ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 10

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2563 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 10
แบบอักษร

 

 แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 10  

  

“เวียน มานั่งทำไมหน้าบันไดนี่ หลบๆ”

ผมหันขวับไปตามเสียงเรียกของเฮีย เบะปากใส่เฮียที่เอาเท้ามาเขี่ยๆ ก้นผมอย่างกวนประสาท ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยืดตัวบิดหูเฮียที่มีจิลสีเงินเต็มไปหมดแรงๆ หนึ่งที

“โอยยย อะไรของมึงเนี่ย!”

 

“เฮียอ่ะ! หายไปตั้งนาน ผมเดินเล่นรอบสนามจนปวดขาไปหมด จะเข้าไปงีบข้างในก็ไม่ได้อีก แล้วเฮียก็ไม่ยอมออกมาสักที นึกว่าลืมเวียนแล้วซะอีก!”

ผมทั้งบ่นทั้งบิดหูเฮียจนหูแดงก็สะบัดออก เฮียยืนลูบหูตัวเองป้อยๆ มองปากผมที่บ่นขมุบขมิบสลับกับมองหน้าผมที่กลายเป็นสีแดงเพราะอากาศร้อนจัดของบ่ายวันนี้

 

“หึ…เฮียเฝ้าแมวอยู่”

“อ๋ออ…เดี๋ยวนี้มีเมียเป็นแมวเหรอ!”

ผมกอดอกมองที่เฮียยักไหล่ไม่สนใจกับคำประชดประชันของผม กลายเป็นผมที่เลิกคิ้วขึ้นมองอย่างงงๆ นี่เฮียไม่คิดจะปฏิเสธผมหน่อยเหรอ…?

หรือว่า….!

ตาผมกวาดมองสำรวจเฮียทันที ยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อเสื้อบาสตัวเดิมเมื่อเช้าถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีดำสกีนตัวอักษรอาร์ตๆ กับกางเกงยีนขาดๆ สีน้ำเงินเข้ม รองเท้าผ้าใบสีดำขอบขาว ไหนจะหัวสีน้ำตาลแดงยุ่งๆ เซอร์ๆ กับรอยสีแดงจ้ำๆ ตรงคอนั่นอีก…

 

เฮียกูโคตรเอ็กซ์เลยแม่!

แล้วสรุปกูมายืนเมื่อยรอเฮียเอากับเมียมันจริงดิ!?

“เอ้า! ไม่ต้องมายืนบ่นแล้ว รีบๆ ไสหัวไปหาผัวได้แล้วเฮียขี้เกียจดูแล”

 

“เฮียพูดงี้ได้ไงวะ นี่เวียนลูกรักป๊านะ จะฟ้องป๊า!”

เฮียแกยักไหล่อย่างเท่ๆ ไม่สนใจหน้าบึ้งๆ ของผม เดินหนีหน้าตาเฉยไปที่รถออดี้สีดำเจ้าเก่า ผมทำเป็นงอนเฮียไม่ทันไรก็ต้องรีบวิ่งขึ้นรถเมื่อเฮียตะโกนจะทิ้งผมกลางคัน มีพี่ชายแบบนี้ควรดีใจไหมวะ!

 

  

 

House’ Fion 

เอี๊ยดด !  

 

ออดี้สีดำคันสวยจอดที่หน้าประตูรั้วสุดหรู ผมเงยหน้ากะพริบตาปริบๆ จัดเผ้าผมให้เรียบร้อย…เพราะเฮียมันแกล้งผม เล่นเปิดกระจกรถฝั่งผมพอกดปิดเฮียก็กดเปิดตลอด ผมขี้เกียจเล่นแล้วก็เลยยอมปล่อยให้เฮียมันแกล้ง

ไม่อยากจะเล่าว่าพอขึ้นรถปุ๊บ ลดกระจกปั๊บแล้วเหยียบมิดจนลมตีหน้าผมปาบๆ ผมเผ้าแทบเป็นรังนก เฮียแกที่ขับรถหาได้สนใจไยดีกับหัวยุ่งๆ ของตัวเองและของน้อง แถมยังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ตีนผีเข้าสิงปาดซ้ายปาดขวาเป็นว่าเล่นทำเอาหน้าผากผมแดงเพราะชนกับคอนโซนรถ เอ๊ะ เหมือนผมจะนับดาวได้ด้วยตอนชน มันจะมาแกล้งตอนผมไปหาสามีไม่ได้ สภาพมันไม่งาม!

