facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 23 เสี่ยงอันตราย

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 เสี่ยงอันตราย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 เสี่ยงอันตราย
แบบอักษร

 

พอใช้พลังควบคุมอุณหภูมิของไฟให้อยู่ในขีดที่กำหนด เปลือกของสั่วกุยก็หลุดออกหมดเผยให้เห็นของเหลวสีฟ้า เหออันโหรวสะบัดปลายนิ้วเบาๆ เพื่อขับของเหลวสีฟ้าออกมาจนหมด  

รอจนสั่วกุยถูกหลอมจนเหลือเท่าฝ่ามือ เหออันโหรวจึงเติมโยวโยวกั่วเข้าไป เมื่อโยวโยวกั่วอยู่ท่ามกลางเปลวไฟก็กลายเป็นของเหลวสีแดง นางหุ้มสั่วกุยไว้ด้านในเปลวไฟก็เกิดเสียง พอสั่วกุยถูกหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันหมด ของเหลวสีแดงก็กลายเป็นสีคราม ขณะที่ไอสีขาวจางลอยคลุ้งขึ้นมาโอสถทิพย์ก็ปรากฏเป็นรูปร่าง  

เหออันโหรวเพิ่มพลังเข้าไปอีกให้พลังห่อหุ้มโอสถทิพย์ในเตาไว้อย่างแน่นหนา ขณะส่งพลังเข้าไปก็เกิดการพลิกผัน พลังไม่ได้ห่อหุ้มโอสถทิพย์แต่กลับพุ่งสูงขึ้นไปบนเพดานเตาหลอมจากนั้นเปลวไฟก็ลดลงทันที สุดท้ายเมื่อนำโอสถทิพย์ออกจากเตาก็ยังคงหลอมไม่สำเร็จเช่นเดิม มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้ว เหออันโหรวรู้สึกท้อใจขึ้นมาทันทีนางถือโอสถทิพย์ไว้แล้วจ้องมองมัน 

“ยังขาดเรื่องสภาพอากาศเล็กน้อย” ลู่ซิงหัวเข้ามา แต่เหออันโหรวไม่รู้ 

“พลังในตัวข้ามีเต็มเปี่ยมแท้ๆ แต่ทำไมพอถึงขั้นตอนสำคัญ สุดท้ายพลังข้ากลับควบคุมไม่ได้ มันพลุ่งพล่านไปทั่วเตาหลอมโอสถทิพย์” เหออันโหรวขมวดคิ้วแน่น 

ลู่ซิงหัวหยิบโอสถทิพย์มาดู “เพราะพลังของเจ้ายังไม่ถึงขั้นจึงหลอมโอสถทิพย์ไม่สำเร็จ”  

“แต่พลังของข้ามีมากกว่าเดิมตั้งหลายเท่า” เหออันโหรวสีหน้างุนงง 

“ร่างกายเจ้าแข็งแรงขึ้นจากการหาสมุนไพรทิพย์และการฝึกหลอมโอสถทิพย์ก่อนหน้านี้ แต่พลังของเจ้ายังไม่แข็งแกร่ง” ลู่ซิงหัวพูดพลางส่งพลังสีทองเข้มออกมาคลุมที่หลังของเหออันโหรวเพื่อสำรวจภายในของนาง 

ในร่างกายของเหออันโหรวพลังส่วนใหญ่วนเวียนอยู่บริเวณเส้นจิงม่าย แต่ไม่ได้รวมตัวกับเส้นจิงม่ายดังคาด หลังจากสำรวจภายในของนางแล้ว ลู่ซิงหัวก็ลืมตาแล้วเปิดเสื้อนางออกทันที 

จากประสบการณ์สองครั้งแรกที่ลู่ซิงหัวรักษาอาการบาดเจ็บ เหออันโหรวจึงสามารถสะกดความรู้สึกให้อดทนต่อความใจร้อนของเขา หน้าอกนางร้อนวาบ พลังของลู่ซิงหัวเข้าสู่ร่างของนางรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังในตัวนาง จากนั้นลู่ซิงหัวก็กดนางให้นั่งบนหนังเสือในถ้ำพร้อมกระซิบเสียงแหบข้างหูนาง “อย่าขยับ” 

จากนั้นลู่ซิงหัวก็นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างหลังเหออันโหรว ทาบสองมือลงบนหลังของนาง ถ่ายทอดพลังมหาศาลสู่ร่างนาง พลังของลู่ซิงหัวกับพลังของนางสัมผัสกันแล้วค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างของเหออันโหรวเกาะตัวกันเป็นรูปเป็นร่างหมุนวนรอบคนทั้งสองเปล่งแสงสีทองออกมาตลอดเวลา 

เหออันโหรวรู้สึกว่าเส้นจิงม่ายของตนสามารถรับแรงกดดันมหาศาลได้ มันต้านทานพลังจากภายนอกที่รุกเข้ามาไม่ขาดสาย กระทั่งพลังนั้นซึมลึกเข้าไปในกระดูกกล้ามเนื้อ หนึ่งชั่วยามผ่านไปพลังสายนั้นจึงค่อยๆ ถอนออกไป พลังของนางจึงกลับมาควบคุมร่างกายอีกครั้งหนึ่ง 

หลังจากพลังของลู่ซิงหัวถอนออกไปหมดแล้ว เหออันโหรวจึงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เหงื่อเย็นไหลโทรมกายเสื้อผ้าเปียกโชก พลังที่โคจรอยู่ในร่างกายบริสุทธิ์กว่าเดิมและความสามารถในการรับรู้ลมทิพย์และพลังจิตก็คล่องแคล่วกว่าเดิม 

“ข้าทำให้พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นจะหลอมโอสถทิพย์ได้ง่ายขึ้น” ลู่ซิงหัวเองก็ถอนหายใจ การถ่ายทอดพลังให้คนอื่นเสี่ยงอันตรายมาก 

เหออันโหรวยิ้มให้เขา “ขอบใจเจ้าจริงๆ” 

“ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าไปชำระตัวที่ลำธารก่อนเถอะ” ลู่ซิงหัวมองนางแวบหนึ่งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาแล้วลุกออกไปข้างนอก 

พอเขาออกไปเหออันโหรวจึงรู้สึกตัวว่าตนอยู่ในสภาพเช่นไร เสื้อผ้ายุ่งเหยิงผมเผ้าเปียกเหงื่อนางจึงรีบลุกไปอาบน้ำที่ลำธารแล้วเอาเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ 

เมื่อพลังแข็งแกร่งขึ้น ความสำเร็จในการหลอมโอสถทิพย์จิ่วจ่วนจินตานก็เพิ่มขึ้นมาก พอหลอมโอสถทิพย์ระดับกลางชนิดอื่นก็ไม่รู้สึกลำบากอย่างแต่ก่อน การโคจรพลังสำหรับนางกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนกินอาหารดื่มชา อีกสามวันก็จะถึงเวลาการแข่งขันหลอมโอสถทิพย์ ลู่ซิงหัวจึงพานางเดินทางย้อนกลับไปทางเดิม  

ขณะนั่งบนหลังนกยักษ์เหออันโหรวก็ถามขึ้นว่า “อาจารย์อินซู่บอกหรือไม่ว่าการแข่งขันรอบสองจะสอบเรื่องอะไร” 

ลู่ซิงหัวยังคงหลับตาฝึกพลังไม่ได้ลืมตาขึ้นเขาเพียงแต่บอกว่า “เจ้าจะละเมิดกฎหรือ” 

“ละเมิดกฎ?” คำนี้ทำให้เหออันโหรวสะดุ้งรีบสั่นหัวแล้วตอบว่า “ข้าหรือจะกล้า” 

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าถามข้าทำไม คิดว่าข้ารู้อะไรทุกอย่างหรือ” ลู่ซิงหัวพูดเสียงราบเรียบ  

“ข้าดูท่าทางเจ้าเป็นคนเชื่อถือได้” เหออันโหรวบอก 

“โลกนี้ผีหรือคนยากจะจำแนก เปลือกนอกล้วนเป็นภาพปลอม” เหออันโหรวพอได้ยินก็ไม่พูดต่อ 

พอกลับถึงสำนักศึกษา ขณะเหออันโหรวกับลู่ซิงหัวกำลังจะแยกกันกลับห้องพัก อยู่ๆ ลู่ซิงหัวก็เรียกให้หยุด “ขนมกุ้ยฮวาที่ข้าให้เจ้าเมื่อวันก่อนกินหรือยัง” 

ขนมกุ้ยฮวาในห้องวันก่อนเป็นของลู่ซิงหัวนี่เองนางนึกว่าเป็นของเยี่ยนสี่ เหออันโหรวเบิ่งตากว้าง รู้สึกประหลาดใจที่ลู่ซิงหัวเอาขนมมาให้ พอเห็นเหออันโหรวไม่พูดไม่จาลู่ซิงหัวก็พอจะคาดเดาได้ 

“กินแล้ว” เหออันโหรวพูดจบก็วิ่งกลับไปยังห้องพักทันที 

สองวันต่อมาก็ถึงกำหนดการแข่งขันหลอมโอสถทิพย์รอบสอง เหออันโหรวเดินเรียงแถวเข้าสนามแข่งขันเห็นไป๋หลัวมู่อยู่ข้างหน้าโบกมือให้นางก็พยักหน้าให้กำลังใจเขา เนื่องจากไป๋หลัวมู่ติดอันดับหนึ่ง เหออันโหรวติดอันดับสุดท้ายตำแหน่งการต่อแถวจึงห่างกัน เหออันโหรวได้แต่มองหลังของไป๋หลัวมู่ซึ่งอยู่ไกลลิบ 

หัวข้อการแข่งขันคือหลอมโอสถทิพย์สือหูตานโดยใช้สมุนไพรทิพย์สี่ชนิดคือเฮ่อหงเฉ่า ถีอันเซียน ตี้กู่ผี ถู่จิงซื่อ โอสถทิพย์สือหูตานไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและพลังแต่เป็นยาพิษทำให้ตายได้ มีแต่นักชุบชีวิตถึงจะมีโอกาสช่วยได้ 

การแข่งขันหลอมโอสถทิพย์พิษทำให้หัวใจของเหออันโหรวเต้นโครมคราม แต่จำเป็นต้องประทับมือแสดงตัวแล้วเริ่มเตรียมเตาหลอมโอสถทิพย์ 

พอเตาหลอมโอสถทิพย์ได้รับพลังเปลวไฟในเตาก็ลุกโหมขึ้นทันที หลอมถู่จิงซื่อนั้นไม่ง่าย ต้องใช้พลังหุ้มก่อนใส่เข้าไปในเตาให้เปลวไฟลามเลีย 

ถู่จิงซื่อหลอมได้เป็นเม็ดละเอียดสีน้ำตาล พอถูกเปลวไฟก็ระเหยส่งกลิ่นไหม้กระจายออกมาช้าๆ เหออันโหรวรู้ว่าได้เวลาแล้วจึงใส่ถีอันเซียนลงไป ถีอันเซียนพอถูกเปลวไฟก็กลายเป็นของเหลวสีแดงคล้ำ ห่อหุ้มเม็ดถู่จิงไว้ เม็ดละเอียดของถู่จิงซื่อพอถูกไฟก็ค่อยๆ รวมตัวกับของเหลวสีแดงคล้ำกลายเป็นเนื้อเดียวกัน  

เตาหลอมโอสถทิพย์มีกลิ่นแสบจมูกฟุ้งออกมา เหออันโหรวสำลักจนน้ำตาไหลแต่ไม่ลดละ นางยังไม่ทันเช็ดน้ำตาก็แห้งจากความร้อนของเปลวไฟในเตา 

จากนั้นก็เติมเฮ่อหงเฉ่าซึ่งบดละเอียดเข้าไปทีละน้อย ของเหลวที่สกัดจากเฮ่อหงเฉ่าเป็นสีแดงราวเลือด เมื่อปะทะกับสีแดงคล้ำของถีอันเซียนทำให้เกิดภาพอันน่าตกใจ 

ความคิดเห็น