Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ~ เรื่องที่3 เฮียน่านน้ำกับน้องข้าวสวย

น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.2 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.2 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.2 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

ใครบางคน talk's

@ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เวลา14:30น. (วันเดียวกัน)

 

ซอกชั้นหนังสือแห่งหนึ่งมีเด็กสาวเจ้าของร่างกายสวยโด่ดเด่นเกินวัยในเสื้อช๊อปสีแดงของมหาลัยอาชีวศึกษาชื่อดังกำลังเอื้อมมือหยิบหนังสืออยู่

 

"อื้ออออ! อ๊ะ! เอ๊!?" เด็กสาวเจ้าของร่างกายสวยอุทานออกมาอย่างแปลกใจในทันทีที่หนังสือที่ตัวเองจะหยิบนั้นออกมาจากชั้นหนังสือเอง ทำให้เธอหันหน้าไปมองหน้าผู้ชายร่างสูงด้วยความตกใจในทันที

"หยิบไม่ถึงหรอครับ?" ผู้ชายรูปร่างใหญ่โตในชุดสูทดูจากหน้าตาและการแต่งตัวแล้วหน้าที่การงานมีอันจะกินแน่นอนถามออกมาพร้อมกับหยิบหนังสือเล่มนั้นมาเปิดดูแบบผ่านๆ ก่อนที่จะยื่นให้เด็กสาวคนนั้น

"อ่า...ค่ะ ขอบคุณนะคะ" เด็กสาวก้มหน้าก้มตาตอบไป

"ครับไม่เป็นอะไร" ชายหนุ่มตอบไป

"อ๊ะ! เฮ้อ..." เด็กสาวเดินออกไปจากซอกหลืบนั่นแต่ก็ทำเป็นหน้ามืดจะล้ม

"เธอ? เป็นอะไรหรือเปล่า?" ชายหนุ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ค่ะ... หนูปวดหัวนิดหน่อยหน่ะค่ะ" มือบางข้างนึงจับไปที่กระเป๋ากางเกงของผู้ชายคนนั้นอย่างแผ่วเบา และค่อยๆร่นมันขึ้นเพื่อที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา

"อ่า...ไหวหรือเปล่า?" ผู้ชายคนนั้นถามออกมา

"ค่ะ หนู...โอเคแล้วค่ะ ขอบคุณพี่มากนะคะ ฮิ๊ม...หล่อแล้วยังใจดีอีก..." เด็กสาวเอ่ยชมผู้ชายคนนั้นไป และเก็บกระเป๋าสตางค์ของผู้ชายคนนั้นมาไว้ในกระเป๋าเสื้อช้อปอย่างรวดเร็วเหมือนมืออาชีพ

"ฮ่าๆ หนูก็พูดเกินไป" ผู้ชายคนนั้นดูเป็นคนที่บ้าคำยอมากๆจึงพูดออกมา และเอามือขึ้นไปเกาหัวแก้เก้อ

"ฮิ๊ม...ไม่หรอกค่ะ งั้นหนูขอตัวนะคะ" เด็กสาวยิ้มหวานส่งไปให้ ก่อนที่จะตอบและขอตัวกลับ

"อื้ม! ลุกขึ้นไหวมั้ย?" ผู้ชายคนนั้นถามมา

"ไหวค่ะ... ขอบคุณนะคะ" เด็กสาวพูดขอบคุณไปอีกที และเก็บหนังสือที่ตัวเองหยิบป่ะกี๊ไปคิดเงินและก็เดินออกมาจากที่นั่น

.

.

.

ข้าวสวย talk's

 

ผู้ชายโง่ๆก็ต้องเป็นเหยื่อของผู้หญิงฉลาดๆสิคะ? จริงมั้ย?

มิจฉาชีพหรอคะ? นางโจรหรอ? ฮึ! โลกมันกลมสังคมมันเหลี่ยมคนเราก็เลยต้องเปลี่ยนให้เหลี่ยมกว่าสังคมสิหน่า...

หลังจากที่เดินออกมาจากร้านขายหนังสือแห่งนั้นแล้วฉันก็เดินเข้ามาตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวๆ กล้าได้ยังไงหรอคะ? หึ! ก็ต้องลองวัดดวงหน่อยป้ะ?

