หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 27 แอบลงมือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 แอบลงมือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 501

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 แอบลงมือ
แบบอักษร

 

ตั้งแต่หลินหว่านได้รับแจ้งเรื่องสัมภาษณ์คัดตัวนักแสดงก็มุ่งมั่นเต็มที่ ปฏิเสธงานถ่ายโฆษณาทั้งหมดที่ไม่สำคัญ ทั้งวันเอาแต่ขลุกอยู่กับบทละคร ฝึกฝนเทคนิคการแสดงที่บ้าน 

จนกระทั่งถึงวันสัมภาษณ์ เธอกับผู้ช่วยมาถึงสถานที่สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม 

“พี่เสี่ยวหว่าน พี่เตรียมตัวมาเต็มที่ขนาดนี้ ต้องได้บทแน่ค่ะ” ผู้ช่วยพูดกับเธอด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี 

“อื้ม ขอให้สมพรปากนะ” แม้ว่าหลินหว่านจะเตรียมตัวมาเยอะมาก แต่พอถึงเวลาเข้าจริงก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง อีกทั้งข้างในนี้ คนที่เป็นคู่แข่งเพื่อรับบทเดียวกับเธอมีทั้งดาราสาววัยรุ่นหน้าใหม่มาแรง มีซุปตาร์ที่เคยได้รางวัลไม่ใหญ่นัก และยังมีสาวงามหยาดเยิ้มในปฐพีอีกมากมาย ดูท่าว่าคงต้องครึกครื้นกันน่าดู 

หลังจากหลินหว่านเห็นดาวรุ่งหน้าใหม่นั้นก้าวเข้าไปอย่างมาดมั่น แล้วร้องไห้ออกมา ใจเธอก็ยิ่งสั่นไหว 

“สู้ๆ พี่เสี่ยวหว่าน พี่ทำได้อยู่แล้ว” ผู้ช่วยแอบให้กำลังใจอยู่ด้านข้าง 

บทบาทคราวนี้เป็นนักแสดงหญิงเบอร์หนึ่ง เป็นเรื่องราวของเด็กสาวฐานะดีคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า พ่อล้มละลายกับแม่ที่รับความจริงไม่ได้กระโดดตึกฆ่าตัวตายทั้งคู่ ทิ้งตัวเอกซึ่งเป็นเด็กกำพร้าไว้ตามลำพัง 

นางเอกต้องเปลี่ยนชื่อหนีออกนอกประเทศเพื่อหลบเลี่ยงภาระหนี้สิน ต่อมาได้รู้จักและตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเขามีครอบครัวอยู่แล้ว หลังจากได้เธอสมใจแล้วก็ทอดทิ้งไปอย่างไม่ไยดี 

เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงปล่อยเนื้อปล่อยตัว จวบจนภายหลังมีคนคนหนึ่งเข้ามา เปลี่ยนเธอให้เป็นคนใหม่ คุณคิดว่าเช่นนี้จะทำให้นางเอกเป็นความสุขได้เหรอ ผิดแล้ว นางเอกกระโดดตึกฆ่าตัวตายในวันแต่งงานกับชายคนนั้นเอง 

เนื้อหาของหนังเรื่องนี้แม้จะเหลือเชื่ออยู่บ้าง แต่ก็มักจะคว้ารางวัลใหญ่ในต่างประเทศได้ 

พอเข้าห้องสัมภาษณ์ หลินหว่านรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ในห้องล้วนไม่ธรรมดา ชายคนหนึ่งสีหน้าหงุดหงิดรำคาญใจ ผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าไร้ความรู้สึก ยังมีผู้ชายหน้าตายิ้มแย้มคนหนึ่ง แต่รอยยิ้มนั้นดูแปลกประหลาดมาก ชั่ววูบหนึ่งมันทำให้หลินหว่านรู้สึกเหมือนเป็นสัมภาษณ์ในหนังสยองขวัญ 

“เตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม เบอร์สี่สิบแปด” เสียงผู้หญิงที่ฟังดูไร้อารมณ์ดังขึ้นขัดความคิดของหลินหว่าน 

“พร้อมแล้วค่ะ...พร้อมแล้ว...” หลินหว่านขัดเขินอยู่บ้าง 

“ฉากที่สามสิบสี่” 

ฉากนี้เป็นตอนที่นางเอกได้ทราบว่าแฟนเธอเป็นสามีของหญิงอื่น จึงดื่มเหล้าเมามายอยู่ข้างถนนคนเดียว หลินหว่านเคยผ่านประสบการณ์สิ้นหวังแบบนี้มาก่อน เธอจึงแสดงได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยง่าย 

จนกระทั่งท่าทีของคนทั้งสามกลายเป็นอ่อนลง หลินหว่านก็รู้ว่าเธอน่าจะมีโอกาสสำเร็จได้มากทีเดียว 

ชายใบหน้ายิ้มนั้นให้ผู้ช่วยที่ด้านข้างยื่นกระดาษทิชชู่ให้หลินหว่าน แล้วพูดกับเธอว่า “หลินหว่านใช่ไหม ฉันคาดหวังในตัวเธอมากนะ” 

หลินหว่านไม่ทันได้พูดขอบคุณ ผู้หญิงนั้นก็พูดขึ้นว่า “เธอกลับบ้านไปรอฟังข่าวก่อน ตอนสัมภาษณ์รอบสองจะแจ้งเธออีกครั้ง” 

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” หลินหว่านรู้ว่าเธอได้เข้าใกล้ความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง 

พอออกมาผู้ช่วยก็ขยับเข้ามาหา “เป็นยังไงบ้างคะ พี่เสี่ยวหว่าน ผ่านไหม” 

“อื้ม สัมภาษณ์รอบแรกผ่านแล้ว รอรอบสองน่ะ” น้ำเสียงหลินหว่านปิดความภูมิใจไว้ไม่มิด ผลก็คือซุปตาร์น้อยที่นั่งรอสัมภาษณ์อยู่ทิ้งค้อนให้เธอวงใหญ่ 

“กลับกันก่อนเถอะ” 

“สวัสดีค่ะ คุณหลินหว่านใช่ไหมคะ ฉันเป็นทีมงานของภาพยนตร์เรื่อง...อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลังกรุณามาเข้ารับการสัมภาษณ์รอบสองที่ห้องสัมภาษณ์รอบแรกนะคะ” 

ตอนที่ผู้ช่วยวิ่งมาบอกข่าวนี้กับหลินหว่าน เธอยิ้มรับเหมือนรู้อยู่แล้ว 

เมื่อถึงวันสัมภาษณ์รอบสอง ฉากที่แสดงเป็นตอนที่นางเอกยังเป็นเด็กได้รู้ว่าพ่อแม่กระโดดตึกฆ่าตัวตาย หลินหว่านประสบความสำเร็จจากแสดงที่สมบทบาท ที่ว่าประสบความสำเร็จก็เพราะ หลินหว่านเห็นผู้กำกับเดินปรบมือออกมาจากด้านหลังห้องด้วยสีหน้าชื่นชม ดังนั้นเธอจึงผ่านเข้ารอบสามไปอย่างฉลุย 

พอถึงวันสัมภาษณ์รอบสาม หลินหว่านได้รับโทรศัพท์ ในสายเป็นเสียงผู้หญิงที่หน้าไร้ความรู้สึกในการสัมภาษณ์รอบแรก เธอพูดตรงเข้าประเด็นว่า “เธอไม่ต้องมาสัมภาษณ์แล้ว กำหนดตัวนักแสดงแล้ว” จากนั้นก็วางสายไปเลย 

ในหัวหลินหว่านมีตัวอัลปากา[1]ออกมาวิ่งเล่นฝูงใหญ่ เธอคิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่วันนั้นผู้กำกับประทับใจกับการแสดงของเธอ ทำไมตอนนี้กลับตกรอบง่ายๆ 

หลินหว่านคิดว่าเธอต้องทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดให้ชัดเจน ไม่งั้นเธอคงตายตาไม่หลับแน่ หลินหว่านนึกถึงตอนที่สัมภาษณ์รอบสองเสร็จออกมา คน ‘หน้ายิ้ม’ นั่น ยื่นนามบัตรให้เธอ หลินหว่านจึงคิดจะโทรหาเขาเพื่อนัดออกมาคุยกัน  

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลินหว่าน” 

“เอ้อ เธอเอง มีอะไรเหรอ” 

“ฉันอยากถามว่าทำไมฉันจึงไม่ได้เข้าร่วมสัมภาษณ์รอบสามคะ ฉันถูกตัดสิทธิ์อย่างนั้นหรือคะ” 

“คือ...ผมก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนะครับ...” ตอบอ้ำอึ้ง 

หลินหว่านพอได้ยินเขาตอบแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ไม่งั้นไม่เป็นอย่างนี้หรอก จึงรุกไล่ซักถามต่อ 

ซักไซ้ไล่เรียงไปได้สักพักชายคนนั้นก็หลุดปากออกมาในที่สุด 

“ไม่ได้ครับ ผมบอกได้แค่ว่า วันนั้นพอผู้กำกับรับโทรศัพท์สายหนึ่งแล้วก็ขีดฆ่าชื่อเธอออกจากใบรายชื่อ” 

หลินหว่านได้ฟังเขาพูดเช่นนั้นก็รีบตามจิก “โทรศัพท์ใครคะ” 

“ตอนหลังผมมอมเหล้าผู้ช่วยเขา จึงหลุดปากออกมาว่าชื่อเฉิงหมิง” 

“เฉิงหมิงไหนคะ” 

“เธอบื้อหรือไง ในวงการนี้มีเฉิงหมิงแค่คนเดียวแหละ เธอน่ะทำยังไงถึงไปมีเรื่องกับต้าเสิน[2]เข้าได้ ไม่พูดแล้ว วางสายล่ะ” พูดจบก็วางสายไป 

ทางด้านนี้หลินหว่านได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก เธอเป็นแค่เด็กใหม่ตัวเล็กๆ คนหนึ่งในวงการบันเทิง แม้แต่หน้าของท่านต้าเสินยังไม่เคยเห็น แล้วจะไปมีเรื่องกับเขาได้ยังไงกัน?  

สองวันหลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัลของวงการบันเทิง คราวนี้หลินหว่านจะคว้ารางวัลดาวรุ่งดวงใหม่ จึงถูกเร่งให้เตรียมตัวแต่เช้า อวิ๋นซีผู้จัดการของเธอส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมงานที่เพิ่งได้มาให้กับหลินหว่าน 

อันซิง เฉิงเฉิง อวี๋เสวี่ยเวย...ไม่รู้ว่าทำไม หลินหว่านเห็นสามชื่อนี้ก่อน ณ ตอนนั้นเธอรู้สึกเซ็งในอารมณ์ เกิดความคิดไม่อยากไปร่วมงานขึ้นมา ก็หลายคนนั่นล้วนเป็นคนที่เธอไม่อยากเจอหน้าทั้งนั้นเลย 

“เฮ้ย ตอนนี้ถ้าเธอยังมัวขี้ขลาดอยู่ละก็ ฉันจะโดดลงจากตึกสิบสามชั้นลงไปเดี๋ยวนี้เลย” อวิ๋นซีเห็นเธอจิตตก จึงพูดอย่างเข่นเขี้ยว 

“รู้แล้วล่ะ ฉันไปก็ได้” หลินหว่านเห็นชื่อนั้นแล้วเกิดอยากรู้ขึ้นมา 

เฉิงหมิง 

ฉันอยากจะถามคุณนักว่าฉันไปทำอะไรให้คุณ 

งานพิธีมอบรางวัลหมู่มวลดาราเฉิดฉาย ผู้เข้าร่วมงานคับคั่งอลังการ หลินหว่านคว้ารางวัลดาวรุ่งดวงใหม่ยอดเยี่ยมท่ามกลางเสียงชื่นชมจากฝูงชนและสายตาริษยาที่ซ่อนเร้นในกลุ่มคนส่วนน้อย 

หลังจากนั้นเธอหาช่วงว่างไปพบกับเฉิงหมิง 

“คุณเฉิงคะ ขอรบกวนเวลาสักครู่ ฉันอยากถามคุณว่าบทของฉันนั้นคุณเป็นคนคัดชื่อออกใช่ไหมคะ” หลินหว่านถามตรงไม่อ้อมค้อม 

“ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม” เฉิงหมิงยิ้มตอบยียวน 

หลินหว่านเกลียดคนหน้าเนื้อใจเสือแบบนี้ที่สุด เธอโมโหจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เค้นถามเขาเสียงดังว่า “ทำไม” 

ผลคือต้าเสินชักสีหน้าแล้วตอบว่า “ฉันไม่ยอมให้ลูกชายชอบผู้หญิงเลวๆ เด็ดขาด ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องลูกของฉัน” 

ลูก? เฉิงเฉิง? อะไรกันเนี่ย หลินหว่านใบ้กิน เห็นว่าคงไม่มีอะไรจะพูดกับเขาอีกแล้วจึงหันหลังแล้วจากมา 

ปรากฏว่าเฉิงหมิงเข้าใจว่าเธอไม่ให้เกียรติเขา จึงกระชากตัวเธออย่างโมโห เสียงปึ้กดังขึ้น จี้หยกที่ห้อยคอหลินหว่านหลุดร่วงลงมา เธอก้มลงเก็บอย่างทะนุถนอม กำลังจะอาละวาดแล้วเชียวแต่กลับเห็นว่าเฉิงหมิงมองดูจี้หยกของเธอด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง ทำเอาลืมไปเลยว่าจะพูดอะไร 

“จี้หยกนี่เธอ...ได้มาจากไหน” เฉิงหมิงพูดด้วยเสียงอ่อนลงไปมาก แม้แต่น้ำเสียงยังบ่งบอกว่าเหลือเชื่อ 

หลินหว่านยิ่งงงหนักเข้าไปอีก บอกว่าเป็นของที่แม่เธอทิ้งไว้ให้ แล้วจากไปอย่างมึนงงสุดๆ 

------ 

[1] อัลปากา (Alpaca ) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในวงศ์อูฐ พบได้ในที่สูงบริเวณแถบเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ ชื่อในภาษาจีนออกเสียงว่า ‘เฉ่าหนีหม่า’ เป็นหนึ่งในสิบสัตว์เทพที่ชาวเน็ตจีนนำมาล้อเลียน ด้วยชื่อของมันไปพ้องเสียงกับคำด่าแม่ในภาษาจีน 

[2] ต้าเสิน หมายถึงเทพผู้ยิ่งใหญ่ ในที่นี้เป็นคำเรียกเชิงยกย่องบุคคลที่เป็นสุดยอดแห่งวงการ 

ความคิดเห็น