ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 5 : เป็นสหายกับท่านหมอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : เป็นสหายกับท่านหมอ

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่5 ,เป็นสหายกับท่านหมอ

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : เป็นสหายกับท่านหมอ
แบบอักษร

ตอนที่ 5 :เป็นสหายกับท่านหมอ 

"ถ้าเช่นนั้นแม่นางฟางจะทำเช่นไรต่อไป?" 

"ข้าคิดว่าคงต้องอยู่อาศัยที่นี้ระยะยาว ตอนนี้ข้าคงต้องหาบ้านหลัง หลังเล็กๆ มีห้องพอสำหรับข้าและบ่าวไพรอยู่อาศัย แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ข้ามิรู้ว่าควรจะเริ่มหาบ้านจากที่ใด อย่างไร " นิ่งไปพักนึงเพื่อใช้ความคิด " แม่นม ที่นี้เป็นที่ใดใช้โรงเตี้ยมหรือไม่ " 

"ใช่เจ้าค่ะ ตอนที่คุณหนูเป็นลมท่านหมอจางให้ทางโรงเตี้ยงเปิดห้องให้ท่านพักและตรวจอาการเจ้าค่ะ" 

"เช่นนั้นแม่นมกับชิงเอ๋อร์ บอกทางโรงเตี้ยมเปิดห้องพักเพิ่มให้พอกับคนของเราที่พักค้างคืนที่นี้ คืนนี้และคืนพรุ่งนี้เสียก่อน แล้วค่อยคิดกันอีกที่ เพราะข้าไม่รู้ว่าจะหาบ้าน ให้เร็วที่สุดได้หรือไม่"พอแม่นมกับชิงเออ๋อร์ออกไป จึงเอ่ยถามท่านหมอซึ่นเป็นคนเมืองนี้คนเดียวที่รู้จักตอนนี้ 

"ท่านหมอจางเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยเหลือชี้แนะ หรือแนะนำช่วยให้ข้าเริ่มต้นหาบ้านสักหลังที่เมืองเจียงถงนี้ ได้หรือไม่" 

ท่านหมอจางได้ยินดังนี้ยกมือลูบคางไปมาท่าทางเหมือนกําลังครุ่นคิด "โอ๊ะ!...ข้านึกออกแล้ว "ตาเป็นประกาย แล้วคลียิ้มมองฉัน"ข้าพอจะรู้จักอยู่คนนึ่งที่พอจะช่วยแม่นางฟางหาบ้านได้ เดี๋ยวข้าจะนัดให้มาพบ ดีหรือไม่" 

ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เป็นคนแรกในพบนี้ที่หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ทั้งที่พบหน้ากันไม่นานท่านหมอจางท่านนี้ช่างเป็นคนดีเสียจริงๆ "ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักหากที่ท่านหมอช่วยเหลือ ต้องรบกวนท่านหมอจางแล้ว" ฉันลุกขึ้นทำการขอบคุณเป็นทางการ 

หมอจางรีบโบกไม้โบกมือ "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ต้องมากพิธี ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ข้าช่วยด้วยความเต็มใจ ข้าขอบอกตามตรงเมื่อได้รับรู้เรื่องราวของแม่นางฟางทำให้ข้ารู้สึกเห็นใจ ข้านั้นเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาเอก ข้ามีพี่ชายและนองชายน้องสาวที่เกิดจากอนุ ส่วนข้าเป็นบุตรคนเดียวของมารดาแต่มารดาของข้าได้จากโลกนี้ไปตอนที่ข้าอายุได้ห้า หกขวบเท่านั้น และข้าถูกกลั่นแกล้งมากมาย ถูกใส่ร้ายพี่น้องต่างมารดา โดนเฆี่ยนตีก็บ่อย เพราะไม่มีมารดาจึงไม่ที่พักพิง ข้าประสบพบเจอกับตนเองจึงเข้าใจความคิดของแม่นางฟางเป็นอยาางดี พอถึงวัยออกเรือน ข้าได้แต่งภรรยาที่ข้ารัก ไม่คิดจะแต่งอนุ และไม่คิดจะมีมากภรรยาเฉกเช่นบุรุษอื่น หลังจากแต่งงานข้ากับภรรยาย้ายออกมาเปิดโรงหมอ ชีวิตข้ากับภรรยาจึงสงบสุขลงได้ ข้าเป็นบุรุษและยังมิใช้ตัวคนเดียว ข้าและภรรยาช่วยคิดปรึกษาช่วยกันตัดสินใจร่วมกันได้ แต่แม่นางฟางมิมีใครให้พึ่งพิง มิมีใครให้ปรึกษามีแต่บ่าวไพร่หลายชีวิต ทั้งยังท้องอ่อนๆด้วย ข้าเป็นหมอทั้งยังพบปะผู้คนมากมายจึงพอจะรู้จักคนที่พอช่วยแม่นางหาบ้านได้อยู่บ้างเท่านั้น มิได้ช่วยสิ่งมากมายอันใดเลย ใยแม่นางจะต้องเกรงใจข้าด้วยเล่า" ฟังแล้วซาบซึ้งใจน้ำตาฉันเกือบจิไหล 

"เป็นบุญของข้าแล้วที่ได้ท่านหมอจางช่วยไว้ ข้ารู้สึกทราบซึ่งเป็นอย่างมาก เช่นนั้นท่านหมอจางอย่าเรียกข้าว่าแม่นางฟางเลยเจ้าค่ะ อยากขอให้ท่านหมอจางเรียกข้าว่า อิ๋วเหม่ย หรือเหม่ยเอ๋อร์ก็ได้เจ้าคะ"ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานๆด้วยไมตรี อย่างจริงใจ 

"ได้! ข้าก็ถูกชะตาเจ้านัก ในเมื่อมีวาสนามาพบพานกัน ต่อไปย้อมเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกัน ถ้าเช่นนั้นเหม่ยยเอ๋อร์ เจ้าเป็นสหายของข้าดีหรือไม่ " 

"สหาย!" 

พอได้ยินคำว่า 'สหาย!' ฉันดีใจมาก เคยดูในหนังจีนกำลังภายในมาบ้างจึงเข้าใจดีว่า การจะรับใดเป็นสหายเช่นท่านหมอเก่ง ตระกูลใหญ่ ข้าหลวง หรือผูมีวรยุทธที่มีชื่อเสียงยิ่งไม่ง่ายนัก ฉันถือว่าท่านหมอให้เกียติฉันมาก รีบตอบรับสิค่ะจะรออะไรพบเจอคนดีมีน้ำใจก็ต้องคบไว้ ที่แน่ๆอนาคตฉันยังต้องพึ่งพาท่านหมออีกมากมาก ใหนนะตรวจครรภ์บ่อยๆตลอดจนคลอด และยังหลังคลอดอีก คงต้องพึ่งพาตลอดยันลูกหลานด้วยละมั้ง นึกได้ดังนี้ฉันก็หัวเราะในใจอย่างเจ้าเล่ห์ อิอิอิ " ดีเจ้าค่ะ ท่านหมอจาง ข้ายินดียิ่งนักที่ได้เป็นสหายของท่านหมอเจ้าค่ะ" 

"เอาละ! นี้ก็*ยามเซิน จะ **ยามอิ่วแล้ว เหม่ยเอ๋อร์เดินทางมาเหนื่อยๆควรพักผ่อนได้แล้ว เช่นนั้นข้าจะพาคนที่จะช่วยหาบ้านมาพบที่นี้พรุ่งนี้เช้า น้องต้องการบ้าน ที่ดิน ร้านค้า จะเช่า จะซื้อ หรือขาย น้องย่อมพึ่งพาเขาคนนี้ได้แน่"เงียบไปแล้วพูดต่อว่า "เดี๋ยวข้าจัดยาบำรุงครรภ์มาให้ ให้เจ้ากินทุกวัน เจ้าห้ามลืมกินเป็นอันขาด หลานข้าจะได้แข็งแรง....เห็นทีข้าคงต้องลากลับก่อน" 

"เจ้าค่ะท่านหมอจาง ฝากบอกภรรยาของท่านด้วยนะเจ้าค่ะ หากข้าหาบ้านจัดการปัญหานีได้แล้วข้าจะไปคาระวะนางด้วยตนเองเจ้าค่ะ "

"ได้! ฮวาเอ๋อร์ต้องดีใจและยินดียิ่งเป็นแน่" แล้วเดินออกจากไปด้วยหน้าประดับรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดียิ่งนัก

เมื่อห้องทั้งห้องไม่เหลือใคร ไม่มีแม้บ้าวไพร่ มีเพียงฉันอยู่เพียงลำพัง ฉันจงหลับตาลงครุ่นคิดถึงชีวิตน้อยที่อยู่ในท้องพร้อมเอามือลูบท้องของตัวเองแล้วพูดเบาๆกับตัวเองเพื่อให้สัญญากับเจ้าของร้างเดิมว่า "อิ๋วเหม่ย ในเมื่อฉันได้มาอาศัยร้างของเธอเกิดใหม่ในชาติภพนี้ เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำหน้าที่แทนเธอเอง ฉันจะรัก ดูแล ปกป้องลูกของเธอ และเลี้ยงดูลูกขอเธอให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ จะไม่ให้ใครทำร้ายทำรายลูกของเธอได้เป็นอันขาดและจะดูแลบ่าวไพร่ของเธอด้วยเช่นกัน ที่ฉันกำลังทำไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดและต่อจากนี้ก็เพื่อเด็กคนนี้ ร่วมกันกับการสานฝันที่ฉันต้องการในชาติภพที่ผ่านมาและฉันขอโทษที่ได้หย่าขาดกับสามีของเธอ แต่เธอเชื่อเถอะว่าที่ฉันทำนั้นทำถูกต้องแล้ว ฉันพยายามรักษาตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อลูกของเธอ ต่อไปนี้เด็กคนนี้ก็คือลูกของฉัน อย่าห่วงไปเลย จงไปสู่ภพภูมิที่ดีเถิดนะ" เมื่อพูดจบก็รู้สึกได้ว่ามีลมวูบนึง พัดมากระทบร้างเหมือนมีใครกำลังสวมกอดวูบนึงเพื่ออำลา ฉันคิดว่านางคงรับรู้และหมดห่วงแล้ว

เสียงแม่นมจากนอกห้อง" คุณหนูเจ้าค่ะ คุณหนูผิงอัน ลูกเจ้าของโรงเตี้ยมมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ"

หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างพยายามนึกจากความทรงจำเดิม"เธอคือใคร???"

 

*ยามเซิน = เวลา 15.00 น. ถึง 16.59 น. 

**ยามอิ่ว = เวลา 17.00 น. ถึง 18.59 น 

ความคิดเห็น