 

"หืม? ทำไมถึงพกบัตรเคดิตเยอะแยะแบบนี้หล่ะคะ" อีกเดี๋ยวธุรกิจต้องล่มแน่เลย ก็ฉันเคยเห็นบทความบทความหนึ่งบอกว่าคนรวยจะไม่ชอบพกบัตรเคดิตจะมีอย่างมากสุดก็แค่ใบเดียวนี่คะ

"ฮึ!" แต่ก็ยังดีที่พกเงินสดบ้างอ่ะนะ ฉันหยิบเงินสดออกมาทั้งหมด ก่อนที่จะทิ้งทั้งกระเป๋าทั้งบัตรเคดิตนั่นลงในถังขยะ

"หืม?" ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกา

 

@เวลา15:00น.

 

"อ่า...ไปทำงานดีกว่า" ฉันพูดกับตัวเองออกมา ก่อนที่จะเก็บทั้งโทรศัพท์ทั้งเงินใส่กระเป๋าเสื้อช้อปนั่นแหละค่ะ และก็เดินออกไปจากหลืบนั่นอีกทางนึง

 

สวัสดีค่ะฉันชื่อว่า ข้าวสวย เขมจิรา เทพปกป้อง นามสกุลฉันมันคล้ายๆกับของพี่ล่ามโซ่เลยใช่ไหมคะแค่ของพี่ล่ามโซ่คือ...เทพรักษา แค่นั้นเอง ซึ่งที่ไปที่มาฉันก็ไม่รู้หรอกนะพอดีไม่มีความทรงจำในช่วงเวลานั้นอ่ะค่ะ

อายุก็สิบแปดย่างสิบเก้าปีแล้วค่ะ กำลังจะเรียนจบในอีกสองอาทิตย์อ่ะนะ ปัจจุบันนี้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาAค่ะ สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย ปวช.ปีสาม

ฉันมีพี่ชายแท้ๆอยู่หนึ่งคนชื่อว่า พี่ข้าวปั้น ซึ่งฉันจะเรียกว่า พี่ปั้น ค่ะ แกอายุมากกว่าฉันหนึ่งปีหน่ะค่ะแต่...ตอนนี้เรียนอยู่ที่อเมริกา

ส่วนเพื่อนนั้นฉันมีเยอะมากค่ะเท่าที่เคยเห็นหน้าและคิดว่าอยู่ในขั้นที่สนิทมากแล้วก็มีอยู่แค่แปดคน เอาจริง ก็ไม่ใช่แค่นะเพราะกลุ่มฉันเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก

อ่า ทำไมถึงทำแบบนั้นหรอคะ? ไม่ใช่ว่าไม่มีคนสอนนะโดยเฉพาะพี่ชายของฉันหน่ะสอนฉันทุกวันว่าแบบนั้นมันไม่ดีแบบนี้มันไม่ดี เห้อ~ ฟังจนขึ้นใจแต่...ให้ทำไงได้ก็ใจมันอยากลองอ่ะ ไม่ใช่ไม่เชื่อแต่...ประเด็นคือ...มันอยากลองเองไงคะ ว่ามันไม่ดียังไง?

อ่า ฉันมีโรคประจำตัวหน่ะค่ะคือหอบหืดเพราะงั้นฉันจึงฉกชิงวิ่งราวไม่ไดัเลยต้องใช้ร่างกายอันสวยสดเซ็กซี่และใสซื่อที่เป็นต้นทุนเดิมในการล่อเหยื่อ เอาจริงสมัยนี้ก็ไม่มีแล้วป้ะพวกวิ่งราวอ่ะ? ไม่มีใครโง่ทำแบบนั้นแล้วค่ะ บอกแล้วไงสังคมสมัยนี้มันเหลี่ยมเยอะจะตายห่า....

และที่สำคัญเลยคือ...ฉันไม่มีความทรงจำในช่วงตั้งแต่จำความได้จนถึงอายุสิบสี่หล่ะมั้งเพราะงั้นฉันเลยรู้ว่าฉันเกิดที่นี่ที่ประเทศนี้จากพี่ชายฉันหน่ะค่ะ

ฉันคิดว่า...ความทรงจำฉันหายที่นี่ฉันจึงต้องมาตามหามันที่นี่ ทั้งๆที่ฉันจะสอบขอทุนเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศอเมริกาเหมือนพี่ปั้นก็ได้ แค่...ฉันอยากจะรู้ความเป็นไปของตัวเองมันก็ไม่ผิดป้ะคะ

นิสัยหรอคะ? เอาจริงฉันก็คิดว่า...นิสัยฉันน่ารักนะ และก็ตอแหลด้วย กึ่งๆระหว่างแรดกับร่านแต่...ไม่ได้ต้องการผู้ชายมาเสียบแค่นั้นเองค่ะ แต่ว่า...นิสัยของฉันก็เปลี่ยนไปตามบุคคลและสถานที่ที่ต้องเจอนั่นแหละค่ะ

อ้อ! ฉันเป็นหอบหืดก็จริงแต่ว่าก็ชอบแมวอ่ะก็เลยทำงานที่คาเฟ่แมว Cat's cafè ค่ะ

เอาจริงที่ฉันทำไปป่ะกี๊นี้หน่ะฉันไม่ได้เอาเงินไปซื้อของไร้สาระปัญญาอ่อนหรอกนะคะ เพราะฉันมีงานทำมีเงินใช้ไงคะเลยไม่ต้องทำเป็นอาชีพแต่ว่า...ถ้าทำเป็นอาชีพฉันว่าฉันก็รวยป้ะ? 55555 (ไม่แนะนำให้ทำตามเป็นอย่างยิ่งนะคะ)

 

@บนสะพานลอย เวลา15:45น.

 

"อ่ะนี่ค่ะ หนูให้นะคะ" ฉันให้เงินกับคนตาบอดร้องเพลงหาเงินบนสะพานลอย หึ! เอาเงินที่ได้มานั่นแหละให้พวกเขาไปทั้งหมดก็ห้าพันกับอีกสองร้อยบาท

"ขอบคุณค่ะ" และฉันก็เดินลงจากสะพานลอยในเวลาต่อมา

 

@Cat's cafè เวลา21:30น.

 

"หนูกลับแล้วนะคะ พี่มาลี พี่มาลา" ฉันพูดพร้อมกับเกาคางให้พี่แมวเหมียวทั้งสองตัวด้วยความรักไคร่

 

เมี๊ยวว~ งื้ออออ~ พี่แมวเหมียวทั้งสองตัวครางออกมาด้วยความพอใจในทันที งื้อออ~ จ่ะ..จะน่ารักเกินไปแล้ว

 

ปี๊บบบ! ปิ๊บบบ! เสียงรถเก๋งยี่ห้อดังของเพื่อนสนิทที่เปรียบเสมือนพี่ชายของฉันดังขึ้นมาที่หน้าร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้

 

"พี่เหมียวคะข้าวไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ" ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้พี่เหมียว พี่เจ้าของร้านด้วยความนอบน้อมถ่อมตนและกำลังจะเดินออกไปแต่...

"แฟนมารับแล้วหรอจ๊ะ...น้องข้าวสวย?" พี่เหมียวก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงซ๊ะก่อน...

 

กึ่ก! และมันส่งผลให้ฉันชะงักทันที

 

"เปล่าค่ะ แค่เพื่อน" ฉันจึงรีบหันไปปฏิเสษทันควัน ก่อนที่จะเปิดประตูร้านและกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทันที

 

แกร็ก! ฉันเปิดประตูรถขึ้นมาบนรถของกัสโซ่เพื่อนที่ฉันนับถือแบบพี่ชายไปค่ะ ปั้ง~ และก็ปิดประตูรถลง

 

@บนรถของกัสโซ่ เวลา21:55น.

