หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 31 ต่อกลอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 ต่อกลอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 ต่อกลอน
แบบอักษร

 

หลังจากหลานสุ่ยเหยียนได้ฟังคำพูดของซูหลี ก็งงงันไปชั่วขณะ ยังไม่ทันทีนางจะได้สติ ก็ได้ยินซูหลีกล่าวต่อ 

“ช่างบังเอิญยิ่งนัก” ซูหลียิ้มเบาๆ ก่อนจะควักกระดาษพับหนึ่งแผ่นออกมาจากอกเสื้อ “ข้ามีกลอนอยู่บทหนึ่งพอดี” 

หลานสุ่ยเหยียนได้ยินดังนั้นก็พลันหน้าเปลี่ยนสี นางมองไปทางฉินมู่ปิงที่อยู่ล่างเวทีอย่างอดไม่ได้ 

“แม่นางสุ่ยเหยียนลองดูสักหน่อยเถิด!” ซูหลีส่งกระดาษใส่มือหลานสุ่ยเหยียน แล้วยิ้มขึ้น จนดวงตาดอกท้อที่ดึงดูดใจคนหยีลง ทำให้ความงามของนางยิ่งทวีความชัดเจน 

หลานสุ่ยเหยียนถูกรอยยิ้มของนางทิ่มแทงตา จึงรับของที่ซูหลีส่งให้ตนตามจิตใต้สำนัก 

รอจนนางได้สติ ใบหน้าน้อยๆ พลันซีดขาว 

ก่อนหน้านี้มีกลอนคู่เช่นนี้อยู่จริงๆ ทว่ามันเป็นสิ่งที่นางใช้สร้างชื่อให้ตนเองก็เท่านั้น หลังจากฉินมู่ปิงปรากฏกาย หลานสุ่ยเหยียนก็โยนมันทิ้งไป 

ไม่ว่าผู้ก็ไม่เคยคาดคิดถึง ผู้หญิงของฉินมู่ปิง  

พอวันนี้มาถึงจะทึ่มทื่อเพียงนี้... 

หลานสุ่ยเหยียนมองซูหลีปราดหนึ่ง ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เมื่อนางเห็นอักษรที่เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น สีหน้าก็ยิ่งดูไม่ดี 

นี่…นี่มันอะไรกัน! 

หลานสุ่ยเหยียนสูญเสียกิริยาเช่นนี้น้อยมาก สิ่งสำคัญคือนางคิดไม่ถึงว่า คนที่มาต่อกลอนของนาง จะเขียนอักขระน่าเกลียดขนาดนี้ออกมา 

ตอนนั้นเหล่าอัจฉริยะที่มีชื่อในเมืองหลวงจำนวนไม่น้อย ต่างก็ต่อกลอนออกมาไม่ได้ 

เวลาผ่านมานาน ก็มีผู้คนพากันต่อกลอนออกมา เพียงแต่ตอนนั้นหลานสุ่ยเหยียนกลายเป็นคนของฉินมู่ปิงแล้ว ใครยังจะกล้าไปแตะต้องนางอีกเล่า 

ซูหลีเห็นแสดงท่าทีออกมาไม่น้อย ก็อดฉีกยิ้มมุมปากไม่ได้ 

ลายมือนี้เป็นลายมือที่นางเลียนแบบซูหลีตัวจริง กล่าวตามตรง ซูหลีนั้นเป็นคนไม่ร่ำเรียนเขียนอ่าน ตัวหนังสือที่เขียนนั้น... 

ราวกับยันต์ปราบผีก็มิปาน หากให้คนมาดู ก็คงพากันตกใจ 

ทว่ามองออกก็พอแล้ว  

“กลอนของแม่นางสุ่ยเหยียนคือ ‘เงาไม้แผ่สาขา มัจฉาสะท้อนวารี ร่ายรำบนกิ่งก้าน ปักษาแหวกว่ายสู่ธารา’ ส่วนกลอนที่ข้าต่อคือ ‘แสงหอคอยสาดส่อง ก้ามดาบตกสู่ชลธาร ปีนขึ้นยอดอาราม พุทธองค์คว้าจับก้ามกราม’ ทุกท่านคิดว่ากลอนนี้เป็นอย่างไร”  

หลานสุ่ยเหยียนไม่มีทางอ่านกลอนของซูหลีออกมาแน่ ซูหลีจึงท่องกลอนขึ้นมาเอง 

เมื่อนางเอ่ยปาก ด้านล่างก็พลันส่งเสียงดังเซ็งแซ่ 

“เงาไม้แลแสงหอคอย นับว่าประณีตยิ่งนัก” 

“ข้าคิดว่าจุดที่ดีที่สุด เห็นจะเป็นตรงมัจฉาสะท้อนวารีกับพุทธองค์คว้าจับก้ามกราม กลอนคู่บทนี้มิต้องพูดเลย มันเพิ่มรสชาติอื่นให้ตัวบทมีสีสันขึ้นนัก” 

“กลอนคู่บทนี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง!” 

...... 

ในหอหร่วนเซียงมีเหล่านักปราชญ์มาหาหลานสุ่ยเหยียนจำนวนไม่น้อย  

พอซูหลีเอ่ยคำตอบออกไป ก็มีคนไม่น้อยวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา 

ไม่ว่าจะเป็นการคำนึงถึงอารมณ์ร่วมของกลอน รวมถึงการร้อยเรียงที่ประณีต กลอนบทนี้มีรสชาติที่ไร้ที่ติยิ่งนัก 

พริบตานั้นในห้องโถงพลันคึกคักขึ้นมา 

ซูหลีกางพัด ปิดใบหน้าของตนเองครึ่งหนึ่ง ทว่าดวงตาคู่นั้น กลับมองไปบนร่างหลานสุ่ยเหยียนไม่หยุด เห็นเพียงหลานสุ่ยเหยียนมีสีหน้าขาวสลับแดง แล้วก็แดงสลับเขียว ช่างน่ามองเสียจริง! 

ซูหลีได้ยินมาว่า แต่ต้นจนจบหลานสุ่ยเหยียนติดตามฉินมู่ปิงเพียงผู้เดียว 

แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยถูกผู้อื่นแตะต้องให้แปดเปื้อนมาก่อน ด้วยเหตุนี้แม้นางจะเป็นหญิงหอโคมเขียว ก็มีฐานะไม่ต่างจากสตรีนอกหอโคมเขียว 

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ หลานสุ่ยเหยียนย่อมร้อนใจ 

นางมองไปบนร่างฉินมู่ปิงอย่างอดไม่ได้... 

ความคิดเห็น