email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

ชื่อตอน : 36 - ลานหินชลชา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 727

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
36 - ลานหินชลชา
แบบอักษร

คีตเทพกรรณนั่งเหม่อลอยอยู่ในคอนโดของผณินวารีกับเจ้าเต่าตนุ หลังจากที่หญิงสาวหายไป พี่ชายของเธอ สมุทรนาคินทร์โกรธเขามากที่ไม่อาจดูแลผณินวารีได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครมาลักพาตัวเธอไปจากห้องนอน.. 

คนธรรพ์หน้าตาหมองเศร้า เขาไม่น่ามัวแต่น้อยใจเธอเลย หากเขาไม่นอนแยกห้องกับเธอ เขาก็คงได้ทันเห็นคนร้ายที่มาลักพาตัวเธอไป ทันห้ามปรามหรือเรียกใครมาช่วย แต่ตอนนี้เขาได้แต่มืดแปดด้านไม่รู้จะตามหาเธอที่ไหน แม้แต่เจ้าตนุ เต่าแสนรู้ก็เงียบกริบ บอกเพียงให้เขามารอที่คอนโดเดิมของเธอ เพราะหากผณินวารีรอดปลอดภัย เธอคงกลับมาหาเขาเอง.. 

แต่ถ้าเธอไม่รอดเล่า ? คีตเทพกรรณแทบใจจะขาด.. เขาปาดน้ำตาลูกผู้ชายของเขา ห่วงเธอแทบเป็นบ้า.. เขานั่งอยู่ในคอนโดของเธอ แทบไม่กินไม่นอน จนเจ้าเต่าตนุเป็นทุกข์เป็นร้อนจัดการสั่งอาหารมาส่งทางแอ็พมือถือของเขาและขู่เข็ญต่างๆ นาๆ ให้เขากิน ไม่เช่นนั้นจะฟาดไฟฟ้าใส่ แต่ชายหนุ่มก็ยังนั่งจมความทุกข์อกไหม้ไส้ขม เหม่อมองทะเลอย่างสิ้นหวังทุกค่ำคืน  

เช่นเดียวกับคืนนี้ เขาแทบไม่สังเกตแม้กระทั่งเงาวูบวาบที่ปรากฏขึ้นข้างหลังตัวเขา.. 

"คีตเทพกรรณ เจ้าจะไม่ทำภารกิจให้สำเร็จแล้วหรือเช่นไร ?" เสียงคุ้นหูดังขึ้น 

คนธรรพ์จำแลงรูปงามตอบโดยไม่หันไปมอง "ท่านเอราวัณก็รู้แล้ว ใยต้องถามย้ำเล่า ?" 

เอราวัณเสียงเย็นเยียบ "ใยเจ้ายอมแพ้เช่นนี้ ?" 

ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของคนธรรพ์จำแลงหันมาจ้องเทวดาที่มีศักดิ์สูงกว่าเขาอย่างเคือง "ข้ามีทางเลือกอะไรเล่า ? ข้าทำอะไรได้เล่า ?"  

เอราวัณตอบสีหน้าเรียบสนิท "เมื่อเช้านี้ ท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะและลูกชายหาตัวผณินวารีพบแล้ว แต่นางไม่ยอมกลับบ้าน ในขณะที่กำลังเจรจากันอยู่ ฝูงครุฑได้โฉบลงมาพรากตัวนางไป และคอยตีปีกกันไม่ให้ท้าววิรุณลักษณ์และพี่ชายของนางตามไปช่วยนางได้ ตอนนี้นางถูกกักขังอยู่ในถ้ำริมหาดชลชา มีครุฑเฝ้าอยู่ พรุ่งนี้เช้าตอนพระอาทิตย์ชักรถผ่านขอบฟ้า ท้าวเวนไตย พญาแห่งครุฑจะตัดสินความผิดของนาง และนางจะต้องรับโทษ" 

คีตเทพกรรณอ้าปากค้าง ตาเหลือก หน้าซีด ! "มะ ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น ผณินวารีต้องตายแน่แท้ ! ครุฑหรือจะให้ความเป็นธรรมกับนาค ?" เอราวัณตอบอย่างนิ่งสนิท "ท้าวเวนไตยยุติธรรมเสมอ แต่ท้าวเวนไตยจะยอมฟังนางนาคีที่ฆ่ามนุษย์ไปหกคนหรือเปล่า ข้าก็ไม่มั่นใจนัก"  

เทวดาประจำองค์อินทร์จ้องหน้าคนธรรพ์จำแลงตรงหน้า "เจ้าเป็นพยานคนเดียวที่จะช่วยนางได้ อย่ามัวมานั่งหมดอาลัยตายอยาก นางยังไม่ตาย ทำภารกิจให้สำเร็จเสีย พรุ่งนี้เช้า เจ้าต้องไปที่หาดชลชาที่ลานตัดสิน ไปเป็นพยานช่วยนาง ก่อนที่บิดาและพี่ชายของนางนาคีจำแลงจะตรงเข้ามาห้ำหั่นแย่งชิงตัวนางกับฝูงครุฑ" 

เอราวัณก้มหน้าจ้องคีตเทพกรรณ "เจ้ากล้าพอไหม ? ในจักรวาลนี้ แม้แต่จักรขององค์วิษณุยังแทบไม่ทรงสามารถทำอะไรพญาครุฑได้ เจ้ากล้าพอไหม ? คนธรรพ์อย่างเราอ่อนแอกว่าครุฑและนาค ถึงแม้เราก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกเสียทีเดียว แต่เจ้าต้องพร้อมจะเสี่ยงเสียสละชีวิตเพื่อนาง" 

คีตเทพกรรณยืนขึ้นยืดไหล่ ดวงตาแน่วแน่มั่นคง "ข้าไม่มีอะไรจะเสียดายอีกแล้วในชีวิตนี้ หากข้าได้ช่วยปกป้องนาง มันก็เพียงพอแล้วเพราะชีวิตของข้าหากไร้ซึ่งผณินวารีก็คงไร้ซึ่งความหมาย บอกข้ามาเถิดว่าต้องทำอย่างไรบ้าง" 

เอราวัณยิ้มมุมปากเพียงนิดเดียว "องค์อินทร์จะต้องพอพระราชหฤทัยอย่างยิ่งทีเดียว เอาล่ะ เจ้าต้องทำเช่นนี้..." แล้วเอราวัณที่ลงมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้ครุฑกับนาครบห้ำหั่นกันก็เริ่มอธิบายแผนการ.. 

---------------- 

"นางงูสวยเหมือนกันนะ"  

"เออ ไอ้สิตามันก็ตาถึง อวบแต่อรชรอ้อนแอ้น คงเสพสังวาสสนุกทั้งคืน"  

"ใช่ หากแม้นนางอสรพิษไม่ได้ใจบาปจงใจฆ่ามนุษย์ไปแล้ว ข้าคงอยากฝากไมตรีด้วย"  

"ฮ่าฮ่าฮ่า ช้าก่อนเถิดท่าน หากท้าวเวนไตยรู้ จะโดนโทษทัณฑ์หนักหนากว่านาง ข้าว่า ท่านไปหานางกินรีรักสนุกสักตนดีกว่า ไม่นำพาความเดือดร้อนใจให้เช่นนางงูพิษ นี่ก็ไม่รู้คายพิษไว้บ้างหรือเปล่า ข้าละไม่คิดไว้ใจเลย" 

ผณินวารีนั่งนิ่งอยู่ในถ้ำมืดที่มีมีหินหนาหนักเลื่อนปิดทับอยู่เกินครึ่ง ฟังเสียงครุฑร่างกำยำสีดำและสีเขียวเฝ้าเวรคุยถึงเธออยู่ นางนาคีจำแลงกอดตัวเองเพื่อปลอบใจ.. ช่องเล็กๆ เหนือหินที่ปิดหน้าถ้ำมีอากาศให้นางหายใจและมีแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา.. 

ดวงตากลมโตหลับตา พยายามตั้งสติ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่ากลัวสิ อย่ากลัว นางนาคีสาวย้ำกับตัวเอง กอดตัวเองไว้ เธอโดนเวทย์มนตร์ของครุฑสะกดให้เธอกลายร่างเป็นคนไม่อาจเป็นนาคี  

เธอรู้ พวกมันต้องการกดดันให้เธออ่อนแอกว่า พวกมันคงกลัวพิษของเธอ.. เธอแอบเห็นสิตามันก่อนถูกโยนลงถ้ำนี้แล้ว แขนเขาดูดำคล้ำเพราะพิษเธอซึมเข้าไป เธอยิ้มสะใจ แววตาวาวด้วยความโกรธ หึ กว่าเขาจะหายดีก็คงจะอีกสักพัก สาแก่ใจยิ่งนัก..  

หญิงสาวจ้องไปที่ช่องเล็กๆ ที่รับแสงหน้าถ้ำ ดวงตากลมโตมุ่งมั่นแน่วแน่ สมองพยายามคิดหาทางรอด.. เธอประเมินกำลังและฤทธิ์เดชของครุฑผิดไปมาก ช่างโง่เขลานัก เธอนึกว่าเธอมีเวลาเจรจาต่อรองกับบิดาและพี่ชาย นึกว่ามีเวลาหนีไปโดยไม่หักหาญน้ำใจพ่อและครอบครัว.. แต่ในที่สุดความรักอิสระของเธอก็ทำให้เธอพลาดพลั้งถูกจับ สิตามันคงไปบอกพรรคพวกให้ตามหาเธอ.  

ผณินวารีมองริ้วรอยบนขาตัวเองจากเล็บของครุฑตนอื่นที่ขยุ้มยกเธอลอยห้อยหัวเหาะออกมา เธอเม้มปาก ความสูงหวาดเสียวตอนถูกจับตัวมาทำให้เธอไม่กล้าดิ้นหนี หญิงสาวจำได้ว่าตนน้ำตาไหลพรากๆ แต่ไม่ได้ปริปากร้องอ้อนวอนหรือประท้วงแต่อย่างใด  

ไม่ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ หรือยอมให้สิตามันและพวกครุฑที่ลำเอียงชอบรังแกนาคได้ใจว่าข่มเหงกดขี่ให้เธอหวาดกลัวได้ ผณินวารีเอนหลังหลับตาพิงผนังถ้ำ บุญเธอยังคงมีอยู่กระมังที่ครุฑฝูงที่พาเธอมาไม่ได้คิดจะจิกกินเธอเป็นอาหาร พวกมันโยนเธอเข้าถ้ำนี้แล้วก็ปิดปากถ้ำเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น  

พรุ่งนี้พวกมันคงจะตัดสินลงโทษเธอ.. หญิงสาวเชิดหน้าตาที่มอมแมมเปื้อนน้ำตาและฝุ่น.. หึ เธอเป็นธิดาพญานาควงศ์ เศษมนุษย์หกคนที่เธอฆ่าก็เพราะพวกมันจะฆ่าเธอก่อน เธอปาดน้ำตา ถ้าพญาเวนไตยไม่ฟังความข้างเธอ อยากฆ่าแกงเธอก็เอาสิ ! พรุ่งนี้เธอจะไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมไหนแล้ว ! ถ้าไอ้นกสกปรกหน้าไหนกล้าประณามใส่ร้ายเธอ เธอก็จะสู้ไม่ถอย !  

เธอกระชับผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ สีสันราวผ้าขี้ริ้ว ที่พวกครุฑโยนมาให้เธอพันกาย.. ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจ.. 

-------- 

"พานางนาคีออกมา" เสียงทรงพลังทำให้ผณินวารีสะดุ้งตื่น ! แล้วหินปิดปากถ้ำก็เปิดออก.. ครุฑสองตัวเดินเข้ามา คว้าแขนเธอลากออกไปยังลานหินหน้าถ้ำ ที่มองทอดสายตาออกไปอีกก็จะเห็นชายหาดและทะเลรกร้าง  

ดวงตากลมโตจ้องทะเล.. พวกครุฑพาเธอมาที่นี่ เพราะจะล่อให้ครอบครัวเธอมาพยายามช่วยหรือไร ? ผณินวารีเม้มปากเป็นเส้นตรง ปัดผมฟูยุ่งเหยิง หันหลังให้ทะเล หันหน้าไปเผชิญหน้ากับโชคชะตาของเธอ.. 

เบื้องหน้า ครุฑร่างใหญ่ที่สุดสีแดงก่ำ เครื่องทรงทองคำประดับเพชรพลอยมีค่า ใบหน้าแสดงอายุและความน่าเกรงขามชวนสะพรึงกลัวนั่งอยู่บนแท่นหิน สองข้างมีครุฑอีกสองตนที่ขนหงอกเป็นสีเทาร่างกายกำยำไม่แพ้กันนั่งอยู่ ด้านหลังมีครุฑรุ่นหนุ่มยืนเรียงรายกันอยู่เป็นสิบตน มีทั้งที่แปลงเป็นมนุษย์และยังคงร่างเป็นครุฑ  

ผณินวารีเชิดหน้าก่อนถูกกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้นและสั่งให้กราบพญาครุฑทั้งสามที่นั่งบนบัลลังฆ์หิน.. 

"นางนาคีตนนี้แหละพระเจ้าค่ะ" สิตามันที่ยังคงร่างเป็นมนุษย์ หน้าตาดูโทรมหมองคล้ำรีบชี้หน้าเธอ เขาหันไปหาพญาครุฑร่างใหญ่ที่สุด "ท่านท้าวเวนไตยอย่าปล่อยนางไปนะพระเจ้าค่ะ" 

ท้าวเวนไตย ซึ่งเป็นพญาครุฑที่กายใหญ่โตกำยำที่สุดไม่สนใจชำเลืองมองสิตามัน แต่จ้องผณินวารีด้วยสีหน้าดุดัน "เจ้าชื่ออะไร ?"  

"ผณินวารี ธิดาแห่งท่านท้าวพญานาควิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะกับพระนางฉมารัตน์" หญิงสาวตอบ กระชับผ้าห่มกาย เพราะสายตาครุฑหนุ่มด้านหลังของพญาครุฑอาวุโสทั้งสามนั้น จาบจ้วงดูหมิ่นนางไม่น้อย 

"เจ้ารู้ไหมทำไมถึงโดนจับตัวมา ? จำได้ไหมว่าทำอะไรลงไปที่ถือเป็นบาปมหันต์ที่อมนุษย์เช่นเจ้าได้กระทำต่อมนุษย์ ?"  

ผณินวารีเชิดหน้า "ข้าใช้ชีิวิตอย่างเงียบๆ บนโลกมนุษย์ แต่มนุษย์หนึ่งในกลุ่มนั้นได้ข่มเหงรังแก กักขังข้าจนข้าเจ็บทั้งกายและใจ ข้าหนีจากเขามาแล้วหนหนึ่ง เพราะไม่ต้องการทำร้ายใคร แต่เขาก็ตามหาข้าจนพบและขู่ให้ข้ากลับไปอยู่กับเขา เพราะไม่เช่นนั้น เขาจะฆ่าคนธรรพ์ที่เป็นคนรักของข้า คนรักของข้าไม่ได้คงกระพันเหมือนข้าหรือท่าน ข้าไม่อยากให้เขาต้องเจ็บหรือตาย.. " 

ครุฑอาวุโสตนหนึ่งเอ่ยขึ้น "เจ้าเป็นสตรีมีชู้รักทั้งมนุษย์ คนธรรพ์ หึ แล้วก็ครุฑอีก ประพฤติตนเป็นหญิงเร่หาสังวาส แล้วยังเป็นอันธพาลฆ่าฟันมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าอีก ? ช่างน่าละอายผิดบาปเกินให้อภัย ! สมควรลงโทษทัณฑ์ให้สาหัส มิให้อมนุษย์อื่นใดคิดเอาเยี่ยงอย่าง"  

ผณินวารีตาโต ความโกรธเริ่มปะทุ กำหมัดแน่น ! ตะโกนสุดเสียง ! "ไม่ ! ข้าไม่ผิด ท่านนะแหละที่ผิดบาป !" 

ความคิดเห็น