ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 8 : คุกเข่าขอร้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : คุกเข่าขอร้อง

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่8,คุกเข่าขอร้อง

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : คุกเข่าขอร้อง
แบบอักษร

ตอนที่ 8 คุกเข่าขอร้อง 

"เช่นนั้นเราไปกันเลยดีหรือไม่" ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน เถ้าแก่หวังอี้ซิงผายมือเชิญให้พวกเราเดินไป ฉันจึงไม่รีรอเดินไปพร้อมจูงมือเพื่อนสาวไป 

ฉันกับอันเอ๋อร์ไปรถขันเดียวกัน ส่วนท่านหมอกับเฒ่าแก่เอารถม้ามาด้วย จึงขับตามกันไป บ้านหลังแรกสภาพดีงาม ราคางามด้วยหนึ่งหมื่นหนึงพันแปดร้อยตำลึง!!! ร้องโอดครวญในใจถ้าซื้อบ้านหลังนี้ ตังหมดเลย ส่วนคุณนายอันเพื่อนเลิฟ นางเชียร์หลังนี้ กว้างขวางดี สวนสวยด้วย ไม่มองรึว่าเพื่อนจน ไม่ไหวๆ ที่ไม่ไหวคือราคาแพงไป ราคาไม่โดน สวยนะสวยแต่ยังไม่ถูกใจเจ้ จึงบอกนางดูอีกสักหลังก่อน จะได้มีข้อเปรียบเทียบ 

เถ้าแก่พาไปดูอีกหลังที่ว่าไฟไหม่ห้องเก็บของ พอฉันเห็นบ้านน่ารักมาก รู้สึกดีทันทีที่เข้ามา มีต้นเหมยฮัว มี *กุ้ยฮวาสูงเท่าๆต้นเหม่ย ยังมี **สระเหลียนฮวาสีขาวสีชมพูหลังบ้าน แล้วที่สำคัญประตูเล็กออกไปเป็นทางด้านหลังซอยข้างโรงเตี้ยมที่ฉันพักตอนนี้ อาจเข้าซอยข้างโรงเตี้ยมมาลึกสักหน่อยเพราะเป็นบ้านหลังสุดท้ายในซอย คำนวณในหัวใกล้โรงเตี๊ยมเป็นโซลค้าขาย ถ้าฉันทำการขายก็สะดวกเดินเข้าออกได้ ไม่ต้องนั่งรถไกลด้วย 

ส่วนห้องเก็บของที่ไฟไหม้ซ่อมแซมภายหลังได้ บ้านไม่เล็กเกินไปมีเจ็ดห้องทั้งยังมีโต๊ะตู้เตียงที่สภาพสมบูรณ์ทำความสะอาดสักหน่อยสามารถอยู่ได้สบาย เถ้าแก่บอกหลังนี้เก้าพันห้าร้อยตำลึง จริงฉันเดินดูสำรวจแล้วว่าห้องครัวไม่ต้องซ้อมแต่ต้องล้างคราบเขม่าควันไฟ แต่ฉันขอให้เถ้าแก่ลดให้หน่อยฉันก็แกลงบอกว่าต้องซ้อมอีกมากครัวอาจต้องทำใหม่เพราะไฟไหม้มาถึงครัว แต่เถ้าแก่ไม่ตอบรับหรือบอกว่าจะลดเหลือเท่าไหร่ ฉันจึงเป็นฝ่ายพูด 

"เถ้าแก่หวัง ข้าบอกตามตรงข้าชอบที่นี้มาก ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปยังมีต้นเหม่ยที่ข้าชอบอีกด้วย เพื่ยงแต่เสียดายต้องซ้อมห้องเก็บของและส่วนอื่นเล็กๆน้อยๆ และข้าคงให้คนมาทำส่วนใหม่ เห็นได้ว่าขาดคนดูแลมาสักระยะแล้ว ข้าขอให้ลด 'แปดพันตำลึง!' หากท่านตกลง วันนี้หรือพรุ่งนี้ให้เอาสัญญาขายและโฉนดที่มาให้ข้า แล้วรับเงินไปได้เลยและวันนี้ข้าและบ่าวจะเข้าทำความสะอาด พรุ่งนี้ข้าจะย้ายเข้าเลย" ทุกคนในที่ต่างอึ่ง ทึ่ง ตะลึง สรุปความรวบรัด รวดเร็วและต่อรองราคา ขอลดทีเดียวพันหาร้อยตำลึง!!! 

ฉันมองพวกเขาอย่างสงสัย เอาจริงๆดิ ฉันเองก็ไม่รู้หลอกว่ายุคนี้เขาต่อราคากันอย่างไรฉันใช้หลักการชาติก่อนคำนวณแล้วว่าต่อราคานี้เหมาะสม ไม่โหดเกินไป ราคานี้ฉันมีเงินที่อีตาแม่ทัพให้มาเหลือใช้อีกสองพันตำลึง จะได้เอาไว้กินไว้ใช้รึลงทุนเล็กๆน้อยๆ แถมไม่ต้องเอาดึงเงินตนหรือสินเดิมไปขายด้วย มองพวกเขาแล้วคิดไปคิดมาหรือว่าฉันต่อราคาน้อยไป ? 

จึงหันไปกระซิบถามเพื่อนที่ยืนข้างและมีแม่นมอยู่ด้านหลังว่า"อันเอ๋อร์ แม่นม ข้าขอลดราคาน้อยไปรึ ? " ทั้งสองเบิกตาโตพร้อมส่ายหน้าลัวๆว่าไม่ๆเถ้าแก่ที่ฟังจึงตกใจอ้าปากค้างน้อยๆ เพราะไม่เคยมีใครขอลดราคาครั้งละพันห้าร้อยตำลึงเช่นนี้ พอได้ยินแม่นางถามคนของนางว่า'ขอลดราคาน้อยไปรึ' เถ้าแก่รีบว่า" ไม่ ไม่น้อยแล้วแม่นาง น้อยคนนักที่จะขอลดราคาพันห้าร้อยตำลึงเช่นนี้" ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปหาเถ้าแก่หวัง เพื่อพูดใกล้แต่รู้สึกวิงเวียน เหมือนจะยืนไม่อยู่ขึ้นมาจึงย่อตัวนั่งลงในท่าคุกเข่าตรงหน้าเถ้าแก่พอดี 

แม่นมร้อง"คุณหนู!" 

อันเอ๋อร์ก็ร้อง"เหม่ยเอ๋อร์เจ้าทำอันใดนะ!" 

เถ้าแก่สะดุ้งตกใจ! ที่เห็นฉันคุกเข่าขอร้อง! "แม่นางฟางท่านลุกขึ้นเถอะ ข้า! ข้าลดให้แล้ว แปดพันก็แปดพัน แม่นางย้ายเข้าได้เลยพรุ่งนี้ข้าจะนำสัญญาขาย พร้อมโฉนดมาที่นี้ ***ยามโหงว" ท่านหมอจางรีบเดินเข้ามาจะประคอง 

แต่แม่นมและเพื่อนเลิฟเข้ามาประคองให้ฉันลุกเสียก่อน ฉันจึงรีบลุกขึ้น ความบังเอินช่วยได้ ยิ้มแยมในใจ ดียิ่งนัก จึงส่งยิ้มและกล่าว "ขอบคุณเถ้าแก่มากเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ลืมในความใจดีของท่านเจ้าค่ะ" 

เถ้าแก่เหลือสองนิ้ว คอตกเล็กน้อยถอนหายใจ แล้วขอลากลับ ส่วนท่านหมอที่เงียบมาตลอด "ต่อได้ดี! ร้ายกาจนัก ถึงกับคุกเข่าขอร้องให้ลดราคาเลยรึ"หน้าท่านหมอยิ้มมุมปากเล็กน้อย ฉันได้แต่ยิ้มไม่รู้จะบอกยังดี 

