facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy Deep Inside me. 05

คำค้น : ดองกี้ Daddy Yaoi เรื่องสั้นวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2563 21:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy Deep Inside me. 05
แบบอักษร

 

“กลับมาแล้วหรอครับ” ย่างเท้าเข้ามาในตัวบ้านไม่ทันจะสิบวินาที เสียงของพี่ชณินก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาเดินออกมาจากครัว ในมือเขาถือขวดเบียร์สีเขียวแล้วยกขึ้นดื่มโดยที่สายตายังจับจ้องมาที่ผม 

“ครับ” ผมตอบรับแค่นั้นแล้วรีบเดินไปที่บันไดหวังขึ้นห้องให้เร็วที่สุด แต่พี่ชณินกลับมาขวางทางผมพร้อมกับยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจผม 

“จะรีบไปไหนครับน้องเขย ผมแค่อยากคุยด้วย” 

“ผมไม่อยากคุยกับพี่ครับ” ผมยิ้มแล้วเบี่ยงหลบแต่แขนกลับถูกมือของเขาคว้าไว้ก่อน ผมมองมือที่จับแขนสลับกับหน้าเขา รู้เลยว่าถ้าผมปฏิเสธเขาอีกครั้ง มือข้างนี้จะบบแขนผมให้ร้าวแน่นอน 

“ผมหน้าเหมือนพ่อนะครับ ทดแทนกันได้” 

“พี่แค่เหมือนแต่พี่ไม่ใช่เขาครับ กรุณาปล่อยแขนผม อึก…” แขนถูกบีบสุดแรงจนเจ็บก่อนเขาจะกระชากผมให้เข้าหา รู้สึกว่าผมควรฟิตร่างกายให้ถึกและบึกบึนไปเลยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเป็นตุ๊กตาให้ใครต่อใครอุ้มหรือกระชากกันได้ง่าย ๆ แบบนี้ 

“เจ็บเลยนะครับ” เขายิ้มแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเบียร์จากลมหายใจของเขา พี่ชณินนี่คือคุณเชษฐ์ตอนหนุ่มชัด ๆ เหมือนผมกำลังถูกคุณเชษฐ์ในอดีตและปัจจุบันเข้ามาพัวพันชีวิตเลย “เป็นภรรยาผมดีกว่านะครับ ผมยังหนุ่ม ยังอยู่กับน้องเขยได้อีกนาน” 

“ผมไม่ต้องการ ขอบคุณนะครับ” แกะมือเขาออกแล้วรีบเดินผ่านเขาขึ้นมาบันไดมาที่ห้อง แล้วบ้านนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างให้หลังใหญ่ทำไม บันไดก็โคตรจะถี่เลย พอเข้าห้องมาแล้วผมก็ล็อกประตูก่อนเปิดแอร์ ถอดเสื้อโค้ทที่สวมพาดวางบนเตียงแล้วเดินตรงมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผมเท้ามือข้างหนึ่งลงบนขอบโต๊ะส่วนอีกข้างดึงคอเสื้อสเวทเตอร์ลง รอยคิสมาร์กสะท้อนในกระจก รอยมันชัดมากเลยครับแล้วพรุ่งนี้ผมต้องไปทำงาน ถึงสูทที่ผมใส่มันจะเป็นคอปกแต่คือมันปิดไม่มิดไงครับ คิสมาร์กที่คุณเชษฐ์ทำมันเลยคอเสื้อมาอีก ทั้งคอเลยก็ว่าได้ 

“จะหายตอนไหนกัน” ถอนหายใจปลง ๆ แล้วเปิดทีวีเป็นเพื่อนแก้เหงา ผมอาบน้ำใส่ชุดลำลองสบาย ๆ แล้วนอนพัก พึ่งลงเครื่องมาก็ยังเพลีย ๆ อยู่แล้วยังมาเจอพี่ชณินอีก ประสาทจะกินแล้วผม 

Rrrrr~ 

เสียงเรียกเข้าของสมาร์ทโฟนดังแข่งกับเสียงทีวี ผมหยิบมันมาดูเบอร์แล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่าเขาโทรมาทำไมกัน 

[คุณเชษฐ์] 

“ครับ?” ถึงจะสงสัยแต่ผมก็รับสายพร้อมทอดสายตามองไปที่ทีวี ตอนนี้ผมกำลังดูวาไรตี้ของต่างประเทศอยู่ครับ 

(คืนนี้เตรียมตัวให้ดี ฉันมีของขวัญให้นาย) 

“คำว่าของขวัญของคุณฟังดูน่ากลัวนะครับ” เสียงหัวเราะจากปลายสายทำให้มุมปากผมขยับยิ้ม ผมรีบกระแอมไอแล้วปรับสีหน้าก่อนฟังเสียงคนปลายสาย 

(มันไม่น่ากลัวอย่างที่นายคิดหรอกน่า แล้วฉันจะรีบกลับ) 

“ครับ” วางสายจากคุณเชษฐ์แล้วผมก็มานอนมองเพดานพร้อมกับคิดว่าตอนนี้ เวลานี้ ความรู้สึกของผมเทไปทางเขามากน้อยแค่ไหน มันก็ค่อนข้างจะมากเลยนะครับ เหมือนกับตอนที่ผมชอบดา เพียงแต่ผมไม่มั่นใจว่าผมชอบคุณเชษฐ์หรือชอบแค่เซ็กซ์เขากันแน่ ตั้งแต่เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่มากเกินกว่าคำว่าพ่อตา ผมเหมือนจะเป็นคนที่สับสนกับตัวเองมาก ๆ สับสนครั้งแล้วครั้งเล่าว่าผมเป็นใครกัน ผมยังคงเป็นภัทรพงศ์คนเก่าอยู่หรือเปล่า?  

ผมถอนหายใจแล้วหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดอ่านข้อความเก่า ๆ ของดาที่เราคุยกัน ผมรื้อแชทเลยล่ะครับแล้วอ่านไปยิ้มไป มีความสุขนะกับการอ่านข้อความเดิม ๆ แม้ปัจจุบันจะติดต่อกันยากก็ตาม ผมอยากให้ดากลับมาแต่ผมก็กลัวครับ กลัวตัวเองจะไม่ได้รับกอดจากเขาอีก ย้อนแย้งดีนะครับว่าไหม? 

ก็อกๆๆ 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำผมระแวงจนไม่อยากเดินไปเปิด ผมรู้ว่าใครเป็นเคาะ แล้วถ้าผมไม่เปิดมันก็ดูเสียมารยามกับพี่เมียมาก ๆ ในเวลานี้ผมดันอยากให้คุณเชษฐ์กลับมาเร็ว ๆ แล้วสิ 

“ครับ?” ผมเปิดประตูแง้ม ๆ พอให้เห็นกันและกัน รอยยิ้มของพี่ชณินดูอันตรายยังไงไม่รู้ครับ 

“ทำไมเปิดแค่นี้? กลัวผมทำอะไรหรือไง” 

“ครับ” ผมบอกไปตามตรง เขาหัวเราะพลันรอยยิ้มจู่ ๆ ก็หายไปกลายเป็นสีหน้าที่เรียบนิ่ง สายตาเขาที่มองผมมันโคตรจะน่ากลัวเลย 

“ถ้าไม่อยากมีปัญหา ให้ผมเข้าไปข้างใน” 

“ปัญหาอะไรของพี่” 

“ดา” ได้ยินแค่นั้นผมก็ยอมให้เขาเข้ามาข้างใน ทว่าทันทีที่เข้ามาเขากลับผลักผมให้ออกห่างจากประตูเพื่อที่เขาจะได้ล็อกมัน ผมรู้เลยว่าผมพลาดแล้วแต่ผมก็ต้องสู้กลับบ้างนะถ้าเขาคิดจะทำอะไรจริง ๆ กับคุณเชษฐ์ผมสมยอมแต่กับเขาไม่มีทางที่ผมจะยอมเด็ดขาด 

“รอยที่คอเยอะดีนะครับ” ยกมือแตะคอทันทีที่เขาพูดแบบนั้น ผมแค่ยิ้มแล้วมองเขาอย่างหยั่งเชิง บอกตามตรงว่าคนอันตรายอย่างเขารับมือยาก อย่างคุณเชษฐ์คือผมรู้ว่าเขามีแค่ความต้องการเซ็กซ์แล้วผมก็เสพติดเขา ผมเลยรับมือง่ายมาก ๆ แต่กับคนคนนี้ ผมไม่รู้ไงว่าเขาคิดจะทำอะไร 

“มาเริ่มกันเลยไหม?” พี่ชณินถอดเสื้อเผยร่างกำยำที่ไม่ต่างอะไรจากคนเป็นพ่อก่อนเสื้อราคาแพงนั้นจะถูกโยนทิ้งไป ผมถอยหลังแล้วขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ 

“ผมไม่ได้ง่ายขนาดจะนอนกับใครก็ได้นะครับ แต่กับพ่อคุณเป็นข้อยกเว้น” 

“ทำไมล่ะ? ผมไม่เหมือนพ่อตรงไหน? ใคร ๆ ต่างบอกว่าผมคือพ่อสมัยหนุ่ม ไม่ลองหน่อยหรอครับ” พี่ชณินดูจริงจังมาก ๆ ผมอยากจะด่าเขาเหลือเกิน “ถ้านอนกับผมเหมือนที่นอนกับพ่อ ผมสัญญาว่าดาจะไม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด” 

“อย่าเอาดาเข้ามาเกี่ยว” 

“ทำไมจะไม่เกี่ยว? ดาเป็นภรรยาของน้องเขยนะครับ แหวนคานิ้วขนาดนั้น ใบสมรสยังอยู่ขนาดนี้ เห็นไหมว่าดาเกี่ยวเต็ม ๆ” ผมแตะแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายแล้วกัดฟันแน่น ผมลืมไปเลยว่าบนมือข้างซ้ายยังคงมีแหวนแต่งงานของเราอยู่ แล้วผมก็กอดกับพ่อดาทั้ง ๆ อย่างนั้น ผมไม่ได้คิดถึงมันเลยจริง ๆ 

“ผมจะบอกพ่อคุณ” 

“เอาเลย บอกเลยสิ ผมไม่แคร์เขาอยู่แล้ว” สิ้นเสียงเขา พี่ชณินก็พุ่งเข้ามากอดผมแล้วเหวี่ยงลงบนเตียงก่อนตามด้วยร่างกำยำทาบทับลงมา ผมดิ้นสุดแรงแล้วสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมก่อนกำหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าหล่อ ๆ นั่นสุดแรง พี่ชณินหน้าหันก่อนสายตาเขาจะวาวโรจน์อย่างเห็นได้ชัด นี่สินะ ตัวตนจริง ๆ ของเขา เขามันซ่อนรูปลักษณ์ซาตานนรกห่าเหวอะไรนั่นอยู่ภายใต้คราบความสุภาพเรียบร้อย 

“แค่ยอมผมง่าย ๆ ผมก็คงอ่อนโยนและถนอมน้องเขยมากกว่านี้แล้วนะครับ” ผมขนลุกไปทั้งตัวกับน้ำเสียงของเขา ผมเบี่ยงหน้าหลบทันทีที่ริมฝีปากของคนด้านบนพุ่งลงมา ปากเขาเลยแปะลงบนคอผมแทน ผมขยะแขยงมากและรังเกียจเขามาก ๆ ผมทั้งดิ้นทั้งทำร้ายร่างกายเขา ปากก็ร้องหาคุณเชษฐ์เพราะเขาคือคนเดียวที่ผมคิดถึงในตอนนี้ 

พี่ชณินไซ้คอผมอย่างหนักหน่วง หัวเข่าแข็ง ๆ ที่แทรกเข้ามาระหว่างขาดันขึ้นมากดถูส่วนกลางกายหวังให้ผมมีอารมณ์ร่วม แต่อย่าหวังเลยว่าผมจะเกิดอารมณ์ ตราบใดที่ไม่ใช่คุณเชษฐ์ผมก็ไม่เอาทั้งนั้น เพราะคนคนนั้นน่ะรู้จุดอ่อนบนร่างกายผมหมดและเขาเป็นเพียงสัมผัสเดียวที่ร่างกายผมยอมรับ 

“ปล่อยผมนะครับพี่ชณิน! ปล่อยผมสิวะ!” 

ผลั่ก! ตุบ! 

“อึ่ก…!” 

และแล้วผมก็ต่อยเขาไปอีกหมัดพร้อมกับถีบเขาจนร่วงไปข้างเตียง ผมคว้าสมาร์ทโฟนได้รีบวิ่งมาปลดล็อกแล้วหนีไปที่ห้องของคุณเชษฐ์ ผมล็อกประตูด้วยมือที่สั่นเทา ความกลัวกว่าครั้งแรกที่คุณเชษฐ์เข้าหาจนผมแทบคุมสติไม่อยู่ พอล็อกประตูแล้วก็ขึ้นเตียงคลุมโปง มือกดโทรหาเขา ตอนนี้ผมโคตรน่าสมเพชเลยครับ มีเมีย เล่นชู้กับพ่อเมีย เกือบถูกพี่ชายเมียขืนใจ ถ้ามันยังบัดซบได้มากกว่านี้ ผมคงต้องตายจริง ๆ 

(ว่าไงภัทร) แค่เขารับสายใจผมก็ชื้นแล้วครับ แล้วพอได้ยินเสียง เหมือนเขาปลดล็อกความอ่อนแอของผมเลย 

“…กลับมาตอนนี้ได้ไหมครับ ผมไม่อยากอยู่ร่วมกับพี่ชณิน” เสียงผมสั่นมาก ๆ และเขาคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะผมได้ยินเสียงเขาสั่งคนให้เตรียมรถแล้วเก็บงานกลับบ้าน ผมอยากกอดเขามากเลยครับ อยากให้เขาช่วยไล่ความกลัวนี้ออกไป “…ผมอยู่ที่ห้องของคุณนะครับ รีบกลับมานะ” 

(ฉันจะไปถึงในอีกสิบนาที) ผมยิ้มแล้ววางสาย กลิ่นของคุณเชษฐ์ที่กระจายอยู่ทั่วห้องช่วยให้ผมผ่อนคลายลงบ้างแต่ในใจมันยังกลัวอยู่ ผมยกมือซ้ายขึ้นมาแล้วกดจูบที่แหวนแผ่วเบา ขอโทษนะครับดา… เหมือนผมจะรู้สึกกับพ่อคุณเข้าแล้วล่ะ สิบนาทีต่อมาผ้าห่มถูกดึงออกด้วยน้ำมือของคนที่ผมโทรหา ผมยันตัวขึ้นลุกนั่งแล้วโผเข้ากอดเขา คุณเชษฐ์มาถึงแล้วจริง ๆ 

“ทำไมมาไวจังครับ” ผมถามเขาแล้วซุกหน้าเข้ากับคอคุณเชษฐ์ ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเขาด้วย 

“ฉันต้องมาไวอยู่แล้ว มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น” คุณเชษฐ์ดันผมออกแล้วมองหน้าผมพร้อมถาม ผมเอียงคอให้เขาแล้วแตะฝ่ามือลงบนคอเบา ๆ 

“พี่ชณินจะขืนใจผมครับ เขาไซ้คอผมแต่ผมหนีมาได้” วูบหนึ่งผมเห็นแววตาเขาดูวาวโรจน์ยิ่งกว่าสายตาพี่ชณิน ริมฝีปากหนาพุ่งลงมาบนคอผมแล้วเลียจนชุ่มก่อนเขาจะดูดเต็มแรงจนผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทว่าโดนแค่นี้ผมกลับอยากให้เขาทำมากกว่านี้ ยิ่งเขาดูดคอผมมากแค่ไหน ลมหายใจผมยิ่งหอบหนักและพร้อมที่จะให้เขากอด เพียงแต่ผมยังไม่ได้เตรียมตรงนั้นเลยต้องยับยั้งชั่งใจก่อน 

“นายนอนที่ห้องฉันแทน ฉันจะจัดการเจ้าลูกชายตัวดีนั่นให้เอง” คุณเชษฐ์ผละออกแล้วบอกกับผม ฝ่ามือหยาบทาบแก้มผมแผ่วเบา ผมก็เหมือนแมวไปในทันทีเพราะผมหลับตาแล้วขยับแก้มถูกับฝ่ามือเขา “ขืนนายยังทำตัวแบบนี้ ฉันคงต้องไม่ได้ทำงาน” 

“ผมขอโทษครับ” ผมลืมตามองหน้าเขาแล้วนั่งนิ่ง คุณเชษฐ์หอมหน้าผากผมก่อนเขาจะลุกเดินออกจากห้องไป ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรพี่ชณินบ้าง แต่ที่แน่ ๆ เลยก็คือผมกลัวว่าเขาจะเอาเรื่องทั้งหมดไปบอกกับดา ผมยังไม่พร้อม ไม่พร้อมให้ใครรับรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น พอเขาออกไปแล้ว ผมเลยลงจากเตียงเข้าห้องน้ำ อาบน้ำและเตรียมตัวให้พร้อม มันลำบากหน่อบก็ตรงที่ช่องทางนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้มีเซ็กซ์ แต่ใช่ว่าจะมีไม่ได้ก็แค่ต้องเตรียมมันหน่อยเท่านี้เอง แต่นะ…แต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมเซียนถึงขั้นจัดการทั้งหมดที่มีในตัวได้และร่วมรักรับน้ำของเขาเข้ามาอย่างสบายใจไร้ความกังวล 

 

หลังจากเชษฐาเดินออกจากห้องลงมาข้างล่างซึ่งเขาได้สั่งให้คนของเขาล้อมตัวชณินเอาไว้ ชณินนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าสบาย ๆ แม้ใบหน้าจะมีรอยช้ำจากการถูกภัทรต่อยก็ตาม สองพ่อลูกเมื่อได้เผชิญหน้ากันก็เหมือนกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง เชษฐานั่งลงบนโซฟาบุหนังสีทองตัวใหญ่ที่ตั้งวางกลางห้องโถงกลางบ้านตัวเดิม 

“คิดจะท้าทายฉันหรือไง?” เอ่ยถามลูกชายด้วยเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ทว่าแววตากลับมองด้วยความวาวโรจน์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าภัทรสำคัญกับเชษฐามากแค่ไหน 

“ไม่คิดบ้างหรอครับว่าผมเหมือนพ่อจนน้องเขยเข้าหาเอง?” ชณินถามกลับเสียงติดขำก่อนจะเดาะลิ้นยียวนกวนประสาท เชษฐายังคงนิ่ง เขาใช้สายตาไล่มองลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า 

“แกเหมือนฉันแค่หน้าตา ไม่ใช่สมอง คนอย่างภัทรไม่มีทางเข้าหาแกแน่นอน ฉันรับประกัน” เชษฐาตอกกลับแล้วยกขาขวาทับขาซ้าย ประสานมือวางบนหัวเข่า เอนหลังพิงพนักสบาย ๆ ชณินรู้ทันทีว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับพ่อของตนมากแค่ไหน 

“พ่อคิดจะทำอะไร?” 

“ทำไมถึงถามฉันแบบนั้นล่ะเจ้าลูกชาย?” ตอบคำถามด้วยคำถามแล้วลอบยิ้มเล็กน้อย เชษฐากระดิกเท้าก่อนหัวเราะในลำคอยามเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของลูกชาย “คิดว่าฉันจะเสียใจกับสายตาแกหรือไง?” 

“หึ ถ้าพ่อเสียใจ โลกโง่ ๆ นี้คงแตกแล้วล่ะครับ” 

“รู้ตัวก็ดีแล้วฉันจะเตือนอะไรแกอย่างนะชณิน” เชษฐาลุกขึ้นยืนเต็มตวามสูงแล้วใช้สายตามองลูกชายจากจุดที่สูงสุด สำหรับชณินแล้ว สายตานั้นทำเขาเจ็บปวดไม่น้อย เขาคือลูกที่ดูเหมือนพ่อถือหางแต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย แล้วยิ่งโดนพ่อมองด้วยสายตาแบบนั้น มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนขยะ 

“ถึงแกจะเป็นลูกชายที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน แต่เมื่อไหร่ที่แกทำตัวขัดหูขัดตาและยุ่งย่ามกับคนของฉันจนเกินไป จำไว้ว่าวันไหนที่แกรู้สึกว่าแกไม่ควรมีชีวิตอยู่ นั่นคือของขวัญที่ฉันมอบให้แก” พูดจบก็เดินผ่านลูกชายขึ้นห้องไปหาเมียเด็กที่ฉกมาจากลูกสาวอีกที ชณินแทบไม่เชื่อหูว่าพ่อของตนจะให้ความสำคัญกับภัทรมากกว่าตนเอง มากกว่าแบบมาก ๆ เด็กนั่นมีดีอะไรกันแน่ถึงได้ทำให้คนอย่าง เชษฐา อภิวัฒณกรณ์ หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้? 

 

ผมมองคนที่กลับเข้ามาในห้องแล้วรอว่าเขาจะพูดอะไรหลังยืนมองหน้าผมมานานกว่าห้านาที คือผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าเขาต้องการอะไร 

“ฉันว่าเราควรไปเดตกัน” 

“…ครับ?” ผมถามย้ำอีกครั้ง เผื่อเมื่อครู่ผมอาจจะหูฝาด ผมคิดว่าเป็นแบบนั้นนะ คุณเชษฐ์ถอนหายใจก่อนนั่งลงบนเตียงแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผม 

“ฉันบอกว่าฉันกับนายควรไปเดตกัน” 

“เพื่ออะไรครับ” 

“เพื่อความสัมพันธ์ของฉันกับนาย นายยังไม่รู้ตัวอีกหรือไงว่าฉันไม่ได้จะหยุดอยู่แค่ชายชู้” คุณเชษฐ์ยิ้มมุมปากหลังพูดจบก่อนลุกขึ้นยืน “ฉันจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดหน่อย ส่วนนายเตรียมตัวไว้ล่ะ” เขาบอกแค่นั้นก็ถอดชุดที่ใส่อยู่ออกแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ นี่เขาอารมณ์ไหนครับ? ปกติคนอย่างเขาในหัวมีแต่เรื่องเซ็กซ์เท่านั้นจริง ๆ มาแนวนี้ก็แอบระแวงว่าเขาจะทำอะไรแต่ผมทำตามที่เขาบอก คือกลับมาที่ห้องแล้วอาบน้ำอีกรอบก่อนจะแต่งตัว  

ผมเลือกเสื้อยืดสบาย ๆ คอวีสวมทับด้วยกางเกงสแลคสีขาว การแต่งตัวไปเที่ยวหรืออะไรที่ไม่ใช่เรื่องงาน ผมชอบสไตล์เกาหลีครับ ติดมาจากดานั่นแหละที่จับผมแต่งจนกลายเป็นว่าผมชอบสไตล์นี้ไปเลย ต่อไปคือผมใช้รองพื้นของดาทาคอ ที่ต้องทาก็เพราะเราไปข้างนอก ผมต้องปิดรอยคิสมาร์กเหล่านี้ไง คนอื่นเห็นคงว่าผมเซ็กซ์จัดแน่นอน ทรงผมก็ปล่อยมันตามปกติเพราะผมไม่ชอบจัดเซ็ตด้วยเจล ผมว่ามันเหนียวและมันคงไม่เข้ากับผม 

แต่งตัวเสร็จถือกระเป๋าเงินกับสมาร์ทโฟนเดินมาหาเขาที่ห้อง ผมเคาะประตูตามมารยาทแล้วเปิดเข้าไป ภาพที่เห็นทำผมช็อกนึกว่าเข้าห้องผิด ผมคิดว่าพี่ชณิน… คือคุณเชษฐ์สลัดคราบนักธุรกิจออกจนไม่เหลือ ชุดสูทที่เคยใส่กลายเป็นชุดลำลองชวนแปลกตา เสื้อยืดคอปกสีดำกับกางเกงขาสั้นประมาณเข่าสีขาว ผมที่เคยเซ็ตเป็นทรงถูกเซ็ตแบบลวก ๆ แล้วผมที่ปรกหน้าก็คือช่วยให้เขาดูเด็กลงมาก นึกถึงครั้งที่ผมแฮงค์เลย เขาก็ปล่อยผมแบบนี้นั่นแหละ เด็กลงแต่ริ้วรอยแห่งวัยยังคงอยู่ 

“มองอะไร?” เขาเอ่ยถาม สายตาที่มองดูขำขันจนอยากจะตบให้ตาหลุด 

“ผมไม่เคยเห็นคุณแต่งแบบนี้เลยครับ มันเลยแปลกตา” บอกไปตามจริง คุณเชษฐ์หัวเราะแล้วหยิบแว่นกันแดดสีดำมาสวม คือตอนนี้มันก็เย็นแล้วนะ ไม่เข้าใจว่าจะใส่ทำไม แต่พอมองภาพรวมก็ดูไม่ออกครับว่าเขาคือคุณเชษฐา อ๋อ หรือนี่จะเป็นการปลอมตัวกัน? ส่วนผมไม่มีใครรู้จักอยู่แล้วเลยไม่ต้องระวังตัว ไม่สิ ถ้าเจอคนที่บริษัทก็อาจจะมีปัญหาใหญ่เลยล่ะ 

“พออยู่ข้างนอกอย่าเรียกฉันว่าคุณเชษฐ์” 

“แล้วจะให้ผมเรียกยังไงครับ” ผมถามกลับ เขายิ้มก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหูว่า 

พี่ฐาอยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าไอร้อนมันวิ่งเข้ามาที่แก้ม ผมยกมือดันหน้าเขาให้ออกห่างก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ดีเลยนะครับ ไม่ดีเลยที่คนแก่อย่างเขามีเสน่ห์แบบนี้ ผมจะตายเอาได้นะ  

พอเราเตรียมตัวกันพร้อมแล้วถึงพากันออกจากบ้าน รอบนี้คุณเชษฐ์เขาขับรถเองครับ สั่งห้ามเหล่าลูกน้องไม่ให้ตามมา ตอนก่อนจะออกบ้านผมเจอพี่ชณินด้วย เขายังคงส่งยิ้มมาให้ผมแต่บรรยากาศระหว่างสองพ่อลูกกลับหนักอึ้ง ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของบ้านนี้เป็นยังไงแต่ที่แน่ ๆ เลยก็คือ… คุณเชษฐ์ไม่ได้รักลูกเขาเลย

“อยากไปไหน?” ผมหันมองคนข้างกายที่ทำหน้าที่สารถีแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นี่เขาชวนมาเดตแต่กลับไม่มีแผนอะไรเลยหรอ?

“ผมคิดว่าคุณมีแผนแล้วอีก นี่ชวนเพราะอยากชวนหรอครับ?”

“ฉันแค่อยากเดตแต่ฉันไม่รู้ว่ามันต้องทำยังไง” เขาตอบมาหน้าตาเฉยมาก ๆ ตอนรถติดไฟแดงผมเลยอธิบายว่าการเดตมันต้องแบบนั้นแบบนี้นะ แต่เพราะเรามาเดตกันช่วงเย็นแถมอายุก็ขนาดนี้กันแล้ว การเดินเที่ยวที่ถนนคนเดินเลยเป็นโปรแกรมเดตแรกของผมกับเขา มันตลกดีนะครับที่ตอนนี้ผมทำตัวเหมือนว่าผมเป็นคนรักกับคุณเชษฐ์ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่

“คนเยอะเกินไป” พอมาถึงถนนคนเดินแล้ว คนข้าง ๆ ก็ออกปากบ่นแต่เขาก็ยอมเดินตามผมมา คนรอบข้างต่างมองคุณเชษฐ์นะครับ ถึงตอนนี้เขาจะไม่ใช่นักธุรกิจเชษฐา แต่เขาก็ยังโดดเด่นอยู่ดีอะ ผมล่ะอยากจะถามเขาจริง ๆ ว่าชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไรถึงได้หล่อขนาดนี้

“นายเดินไปได้ยังไงภัทร เบียดกันขนาดนี้ไม่คิดว่ามันน่ารำคาญหรือไง?”

“คุณนี่ทำตัวเป็นคนแก่ขี้บ่นไปได้”

“ฉันแก่จริง” ผมหัวเราะไหล่สั่นในขณะที่เขายืนมองผม ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขามองด้วยสายตายังไงเพราะสวมแว่นกันแดด แต่ผมคิดว่าเขาต้องมองแบบสายตาคาดโทษไว้ก่อนแน่นอน ก็ผมลืมไปว่าคนคนนี้เขา 50 แล้ว จะ 51 ตอนไหนก็ไม่รู้แต่ที่แน่ ๆ ก็คือแก่จริง

“เรากินปลาหมึกย่างกันเถอะครับ”

“ตามใจนาย” เขาบอกแล้วยื่นบัตรแบล็กการ์ดมาให้ผม แบล็กการ์ด…กับปลาหมึกย่างสามไม้ห้าสิบเนี่ยนะ? ผมมองเขาด้วยสายตาเอือมระอาก่อนจะเอากระเป๋าเงินของตัวเองออกมา

“เขาใช้เงินสดกันครับ” ผมยิ้มก่อนหันไปสั่งปลาหมึกย่างหกไม้ ให้เขารูดใส่ถุงแล้วราดน้ำจิ้มไปเลย ผมอยากกินมานานแล้วแต่พอทำงานเสร็จทีไรผมก็มักจะตรงกลับบ้านทันที พอเงินไปของมา ผมก็เดินไปกินไป หันไปแบ่งให้คนข้าง ๆ บ้างแต่รายนี้จะกินก็ต่อเมื่อผมป้อนนะครับ

“อร่อยไหม?”

“ก็ได้อยู่” ถึงเขาจะบอกว่าได้อยู่ แต่ดูจากสีหน้าที่เรียบนิ่งแล้วผมก็เดาไม่ออกเลยว่ามันใช้ได้อย่างที่เขาพูดไหม พอช่วงหนึ่งทุ่มกว่า คนมาเยอะมากกว่าเดิมเลยเดินเบียดกันมากขึ้น คุณเชษฐ์เขาบ่นและคอยใช้แขนโอบเอวผมไว้ ผมบอกว่าไม่ต้อง ๆ ก็ยังดึงดันที่จะทำ ผมเลยว่าอะไรเขาไม่ได้เพราะเอาเข้าจริง ๆ การที่คุณเชษฐ์ใช้แขนโอบเอวและคอบดึงคอยกันไม่ให้ผมเบียดกับใคร มันก็ให้ความรู้สึกดีมาก ๆ เลยล่ะครับ

“คุณ… เอ่อ พี่ฐาอยากกินอะไรไหมครับ?” ตอนที่ผมเรียกคุณ แขนที่โอบเอวรัดแน่นประหนึ่งโกรธผมนักหนา ผมเลยต้องเปลี่ยนเป็น พี่ฐา ตามที่เขาบอกไว้ เขาถึงจะคลายแรงที่แขนลง เอาแต่ใจที่หนึ่งเลยจริง ๆ

“ฉันอยากกินนาย”

“เสียใจด้วยที่คุณดันพาผมออกมาเอง ทั้งที่ผมเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว” เขามองหน้าผมทันที ผมล่ะอยากดึงแว่นออกจริง ๆ อยากรู้ว่าเขามองผมด้วยสายตาแบบไหน “จริง ๆ ผมว่าเราควรพักกันด้วยซ้ำ เพิ่งจะเดินทางกลับจากญี่ปุ่นนะครับ”

“ฉันเบื่อที่จะพัก”

“คุณเอาแต่ทำงานตลอด ไม่เบื่องานบ้างหรอ”

“หาเงินเลี้ยงนายฉันไม่เบื่อหรอกน่า” ผมมองเขาตาขวางก่อนถูกมือใหญ่ดึงแก้ม ก็คือต่อให้เขาไม่มีผม เขาก็ต้องทำงานอยู่ดีแต่จะมาบอกเลี้ยงผมก็ไม่ได้ ผมอยากจะพูดนะว่าเอาไปเลี้ยงลูกเถอะ แต่ไม่อยากให้บรรยากาศเสียซะก่อน ผมกับคุณเชษฐ์แวะร้านก๋วยเตี๋ยวไก่กัน เขาดูไม่ค่อยอยากจะกินมันเลยแต่เพราะผมอยากกินนั่นแหละครับ เขาถึงยอมนั่งและยอมสั่งที่จะกินไป

“อาหารแบบนี้อร่อยกว่าอาหารแพง ๆ อีกนะครับ” ผมบอกเขาก่อนจะดูดน้ำเป๊ปซี่ ชื่นใจดีครับแต่คนตรงหน้าผมเขากินเบียร์ จริง ๆ ผมก็อยากกินเบียร์นะครับ แต่พอบอกว่าขอเบียร์ด้วย ผมรู้สึกได้ถึงรังสีความไม่อยากให้กินเลย ผมเลยแตะเป๊ปซี่นี่ไง

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าการเดตมันจะดูยุ่งยาก”

“เพราะพี่ฐาแก่แล้วไงครับ ทุกอย่างเลยดูยุ่งยาก ที่สำคัญคือทั้งชีวิตของพี่ก็คงอยู่แต่กับงานมากกว่าการใช้ชีวิตแบบนี้ ผมพูดถูกไหม?” เท้าศอกบนโต๊ะ สองมือประสานค้ำคางมองเขายิ้ม ๆ ผู้ชายที่วัน ๆ อยู่แต่กับงานน่ะไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่นอนครับ อย่างผมตอนเรียนนี่ก็ต้องหมกมุ่นอยู่กับคะแนน ต้องให้คะแนนออกมาดีที่สุดเพราะผมได้ทุนเรียน แต่เพราะดาเข้าใจผมไง เราเลยไม่มีเรื่องบาดหมางกัน เดตตอนที่ว่าง อยากทำอะไรก็รอเวลาว่างอย่างเดียว

“จะว่างั้นก็ได้ ทั้งชีวิตฉันอยู่กับงานแต่เหมือนชั่วชีวิตสุดท้ายฉันจะอยู่กับนายมากกว่า”

“…ก็คือพูดแบบนี้ไม่เหมาะกับคุณเลยเถอะ”

“ทำไม? ไม่ใช่ว่าหนุ่ม ๆ อย่างนายชอบอะไรแบบนี้กันหรือไง”

“มันก็ชอบแต่ชอบเป็นฝ่ายพูดหยอดมากกว่า แต่ก็นะ… สถานะผมมันหยอดคุณไม่ได้” เราไม่ได้อยู่ในขั้นตอนที่เรียกว่า จีบ กันนี่ครับ เราเลยแล้วแต่เขาทำตัวเหมือนวัยรุ่นแรกแย้มที่ตามจีบกันเลย แต่แบบ…ก็แบบจะจีบแบบแก่ ๆ นิดหน่อย

“หยอดลูกสาวฉัน?”

“ครับ แต่อย่ามาโกรธผมนะ คุณพาผมเข้าเรื่องนี้เองอะ” รีบบอกก่อนเขาจะโกรธ คุณเชษฐ์ยิ้มแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สองมือประสานบนเข่า ผมรู้เลยว่าเขาต้องคิดอะไรอยู่แน่ ๆ เหมือนกับตอนที่บอกให้ผมนั่งตักนั่นแหละ ท่าทางแบบนี้ก็คือในหัวเขามีแผนชัวร์

“เหมือนฉันต้องทำโทษเด็กดื้อแล้วสิ”

“คุณ…” แต่ก่อนที่ผมจะได้โวยวายอะไร ก๋วยเตี๋ยวที่สั่งก็มาเสิร์ฟ แล้วคือลืมไปแล้วนะว่าสั่งก๋วยเตี๋ยวไป นี่ให้รอนานแค่ไหนกันเนี่ย ผมถอนหายใจก่อนจะปรุงเครื่องในขณะที่คุณเชษฐ์นั่งมองถ้วยก๋วยเตี๋ยว

“ทำไมไม่ปรุงครับ?”

“ฉันไม่รู้ว่ามันต้องกินรสชาติไหน”

“…งั้นเอาแบบผมแล้วกัน” ผมเอาถ้วยเขามาปรุงในแบบที่ผมชอบ ปรุงเสร็จก็เลื่อนถ้วยกลับไปให้เขา “ลองกินสิครับ” บอกกับเขาแล้วลงมือทานของตัวเอง เขายังนิ่งอีกเพราะไม่มีตะเกียบกับช้อน ผมเลยหยิบให้ทั้งที่มันจะทิ่มหน้าเขาอยู่แล้ว

“ไม่เลว” พอคำแรกเข้าปากเขาก็พูดหลังเคี้ยวและกลืนลงไป ผมยิ้มอย่างพอใจที่รสชาติที่ผมกินไม่ได้แย่ขนาดนั้น ผมชอบกินเปรี้ยวหวานครับ อ่อนเผ็ดหน่อยเพราะกินเผ็ดไม่ค่อยได้

“แล้วคิดออกยังครับว่าต่อจากนี้จะทำอะไร?” ผมถามเขาขณะกินไปด้วย ตอนนี้ถนนคนเดินเริ่มมีคนเยอะมากขึ้นและผมว่ามันสุ่มเสี่ยงต่อแว่นเขา หากแว่นหลุดมาก็มีเฮแล้วล่ะครับ

“ฉันอยากอยู่ในที่เงียบ ๆ นายพอจะมีไหม?” เหมาะกับคนแก่อย่างเขาจริง ๆ

“มีครับ มันมีสวนสาธารณะที่หนึ่งซึ่งเปิดให้เข้า24 ชั่วโมงเลย เห็นเขาบอกกันว่าตอนกลางคืน บรรยากาศของสวนจะดีกว่าตอนเช้าและกลางวันมาก ๆ ถ้ากินเสร็จแล้วก็ลองไปกันครับ แต่ต้องหาซื้อของกินไปด้วยนะ” ถ้าไปแบบตัวเปล่ามีหวังได้นั่งหิวแน่ คือช่วงนี้ผมต้องกินสะสมไว้เยอะ ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ถูกเผาผลาญพลังงานขึ้นมา ผมเหนื่อยแบบไม่อยากจะทำอะไรเลย

จบจากกินก๋วยเตี๋ยวก็เดินซื้อของกิน ทั้งของคาว ของหวานรวมถึงเครื่องดื่ม จากนั้นเราถึงกลับมาที่รถและแน่นอนว่าผมทำหน้าที่จีพีเอสส่วนคุณเชษฐ์เป็นสารถีขับรถเหมือนเดิม ผมชอบมองตอนเขาขับรถมากครับ คุณเชษฐ์เขาจะขับรถมือเดียว มือซ้ายจะคอยจับเกียร์อยู่ตลอดเวลา มีบ้างที่เปลี่ยนมือซ้ายไปจับพวงมาลัยส่วนแขนขวาเท้าศอกกับขอบประตูรถ มือค้ำแก้ม สายตามองทอดยาวไปด้านหน้า เขาเป็นผู้ชายอายุห้าสิบที่ขับรถได้เท่มาก ๆ ผมเคยลองทำนะแต่ดาบอกไม่เข้ากับผม ผมต้องขับแบบพวกลูกคุณหนูคุณชายเท่านั้น ก็ไม่เข้าใจนะครับว่าเป็นยังไงเพราะผมขับรถทีไรก็ขับสองมือตลอด

“อีกเดี๋ยวก็ใกล้ถึงแล้วครับ แต่ผมไม่รู้ว่าช่วงนี้คนจะเยอะหรือเปล่านะ”

“ไม่เป็นไร”

“คือผมมีเรื่องที่อยากถามหน่อย จะได้หรือเปล่าครับ?” เขาพยักหน้าแทนการตอบ ผมเลยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยถามออกไป “ผมอยากรู้ว่าคุณจัดการพี่ชณินยังไง” คำถามของผมทำให้คุณเชษฐ์นิ่งไปนิดก่อนเขาจะหันมายิ้มให้ ซึ่งผมคาดเดาอะไรไม่ได้เลยจนกระทั่งเรามาถึงสวนธารณะกัน เราจอดรถไว้ข้างนอกแล้วเดินถือของกินเข้ามาข้างใน สถานที่ที่ทุกคนจะไปนั่งกันก็คือริมบ่อน้ำ มันเป็นบ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่หรอกครับ มีดอกบัวลอยคออยู่ในบ่อ เป็นพร็อบที่สวยงามมาก ๆ มีต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงายามเช้าซึ่งมันกำลังถูกผมจับจอง

“คนน้อยกว่าที่นายบอกนะภัทร” เขาถอดแว่นกัดแดดออกแล้วมองไปรอบ ๆ

“นั่นน่ะสิ” แอบแปลกใจที่คนน้อยมาก ๆ มากจนแบบเหมือนผมมากับเขาสองคนเองครับ เรานั่งลงใต้ต้นไม้แล้วเอาของกินมาวางตรงกลาง ผมเปิดเบียร์ให้คุณเชษฐ์เขา ส่วนตัวผมกินน้ำเปล่า

“ทำไมมองแบบนั้น?” เขาถามผม แอบเห็นนะลอบยิ้มตรงมุมปากน่ะ ก็จะอะไรอีกครับถ้าไม่ใช่ผมมองเบียร์ตาละห้อย อยากกินไงแต่เขาไม่ให้ผมกิน “ฉันให้กิน” เขาพูดเสียงจริงจังมากและนั่นทำให้ผมมีความหวัง

“จริงหรอครับ?”

“แต่กินจากปากฉัน”

“…คุณนี่มัน” ผมมองเขาตาขวางแล้วจิ้มลูกชิ้นเข้าปาก หงุดหงิดชะมัดที่ผมไม่อาจแตะต้องเบียร์ได้แล้วคนอย่างเขาก็ดันพูดจริงด้วยไงครับ ถ้าผมไม่กินจากปากเขาก็อย่าหวังเลยว่าผมจะได้กิน เขาไม่ให้ผมแตะเลยนอกจากตอนเปิดฝาขวดให้ มันน่าเอาขวดทุบให้กระอักจริง ๆ

เรานั่งกินไปคุยกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นการทำความรู้จักกันเสียมากกว่า คุณเชษฐ์เขารู้จักผมดีอยู่แล้ว มีแต่ผมที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ ถ้าแบบให้ผมเปิดใจมองเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งแทนที่จะเป็นพ่อตา เขาเป็นผู้ชายที่เกือบจะสมบูรณ์แบบเลยครับ สิ่งที่เขาขาดไปก็คือความเป็นพ่อที่ดี ก็จากที่คุย ๆ และถามกันมา เขาไม่พูดหรือถามถึงลูกสาวเขาเลย ไม่อวยลูกชายในขณะที่ดาเคยบอกผมว่าคุณเชษฐ์ถือหางพี่ชณิน

ในสายตาของใครหลายคนมองเขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์มาก ๆ ผมก็เคยมองแบบนั้นจนมาตอนนี้นี่แหละครับ ในมุมมองคนรัก(?) สามี(?) เขาดีมากนะครับ ก็ที่เขาทำให้ผม มันดีทุกอย่างเลย เรื่องบนเตียงก็จัดให้แบบล้นเหลือมาก เรื่องเปย์ก็อย่าถามเลย จากการที่ผมจะกินแค่ปลาหมึกย่างสามไม้ห้าสิบแต่ให้แบล็กการ์ดมานั่นก็คือคำตอบแล้วครับ เหมือนจะให้ผมเหมาทั้งทะเล แล้วถ้าหากเขาเป็นพ่อที่ดีขึ้นมาได้เมื่อไหร่ เชื่อผมสิว่าสาว ๆ ได้พากันเข้าหาหนักกว่าเดิมแน่นอน

“พอได้พักผ่อนแบบนี้แล้วเป็นยังไงบ้างครับ? รู้สึกอะไรไหม?”

“อืม ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นตาแก่ที่ใช้ชีวิตสมอายุสักที”

“คุณดูไม่แก่ขนาดนั้น” ยิ่งแต่งตัวมาเดตนี่ดูเด็กลงเลยนะ

“แต่อายุฉันคือของจริง” เขาหัวเราะก่อนยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม ผมเลยกินบ้างแต่เป็นน้ำเปล่านะครับ แล้วบรรยากาศระหว่างเราก็เริ่มปกคลุมด้วยความเงียบ ผมไม่กล้าคุยอะไรอีกแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน

“มานั่งนี่” แต่อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นพร้อมกับตบที่ตักตนเองเบา ๆ ผมส่ายหัวเพราะตอนนี้เราอยู่ข้างนอกแต่พอมองไปรอบ ๆ อืม มีแค่ผมกับเขาสินะ ผมถอนหายใจแล้วยอมนั่งตักโดยหันหน้าเข้าหาเขา สองเข่าผมแนบกับพื้นหญ้า ดีหน่อยที่หญ้านิ่มแต่กางเกงผมสิ สีขาวนะครับที่ใส่มา

“จะเล่นอะไรอีก” ผมถามเขาก่อนสะดุ้งยามฝ่ามือหยายสัมผัสกับก้นผม ถึงมันจะมีกางเกงก็เถอะ แต่ร่างกายจะตื่นเต้นง่ายไปแล้วโว้ย

“ไหนช่วยให้ฉันเด็กลงหน่อย” เขายิ้มแต่ผมขมวดคิ้ว ผมไม่เข้าใจที่เขาจะสื่อไงครับแล้วคนอย่างผมจะไปช่วยอะไรได้? “พี่ฐา เร็วสิ เรียกฉันว่าพี่ฐา” พอผมเงียบเขาก็ไขความสงสัยของผม แต่เป็นผมที่หน้าร้อนจนต้องหลบสายตา ก็คือตอนนี้มันก็มืดแล้วนะแต่ทำไมผมกลับมองเห็นสายตาเขาชัดเจนเลย

“พี่ฐา…ครับ” ก้มหน้าซบไหล่เขาทันทีที่พูดออกไป โคตรจะน่าอายเลยครับ

“อีกครั้ง” แล้วทำไมเขาต้องทำเสียงแหบ ๆ แบบนั้นล่ะ!?

“…พี่ฐาครับ” ผมก็บ้าจี้เรียกอีกนั่นแหละ

“อีกครั้ง” คนแก่เขาเอาแต่ใจด้วยหรอ?

“พี่ฐาครับ” ยิ่งเรียก ยิ่งเขิน ยิ่งอายและยิ่งรู้สึกว่าตอนนี้เราเลยคำว่า เล่นชู้ ไปไกลแล้ว 

“เรียกอีก”

“พี่ฐา…” เสียงผมแผ่วลงเพราะฝ่ามือที่ลูบวนอยู่ช่วงสะโพก ร่างกายเราแนบชิดกันแล้วผมก็ไม่รู้ตัวว่าตนเองบดสะโพกเข้าหาส่วนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ “พี่ฐา..อือ~” เสียงสั่นตัวสั่นกับสัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วที่ลากผ่านตั้งแต่ท้ายทอยลงถึงสะโพก

“พี่ฐา… แฮ่ก อ๊ะ ด เดี๋ยวก่อนครับ” เหมือนได้สติก็ตอนที่ฝ่ามือเขาล้วงเข้ามาในกางเกง ไม่ต้องสงสัยครับทำไมล้วงเข้าง่ายในเมื่อผมไม่ได้ใส่กางเกงแบบขอบยาวยืดอะไรมา ผมก็พึ่งรู้ตัวว่ากางเกงสแลคที่ใส่อยู่ถูกปลดตะขอและรูดซิบลงเรียบร้อยแล้ว

“ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคน”

“ม หมายความว่าไงครับ?” ถามเสียงสั่นอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก่อนที่ผมจะได้คำตอบ คุณเชษฐ์ได้พลิกตัวผมลงบนพื้นหญ้าสีเขียวส่วนตัวเขาขึ้นอยู่ดานบนแทน แสงจันทร์ที่สาดกระทบเสี้ยวหน้าเขานั้น ทำให้เขาดูน่าค้นหาและอันตรายอย่างบอกไม่ถูก ริ้วรอยแห่งวัยบนใบหน้าช่วยขลับให้เขาดูมีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึง

“หมายความว่าแด๊ดของนาย ตั้งใจจะเอาท์ดอร์ไงล่ะ” อืม ที่คนน้อยลงจนไม่มีเลยก็เพราะเขานี่เอง อย่าบอกนะว่าคนของเขาอยู่ข้างหน้าและรอบ ๆ สวนสาธารณะนี้ แล้วมันตั้งแต่เมื่อไหร่? “เมื่ออยู่กับฉัน อย่าเผลอหันหลังให้เด็ดขาด” และนั่นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนเขาจะทำตามที่บอกจริง ๆ

ท้องฟ้าที่มืดลงตามกาลเวลาคือเพดานห้อง แสงสีนวลจากพระจันทร์คือแสงไฟจากหลอดนีออน สายลมที่โชยผ่านคือเครื่องปรับอากาศ ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเสมือนหัวเตียง พื้นหญ้าสีเขียวที่นิ่มและเย็นจากน้ำค้างเปรียบดั่งเตียง ถ้าหากมองสิ่งธรรมชาติเหล่านี้คือห้องนอนห้องหนึ่ง มันจะไม่ใช่อุปสรรคใด ๆ เลย ผมที่คิดแบบนั้นเลยสามารถปล่อยตัวปล่อยใจให้ไปกับสัมผัสและการเสพสมนอกสถานที่ได้ ใครจะไปคิดล่ะครับว่าประสบการณ์แบบนี้มันจะทั้งตื่นเต้นและสุขสมไปพร้อมกัน

TBC... 

ความคิดเห็น