 

“เอ้า! มาส่งถึงที่แล้ว ไสหัวไปสิคร๊าบบ”

 

ผลัวะ!  

 

“เหี้ย!”

ผมหันไปตบหัวเฮียแรงๆ ทีนึง เฮียร้องลั่นจนยามหน้าประตูหันขวับมามอง ผมรีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งดุ่มๆ ไปที่หน้าประตูก่อนที่เฮียจะมาล้างแค้นผม เฮียยกนิ้วชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ หลังจากนั้นออดี้คันสวยก็สะบัดตูดแล่นไปตามท้องถนน

ผมหัวเราะคิกคักที่ได้แกล้งเฮียสำเร็จก่อนจะกระแอมในลำคอเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของคุณลุงยามที่มองมา ผมเดินเตาะแตะไปที่ประตูรั้วสีเงินสลักลายมังกรสวยงาม เกาะขอบรั้วแน่น ตาคอยมองสำรวจข้างในบ้านว่าสถานการณ์เป็นยังไง แต่สำรวจไปทันไรก็โดนคุณลุงยามขยับเข้ามาบังผม

“มาหาใครครับ?”

 

คุณลุงยามคนนี้ไม่ใช่คนเดียวกันกับที่บ้านอีกหลัง เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านที่แม้แต่เพลิงมันจะเข้า-ออกได้ง่าย แต่เป็นบ้านใหญ่ บ้านแท้ๆ ของพี่รอน หลังนี้จึงดูหรูกว่าบ้านอีกหลังที่เรียกว่าบ้านเล็ก (แต่ไม่เล็กตามชื่อนะ) เป็นบ้านที่ญาติห่างๆ จะเข้ามาพักเมื่อบินมาจากต่างประเทศ ส่วนบ้านใหญ่จะมีเฉพาะคนในครอบครัวและญาติที่สนิทเข้าได้ มันกว้างมากและยังมีคนเดินรอบๆ บ้านตลอดเวลาอีก จะเรียกว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพี่รอนก็ว่าได้

 

“เอ่อ...มา...มาหา--”

 

ผมอ้ำอึ้งจะหันไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้มีแค่ผมที่ยืนโดดเดี่ยวและคุณลุงยามที่เริ่มระแวงกับบุคคลแปลกหน้าอย่างผมแล้ว!

 

“ตกลงมาหาใครครับ?”

คุณลุงยามเริ่มถามย้ำกดดันจนผมเหงื่อแตกพลั่ก ก็หน้าลุงแกเล่นโหดน้อยซะที่ไหนล่ะ! ตาผมล่อกแล่กไปมา ในที่สุดก็โพล่งคำตอบที่สิ้นคิดออกมา

“มะ มาหาของครับ! เมื่อวันก่อนผมทำของหล่นในนี้น่ะครับ”

 

ผมชี้ที่สวนหน้าบ้านขนาดใหญ่ คุณลุงยามขมวดคิ้วทำหน้าไม่เชื่อผม

 

“ผมไปหาให้ก็ได้ครับ แล้วของที่ว่านั่น…?”

 

“ผะ..ผ้าอนามัยครับ!”  

 

“ห๊ะ?!”  

 

คุณลุงยามอุทาน จ้องหน้าผมงงๆ แล้วใช้สายตากวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าจนมาหยุดที่หน้าอกแบนๆ ของผม

 

“เอ่อ…น้องเป็นผู้ชาย..?”