"เจ้าต่อรองได้ร้ายกาจนัก ข้าต้องเรียนรู้จากเจ้าบ้างแล้ว"แล้วนางก็หัวเราะเบาออกมา ฉันจึงปล่อยตามเลยไม่ได้อธิบายใดๆ ฉันยิ้มมองแม่นม นางยิ้มๆ จึงถามว่า "แม่นมท่านว่าย้ายเข้าบ้านต้องดูฤกษ์ดูยามรึไม่ แต่ใจข้าอยากย้ายเข้าพรุ่งนี้เลย" 

"ปกติไปที่ให้ไต้ซือที่วัดดูให้ ข้าว่าฤกษ์ยามย้ายเข้าอยู่บ้านใหม่ดูฤกษ์สักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ" 

"อืม! ตอนนี้ ยามโหงวแล้ว กลับโรงเตี้ยมก่อน หลังกินอาหารเสร็จให้พี่หลงขับรถพาแม่นมไปวัดก็แล้วกัน"แล้วฉันหันมาหาท่านหมอกับเพื่อนสาว "พวกเรากลับโรงเตี้ยมกันเถอะข้าหิวแล้ว เชิญท่านหมอรับสำรับด้วยกันนะเจ้าค่ะ" ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน เมื่อถึงโรงเตี้ยมเพื่อนสาวลูกเจ้าของโรงเตี้ยมสั่งเสี่ยวเอ้อให้ยกอาหาร ก่อนอาหารจะมาฉันบอกสาวๆ และพี่ตงให้พวกเขารู้ว่าหลังอาหารเราจะไปทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ของพวกเรา ทุกคนตอบพร้อมเพียง พูดคุยกับสาวๆจบ ฉันก็ไปนั่งร่วมโต๊ะกับท่านหมอจางและเพื่อนสาว หลังกินอาหารเสร็จสักพัก ฉันได้คิดว่าไปพบไต้ซือด้วยตัวเองดีกว่าแม่นมบอกว่าวัดอยู่ไม่ไกล ในเมื่อยืมร่างเกิดใหม่ในยุคนี้แล้วไปกราบไหว้ขอพรให้ชีวิตในชาตินี้และบุตรในท้องแข็งแรงด้วยดีกว่า 

"แม่นมข้าจะไปวัดด้วย ในเมื่อกลับมาอยู่เมืองเซียงถงแล้ว ข้าอยากกราบพระขอพรให้พวกเรา และบุตรในครรภ์ของข้าด้วย" หันไปบอกพี่หลงไปส่งพี่ตงและสาวๆที่บ้านใหม่ แล้วหยิบเงินให้พี่พี่ตงยี่สิบตำลึง 

"ข้าให้พี่ไว้ซื้อของใช้เครื่องมือเครื่องไม้ที่จำเป็นสำหรับทำความสะอาดบ้านตามที่เห็นสมควรว่าในบ้านควรจะมี พี่ตงดูว่าห้องที่ไฟไหม้เราพอจะซ่อมแซม หรือจะจ้างช่าง เรื่องนี้พี่ตงดูแลก็แล้วกัน" 

"ขอรับ" แล้วลุกไปพร้อมสาวๆ เพื่อไปส่งที่บ้านใหม่ 

ระหว่างรอรถมารับไปพบไต้ซือ ท่านหมอขอลากลับ ส่วนเพื่อนเลิฟไปไหนไปกันนางว่าง ไม่นานรถก็มารับไปวัด 

  

*กุ้ยฮวา หรือ ดอกไม้หอมหมื่นลี้ นิยมทำขนมดอกกุ้ย และขนมไหว้พระจันทร์ และทำธูปกำยานหอม และนิยมมาอบแห้งกับใบชา 

**สระเหลียนฮวา คือ สระดอกบัว ( เหลียนฮวา แปลว่า ดอกบัว) 

***ยามโหงว คือ เวลา11.00น. ถึง 12.59น. 

ความคิดเห็น