facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy Deep Inside Me. 03

คำค้น : ดองกี้ Daddy Yaoi เรื่องสั้นวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2563 18:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy Deep Inside Me. 03
แบบอักษร

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณเชษฐ์ค่อนข้างน่ากลัวในความรู้สึกผม หลังจากวันที่เรามีอะไรกันมันก็ผ่านมาราวสามสัปดาห์และเป็นสามสัปดาห์ที่มีอะไรกันทุกคืน ผมปฏิเสธเขาสุดใจแม้กระทั่งลงมือทำร้ายร่างกายเขา แต่ผลสุดท้ายมันก็จบด้วยการที่ผมร้องขอเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้จักร่างกายผมดีกว่าตัวผมเอง เขารู้ว่าต้องสัมผัสตรงไหนผมถึงจะต่อต้านไม่ได้ ผมเหนื่อยกับการตื่นเช้ามาแล้วเพลียจนไม่อยากทำงาน ทางดาเองก็เริ่มงานที่เปรูแล้ว การติดต่อของเราค่อนข้างลำบาก ผมส่งข้อความหาเธอบ่อยมากแต่เธอไม่ค่อยตอบ เธอส่งรูปถ่ายของงานที่ต้องจัดการมาให้ผมดู ผมถึงเข้าใจว่าเธองานยุ่งกว่าทางผมมาก

ส่วนคุณเชษฐ์ก็เริ่มมีความต้องการที่แรงมากกว่าเดิม บางครั้งที่ทำกัน ผมรู้สึกว่าเขากำลังฆ่าผมให้ตาย มันอึดอัดใจจนอยากร้องไห้แต่ภายในกายกลับรู้สึกดีจนต้องเปล่งเสียงร้องขอ เพราะเป็นแบบนี้ไงครับ ผมถึงบอกว่ามันน่ากลัว ตอนนี้ผมพยายามตีตัวออกห่างจากเขาสุดความสามารถ เคยลองหางานใหม่ ๆ ในเว็บไซต์แต่กลายเป็นว่าคอมพิวเตอร์ผมและโน๊ตบุ๊กรวมถึงโทรศัพท์ไม่สามารถค้นหาเรื่องเกี่ยวกับงานได้เลย ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์งานอื่น ราวกับเน็ตหายแต่จริง ๆ แล้วผมถูกบล็อก ถูกจำกัดการค้นหา

คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใครเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้ลงทุนจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทุกเครือข่าย แม้กระทั่งติดต่อกับบริษัทต่างประเทศ เขาจะยิ้มทุกครั้งที่เราสบตากันและเหมือนสายตาเขากำลังบอกกับผมว่าเขาคอยมองผมอยู่ ไม่ว่าจะทำอะไร คิดอะไร เขารู้หมดทุกอย่าง นี่ผมอยู่ในกรงขังหรอครับ? แล้วยังเป็นกรงขังที่มีแต่หนามรอบด้าน ผมไม่สามารถขยับไปไหนได้เลยนอกจากยืนนิ่ง ๆ อยู่กลางกรงแล้วรอเจ้าของมาเปิดประตู นี่ผม…กำลังชดใช้กรรมที่ไม่เสียใจตอนพ่อแม่เสียหรือไง?

“ภัทรครับ ผมได้ข้อมูลห้องเช่าที่คุณต้องการแล้ว ว่าแต่จะเช่าห้องทำไมครับในเมื่อคุณเป็นลูกเขยท่านประธาน” เสียงของ ‘ธนา’ เพื่อนร่วมงานที่ผมขอให้เขาช่วยหาข้อมูลห้องเช่าเรียกให้ผมหลุดจากภวังค์ความคิด ผมรับกระดาษข้อมูลจากเขามาก่อนจะยิ้มให้

“บางครั้งผมอึดอัดน่ะครับ ถ้าดาอยู่ด้วยก็คงไม่อะไรแต่พออยู่คนเดียวมันเลยแปลก ๆ” ผมโกหกคำโตด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เหมือนว่าผมคิดแบบนั้นจริง ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วผมแค่ต้องการหนีจากเขา กลางคืนที่ทุกคนนอนหลับ ผมก็อยากนอนสบาย ๆ ไร้ความกังวลบ้าง ไม่ใช่ต้องนอนครางใต้ร่างเขาบ้าง บนตัวเขาบ้าง หรือถูกพาไปทำในสถานที่แปลก ๆ ที่ว่าแปลกก็พวกห้องนั่งเล่น ห้องโถงกลางบ้าน ในรถ แม้จะเป็นตอนกลางคืนแต่ผมว่ามันไม่ควร

“แย่หน่อยนะครับที่ไม่สนิทกับครอบครัวภรรยา ว่าแต่ภัทรรู้เรื่องที่ท่านประธานส่งหัวหน้าเยียร์ไปเปรูหรือยังครับ?” สายตาที่กำลังไล่อ่านเนื้อหาในกระดาษชะงักลงก่อนเหลือบขึ้นมองคนพูด เมื่อกี้เขาว่ายังไงนะ?

“…เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ?” ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ขอร้องล่ะ ขอให้ผมฟังผิดที

“ท่านประธานส่งหัวหน้าเยียร์ไปทำงานที่เปรูครับ เห็นว่าให้ช่วยคุณดาวิณี ผมแปลกใจอยู่นะว่าทำไมเขาไม่ส่งคุณไปหรือเพราะความสามารถของหัวหน้าเยียร์มีมาก?”

“ขอบคุณนะครับที่บอกกัน” ผมยิ้มให้เขาแต่มันคงแสดงออกชัดเจนว่าผมรู้สึกยังไง สีหน้าของธนาถึงได้เป็นแบบนั้น เขาขอโทษผมก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ผมขมวดคิ้วกัดปากจนเจ็บ ผมไม่ได้เอะใจว่าเยียร์หายไปไหน เดิมทีก็ไม่ได้อะไรกันอยู่แล้วแต่พอมารู้แบบนี้ ผมคิดดีไม่ได้จริง ๆ ว่าทั้งหมดทั้งมวลคือแผนของเขาคนนั้น ผมหมดอารมณ์ทำงานเลยเปิดลิ้นชักหยิบซองบุหรี่และไฟแช็กมาที่ข้างบริษัทซึ่งเป็นจุดสูบบุหรี่โดยเฉพาะ

ผมไม่อยากแตะมันเลยเพราะดาไม่ชอบ แต่ตอนนี้ผมไม่แคร์ไม่สนอะไรแล้ว ผมเคาะตัวบุหรี่ออกมาคาบไว้ก่อนจะจุดไฟแล้วอัดสารนิโคตินเข้าปอดหนัก ๆ เอนหลังพิงกำแพงพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่แสนจะปลอดโปร่ง มีควันสีเทาลอยขึ้นไปบ้างแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็จากหายไป ผมไม่รู้ว่าแผนของคุณเชษฐ์นอกจากส่งเยียร์ไปแล้วยังมีอะไรอีกไหม แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เลยก็คือผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วครับ

ผมกลับเข้ามาที่แผนกหลังสูบบุหรี่หมดมวน ส่งใบลาแล้วรีบออกมาที่รถก่อนจะขับออกไป ไปที่ไหนก็ได้ที่เขาจะไม่เจอผม แต่ว่ายากเพราะคนของคุณเชษฐ์อยู่ทุกหนทุกแห่งในประเทศ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อขับรถออกห่างจากตัวบริษัทมาได้กิโลกว่า ตอนระยะทางยังไม่เยอะมากก็มีแอบเสียว ๆ ในใจบ้างว่าเขาจะให้คนตามมาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มี ผมตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางก่อนหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเข้าอินเตอร์เน็ตค้นหาบาร์ที่เปิดในช่วงเวลาบ่าย ๆ แบบนี้ พอเจอสถานที่ที่ต้องการพักสมองผมก็ปักหมุดในจีพีเอสแล้วขับตามเส้นทางไป

V’Bar2% คือชื่อร้านที่ผมกำลังจะไป ที่เลือกร้านนี้เพราะมันอยู่แถบทางเข้าเมืองเลย ผมว่ามันไกลพอที่คุณเชษฐ์จะไม่ทะเยอทะยานตามหาผม แม้จะใช้เวลาในการขับรถแต่ผมก็โอเคและมีความสุขกับมัน พอมาถึงร้านแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่าบรรยากาศมันดีมาก ๆ ผมเดินเข้าไปข้างใน นั่งลงที่โต๊ะโซนในสุดก่อนพนักงานจะเข้ามารับออเดอร์ ผมมาถึงร้านตอน 14:50 น. มันยังอยู่ในช่วงเวลาบ่ายอยู่ เลยมีอาหารให้สั่งพร้อมเครื่องดื่ม ผมสั่งหม้อไฟต้มยำและเบียร์สองขวด จะกินเยอะไม่ได้เพราะเดี๋ยวผมต้องขับรถกลับบ้าน ไม่สิ ผมไม่อยากกลับไปที่นั่น ผมควรจะนอนที่ไหนดี?

ครืดๆ 

ระหว่างที่รออาหารและเบียร์ สมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะติดแจกันก็สั่นเตือนเมื่อมีข้อความเข้า ผมหยิบมาสแกนนิ้วปลดล็อกก่อนกดอ่านข้อความ

‘เชษฐา 

กลับบ้านภายใน 30 นาที ก่อนบทลงโทษจะหนักกว่านี้’ 

 

ผมหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเองแล้วกดลบข้อความนั้นไป ปิดเครื่องมันซะเลย ผมนั่งเท้าคางมองผู้คนที่เดินไปมา พวกเขาใช้ชีวิตได้ปกติดีนะ ผมชอบและอิจฉามากจริง ๆ อยากจะใช้ชีวิตเรื่อย ๆ สบาย ๆ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากเหมือนกับตอนนี้ ภรรยาติดงานหนัก ไม่มีเวลาตอบข้อความ พ่อตากลายเป็นชู้แถมสถานะยังเป็นสามีน้อย เพื่อนร่วมงานที่ใครต่อใครบอกว่าเหมาะสมกับภรรยาถูกส่งไปทำงานด้วยกัน เฮ้อ ผมยอมแพ้กับชีวิตตัวเองได้ไหมครับ?

“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ” ผมละสายตามองพนักงานสาวที่มาเสิร์ฟอาหารแล้วยิ้มให้เธอเป็นมารยาท หม้อไฟต้มยำร้อน ๆ ควันลอยกรุ่นวางลงบนโต๊ะ พร้อมกับถ้วย กระบวยตัก ช้อนและเบียร์สองขวดที่สั่งไป แก้ว น้ำแข็ง ผมขอบคุณเธอแล้วลงมือเปิดขวดเบียร์ รินใส่แก้วแต่ไม่ได้ใส่น้ำแข็งนะครับเพราะเบียร์มันเย็นอยู่แล้ว แช่อยู่ในถังน้ำแข็งแบบนี้ พอได้รับรสชาติของเบียร์ที่เข้าปากไหลลงคอสู่กระเพาะ ต้องบอกว่ามันอร่อยมาก ผมคิดถึงรสชาติขม ๆ แต่กลมกล่อมของมันที่สุด

ระหว่างที่ซดหม้อไฟสลับกับเบียร์ ผมคิดเรื่องอะไร ๆ เยอะมากในหัว เรื่องของดาที่แบบเราจะมีวันแตกหักกันหรือเปล่า ใบสมรสของเราจะยังอยู่จนถึงวันที่มีลูกเลยไหม เรื่องที่สองก็คือพ่อตาที่กลายเป็นชู้ ผมยอมรับเลยว่าเซ็กซ์กับเขามันดีมาก ๆ ผมเหมือนได้เติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย มันเอ่อล้นจนบางทียังคิดว่านี่คือตัวตนและความต้องการลึก ๆ ของผมหรือเปล่า? ผมต้องการเซ็กซ์ที่ถึงใจใช่ไหมถึงจะรู้สึกพอ ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องในอดีตไหม ผมไม่รักครอบครัวผม พ่อ แม่ ที่เสียไปผมไม่เคยร้องไห้สักครั้งตั้งแต่วินาทีที่รู้จนถึงวันที่เผา ไม่เก็บเถ้ากระดูกแล้วเดินออกมาใช้ชีวิตที่เหลือของตัวเอง

ที่ผมไม่รักพวกเขาก็เพราะผมเกิดมาจากความผิดพลาดในวัยเรียนของพวกเขา พวกเขาโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดผม โยนทุกอย่างมาให้ผม ตบตี ด่าทอ ผมไม่เคยมีความทรงจำดี ๆ ในวัยเด็กหรือกับครอบครัวเลย ทุกครั้งที่โดนด่าโดนทำร้าย ผมจะอดทนอย่างมาก ไม่ร้องไม่ส่งเสียงหลังจากที่รู้ว่าร้องไห้ไปพวกเขาก็ไม่แลผม นั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของผมที่เก็บงำทุกอย่างไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ลึกที่สุดของชีวิตแต่เขา… คุณเชษฐ์กลับเป็นคนที่ขุดมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ไม่สิ ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น โถ่เว้ย สับสนกับตัวเองชะมัด

ฟุบหน้าลงกับแขนหลังซัดเบียร์ขวดแรกหมดไป ไม่ได้เมาหรืออะไรนะครับแต่แค่เหนื่อยกับชีวิต มีทั้งภรรยาและสามีพร้อมกัน แถมภรรยากับสามียังเป็นพ่อลูกกันอีก นี่คือเวรกรรมของผมใช่ไหม? ทำไมพระเจ้าไม่ปล่อยผมไป อย่างน้อยผมก็โดนลงโทษตอนเด็กแล้วไง ยังต้องการอะไรจากผมอีก

“น้องครับ พี่ขอเหล้าดีกรีแรง ๆ หนึ่งขวด” ผงกหัวขึ้นบอกกับพนักงานคนเดิมที่เดินผ่านโต๊ะ เธอหันมารับออเดอร์แล้วบอกผมรอสักครู่ จากที่ตั้งใจจะไม่เมา ขอเมาตั้งแต่หัววันเลยแล้วกัน

ขณะที่ภัทรกำลังดื่มด่ำกับรสชาติของแอลกอฮอล์ การ์ดชุดดำที่แฝงตัวตามภัทรมาตั้งแต่ออกจากบริษัทคอยรายงานผู้เป็นนายอยู่เสมอ ‘คิดส์’ การ์ดคนสนิทของเชษฐาหรือจะเรียกว่ามือขวาก็คงได้ เขารู้นานแล้วเรื่องที่เจ้านายสนใจในตัวภัทร แล้วตัวเขาก็เชื่อเหมือนกันว่าเจ้านายจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวภัทรมา ที่สำคัญคือคิดส์ถูกสั่งให้คอยตามดูภัทรมาตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานแล้ว พอเจ้านายสนใจก็สั่งให้เขาตามสืบประวัติ ตามดูทุกอย่างว่าชีวิตในแต่ละวันเป็นยังไง

เชษฐาถึงได้รู้ว่าหากใช้กำลังและน้ำเสียงที่กระโชกโฮกฮากมาก ๆ เข้าจะกลายเป็นทำให้ภัทรนึกถึงเรื่องราวในอดีต คิดส์รู้ดีว่าเจ้านายรู้ตัวว่าตนเองใช้วิธีที่ผิดเพื่อให้ได้มา ใช้จุดอ่อนของภัทรในการดึงส่วนที่ลึกที่สุดออกมาใช้งาน คิดส์ถอนหายใจขณะมองผู้ชายหน้าตาดียกแก้วเบียร์ผสมเหล้าซดแก้วแล้วแก้วเล่า จนกระทั่งเวลาเดินทางมาช่วงหนึ่งทุ่มกว่า ภัทรก็ได้ฟุบลงกับโต๊ะ แต่ดูจากมือที่จับแก้วแล้ว เจ้าตัวยังคงมีสติอยู่ ทว่าวินาทีที่ภัทรเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะแล้วบังเอิญสายตาของพวกเขาสบกัน คิดส์ก็รู้สึกแปลก ๆ และเข้าใจในทันทีว่าทำไมเจ้านายถึงได้สนใจและอยากได้มากขนาดนี้

“…คุณมันน่ารักจริง ๆ สินะครับ” คิดส์พึมพำกับตัวเองแล้วถอนหายใจ ใบหน้าขาวแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ สายตาฉ่ำปรือหวานเยิ้มจนอยากจะจับมัดปิดตาเสียให้รู้แล้วรู้รอด รอยยิ้มบาง ๆ ของคนเมามันเขย่าใจชนิดที่ว่าถ้าหัวใจไม่หยุดเต้นแรงก็อาจจะใจวายเฉียบพลัน

ภัทรเป็นผู้ชายที่มีเสน่หาและดึงดูดเพศเดียวกันมากกว่าเพศตรงข้าม ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้น่าดึงดูดหรือเป็นจุดสนใจแต่ตัวภัทรเองนั่นแหละที่ดึงผู้คนเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว บางครั้งมอง ๆ อยู่ก็ดูเข้มแข็งและแข็งแกร่งสมชาย แต่บางครั้งกลับดูอ่อนแอ บอบบาง จนอยากจะปกป้อง และบางครั้งก็เซ็กซี่จนน่าขย้ำให้จมเตียงแบบเมื่อครู่ คิดส์ขอโทษเจ้านายในใจที่แอบคิดอกุศลกับคนของเขา

ครืดๆ 

นัยน์ตาสีน้ำตาลหลุบมองต่ำลงมาที่สมาร์ทโฟนบนโต๊ะยามสั่นเตือนเมื่อมีข้อความเข้า คิดส์ปลดล็อกก่อนกดอ่านข้อความแล้วลุกขึ้นเดินไปทางโต๊ะของภัทรที่ฟุบนอนไปตอนไม่รู้เหมือนกันก่อนเขาจะจ่ายเงินแล้วพาภัทรออกจากร้าน เนื้อหาในข้อความมีอยู่ว่า

 

‘บอส 

พากลับมาที่บ้านฉันภายใน 30 นาที’ 

 

แต่ดูจากสถานที่ที่อยู่ทางเข้าเมืองแล้ว ต้องใช้เวลาพสักพักเลยกว่าจะไปถึงใจกลางเมืองแบบนั้น ทว่าคิดส์ต้องทำให้ได้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

“แกขับรถคุณภัทรตามมา” บอกกับเพื่อนร่วมงานที่ยืนรอประสานงานอยู่ด้านนอก คิดส์โยนกุญแจรถภัทรให้เพื่อนร่วมงานก่อนเขาจะรีบขับรถตัวเองกลับไปบ้านของเจ้านายให้เร็วที่สุดและให้ทันในเวลากำหนด30 นาที

บ้านอภิวัฒณกรณ์ 

ห้องโถงกลางบ้านที่กว้างขวางและหรูหรา บนโซฟาบุหนังสีทองมีเจ้าของบ้านนั่งจิบไวน์ราคาแพงอย่างใจเย็น สายตาเรียบนิ่งราวใบมีดจับจ้องของเหลวสีแดงในแก้วทรงสูงที่ไหลหมุนเป็นวงกลมตามแรงเหวี่ยงแก้วเบา ๆ เชษฐากำลังใจเย็นอย่างมากที่ลูกเขยสุดที่รักหนีงาน ทำใบลาโดยที่ยังไม่มีใครอนุญาตแล้วออกจากบริษัทไป ตอนได้รับเรื่องก็ยอมรับว่าโกรธมากจนอยากจะจับมาสั่งสอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอเพื่อนร่วมงานเล่าให้ฟังว่าพูดอะไรออกไป ภัทรถึงได้ลาก็พอจะยกโทษให้แต่แค่เรื่องเดียวเท่านั้น เรื่องที่หนีไปกินเหล้ากินเบียร์และสูบบุหรี่เขาจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด

ริมฝีปากอิ่มนั้นจะต้องไร้กลิ่นบุหรี่และรสของแอลกอฮอล์ ร่างกายขาว ๆ ที่แสนเพอร์เฟกต์ก็ควรจะมีแค่กลิ่นกายของวัยหนุ่มบวกน้ำหอมมีราคาเท่านั้น ไม่ควรมีกลิ่นเหล้าติดเด็ดขาด เชษฐาดื่มไวน์ในแก้วจนหมดก่อนวางแก้วลงแล้วมองนาฬิกาเลือนหรูบนข้อมือที่เมื่อไหร่เข็มยาวชี้เลข 12 เป็นอันว่าเวลา 30 นาทีที่บอกกับคนสนิทหมดลงและเขาคงต้องลงโทษลูกน้องเสียหน่อย

“บอสครับ รถของคุณคิดส์และคุณภัทรมาถึงแล้วครับ” การ์ดชุดดำคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าหน้าประตูรีบเข้ามารายงานหลังได้รับการติดต่อจากคนที่อยู่ประตูใหญ่ว่ารถของทั้งสองเดินทางมาถึงแล้วก็รับเข้ามารายงานทันที เชษฐาพยักหน้าก่อนจะให้คนของเขาออกไปประจำที่เดิม ร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจวัย 50 ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตนเองแล้วลากเท้าที่สวมสลิปเปอร์เดินมารอหน้าประตูในจุดที่เขาเคยมองภัทรจากตรงนี้ ไม่นานเขาก็เห็นแสงไฟหน้ารถที่ส่องมาแต่ไกล เพียงห้านาทีต่อมาเขาก็ได้รับภัทรกลับเข้าสู่อ้อมกอด นัยน์ตาคู่คมจับจ้องใบหน้าที่หลับสนิทพร้อมกลิ่นเหล้าคละคลุ้งแล้วถอนหายใจ เขาไม่เคยมีเมียเด็ก เขาไม่รู้หรอกว่าต้องจัดการยังไงแต่ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ เขาจะใช้วิธีของเขาแล้วกัน

“พวกนายกลับไปพักกันได้ ไม่ต้องทิ้งใครไว้เด็ดขาด”

“แต่บอสครับ…” คิดส์รีบแย้งเพราะเขาห่วงความปลอดภัยของบอส เชษฐาอาจดูเป็นแค่นักธุรกิจใหญ่โตแต่จริง ๆ ความมืดของธุรกิจมันก็มีอยู่บ้างและถือว่าเขาก็คือตัวเบ้งของธุรกิจสายนั้น ศัตรูมีมากกว่าที่คิดถึงจะไม่มีใครกล้าโจมตีตรง ๆ ก็ตาม

“ฉันอยากใช้เวลากับภัทรแค่สองคน สอง-คน” พูดย้ำกับคนสนิทด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังแถมดุดันจนคิดส์ต้องยอมและสั่งให้คนทั้งหมดกลับบ้านพักผ่อนกันได้ คิดส์เป็นคนปิดประตูบ้านแทนแม่บ้านที่มีเวลาทำงานแค่ช่วง ตีห้าถึงห้าโมงเย็น การดูแลความเรียบร้อยของบ้านจึงตกเป็นของเขาแต่ตอนลูกสาวของบอสอยู่ เธอคนนั้นจะเป็นคนจัดการ

เชษฐาอุ้มภัทรที่หมดสติกลับขึ้นมาบนห้องของตนเอง เขาวางลูกเขยลงบนเตียงแผ่วเบา เรียวนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าขาว ๆ ออกก่อนก้มจรดริมฝีปากลงบนหน้าผาก

“ตื่นมาเมื่อไหร่ ฉันจะลงโทษนายให้หนัก” บอกกับคนเมาแล้วเดินมานั่งทำงานที่เอากลับมาจากบริษัท เขาเปิดอ่านอีเมลที่รายงานความคืบหน้าของแผนการ สามสัปดาห์ที่ดากับเยียร์อยู่ด้วยกัน ดูเหมือนดาจะเริ่มเทไปทางเยียร์มากขึ้น เชษฐารู้จักจุดอ่อนของลูกสาวดี ดาวิณีแพ้คนเอาใจ แพ้คนตามใจและแพ้คนที่ยอมเธอ แต่ใช่ว่าจะยอมทั้งหมด เรื่องบางเรื่องถ้าขัดอย่างมีเหตุผล ดาวิณีจะยิ่งตกหลุมมากขึ้น ภัทรเองก็คงเป็นคนที่เอาใจและตามใจลูกสาวเขา ถึงได้คบและแต่งงานกัน แต่เชื่อเถอะว่าตอนนี้เขาเห็นใบสมรสมีรอยขาดแล้ว

นั่งทำงานจนถึงห้าทุ่มก็ได้เวลาอาบน้ำนอน ชุดทำงานราคาแพงถูกถอดออกจากร่างกายกำยำแล้วโยนลงตะกร้าก่อนเขาจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวเดินมาที่เตียง สองแขนแข็งแรงสอดช้อนร่างลูกเขยขึ้นสู่อ้อมกอดแล้วพาเข้าห้องน้ำ จะให้อาบน้ำคนเดียวก็ยังไงอยู่ เขาเลยอาบให้ภัทรด้วยเลย ตอนอาบก็เกือบจะมีลักหลับแต่เพราะตั้งสติได้เลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากอาบน้ำล้างกลิ่นเหล้าออกไปให้หมด

อาบน้ำเสร็จแล้วเชษฐาต้องจัดการเรื่องแต่งตัวด้วย เขาแต่งให้ตัวเองก่อนโดยสวมชุดนอนสีน้ำเงินเข้ม เนื้อผ้าซาตินแบบที่เขาชอบแล้วหันมาจัดการให้ภัทร แน่นอนว่ามันไม่ใช่ชุดธรรมดาอย่างที่คิด ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กกำลังไล่เช็ดตามร่างกายให้แห้ง เช็ดทุกซอกทุกมุมแล้วถึงจะหยิบกล่องบางอย่างที่อยู่ในถุงแบรนด์ดังมา กล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่สีแดงเป็นแพ็กเกจสุดหรูและมีราคาสูงพอสมควรสำหรับเซ็ทชุดชั้นในลูกไม้ ฝ่ามือหยาบเปิดกล่องออกก่อนหยิบเพียงชั้นในลูกไม้สีดำออกมาแล้วสวมให้ภัทร เชษฐาบรรจงกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่นุ่มนิ่มขยุ้มเบา ๆ ให้เข้ามาโอบอูมอยู่ภายใต้ชั้นในลูกไม้อย่างเอ็นดู เขาทอดสายตามองลูกไม้สีดำตัวบางมีระบายตรงขอบเล็กน้อย มันกำลังปกปิดภัทรน้อยเอาไว้ในแบบที่เขาพอใจอย่างมาก ส่วนตัวบราเขาเก็บไว้ในกล่องดังเดิม

“ฉันตั้งใจจะใช้กับนายวันหลัง แต่นายดื้อ ฉันเลยต้องใช้มันเดี๋ยวนี้เลย” เชษฐายกยิ้มแล้วเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ของเขาในตู้มาสวมให้ภัทรเป็นอันเรียบร้อยถึงได้เวลาเข้านอน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและแข็งแรงของเชษฐาทำให้ภัทรขยับเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าซุกอกกว้างแล้วผ่อนลมหายใจออกมา เชษฐารับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังสบายยามนอนในอ้อมกอดเขา แต่ลองเป็นตอนที่ได้สติสิ มีหวังได้ต่อปากต่อคำจนเขาต้องปิดปากอิ่มด้วยปากเขาเป็นแน่

เช้า 

09:15 น. 

ความปวดเมื่อยตัวและอาการเวียนศีรษะโจมตีผมทันทีที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมหลับตาลงเมื่อแสงพระอาทิตย์ที่สาดเข้ามาแยงตาก่อนจะลืมขึ้นใหม่แล้วปรับการมองเห็น ผมมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างแปลกใจที่ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของผม ซ้ำยังเป็นห้องที่ผมคุ้นเคยตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ห้องของคุณเชษฐ์… แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไง? จำได้ว่าผมอยู่ที่บาร์แล้วจากนั้นภาพมันก็ตัดไปเลย

“อึก…!” แค่จะลุกขึ้นนั่ง ผมก็รู้สึกวูบจนต้องล้มตัวนอนอีกครั้ง นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าอาการแฮงค์ แถมหัวยังหนักอึ้งจนไม่อยากจะทำอะไรเลย

“ตื่นแล้วหรือไง” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของข้าวต้มที่ลอยเข้าจมูก ผมยันตัวขึ้นนั่งก่อนหรี่ตามองเขาที่อยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีเดียวกัน ผมที่เคยเซ็ตด้วยเจลตอนนี้เขาปล่อยมันให้ปรกหน้าเลยทำให้เขาดูเด็กลงแต่ริ้วรอยของวัยมันไม่หลอกกันหรอกนะครับ

“กินข้าวต้มซะแล้วเดี๋ยวฉันกับนายต้องคุยกันหน่อย” เขาวางถาดข้าวต้มลงบนโต๊ะหัวเตียงแล้วเดินห่างออกไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน เขาถือแก้วกาแฟยกขึ้นจิบ สายตามองมาทางผม นี่เขาจะมองผมตอนกินข้าวด้วยหรือไง? ผมถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าห่มออกแล้วขยับตัวมานั่งห้อยขาเตรียมกินข้าว ทว่าจังหวะที่เห็นขาเปลือยเปล่าไร้กางเกงของตัวเอง ตาผมก็แทบถลนออกจากเบ้า พอดึงชายเสื้อเชิ้ตขึ้น ไอร้อนทั้งหมดทั้งมวลก็วิ่งตู้มขึ้นมาที่หน้า ผมรีบดึงผ้าห่มมาปิดช่วงล่างก่อนตวัดสายตามองคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่

“นี่มันอะไรครับ?! ทำไมผมถึงมีกางเกงในลูกไม้น่าอายแบบนี้บนตัวด้วย?!” ผมถามเขาเสียงฉุน อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนอาการแฮงค์หายไปเลย

“กินข้าวแล้วค่อยคุย” ทว่าน้ำเสียงที่ดุ ๆ และเด็ดขาดของคุณเชษฐ์ทำผมหุบปาก ได้แต่บ่นและต่อว่าในใจก่อนจะลงมือทานข้าวต้มที่เขายกมา กินไปมองหน้าเขาไปด้วยความขุ่นเคือง ส่วนเขาน่ะหรอครับ? เหอะ ยิ้มได้น่าหมั่นไส้มากเลยเถอะ! พอกินข้าวต้มหมดแล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่าเย็น ๆ ชื่นใจ อาการแฮงค์ก็เริ่มดีขึ้นบ้างแต่คือผมไม่กล้าขยับตัวไปไหนเลย รู้สึกถึงความลูกไม้ที่ปิดภัทรน้อยอยู่ด้วย ขยับทีเสียดสีที มันก็…วูบวาบบ้างนะครับ ให้ตายเถอะ นี่ผมกลายเป็นคนเกิดอารมณ์ง่ายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“เอาล่ะ ถึงคราวที่ฉันต้องดุเมียแสนดื้อสักที” คุณเชษฐ์วางแก้วกาแฟลงแล้วลุกเดินมาหาผม ผมถอยหนีแต่เพราะลูกไม้ตัวบางมันเสียดกับส่วนนั้นเลยต้องหยุดนิ่ง ผมเงยหน้ามองคุณเชษฐ์ที่ยืนค้ำหัวอยู่ก่อนผ้าห่มจะถูกดึงออกจนช่วงล่างปรากฏสู่สายตา เขาโน้มตัวลงมาอุ้มผมขึ้นแล้วพามาที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผมขมวดคิ้วอยากแปลกใจที่บนโต๊ะเครื่องแป้งนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า

“ค คุณจะทำอะไร?” ผมถามเขาเสียงสั่นหลังจากเขาวางผมลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ซ้ำยังจับให้ผมหันหน้าเข้ากระจก สองขาถูกแยกออกจากกันจนกลายเป็นผมนั่งอ้าขาหน้ากระจก ลมหายใจสะดุดยามสบตากับเงาที่สะท้อนในกระจก แผ่นอกกว้างเป็นที่พักพิงแนบชิดกับแผ่นหลังผมจนรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจ ผมอายมากที่ตกอยู่ในสภาพนี้ มองดูตัวเองนั่งอ้าขาแล้วมันน่าอายแต่ลึก ๆ ในห้วงของความรู้สึกผมกลับ… ‘ตื่นเต้น’ 

“กัดไว้” ฝ่ามือหยายจับชายเสื้อเชิ้ตดึงขึ้นมาให้ผมกัดไว้ ผมทำตามที่เขาบอกอย่างง่ายดายแล้วมองการกระทำต่าง ๆ ของเขาที่สะท้อนให้เห็นในกระจก คุณเชษฐ์ยิ้มมุมปากแล้วเกยคางกับไหล่ผม สองฝ่ามือหยาบลูบไล้ไปตามต้นขาทั้งสองข้างแล้วไล้มาที่หน้าท้อง ผมสะดุ้งพลางครางอืออึงในลำคอ หน้าท้องหดเกร็งกับสัมผัส ปลายเท้าจิกงอ ทำไมกันนะ ทั้งที่อยากต่อต้านแต่พอโดนเขาสัมผัสก็หลอมเหลวเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ นี่คือตัวตนจริง ๆ ของผมหรอครับ?

“นายรู้ไหมว่าฉันโกรธและโมโหแค่ไหนที่จู่ ๆ เมีย ก็หนีไปหลังทิ้งใบลาโดยที่ยังไม่มีใครเซ็นอนุมัติ” เขากระซิบข้างหูเสียงแผ่วเบาแต่กลับซาบซ่านพาผมสะท้านไปทั้งตัว ลิ้นสีสดแลบออกมาแล้วแตะลงที่ใบหู ผมสะดุ้งเอียงศีรษะหลบแต่กลับไม่พ้นอยู่ดี ดี…มันดีมาก ๆ ดีจนผมแทบบ้าเลยล่ะ แถมตอนที่เขาเน้นคำว่า เมีย มันยังจักจี้ในใจแปลก ๆ ยังไงไม่รู้

‘เพราะคุณส่งเยียร์ไปหาดา มันเป็นเพราะคุณ’ ผมอยากจะตอบเขาแบบนี้แต่เพราะปากไม่ว่างเลยทำได้แค่ขมวดคิ้ว ทิ้งศีรษะพิงไหล่กว้าง คุณเชษฐ์หัวเราะขณะเล็มเลียไปตามกกหูและลำคอ ทุกวินาทีที่ปลายลิ้นนั้นลากผ่าน เหมือนมีกระแสไฟวิ่งช็อตไปทั่วร่างจนเผลอขยับสะโพกเอง น่าอาย น่าอายมาก ๆ

“ห้ามละสายตาจากกระจก” คำสั่งของเขาทำให้ผมผงกหัวกลับมาตั้งตรงพร้อมเปลือกตาที่ลืมขึ้น เราสบตากันผ่านกระจกอีกแล้วและรอบนี้ผมใจสั่นหนักเมื่อเห็นเรียวลิ้นสีแดงไล้เลียตามลำคอ ในขณะที่สายตาเราสบกันไม่ละ ผมหอบหนักและอยากร้องขอเขาให้ปลดปล่อยผมจากตรงนี้ ผมอยากจะปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มทีแล้ว

“จริงสิ มีคนปากมากบอกกับเมียฉันสินะว่าฉันส่งเยียร์ไปเปรู ส่งไปอยู่กับลูกสาวฉัน” เขายกยิ้มก่อนรอยยิ้มเย็นเยือกจะส่งผ่านมาให้ผมขนลุกไปทั่วกาย “ปากมากขนาดนี้… คงต้องไล่ออกและเหยียบให้จมดินเลยว่าไหม?” ผมส่ายหัวรัวก่อนเชิดหน้ากัดชายเสื้อแน่นเมื่อฝ่ามือหยาบตะปบลงบนส่วนอ่อนไหวแล้วเค้นคลึงถูมันอย่างหนักหน่วง ผมขยับสะโพกตอบรับสัมผัสแล้วมองเขาผ่านกระจกอย่างอ้อนวอน ผมไม่ไหวแล้ว ผมอยาก…จะปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดแล้ว

“ฉันไม่ใช่คนใจดี อย่าอ้อนฉันเลยภัทร ฉันต้องลงโทษเด็กดื้ออย่างนายเสียก่อน” แม้จะขัดใจแต่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากมองฝ่ามือที่ขยำส่วนอ่อนไหวจนมันเริ่มแข็งดันชั้นในลูกไม้ พอมันแข็งแล้วเขาก็ละมือลูบลงมาตรงทางเชื่อมของร่องก้น ผมครางอืออึงเสียงดังแล้วบิดตัวเร่า ๆ บิดไปบิดมากลายเป็นตอนนี้ผมกึงนั่งกึ่งนอนอ้าขาหน้ากระจกแต่โดนคุณเชษฐ์ดึงตัวให้กลับไปนั่งเหมือนเดิม

“อื๊อ!” สะดุ้งวาบแล้วแอ่นตัวขึ้นสุดจนเห็นยอดอกที่ชูชันกลาย ๆ ในระยะสายตาแถมยังได้เห็นเรียวนิ้วยาวที่เขี่ยชั้นในให้หลบไปก่อนจะสอดดันเข้ามาในช่องทาง ผมมองปากทางที่ตอดนิ้วตุบ ๆ ปากทางดูขมิบถี่รัวแล้วเขินอายจนแทบบ้า ผมปล่อยชายเสื้อที่ชุ่มน้ำลายออกแล้วเอี้ยวหน้าหันไปหาเขา อ้าปากเล็กน้อยก่อนเรียวลิ้นของคนด้านหลังจะสอดเข้ามาในปาก เราเกี่ยวกระหวัดลิ้นนัวเนียกันราวกับห่างหายมานานทั้งที่ไม่เลย เสียงจูบเสียงแลกน้ำลายของเราเริ่มดัง น้ำลายเริ่มสอไหลออกตามมุมปาก ผมชอบการจูบที่แสนหยาบโลนนี้มาก มันเหมือนกับกว่าต่างคนต่างกระหายกันและกัน

“อือ อึก” ขมวดคิ้วเล็กน้อยยามนิ้วข้างในกระทุ้งจนจุก พอสักพักมันก็เสียววูบวาบแถวท้องน้อยจนจะทนไม่ไหว คุณเชษฐ์ถอนจูบออกแล้วมองหน้าผมด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ ผิดกับผมที่รู้สึกว่าน้ำตามันรื้นขึ้นมาแล้วไหลลงตรงหางตา

“นายร้องไห้ทำไม?”

“ผมกลัว… กลัวตัวเอง ผมกลัวตัวเองเป็นคนแบบนี้” ผมมองหน้าเขาแล้วหลับตาเอียงศีรษะพิงไหล่กว้าง ตอนมีอะไรกับดาผมรู้สึกว่านั่นดีแล้ว มันดีมาก ๆ ผมให้ดา ดาให้ผม เรามีเซ็กซ์กันบ่อยแต่ก็ป้องกันการท้องก่อนพร้อม ผมว่าแค่นั้นมันก็พอแล้วนะแต่พอมาตอนนี้ ผมรู้เลยว่าที่ทำกับดามันไม่ได้ครึ่งของที่ทำกับคุณเชษฐ์ เขามอบอะไรใหม่ ๆ ให้ผมเสมอเลย

“อยู่กับฉันไม่ต้องกลัว ปล่อยตัวปล่อยใจนายให้มากับฉันซะ” น้ำเสียงที่ฟังสบายของเขาช่วยให้ผมผ่อนคลายก่อนร้องเสียงแผ่วเมื่อเรียวนิ้วในตัวดึงออกไป ผมเหลือบสายตามองกระจกก่อนเม้มปากแน่น เห็นช่องทางของตัวเองขมิบถี่รัวเพราะความโล่งแล้ว... หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็คงนึกออกใช่ไหมครับว่านอกจากโต๊ะเครื่องแป้งจะเละแล้ว เตียงก็เละตามพร้อมกับร่างกายผมและเขาหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ผมกอดเขา เขากอดผมและวันนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งวันที่ความสัมพันธ์ของผมกับเขาดูจะถลำลึกมากขึ้น

ตกดึก 

ผมสวมชุดคลุมสีขาวเดินลงมาข้างล่างแล้วเลี้ยวมาที่ครัว ผมหิวน้ำมาก คอแห้งไปหมดแล้วและยังเจ็บก้นมาก ๆ ด้วย ส่วนคนที่ทำผมเป็นแบบนี้เขากำลังนั่งทำงานอยู่ เราหยุดทำกันเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ผมนอนพักแล้วเข้าไปอาบน้ำก่อนจะลงมาที่ครัวนี่ ผมรินน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ผมใช้คอและเสียงไปมากกับการ เอ่อ นั่นแหละ บนเตียงกับเขา แสบคอ คอแห้งหมดแล้ว

แล้วก็ช่วงที่ทำกัน ผมได้รับข้อความจากดาแต่คุณเชษฐ์ไม่ให้ผมอ่าน ไม่ให้ตอบ ผมเลยกะว่าจะรอจังหวะที่อยู่คนเดียวก่อนจะได้อ่านและตอบไป

ครืด… 

“ทำงานเสร็จแล้วหรอ…ครับ” ตัวผมชาวาบยามสบตากับนัยน์ตาสีดำที่มองตรงมาที่ผม ใบหน้าเขาเหมือนกับคุณเชษฐ์ไม่มีผิด ตอนได้ยินเสียงลากเก้าอี้ ผมคิดว่าเป็นคุณเชษฐ์ที่ทำงานเสร็จแล้วลงมาหาผมที่ครัว แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย เขาคือ ‘พี่ชณิน’ พี่ชายของภรรยาผม ผมคอแห้งหนักกว่าเดิม ริมฝีปากสั่นเพราะไม่รู้ว่าผมควรจะพูดอะไรดี พี่ชณินนั่งมองผมด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก่อนริมฝีปากเขาจะคลี่ยิ้มและยิงคำถามมาหนึ่งคำถามแต่เป็นคำถามที่ทำให้ผมหน้าม้านและอยากจะหายออกไปจากบ้านหลังนี้

“ไม่เหมาทั้งตระกูลเลยล่ะครับน้องเขย?”

“พี่…ชณิน”

“เห็นแค่หน้าคิดว่าจะไม่ร้าย แต่ไม่คิดเลยนะครับว่าจะรวบหัวน้องสาวและรวบหางพ่อผม ทำไมไม่รวบตัวผมไปด้วยเลยล่ะ จะได้ครบทั้งตระกูล” ถึงแม้เขาจะแทนตัวว่าผม มีหางเสียงว่าครับ แต่ผมรู้สึกเจ็บกว่าคำหยาบคายด้วยซ้ำ พี่ชณินยิ้มที่ผมไม่ตอบก่อนเขาจะลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผม ผมอยากหนีแต่ขาผมมันก้าวไม่ออก ฝ่ามือของพี่ชณินไล้ไปตามแก้มผมแผ่วเบาก่อนเชยคางผมขึ้นเพื่อให้สบตากัน เขาทำให้ผมรู้สึกว่าผมกำลังเจอกับคุณเชษฐ์สมัยหนุ่มอย่างไงอย่างนั้นเลย

“รับชายชู้เพิ่มอีกสักคนสิครับน้องเขย ผมรออยู่” ริมฝีปากหนากดลงบนหน้าผากก่อนเขาจะเดินออกจากครัวไป ผมรีบตั้งสติแล้วก้มมองสภาพตัวเองในชุดคลุมอาบน้ำ นี่ผม… ผมดูเป็นอีตัวในสายตาเขาขนาดนั้นเลยหรอครับ?

TBC... 

ความคิดเห็น