 

“คะ..ครับ เอ้ย! ค่ะ พอดีหนูเป็นทอมค่ะพี่ มีแฟนเป็นดี้ หนูลืมกินยาคุมฮอร์โมน ประจำเดือนเลยมาแบบปกติน่ะค่ะ ตอนนี้ก็ทำทั้งผ้าอนามัยหล่นและก็ยาคุมฮอร์โมนด้วยพี่ มันแพงมากหนูเลยต้องมาที่นี่น่ะค่ะ นะๆ สงสารหนูน๊าาาา…”

 

ผมทำตาโตๆ กะพริบตาปริบๆ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ ดัดเสียงให้แหลมๆ เล็กๆ สุดๆ เท่าที่จะทำได้ ดีนะผมมีหน้าตาน่ารักตั้งแต่กำเนิดไม่อย่างนั้นคงทำหน้าแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ

จู่ๆ แก้มหยาบๆ ของคุณลุงยามก็แดงขึ้นมาซะดื้อๆ คุณลุงยามผงกหัวหงึกๆ แล้วเปิดประตูเล็กให้ผม

 

“งะ..งั้นก็รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวเจ้านายกลับมาแล้วไม่พอใจที่ให้คนแปลกหน้าเข้ามา”

“ครั-- เอ้ยย ค่ะพี่ หนูจะรีบไปเก็บเลยค่ะ!”

 

ผมรีบมุดเข้าไปทันที คุณลุงยามเขาตะโกนเรียกนายชุดดำมาคนนึงให้เดินตามไปคุมผมด้วย ผมชิส์ในใจเบาๆ รู้สึกเหมือนโดนจับผิดตั้งแต่เดินเข้ามาในสวนแล้ว

 

“เอ้า รีบๆ หาสิอิหนู ยืนบื้อทำไม”

 

ปากเสีย!!

ผมด่าแช่งคนชุดดำที่มากับผมเบาๆ มันแอบมองผมด้วยสายตาโลมเลียด้วย ก็เพราะวันนี้อากาศร้อนอบอ้าว ผมเลยหยิบเสื้อกล้ามหลวมๆ สีเหลืองอ่อนมาใส่กับกางเกงยีนสามส่วนสีดำ เวลาผมทำทีแกล้งก้มๆ เงยๆ หาของบนพื้นเสื้อก็จะร่อนลงจนเห็นด้านในวับๆ แวมๆ แหม...จ้องตาเป็นมันเชียว

 

“ว้าววว ไอ้ชัย! พาสาวที่ไหนมาวะ ขาวจั๊วะเลย!”

“แขกกูโว้ย ฮ่าๆๆ!!”

เพื่อนนายชุดดำอีกคน ผมเรียกว่าชุดดำสอง เดินมาแซวผมแล้วหัวเราะชอบใจกับนายชุดดำหนึ่งที่นามว่าชัย ผมเบ้ปากแล้วรีบวิ่งดุ่มๆ ไปหลบตามมุมต้นไม้ขนาดใหญ่ขณะที่ทั้งสองกำลังเมาส์จนไม่สนใจผม หึๆ โอกาสทอง!

 

“เฮ้ย! อิหนูกูหายไปไหนวะ?!”

“เออๆ จะไปสนทำไม หน้าซื่อๆ แบบนั้นทำไรได้เดี๋ยวเจอของก็ออกไปเองแหละ”

แล้วพวกมันก็พากันเดินหายไปจากบริเวณสวนหน้าบ้าน อืม…..ประมาทกูซะแล้ว!

คอยดูนะถ้าพี่รอนกลับมาจะฟ้องให้หมด! สงสัยเป็นพวกระดับล่าง มาใหม่ไม่รู้เล่ห์กลอะไรแน่ๆ

ผมเดินย่องๆ ลัดเลาะทางสวนด้านหน้าค่อยๆ คลานไปตามพุ่มไม้สูงประมาณเอว คลานจนเข่าแดงจ้ำก็มาหยุดที่ประตูหลังบ้าน คาดว่าน่าจะเป็นประตูของคนรับใช้ไม่ก็ประตูห้องครัวหรือห้องอะไรสักอย่าง เปิดดีไหมวะ?

 

โฮ่ง!  

โฮ่ง!  

ชิบหายแล้ว!

จู่ๆ ก็มีหมาตัวเล็กๆ สีขาวขนปุปุยพันธุ์ปอมฯวิ่งดุ๊กดิ๊กเห่าผมใหญ่ ผมยกนิ้วชี้มาแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้มันเงียบแต่มันก็ยังเห่าเหมือนเดิม

 

“เอะอะเสียงดังอะไรเจ้าธาน! ฮึ่ม ให้เดินเล่นแปบเดียวมาส่งเสียงรบกวนคนอื่นอีกแล้ว”

 

เสียงแหลมๆ ของผู้หญิงดังขึ้น ผมสะดุ้งวิ่งไปหลบที่หลังประตูที่ผู้หญิงคนนั้นเปิดพอดี เจ้าหมาธานยังคงเห่าแถมขู่ฟ่อๆ (?) ใส่ผมอยู่ ตอนแรกแทบจะกระโดดเข้ามาหาผม แต่โดนผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าเป็นแม่บ้านเพราะใส่ชุดเมดสีฟ้าจับอุ้มไปก่อนแล้วเดินหายเข้าไปในบ้าน

ผมถอนหายใจอย่าโล่งอกนึกอยากเขกหัวตัวเองที่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ทำไมกัน เจอหน้าพี่รอนจะจำผมได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ดีไม่ดีคงเป็นผมที่คิดคนเดียว

 

คิดถึงน่ะนะ 

 

 

คิดแล้วก็สลดใจ ยกเลิกแผนที่จะลอบเข้าบ้านเพราะจู่ๆ เหล่าคนชุดดำก็หนาตาขึ้นแปลกๆ ไม่ขอเสี่ยงไปกว่านี้ดีกว่า ผมเดินไปทางหน้าป้อมยามที่มีคุณลุงยามคนเดิมหันมามองผมอยู่ พอเห็นผมก็ยิ้มกริ่มแล้วรีบกวักมือเรียกผม

 

“หาของเจอแล้วเหรออิหนู”

“เอ่อ..ครั-- เอ้ยค่ะพี่”

“ไหนละของ?”

“ใครอยากให้เห็นละพี่ ของส่วนตัวนะ!”

ผมแย้ง แล้วทำท่าทีเอียงอายจนคุณลุงยามหัวเราะอย่างเอ็นดู (รึเปล่า)

“เออๆ หาเจอแล้วก็ดี จริงสิ! อิหนูเป็นผู้หญิงก็ดีแล้วนา น่ารักกว่าเป็นทอมอีก!”

 

คุณลุงยามแกหัวเราะชอบใจแต่ผมแอบทำหน้าหงิกแต่ก็ยิ้มขอบคุณแกแบบส่งๆ

“เอ้าๆ รีบออกไปได้ละ เจ้านายพี่จะกลับมาแล้ว เดี๋ยวโดนดุ”

“อ๋อ ค่ะ..เอ่อ ลาละนะคะ”

ผมยกมือไหว้คุณลุงยามลวกๆ แล้วรีบเดินออกไปเมื่อยามบอกว่าเจ้านายตนกำลังจะมา…

 

แรกๆ อยากเห็นหน้าอยู่หรอกแต่ก็ลืมคิดอีกมุมว่าเขาอยากเห็นเรารึเปล่า ใจมันก็แก่วจนอยากหายไปจากที่นี่เร็วๆ ซะงั้น แต่ฟ้าไม่เป็นใจ ผมที่กำลังเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งก็มีรถเบนซ์สีดำพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมชะงักหลับตาปี๋ได้ยินเสียงล้อรถบดเบียดกับถนนจนเสียงดัง

 

ตุ้บ!  

 

ผมล้มลงไปนั่งที่พื้น รถไม่ได้ชนผมเต็มๆ แต่มันแค่เฉี่ยวทำให้ผมล้มลงกับถนนคอนกรีตพร้อมกับต้นขาผมมีรอยถากๆ ที่เกิดจากการขูดกับถนนหยาบๆ จนเป็นรอยแดงและเลือดซิบบางๆ

 

 

“เฮ้ คุณ! เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”

 

ร่างใหญ่ๆ ของชายชุดดำเข้ามาพยุงผม ส่วนผมยังคงช็อกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ตาเหมือนจะเหม่อๆ ใครพูดอะไรก็เงียบกริบ จนทำให้คนอื่นๆ พากันกังวลทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

 

“มะ..ไม่เป็นไรครับ”

ผมพยายามเปร่งเสียงออกมาแต่กลับกลายเป็นเสียงที่แผ่วเบาจนน่าเป็นห่วง คนชุดดำกว่าห้าหกคนรุมล้อมผม

“มีใครเป็นอะไรรึเปล่า ตินณ์?”

 

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาเรียบๆ ร่างของชาวชุดดำพากันกุลีกุจอไปยืนแถวหน้ากระดานแต่ก็มีคนที่ถูกเรียกว่า ตินณ์ยังคงพยุงผมอยู่ ผมค่อยๆ ยืนขึ้นพอขาแตะที่พื้นก็ทรุดฮวบจนต้องกอดเอวคนตรงหน้าเพื่อพยุงตัวเอง เหลือบมองขาตัวเองที่เลือดเริ่มไหลออกมาบ้าง แต่ที่ผมทรงตัวไม่ได้คงเพราะข้อเท้าพลิกแน่ๆ

 

ฟึ่บ!  

 

“อ๊ะ!”

ผมสะดุ้งที่จู่ๆ ก็โดนกระชากจนแทบล้มหน้าคะมำแต่โดนคนตัวใหญ่จับอุ้มขึ้นซะก่อน แขนใหญ่สอดเข้าที่ข้อพับผมข้างนึง อีกข้างแตะที่หลังผม อุ้มในท่าเจ้าหญิง ผมรีบยกแขนขึ้นกอดรัดลำคอแกร่งเพราะกลัวตก เงยหน้ามองคนตรงหน้าก็ตกใจแทบผงะ!

 

พี่รอน!

 

“ดื้อ”  

 

ผมทำหน้ามึนๆ กับคำว่า ดื้อ ของพี่เขา นี่คือคำทักทายรึเปล่านะ แต่หน้าบึ้งๆ ของพี่เขาก็ทำให้ผมพอจะเดาออกว่าไม่ใช่คำทักทายแต่มันคือคำด่าหรือดุนั่นเอง

“เจ็บก็ให้พี่ช่วยไม่ใช่คนอื่น!”

ผมหน้าแดงวาบกับคำแทนตัวเองของเขา เหมือนพี่เขาจะลืมตัวเพราะหลังจากที่พูดจบก็ชะงักแล้วปิดปากเงียบทันที ผมก็อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไร แต่ความแสบของขาก็ลามมากขึ้นทำให้ผมเผลอครางออกมาด้วยความเจ็บแสบ

“เจ็บ….”

“รีบออกรถ!”

พี่รอนหันไปสั่งคนชุดดำ เสียงทุ้มที่เปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น ทำเอา คนชุดดำสะดุ้งน้อยๆ แล้วรีบไปเปิดประตูรถให้พี่รอนทันที พี่รอนอุ้มผมวางที่เบาะด้านหลังแล้วแทรกตัวเข้ามานั่งลงข้างๆ ผม แล้วอุ้มผมมานั่งที่ตัก จับหัวผมให้ซบกับอกแกร่งแล้วก็รวบกอดผม ผมยิ้มน้อยๆ กับอ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคยและได้สัมผัสมันอีกครั้ง ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ และอ้อมกอดอุ่นๆ ที่ผมโหยหามาตลอดหลายวัน

 

 

------------------------------------------------------------------ 

 

คลานเข่ามาอัพค่ะ แหะๆ มาแล้วนะจ้า

><

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว