Rossarin_PK | รสริน

ขอให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรนะคะ :) #คำผิดก็เหมือนผีรู้ว่ามีแต่หาไม่เจอ

ชื่อตอน : #7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 334

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 03:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#7
แบบอักษร

ร้านนักเรียนศูนย์รวมทุกอย่างตามชื่อให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬา เครื่องเขียน ชุดนักเรียนครบครัน วันนี้ตงฉินมีนัดกับยี่หวาที่นั่น

‘นายไม่ต้องห่วงนะเราจะไปเป็นเพื่อนนาย เราจะช่วยนายเอง’

ห่วงเหรอ...อยู่กับยี่หวาเธอดูแลเขาดีทุกอย่างที่ตงฉินต้องห่วงคือความรู้สึกของตัวเองต่างหาก ในระหว่างที่อีกคนพยายามรักษาความเป็นเพื่อนไว้ อีกคนกลับต้องปกปิดเก็บมันให้ลึกสุดใจ

เขาอยากอยู่ข้างๆเธออยากเป็นคนที่เธอไว้ใจไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างเราปกติสุขดีอาจมีบ้างบางครั้งที่ถูกพี่ชายของสาวเจ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ถึงอย่างนั้นยี่หวาก็ไม่เคยผิดคำพูดที่ว่ามา อยู่กับยี่หวาสบายใจได้เสมอนอกจากเรื่องกินแล้วเธอยังคอยชี้แนะการใช้ชีวิตในเมืองไทยหลายๆเรื่อง ถือว่าเป็นโชคดีของตงฉิน

ศูนย์การค้ากลางเก่ากลางใหม่ที่ยี่หวาพามาในวันนี้ อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นักเราแวะกินมื้อเที่ยงกันก่อนเดินย่อยอาหารจนมาถึงที่นี่

สองร่างต่างขนาดเดินเคียงกันไปถึงแผนกชุดนักเรียน ซึ่งมีพนักงานยืนคอยให้คำปรึกษาพร้อมรอยยิ้ม ทันทีที่สองเท้าหยุดเดินยี่หวาก็เอ่ยความต้องการ

“สวัสดีค่ะ ขอดูชุดนักเรียนให้เพื่อนหนูลองหน่อยได้ไหมคะ”

พนักงานตอบกลับขอวัดตัวแล้วเข้าไปหาไซส์สำหรับเด็กชาย ระหว่างรอยี่หวาก็พาเขาเดินดูเสื้อและกางเกงนักเรียนหลากหลายยี่ห้อ ทั้งที่ก็แบบเดียวเหมือนกันหมด ตงฉินไม่รู้สึกถึงความต่างเลยด้วยซ้ำแต่มีบางคนกำลังกำลังตั้งอกตั้งใจคัดสรร

ก็เป็นเสียแบบนี้จะยังอยากให้เป็นเพื่อนอยู่ได้ เธอใส่ใจทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจนั่นทำให้ตงฉินเกิดความรู้สึกบางอย่างซึ่งมันดีเอามากๆ

ยี่หวาหยิบจับเสื้อนักเรียนที่คิดว่าคุณภาพดีที่สุดขึ้นมาสามยี่ห้อ ระหว่างรอพนักงานก็หันหน้ามาหาคนข้างกันที่มองอยู่ก่อนเพื่อขอความเห็น

“นายลองจับสิ ชอบผ้าแบบไหนกว่ากัน”

“อันไหนก็ได้เราแล้วแต่เธอ”

“ไม่ได้นายเป็นคนใส่นะ”

ตงฉินนิ่งคิดลองจับๆตามที่ยี่หวาบอก เอาตรงๆเขาแยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

“เอาแบบไหนดีล่ะ ปกติชุดนักเรียนเราแม่จะเป็นคนซื้อให้น่ะ”

นัยน์ตาสายหมวยเบิกกว้างเข้าใจได้ถึงสิ่งที่ตงฉินบอก เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศกลัวตงฉินจะคิดถึงบ้านยี่หวายิ้มกว้างพาเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่เป็นไรเราจะช่วยนายเลือกเอง”

พอดีกับที่พนักงานถือชุดนักเรียนตามขนาดที่วัดออกมาให้เลือกว่ามียี่ห้อไหนบ้าง ถึงจะเป็นแค่เด็กมัธยมต้นแต่ตงฉินก็ถือว่าเป็นคนหุ่นค่อนไปทางตะวันตกมากตามประสาเนื้อนมไข่ไม่เน้นข้าว

“นายไปลองสิเราจะรออยู่ตรงนี้” ไม่เพียงแค่พูดแต่ยี่หวาในชุดชุดเอี๊ยมเสื้อยืดสีขาวนั่งลงบนโซฟาหนังหน้าห้องลองเพื่อรอเขา

ใช้เวลาไม่นานตงฉินก็เดินออกมาพร้อมลุคใหม่ แม้วันเวลาหมุนผ่านหลายอย่างเปลี่ยนแปลงแต่ไม่มีครั้งไหนรู้สึกเท่าครั้งนี้มาก่อน นอกจากวัฒนธรรมที่แตกต่างตงฉินเรียนรู้อย่างขะมักเขม้น เรียนรู้เพื่อเอาตัวรอด...