 

"ช้าครับ" เมื่อขึ้นมานั่งไม่ทันหายเมื่อยก้นคำพูดกวนประสาทบาทาของกัสโซ่ก็พูดขึ้นมา

"รีบสุดแล้วหน่า~" ฉันบอกกัสโซ่ไปด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

"ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องทำๆก็ยังจะดื้อ ตัวเองก็เป็นหอบหืดอยู่ยังจะทำคาเฟ่แมวอยู่ได้ เฮียโซ่อ่ะมีเงินส่งข้าวเรียนอยู่แล้ว กลัวลำบากๆอยู่ได้ ไม่อยากพึ่งใครอยู่ได้ ใครที่ข้าวพูดถึงอ่ะคือเพื่อนสนิทพี่ชายข้าวนะเว้ย" บ่นเก่งชะมัดเลย

"งื้อออ! พ่ะ..พอแล้วโซ่ ข้าวไม่อยากโดนบ่นแล้ว" ฉันครางในลำคอออกไปอย่างน่ารัก ก่อนที่จะเอ่ยห้ามเพื่อนสนิทที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สามของฉันไปค่ะ

 

คนแรกคนให้กำเนิดซึ่งฉันไม่เคยเห็นหน้าแต่...ก็จะยอมรับว่าเป็นพ่อค่ะ

คนที่สองพี่ปั้นพี่ชายแท้ๆคนเดียวของฉันดูแลฉันมาตั้งแต่...ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลของประเทศอเมริกาหน่ะค่ะ

คนที่สามก็กัสโซ่เนี้ยแหละค่ะ บ่นเก่งเหมือนเป็นพ่อฉันเลยค่ะ

 

"ก็เลิกทำสิว๊ะก็บอกแล้วไงเดี๋ยวโซ่คุยกับเฮียให้!" พูดง่ายจังเลยก็รู้ว่าพี่ล่ามโซ่ใจดีแต่ยิ่งใจดีเราก็ต้องยิ่งเกรงใจไหม?

"อื้อๆ ไม่เอา ข้าวอยากทำงานเองนี่หน่า" ฉันพยายามจะพูดไปให้เจ้าตัวเข้าใจ

"อื้มๆ แล้วนี่ได้พกยาพ่นอยู่หรือเปล่า?" กัสโซ่ถามฉันมา

"พกอยู่ค่า~" ฉันบอกไปด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

"หึ! ก็ดีแล้ว" กัสโซ่หัวเราะในลำคอหนึ่งทีและก็พูดมาเพียงแค่นั้น

"โซ่ข้าวบอกขิงกับนับดาวไปแล้วนะว่าจะต่อมหาลัยอ่ะแต่...ยังไม่ได้บอกว่ามหาลัยอะไร" ฉันบอกไป

"อืม แล้วข้าวอยากต่อมหาลัยไหนหล่ะ?" กัสโซ่ถามมา

"ที่คิดไว้ตอนนี้ก็มีอยู่สามที่อ่ะนะ" ฉันตอบไป กัสโซ่ไม่เอ่ยถามแต่ส่งสายตาสงสัยมาให้ฉันแทน ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับไปมองทางต่อ

"ที่แรกก็ P university ที่ที่สอง R university แต่ว่า...เห็นว่าที่นี่มีแต่พวกลูกสมองเทวดานางฟ้าเรียนอ่ะน่าจะสอบขอทุนยากและที่สุดท้ายที่ S university" ฉันตอบสายตาสงสัยของกัสโซ่ไปค่ะ

"อืม เอาจริงโซ่อยากให้ข้าวเรียนที่P university อ่ะนะเพราะเฮียก็เรียนที่นั่นโซ่เองก็จะต่อที่นั่นเหมือนกัน" อ่า...หรอ?

"อื้ม งั้นข้าวจะสอบขอทุนทั้งสามที่เลยแล้วกันแต่ว่า...ถ้าได้ที่ P university ข้าวก็จะเรียนที่ P university แล้วกันนะ" ฉันตอบไป

 

ตุ๊บ~ กัสโซ่เอามือมาวางบนหัวฉันและก็ลูบไปด้วย

 

"น่ารักมากครับ~"

"หึ รู้อยู่แล้วค่ะ~" 

 

หมับ~ พอตอบจบแล้วฉันก็จับมือของกัสโซ่มาและก็กุมไว้

 

"ข้าว ขอบใจโซ่มากๆๆๆๆๆนะ~ ที่...ใจดีกับข้าวมากขนาดนี้..." ฉันพูดไป

"อื้ม! ก็ใจดีแค่กับข้าวนั่นแหละ!" เชื่อตายหล่ะ

"ขี้โม้ ขี้เหม็น ขี้ตู่ ขี้ตั๋ว" ฉันพูดไป

"ฮ่าๆ รักจังผู้หญิงรู้ทัน"

"ฮ่าๆ เกลียดจังผู้ชายกะล่อน!"

