่เจอพี่ฐาก่อน” ผมเอาใจเขาด้วยการเรียก พี่ฐา เมื่อไหร่ที่ผมต้องเป็นเด็กดีของเขา ผมต้องเรียกพี่ฐาไม่ก็แด๊ดดี้ตามที่เขาต้องการ ผมกับเขามองหน้ากันแล้วหัวเราะเบา ๆ ออกมา ผมให้เขาไปอาบน้ำ ส่วนผมเอาเสื้อผ้าเขาใส่ตะกร้าแล้วมานั่งเล่นสมาร์ทโฟนบนเตียงรอ ต่อไปเราคงไปทานมื้อเย็นกันครับ แม่บ้านกำลังจัดโต๊ะอยู่แต่เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว

จริง ๆ แม่บ้านก็รู้เรื่องผมกับเขานะ แต่เอาไปพูดไม่ได้เพราะคุณเชษฐ์กำชับไว้ ก็ถ้าเอาไปคุยแล้วความแตก คนที่ซวยก็คือพวกเขาไงครับ ระหว่างที่เล่นโซเชียลรอคนแก่อาบน้ำ ผมไถนั่นไถนี่ไปเรื่อยจนเห็นเฟซบุ๊กของดาที่อัปเดตเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เธอลงรูปทานข้าวโดยที่เธอไม่ใช่คนถ่ายเอง แต่ที่แคปชั่นรูปคือ ‘ทานด้วยกันไหมคะ? Photo by Year Yuttikorn’ เอาจริง? อย่าบอกว่าสองคนนี้มีซัมติงกัน? แล้วผม… บ้าเอ้ย ผมแสดงความคิดเห็นอะไรไม่ได้เพราะผม… ผมเองก็มีคนอื่นเหมือนกันแถมน่าจะมีก่อนเธอด้วยซ้ำ ผมกดไลก์รูปแล้วปิดล็อกเครื่องก่อนนอนลง

หากเราหย่ากันมันก็เป็นทางที่ผมกับคุณเชษฐ์เดินได้สะดวก แต่… แต่ผมคงโดนตราหน้าจากสังคมหนักแน่นอน พอถึงตอนนั้น ผมจะรับไหวหรือเปล่านะ?

แกร๊ก… 

ลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู คุณเชษฐ์ออกจากห้องน้ำมาในสภาพที่ช่วงล่างพันด้วยผ้าขนหนูสีเขียวขี้ม้า มือขวาขยี้ผ้าขนหนูผืนเล็กบนศีรษะ หยดน้ำที่เกาะพราวตามร่างกายกำยำนั้นมัน… ผมมองเขาไม่ละสายตาก่อนที่สายตาเขาจะเหลือบมาหาผมแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ผมรีบหลบสายตาเขา ดึงผ้าห่มคลุมโปงมิดศีรษะ ไม่ไหว เมื่อกี้ผมเกือบบ้าไปแล้วครับ เขาดูดีมากเลย ดูดีมากจริง ๆ

พรึ่บ… 

“หันหนีทำไม?” อยู่ ๆ ผ้าห่มผืนหนาก็ถูกกระชากลงไปกองที่พื้นห้อง ผมรีบคว้าหมอนมาปิดหน้าทันที โอ้ย ทำไมคนแก่ต้องดาเมจแรงครับ? ผมจะตายจริงแล้วนะเว้ย! “ตอบฉันภัทร” พอผมเงียบเขาก็ไม่ยอมไป มิหนำซ้ำยังดึงหมอนออกไปอีก ผมเม้มริมฝีปากแล้วเบือนหน้าหนี

“…ก็ดูคุณสิ ปกติคุณสวมชุดคลุมนี่ครับ” ตอบไปตามจริงทั้งที่ยังเขินอายอยู่ หยดน้ำจากเส้นผมเขาหยดลงบนแก้มผมหยดแล้วหยดเล่า ผมลอบมองเขาด้วยหางตา ผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวยังโปะอยู่บนศีรษะเขาอยู่เลย ผมไล่สายตาลงมาเรื่อย ๆ ก่อนหยุดแถววีไลน์ที่หายลึกเข้าไปในผ้าขนหนูสีเขียวขีม้าผืนนั้น…

“ฉันทำในสิ่งที่สามีส่วนใหญ่เขาทำกันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภรรยา มันเรียกว่าอะไรนะ?” เขาโน้มตัวลงมาโดยเท้ามือทั้งสองลงข้างหมอนที่ผมหนุน ใบหน้าเขาอยู่เหนือขึ้นไปไม่ห่างมาก ขนาดหยดน้ำที่หยดใส่หน้าจนรำคาญกลายเป็นหยดน้ำที่ผมชอบขึ้นมา เงาของเขาที่บังแสงไฟดูเซ็กซี่จนอยากจะลุกไปปล้ำเขาเลย คุณเชษฐ์ขมวดคิ้วทำท่าคิดก่อนสายตาเขาจะเบนกลับมาสบกับผมเมื่อนึกออก

“อ่อย… ฉันกำลังอ่อยนายอยู่ภัทร” เขายิ้มมุมปากอย่างขำขันแต่ผมไม่ขำด้วยเพราะที่เขาอยู่นั้น… มันเรียกร้องความสนใจจากผมสำเร็จ ผมไล่สายตามองทั่วใบหน้าเขา โครงหน้าได้รูปที่เน้นสันกรามสมชาย ริ้วรอยแห่งวัยตามหน้าผาก หางตา ใต้ดวงตา บริเวณจมูกและริมฝีปาก ส่วนเหล่านั้นเสริมให้เขาเหมาะสมกับคำว่า แด๊ดดี้ ที่ให้ผมเรียกมาก ๆ เส้นผมสีดำที่เปียกน้ำมีบางเส้นติดกับใบหน้า ผมอดรนทนไม่ไหวต้องใช้นิ้วเกลี่ยมันออก

“อ่อยผมสำเร็จแล้วครับพี่ฐา” ผมยื่นฝ่ามือออกไปคว้าท้ายทอยเขาแล้วรั้งลงมาให้ริมฝีปากเราสัมผัสกัน ส่วนมืออีกข้างลูบตามร่างกำยำที่ยังเปียกน้ำอยู่อย่างหลงใหล ขณะที่จูบกันอย่างนัวเนีย คุณเชษฐ์จับตัวผมให้หันช่วงล่างไปทางเขาเพราะตอนนี้เขายืนอยู่ข้างเตียง มีเพียงช่วงบนที่โน้มมาหาผมเท่านั้น มือข้างที่ลูบกายกำยำรีบควานหาปมผ้าแล้วดึงออกทันที ผมต้องขอโทษที่กลืนน้ำลายตัวเอง เป็นคนบอกให้เขาพักแต่กลับแพ้เขาอย่างหมดรูป ยอมแล้วครับ ผมยอมเขาคนนี้แล้ว

หลายสัปดาห์ต่อมา 

การทำงานของผมในช่วงนี้ค่อนข้างติดขัดเพราะผมมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ตามเดิมก็เข้ากับคนยากแล้วและยังไปอาละวาดใส่เขาที่เอาเรื่องดากับเยียร์มาพูดให้ดูดีส่วนฝั่งผมก็เลวไปโดยปริยาย มีคนสังเกตเห็นแหวนสีทองที่นิ้วนางข้างขวาของผมบวกกับแหวนแต่งงานข้างซ้าย คนเลยเอาไปผสมสีตีไข่กันสนุก จริง ๆ เรื่องแหวนมีมาสักพักแล้วครับ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ดาโพสต์ในเฟซบุ๊ก สเตตัสเธอดูเศร้าเหมือนโดนคนรักไม่ใส่ใจ แน่นอนว่าทุกสายตาเพ่งมาที่ผม แต่เธอไม่ตอบคอมเมนต์ผม ไม่ตอบแชท แล้วจะให้ผมทำยังไง?

ผมรู้ดีว่าที่เธอโพสต์ถึงนั้นไม่ใช่ผม คือคืนนั้นที่ผมกับคุณเชษฐ์มีอะไรกันเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว ผมถามเขาถึงเรื่องที่ส่งเยียร์ไป คุณเชษฐ์ให้ผมอ่านเมลทั้งหมดของเยียร์ ก็คือเยียร์ขอยกเลิกแผนไปเมื่อเดือนก่อนเพราะเยียร์ชอบดาเข้าจริง ๆ ห้าเดือนที่เข้าไปในชีวิตดา เยียร์ตกหลุมอย่างจัง นี่ครอบครัวนี้เขาเก่งเรื่องทำให้คนตกหลุมเร็วหรอครับ?

“ผมได้ยินมาว่าคุณนอกใจคุณดา มันจริงหรือเปล่าครับ?” มองหน้าคนถามด้วยสายตาไม่รับแขก กี่ครั้งแล้วที่โดนถามแบบนี้แล้วกี่ครั้งที่ผมโดนมองด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นขยะ

“การที่ผมไม่ตอบมันก็น่าจะเป็นคำตอบสำหรับคุณนะครับ”

“คำตอบแบบไหนครับ?”

“แบบที่คนอย่างคุณอย่าเข้ามายุ่งเรื่องชาวบ้านเขาน่ะครับ การที่ผมทำงานบริษัทนี้ แผนกนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน นึกถึงความสนิทที่เป็นศูนย์ของผมกับคุณด้วยครับ” ผมยิ้มให้เขาหลังเห็นว่าบุคลิกเรียบร้อยยามเข้ามาตีสนิทได้เปลี่ยนไป ผมรู้แต่แรกแล้วว่าที่ผมเห็นมันคือการเสแสร้ง ทุกคนเข้ามาเพื่อหลอกถามผมทั้งนั้น เพราะจะได้เอาคำตอบเหล่านั้นไปพูดต่อ

“มาถามดี ๆ นะเว้ยไม่ได้มาบังคับ ใคร ๆ ก็ลือกันหมดว่ามึงมันนอกใจคุณดาเขา ถ้าคุณดาไม่ได้หัวหน้าเยียร์ เธอคงร้องไห้อยู่คนเดียวที่เปรู หน้าด้านจริง ๆ!”

“…รู้ดีกว่าเจ้าตัวอีกนะครับ เก่งจริง ๆ กับงานนี่เก่งแบบนี้หรือเปล่า?”

“มึงนี่มัน… ไม่เจียมตัวจริง ๆ!”

“ขอบคุณที่ชม ผมเขินแย่เลย” ผมกวนประสาทเขาไปแล้วทำงานของตัวเองต่อ หน้าที่ของผมคือคีย์ข้อมูลสินค้านำเข้าที่ได้รับจากฝ่ายคลัง สินค้าเหล่านี้จะถูกคัดกรองแล้วนำไปกระจายตามบริษัทลูกทั่วประเทศแล้วผลิตสินค้าออกขาย หน้าที่ผมมีแค่นี้ครับ แค่คีย์ตัวเลขของสินค้านำเข้า แยกประเภท แยกว่าใช้ทำอะไร แยกว่ามาจากไหน เครื่องบินลำไหน ลำที่เท่าไหร่และยังต้องแยกว่าออกจากประเทศนั้นเวลาใด เข้าประเทศไทยมาเวลาใด ถึงบริษัทเราเมื่อไหร่ คีย์ทั้งวันจนปวดนิ้วแต่เงินเดือนคุ้ม ผมเลยทนมาจนถึงทุกวันนี้

ถึงธุรกิจที่คุณเชษฐ์ทำส่วนใหญ่จะเป็นการส่งออกแต่ก็มีที่รับเข้ามาจากการทำสัญญาระหว่างประเทศ เขาเพิ่งจะรับสินค้าจากประเทศอื่นเข้าไทยก็เมื่อสามหรือสี่ปีที่แล้วที่ผมเข้าทำงานนี่แหละครับ

“แก ๆ ได้ข่าวว่าคุณภัทรเขานอกใจเมีย มันจริงหรอวะ ดูเขานิสัยดีกว่าผัวแกอีก” 

“อย่าตัดสินแค่เพียงเปลือกนอกสิแก!” 

นินทาขนาดนี้ไม่มานั่งข้าง ๆ แล้วเป่าใส่หูผมเลยวะ ผมถอนหายใจ ในใจภาวนาขอให้พักเที่ยงเร็ว ๆ ผมอยากออกไปสูบบุหรี่น่ะครับ อยากได้กลิ่นและรสของมันเพราะมันช่วยให้ดีขึ้น แต่ผมก็เชื่ออีกว่านอกจากผมคงมีคนอื่นไปสูบบุหรี่เช่นกัน จะหลบยังไงก็คงหลบไม่พ้นอยู่ดี

พอถึงเวลาพัก ผมรีบนำบุหรี่กับไฟแช็กออกมาที่บริเวณสูบบุหรี่เฉพาะ แน่นอนว่ามีคนอื่นตามมาด้วยครับ เขายังคงยิงคำถามว่าผมนอกใจดาไปหาใคร สวยหรือเปล่า ขอดูได้ไหม แล้วพากันหัวเราะ ผมแค่ยิ้มแล้วสูบตัวที่สอง เครียดครับ จากที่ทำงานคนเดียวเงียบ ๆ กลายเป็นว่าพวกนี้ชอบเข้ามาสร้างความรำคาญให้ผม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเอาบุหรี่จี้ปากแล้วขยี้ให้ปากไหม้ แต่เสียดายครับ บุหรี่ผมแพงและมีค่ามากกว่าพวกเขา

ครืด ๆ 

การสั่นของสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงขัดจังหวะการฟังคนนินทาระยะประชิด ผมหยิบออกมาแล้วเดินหนีพวกเขาเพราะคนที่ส่งข้อความมาคือคุณเชษฐ์ครับ ผมจะให้พวกเขารู้ไม่ได้เด็ดขาด

‘ขับรถมาหาฉัน’ 

ข้อความสั้น ๆ ในแบบเขาพร้อมกับโลเคชั่นที่อยู่ ผมกลับมาทิ้งบุหรี่แล้วเดินไปที่รถ โลเคชั่นที่ส่งมาคือโรงแรมเดิมที่เคยไปกันและเป็นที่แรกที่ผมมีอะไรกับเขา ก็หวังว่าคงไม่จุดอะไรมาเล่นกับอารมณ์ผมหรอกนะ ช่วงนี้ติดง่ายและยอมง่ายจนพูดได้เต็มปากว่าถ้าเป็นคุณเชษฐ์ ไม่ว่าจะที่ไหน เวลาไหน ผมก็ยอมทั้งนั้น

ผมขับรถมาถึงโรงแรมในเวลาต่อมาและคาดจากเวลาแล้ว ผมกลับไปเข้าง่านช่วงบ่ายไม่ทันแน่ ๆ เฮ้อ มีเรื่องให้ชาวบ้านเขานินทาอีกแล้วครับ แล้วคนที่ขยันให้ผมสร้างเรื่องก็คือคุณเชษฐ์! โว้ย เขารับรู้อะไรบ้างไหมเนี่ย

“ให้ผมมาถึงนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมเอ่ยถามหลังจากคุณคิดส์พาผมมาที่ห้อง คุณเชษฐ์ไม่ได้สวมสูทแล้วแต่เป็นชุดลำลองสบาย ๆ เหมือนตอนที่เราเดตกันเลยครับ

“ฉันจะพานายเที่ยว”

“เนื่องในโอกาสอะไรครับ?”

“อีกไม่นานจะมีข่าวดี ฉันเลยอยากฉลองล่วงหน้ากับนาย” รอยยิ้มของคุณเชษฐ์ทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็โอเคครับ ผมตกลงจะเที่ยวหรือจะฉลองอะไรก็ตามที่เขาต้องการ ผมเปลี่ยนชุดจากชุดสูทที่ใส่ทำงานเป็นชุดลำลองที่เขาเตรียมมาให้ แต่…

“ผมต้องใส่มันจริง ๆ หรอครับ?” ผมถามเขาเสียงเบาแล้วมองชั้นในลูกไม้สีขาวอยู่บนเตียง ก็คือเตรียมชุดมาให้หมดทุกอย่าง มีแค่ชั้นในนี่แหละครับที่ไม่ว่าจะกี่ตัว ๆ ก็เป็นลูกไม้หมด จะบอกว่าติดใจจากที่เคยจับผมใส่หรือไง

“ใส่สิ ถ้าไม่อย่างนั้นนายก็ใส่แค่กางเกงตัวเดียว” เขายิ้มได้น่าหมั่นไส้มาก ๆ อารมณ์แบบถ้าใส่ก็ไม่โตงเตง ถ้าไม่ใส่ก็ได้โล่งโจ้งและออกมาทักทายชาวโลกแน่

“ผมจะจำไว้” กัดฟันพูดบอกเขาแล้วสวมชั้นในลูกไม้สีขาวนี้อย่างจำยอม แต่คือตัวมันเล็กครับ! เล็กมาก พอยัดตัวเองลงไปแล้วแบบ… ข้างหน้าก็ตุง ข้างหลังก็เหมือนจะปริ ผมเดินมาหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วหันหลังใส่กระจกก่อนจะเอี้ยวตัวมองเงาที่สะท้อน อือหือ… ก้นผมเหมือนถูกรัดเลย ตรงขอบ ๆ ของชั้นในก็คือจะเข้าร้องก้นผมอยู่แล้ว

“มีอะไรกับผมก็หลายครั้งยังไม่รู้อีกหรอว่าผมใส่ไซซ์อะไร!”

“รู้ แต่นี่คือสิ่งที่ฉันอยากให้เป็น” คุณเชษฐ์เดินเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดผมแต่สองมือตะปบลงบนแก้มก้นที่จะปริไม่ปริ เขาขยำและบีบเค้นจนชั้นในเข้าร่องก้นผมจนได้ ตัวนี้มันไม่ใช่แบบจีสตริงนะครับ! มัน! ไม่! ใช่!

“พออยู่บนตัวนายแล้วดูดีจริง ๆ”

“…ปล่อยก่อน ผมจะแต่งตัว”

“ได้เลย… เด็กดี” ทำไมคำว่า เด็กดี ต้องมากระซิบข้างหูกันด้วยเล่า ผมแต่งตัวท่ามกลางสายตาคู่คมมองมา เขาไม่ปิดบังเลยนะครับว่าเขาต้องการผมมากแค่ไหน สายตาโลมเลียจนผมสยิวเลยแต่ก็รอดมาได้อย่างปลอดภัย คุณเชษฐ์พาผมขึ้นมาดาดฟ้าของโรงแรมและสิ่งที่ทำผมอึ้งเลยก็คือ… ทำไมมันมีเฮลิคอปเตอร์อยู่บนนี้! ผมมองคนข้างกายด้วยความอึ้ง ก็รู้ว่ารวย มีอำนาจ แบบ…เออ ใหญ่โต แต่นี่มัน…ไม่เกินตัวไปหรอ? หมายถึงผมเนี่ยครับ ไม่เกินตัวไปหรอที่รักคนคนนี้

“เราจะไหนกันครับ”

“เกาะส่วนตัว” ผมยิ้มแล้วปล่อยเลยตามเลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วภัทร แกถอยไม่ได้แล้วเว้ย ผมให้กำลังใจตัวเองก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตามเขาไป คุณเชษฐ์ออกคำสั่งกับนักบินและยังบอกอีกว่าบินให้นิ่มที่สุด ก็จะรอดูนะครับว่าจะบินนิ่มสมกับที่เป็นนักบินของคุณเชษฐ์หรือเปล่า นอกจากฮ. ที่ผมกับคุณเชษฐ์นั่งแล้ว ยังมีฮ. คนของเขาตามมาด้วย

“คุณเชษฐ์ครับ”

“มีอะไร”

“บอกผมทีว่าคุณเป็นแค่นักธุรกิจ ไม่ใช่มาเฟียอะไร” คำพูดของผมทำนักบินไหล่สั่นจนคุณเชษฐ์กระแอมไอนั่นแหละ เขาถึงไอบ้างแล้วทำนิ่งไป คุณเชษฐ์โน้มหน้าเข้ามาแล้วกระซิบข้างหูผม

“ฉันเป็นนักธุรกิจทั้งด้านดีและไม่ และฉันจะไม่บอกนายเด็ดขาด”

“พูดแบบนี้แสดงว่ามันเป็นธุรกิจที่อันตรายหรอครับ”

“นิดหน่อย ตอนนี้ชณินดูแลมันอยู่และถ้ายอดขายตกต่ำ ฉันคงต้องลงใต้ดินด้วยตัวเอง” ผมพยักหน้ารับรู้แล้วเงียบ คุณเชษฐ์ก็เงียบ ผมอยากรู้นะว่าเขาทำอะไร แต่ถ้าเขายืนยันที่จะไม่บอกผมก็ไม่เซ้าซี้ิอยากรู้หรอกครับ ผมพูดตรง ๆ เลยนะว่างานที่มันอันตรายและมีความเสี่ยง ผลตอบแทนมันสูงกว่างานที่ปลอดภัยและสุจริต ยำว่าพูดกันตรง ๆ เลยนะ เคยเห็นคนรวยเพราะขายยาบ้าหรือเปล่าครับ? มีเงินใช้มากมายแม้สุดท้ายจะถูกจับและถูกยึด แต่รายใหญ่ที่หลุดรอดมันก็มี ผมไม่อยากคิดเลยว่าคนข้างกายผมทำแบบนั้น

การเดินทางด้วยฮ. น่าตื่นเต้นและดีกว่าการนั่งรถมาก ๆ เลยครับ เพราะเราบินอยู่บนท้องฟ้า เวลาที่ต้องผ่านภูเขา นักบินเขาจะขับเข้าใกล้แต่อยู่ในระยะปลอดภัยให้ได้ชมวิวทิวทัศน์ มันสวยมาก ๆ สวยจนผมต้องถ่ายรูปเก็บไว้ ตอนบินเฉียดทะเลก็น่าตื่นเต้นจนผมลืมเรื่องแย่ ๆ ไปเลยครับ

“คุณขับฮ. เป็นหรือเปล่าครับ?” ถามคนข้างกายที่นั่งโอบเอวผมอยู่

“เป็น”

“แล้วทำไมไม่ขับ?”

“ถ้าฉันขับ ฉันจะได้เห็นเด็กน้อยของฉันหรือไง?” เขากดริมฝีปากลงบนแก้มผมฟอดใหญ่แล้วระบายยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปากเป็นรอยยิ้มนั้นเขย่าใจผมอย่างมาก ที่เป็นเด็กน้อยแทนเด็กดีก็คงเป็นเพราะผมตื่นเต้นเกินหน้าเกินตามั้งครับ ก็แบบ… ผมไม่มีเงินมากพอที่จะนั่งฮ. (เงินหมดไปกับการแต่งงาน) ชมวิวชิลล์ ๆ แบบนี้นี่ พอได้ลองแล้วมันก็ตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลย ผมกระแอมไอเบา ๆ แล้วทำตัวให้สมอายุ เผลอหลุดเพราะบรรยากาศสวย ๆ เสียได้ เอาใหม่ ดึงสติใหม่โว้ยภัทรพงศ์

การเดินทางเส้นสุดลงที่ 5 ชั่วโมง มาถึงที่เกาะส่วนตัวของคุณเชษฐ์ก็ตอนฟ้ามืดแล้ว ใน 2 ชั่วโมงแรกของการเดินทางผมยังเฮฮาอยู่ แต่ 3 ชั่วโมงหลังคือหลับเป็นตาย ตอนนี้ผมก็ยังง่วงอยู่เลยครับ เดินเข้าเพนท์เฮ้าส์ทีขาแทบลาก เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของคุณเชษฐ์มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นที่ของเหล่าการ์ดชุดดำที่เห็น ปกติเพนท์เฮ้าส์มันก็คล้ายคอนโดแต่ตารางพื้นที่มันคือบ้านหลังหนึ่งเลย ชั้นแรกก็เป็นห้องพักขนาดใหญ่ อย่าเรียกว่าห้องพักเลยครับ เรียกว่าสถานบันเทิงดีกว่า มีฟิตเนส เกมส์เซ็นเตอร์ กาสิโน แบ่งเป็นสี่ส่วน อีกส่วนคือที่พักเวลาสลับเวรเฝ้ากัน ชั้นสองเป็นบ้านพักเลย ชั้นสามจะมีครัวขนาดใหญ่มากและเป็นบ้านพักของพ่อครัว-แม่ครัวที่มาทำงานยามคุณเชษฐ์มาพักผ่อน ชั้นสี่เป็นห้องประชุมระดับพรีเมี่ยมที่จุคนได้มาก ส่วนชั้นบนสุดเป็นบ้านพักของคุณเชษฐ์ ทุก ๆ อย่างในเพนท์เฮ้าส์นี้คือบ้านเขาที่ถอดแบบมาเป๊ะ ๆ บนดาดฟ้าของเพนท์เฮ้าส์เป็นสระว่ายน้ำและสถานที่ไว้ปาร์ตี้

“ผมขอกราบความรวยคุณได้ไหม?” พอรู้รายละเอียดทั้งหมดของเพนท์เฮ้าส์นี้แล้วก็คือตายครับ อลังการ หรูหราและแพงมาก!

“กราบทำไม? ความรวยฉันมันเป็นของนายเหมือนกัน”

“ไม่อาจรับได้ครับ”

“เป็นภรรยาฉันแล้วถือว่ารับแล้วกัน” หน้าด้าน… แต่จะบอกว่าเป็นของเขาแบบสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายหายไป ผมนอนลงบนเตียงแล้วใช้เท้าคีบผ้าห่มมาห่ม ไม่ไหว ผมไม่อาบน้ำนะครับ ง่วงของจริงแบบจริงจังมากเลย

หลังจากเชษฐาแน่ใจแล้วว่าภัทรหลับสนิท เขาเดินถือสมาร์ทโฟนขึ้นมาดาดฟ้า ดาดฟ้าจะเป็นสถานที่เดียวที่พอมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต สัญญาณโทรศัพท์ ปลายนิ้วโป้งปัดหน้าจอหารายชื่อของคนคนหนึ่งก่อนจะกดโทรออก ตอนนี้ที่เปรูยังคงสว่างอยู่เพราะเวลาห่างกันเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น

(ค่ะคุณพ่อ) ไม่นานนักปลายสายก็รับพร้อมกรอกเสียงตอบมา เชษฐานั่งลงบนเก้าอี้พลางยกขาไขว่ห้าง นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดมองออกไปที่ทะเล

“เลิกกับภัทรและกลับมาหย่าภายในเดือนนี้”

TBC… 

ความคิดเห็น