และตอนนี้เงาในกระจกกำลังสะท้อนเพื่อตอกย้ำความจริง เขาแค่เคยอยู่อเมริกา เคยมีครอบครัวที่พร้อมหน้า เคยมีแม่ที่คอยจัดการให้ทุกอย่าง...

“โอ้โหดูดีมากเลย นายใส่เสื้อได้พอดีเลยใช่ไหมคับตรงไหนรึเปล่า”

ยี่หวายิ้มหวานมองตงฉินใส่ชุดนักเรียนในกระจกเดียวกัน

น้ำเสียงและรอยยิ้มนั้นดึงความจริงอีกข้อให้ตงฉินได้ตระหนักถึง ตอนนี้เขามียี่หวาผู้เป็นรอยยิ้มและความสุขใจ หลายอย่างอาจผ่านเลยไปไม่สามารถย้อนกลับไปได้แต่บางอย่างกำลังก่อตัวในหัวใจให้รู้สึกอบอุ่นอีกครั้ง

“อื้ม ก็ดีนะ” คนตัวสูงหันกลับมาหายี่หวา กางแขนให้เห็นว่าใส่ได้พอดีไม่อึดอัด

“แล้วปกเสื้อล่ะ มันสูงไปไหมนายอึดอัดรึเปล่า”

“อืม...เธอว่าไง” เพราะเขาคิดว่าไม่แย่แต่เพราะไม่เคยใส่เลยจึงอยากขอความเห็นจากเธอ

“ขอโทษนะ ขอเราดูหน่อย”

ตงฉินพยักหน้ายิ้มรับเพราะน้องตัวเล็กกว่าเขาจึงต้องเดินไปนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับที่ยี่หวาเคยนั่ง

ยี่หวาจับนั่นจับนี่ทำตามอย่างที่เคยเห็นตอนแม่เลือกชุดนักเรียนให้พี่ชาย จำได้แม่นว่าต้องดูตรงไหนบ้างเพราะรายนั้นติดหล่อนู่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่ได้กว่าจะเสร็จได้กลับบ้านตะวันเกือบลับขอบฟ้า

“เรียบร้อย แล้วกางเกงล่ะนายอยากได้สั้นกว่านี้ไหม”

ตงฉินลุกขึ้นยืนมองไปที่กระจกอีกครั้งสำหรับเขาคิดว่าที่ใส่อยู่ก็พอดีแล้วนะ เพราะที่อเมริกาจะเป็นขายาวเลยไม่รู้ว่าควรจะสั้นขึ้นอีกหรือไม่

“เธอว่าไง”

“ตัดสักพับหนึ่งไหมกำลังเทรนด์ตอนนี้”

“เราว่าตามเธอ”

ตงฉินซื้อเสื้อนักเรียนไปทั้งหมดเจ็ดตัวเผื่อขนาดว่าขี้เกียจซักยังมีใส่ ส่วนกางเกงนั้นซื้อแค่สามเพราะอีกไม่นานก็ต้องขึ้นม. สี่ แล้วเปลี่ยนสีใหม่

ทั้งสองคนกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อคิดเงินและรอรับใบนัดรับตัดขากางเกงตามที่ยี่หวาบอก

“แล้วของเธอล่ะ”

“ของเรามาซื้อไปแล้วเมื่อวันก่อนเหลือก็แต่ชุดพละ”

“ชุดพละ...”

“ชุดกีฬาไง”

“อ๋อแล้วต้องไปซื้อที่ไหนล่ะ”

“โรงเรียนสิ นายมีปฎิทินโรงเรียนใช่ไหม”

“ปฎิทินเหรอ...อาจจะอยู่ที่พ่อเราไม่แน่ใจ”

“งั้นไม่เป็นไรถึงวันไปซื้อหนังสือสมุดชุดพละนายไปพร้อมเราก็ได้ เราจะไปเป็นเพื่อนนายเอง”

“อื้มขอบใจนะ”

จบบทสนทนาพนักงานก็คิดเงินเขียนเวลานัดรับส่งให้ตงฉินเรียบร้อย ทั้งคู่เดินออกจากร้านมาพร้อมถุงกระดาษที่ใส่เสื้อนักเรียนของตงฉิน ระหว่างรอก็เดินเล่นดูของไปเรื่อยๆเพราะพนักงานบอกว่าใช้เวลาในการตัดเย็บไม่นานก็สามารถรอรับกลับบ้านได้เลย

เสียงโฆษณาสินค้าดังมาตามสายสลับกับเพลงที่เขาเองก็ฟังไม่ออก รู้เพียงแต่ว่าชอบที่ได้เดินใกล้ๆเธอคนนี้ ได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มและรับฟังน้ำเสียงใสใสบ่อยครั้งทำคนมองเผลอยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

“ตงฉิน...” ยี่หวาหยุดเดินพร้อมจับชายเสื้อของเพื่อนไว้

“หื้ม?”

“หิวแล้วง่ะ”

ไม่รูเป็นอะไรแต่เวลาหิวยี่หวามักจะทำหน้าน่ารักเป็นพิเศษคล้ายเด็กอ้อน

“ไปสิเธออยากกินอะไร”

“ไอติมไหม ชั้นบนมีร้านไอติม”

นอกจากร้านไอติมแล้วยังมีโซนเครื่องเล่นและคาราโอเกะไม่ไกล ทั้งชั้นมีแต่สิ่งล่อตาล่อใจอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน

คนหิวเดินเร็วจนไปถึงร้านไอติมที่ว่าแล้วก็สั่งยังกับตลอดทางคิดมาดีแล้ว

“ช็อกโกแลตใส่กรวยโรยเกร็ดหิมะค่ะ” สั่งเสร็จก็หันมายิ้มให้เขาที่กำลังมองตาม ยี่หวายืนรอด้วยความตื่นเต้นอย่างทุกครั้ง

กับของกินเรียกได้ว่าดีต่อใจไม่มีที่สิ้นสุด

“ชอบกินช็อกโกแลตเหรอ”

“อื้มหวานๆขมๆอร่อยดี”

“งั้น...พี่ครับเอาแบบเมื่อกี้อีกหนึ่งอัน”

ได้ไอติมแล้วทั้งสองก็พากันมานั่งที่ที่ร้านจัดไว้ นั่งมองผู้คนมากมายเดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

สำหรับตงฉินแล้วยี่หวาแค่อวบไม่ได้อ้วนอะไร ถึงเวลาเห็นของกินนัยน์ตาจะลุกวาวแค่ไหนเธอก็ไม่เคยตะกละตะกลามเลยสักครั้ง ตรงข้ามกันกลับเป็นระเบียบละเมียดละไมในทุกคำ ค่อยๆกินค่อยๆเช็ดเป็นภาพที่น่ารักทำเขายิ้มตาม

อิ่มแล้วตงฉินก็อาสาไปซื้อน้ำ เปิดขวดใส่หลอดให้น้องดื่มก่อนจนอิ่มแล้วเขาค่อยดื่มที่เหลือจนเกลี้ยงจึงเอาไปทิ้ง

“นาย”

“หื้ม”

“เล่นตู้เกมกันไหม”

“เธออยากเล่นอะไร”

“เราเล่นได้หมด ตามใจนายเลย” ไม่อยากจะขิงหรอกนะแต่ยี่หวาหมายความตามที่ว่าจริงๆ ด้วยอยู่ใกล้บ้านเลยมาบ่อยบวกกับพี่ชายติดเกมทุกชนิด มีเวลาว่างเมื่อไหร่เป็นอันต้องขอติดสอยห้อยตามมาด้วยตลอด

“ขับรถแข่งแล้วกัน”

“งั้นไปแลกตังค์ก่อน”

เริ่มตั้งแต่ขับรถต่อด้วยยิงปืนตบท้ายที่ตีกบ แต่ยังไม่จบเพราะ

“เธออยากได้ตุ๊กตาไหม”

“อยากสิ นายจะเล่นเหรอ”

“อื้มชี้เลยอยากได้ตัวไหน”

“ขนาดนั้นเลย”

“คอยดูพี่นะน้อง” ปกติตงฉินไม่ค่อยพูดหรืออาจพูดไม่ค่อยเก่งพอมาได้ยินแบบนี้ยี่หวาถึงกับขำพรืด

ระหว่างยืนรอตงฉินไปแลกเหรียญเพิ่ม ยี่หวาก็ยืนเลือกตุ๊กตาตามที่เขาบอก

“เลือกได้ไหม”

“ตัวนี้ๆ” ตุ๊กตาสีฟ้ารูปร่างอ้วนกลมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์รู้น้อยในการ์ตูนเรื่องโปรดของยี่หวา

“ตัวนี้นะ”

“อื้มน่าจะกอดถนัดมือดีไม่เล็กไม่ใหญ่”

ตงฉินหยอดเหรียญโชว์สกิลตามที่อวดอ้างระหว่างนั้นก็แอบมองอาการคนข้างๆไปพลาง เธอดูลุ้นและคาดหวังมาก และเขาจะไม่ทำให้ยี่หวาผิดหวังเด็ดขาด

เสียงแห่งความดีใจดังขึ้นในไม่กี่นาทีให้หลัง เธอทั้งลุ้นทั้งภาวนาขอให้ได้ตุ๊กตาตัวนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าจังหวะที่ตงฉินคีบขึ้นมาเธอแทบหยุดหายใจ ก่อนที่ตุ๊กตาจะหลุดลงแล้วกลิ้งตกตรงช่องพอดิบพอดี

ตงฉินย่อตัวลงไปหยิบแล้วยื่นให้

“อ่ะเราให้”

“ขอบคุณน้า”

สองมืออวบอูมยื่นมารับไว้แล้วเอาไปกอดทั้งใบหน้ายี่หวาเปื่อนไปด้วยความดีใจสื่อถึงคำพูดที่บอกออกไปจริงๆ

ตงฉินมองความพอดีอย่างที่เธอบอกตุ๊กตาตัวไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังพอดี

“ไปเอากางเกงกันเถอะ”

“อื้ม”

ระหว่างทางขากลับค่อนข้างต่างจากขามาเพราะบันไดเลื่อนนั้นอยู่คนละด้านของศูนย์การค้า ยี่หวาพาตงฉินเดินลัดเลาะจนมาถึงโซนอุปกรณ์กีฬา เธอจับจังหวะได้ว่าคนข้างๆก้าวย่างช้าลงก่อนจะเอ่ยถามคลายความสงสัย นัยน์ตาตงฉินก็ตอบแทนทุกอย่าง

“นายชอบเล่นบาสเหรอ”

“อื้ม เมื่อก่อนตอนสมัยอยู่เมกาเราเล่นทุกวันเลยนะ”

“ถึงว่านายตัวสูงน่าอิจฉา”

ยี่หวาได้ยินเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากตงฉินเท่านั้น ก่อนเด็กชายจะตัดใจเดินต่อ

“ไปกันเถอะ”

“นายไม่ลองเล่นก่อนเหรอ”

เธอหน้าไปทางสนามบาสขนาดเล็กที่โชว์อยู่ไม่ไกล คิดว่าคงเล่นได้เพราะมีพนักงานในแผนกนั้นก็เล่นอยู่

“ไม่เอาดีกว่า”

“เรารอได้นะ เราอยากเห็นนายเล่นบาส”

ยี่หวาก็คือยี่หวาผู้เห็นอกเห็นใจอีกคนเสมอ เธอคงคิดว่าเขาจะคิดถึง เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ด้วยอะไรหลายๆอย่างตงฉินก็ไม่มีโอกาสได้แตะมันอีกเลย

“อย่าเลย...มันทำให้เรายิ่งคิดถึงที่ที่จากมามากกว่าน่ะ”

“งั้นเราไปกันเถอะ”

 

กว่าธุระของตงฉินจะเสร็จสิ้นก็เกือบบ่ายคล้อย ถึงจะไม่มากมายอะไรแต่ต้องใช้เวลานั่งคอย ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับทั้งคู่ ความรู้สึกเบื่อไม่เคยเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างเรา เหมือนเวลาอยู่กับสิ่งที่ชอบเราจะมุ่งความสนใจจนลืมทุกสิ่ง แม้กระทั่งตอนนี้ที่เดินไปคุยไปจนมาถึงหน้าบ้านยี่หวา

“ยี่หวา...ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้”

“อื้มเราเต็มใจกลับดีๆล่ะ” เธอยกมือบ๊ายบ่ายอย่างทุกครั้ง บอกลาด้วยรอยยิ้มมองตามแผนหลังกว้างเดินข้ามถนนไป

นอกจากมนตรีก็มีตงฉินนี่แหละเป็นเพื่อนผู้ชายจริงๆคนแรกที่ยี่หวามี เพราะปกติด้วยรูปร่างมักถูกหยอกล้อเพื่อความสนุกอยู่เสมอ เธอไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะมีใครมาสะดุดตกหลุมแล้วให้ความสนใจกันอย่างเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันที่เริ่มรู้จักคำว่าแฟน

แต่ตอนนี้ยี่หวากำลังมีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายคนแรกแค่นั้นก็เพียงพอให้มีรอยยิ้มในทุกๆวันแล้ว

ความคิดเห็น