"เกลียดโซ่หรอ? ข้าวใจร้าย!" คิดว่าฉันจะง้อไหมคะ? บอกเลยไม่ต้องง้อหรอกก็พูดเล่นกันอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่คะ

 

@Q Apartment เวลา22:10น.

 

"ขึ้นห้องไหม?" ฉันถามกับผู้ชายข้างกายพร้อมกับใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านในอพาร์ทเม้นท์ค่ะ

"ชวนผู้ชายขึ้นห้องแบบนี้มันไม่ดีนะครับน้องสาว~" กัสโซ่พูดมา

"ห๋าววว~ โซ่ข้าวง่วงแล้วนะ จะขึ้นไหม?"

"หืม? หึหึ! ป่ะๆครับ โซ่ขึ้นด้วยก็ได้" ทำไมคำพูดเหมือนกับจำใจขึ้นเลยอ่ะ

"อื้ม!"

 

@ห้องของฉัน เวลา22:15น.

 

แกร๊กๆ! กริ๊ก! แอ๊ดดดด~ หลังจากที่ไขกุญแจห้องนอนเสร็จแล้วฉันก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง

อ่า...ห้องเดี่ยวแบบเดี่ยวๆเลยอ่ะค่ะ จะมีโซนๆซึ่งฉันเป็นคนจัดเองค่ะ ไม่มีห้องนอนในตัวนะคะแต่มีห้องน้ำในตัวค่ะ

 

"ถ้าข้าวง่วงก็นอนได้เลยนะเดี๋ยวโซ่นอนพื้นก็ได้" กัสโซ่บอกฉันมา

"อื้ม ข้าวอาบน้ำก่อนนะเดี๋ยวค่อยมานอน" ฉันตอบไป

 

และฉันก็อาบน้ำและก็มาเข้านอนตามปกติค่ะ

ส่วนเรื่องความรัก ไม่มีค่ะ เพราะว่า...อะไรดีหล่ะ? ไม่รู้สิ...ไม่อยากมีมั้งจะมีก็แค่ยั่ว....โอ๊ะ! ไม่ๆต้องพูดว่า...บริหารเสน่ห์จะดีกว่าแต่ก็ไม่ได้ทำกับผู้ชายทุกคนที่เห็นว่าเข้าตาหรอกนะ

 

End ep.2

.

.

.

.

.

{Spoil next episode}

 

"เสี่ยทองเพื่อนของพ่อใหญ่เป็นม่ายเมียตายมาหนึ่งปีอยากได้นับดาวลูกสาวแม่เป็นภรรยา อืมม แม่จะตอบยังไงดีนะ?"

 

{To be continue...}

 

ไรท์เตอร์ขออนุญาตเปลี่ยนนางเอกนะคะเนื่องจากว่ารุ่นลูกมีคนเถื่อนเยอะนะคะ

และแม่suzyคือหนึ่งในนั้น

เพราะแม่มีรอยสักซึ่งอิไรท์เตอร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ

.....

 

เปิดตัวมากับนิสัยน่ารักๆ(?)ของข้าวสวยและก็กัสโซ่นะคะ เค้าสนิทกันจริงนะเออ ไม่มีคิดอักกุศลกันเลยนะ

แหม~ ทำตัวแบบนี้มันน่าโดนจังขโมยเงินคนอื่นและเอามาให้คนอื่นอีกทีนี่นะ

ขโมยก็คือขโมยนะคะยังไงก็มีความผิดทางกฏหมายเนอะ

.....

 

ข้าวสวยมีโรคประจำตัวนะคะหอบหืด และก็ความทรงจำหายไป...ได้ยังไงนะ?

แบบนี้ก็ต้องพูดว่า ข้าวสวยคนไม่มีความทรงจำในอดีต ใช่มั้ยยยยย? 55555

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ~

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

อัพวันจันทร์-พุธ-ศุกร์นะคะ ส่วนวันอาทิตย์ก็บางสัปดาห์เนอะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว