ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 9

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2563 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 9
แบบอักษร

 

(อิมเมจพี่ซานจ้า) 

 

 

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 9 

 

ผ่านไปหลายวันจนเกือบจะครบ 1 อาทิตย์ หลังจากที่ผมก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้น ชีวิตอันแสนสงบสุขก็ได้กลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม

ถามว่าดีไหม?

 

ก็ดีแหละ ได้มาเรียน มานั่งเล่น มาเฮฮาตามปกติ ไม่ต้องมาอุดอู้อยู่แต่ห้องสี่เหลี่ยมแสนเคว้ง...

ถึงจะมีความสุข แต่ในใจลึกๆ กลับอยากไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแสนน่าเบื่อนั่นเสียมากกว่า เพราะอย่างน้อย….ห้องสี่เหลี่ยมแสนกว้างขวางนั่นก็ได้เจอหน้าใครบางคน

 

“ทะเลาะกับอากูเหรอ?”

 

ผมเหลือบมองหน้าเพลิงที่จ้องตามองผมแบบตาแทบไม่กะพริบ อาการแบบนี้คือมันกำลังตั้งใจอะไรกับสักอย่าง เดาๆ เอาว่าน่าจะตั้งใจฟังคำตอบของคำถามเพลิงเมื่อกี้แน่ๆ

ผมคลี่ยิ้มอ่อนๆ ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วหันกลับไปปั่นรายงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ

 

“ทะเลาะอะไร ไม่ได้เป็นไรกันสักหน่อย”

 

“แต่อากูไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้วนะ..” เสียงเหมือนมันดูเป็นห่วงอามันนะ แต่ทำไมมันกลับทำหน้ายิ้มๆ แบบนั้นวะ?

ผมปัดภาพรอยยิ้มแสนประหลาดของเพลิงแล้วหัวเราะเยาะในใจแทน

หึ ที่ไม่กลับบ้าน คงไปหาเด็กใหม่แทนมั้ง ก็แค่คิดแต่ทำไมในใจมันเจ็บแปล๊บๆ วะ

 

“นักธุรกิจแบบเขา งานคงท่วมหัวจนไม่มีเวลามานอนละมั้ง”

 

“เหรอ..ถ้างั้นก็ดี”

 

เพลิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วยกยิ้มมุมปาก อาการมันแปลกๆ จนผมสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

ผมเลิกสนใจไอ้เพลิง และสายตาที่มองมาอย่างใคร่รู้ของจอมที่นั่งข้างๆ ผม แต่มันไม่ได้เอ่ยปากถาม ผมก็เงียบปล่อยจอมสงสัยไป ตอนนี้ขอปั่นงานตรงหน้าก่อน ผมหายไปหลายวันก็มีงานค้างตั้งเยอะไม่อยากมาเสียเวลาคิดเรื่องอื่นหรอก

 

เอาจริงๆ กลัวฟุ้งซ่านมากกว่า จึงหาอะไรทำให้มันยุ่งๆ ในหัวจะได้ไม่ต้องคิดอะไรมาก

 

******************************************************

 

ผมปลีกตัวออกจากสองเพื่อนมาที่สนามบาสกลางแจ้ง บอกลาเพลิงกับจอมว่าจะกลับไปพร้อมกับเฮียสุดที่รัก นั่นก็คือพี่ชายของผมนั่นเอง พวกมันก็ทำท่าจะอาสาไปส่งผมถึงบ้านอยู่นะ ไม่รู้จะห่วงอะไรนักหนา ผมต้องอ้อนวอนว่ามาคนเดียวได้หลายนาทีกว่าไอ้สองเพื่อนรักจะยอมล่าถอยก็ทำเอาผมแทบหมดแรงกับการอ้อนวอน โตแล้วนะเว้ย!

ที่สำคัญผมเลิกทำงานพิเศษการเป็นพ่อครัวของบ้านอาเพลิงเรียบร้อย ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วนี่ว่าอามันคือใคร และเพลิงก็รู้ด้วยว่าทำไมผมถึงออกกะทันหันแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร อีกอย่างผมยังไม่อยากกลับไปเป็นพ่อบ้านของเขาหรอกนะ

แต่ อยากเป็นเมียเขาอ่ะ เก็ตป่ะ! แต่ผมเคืองอยู่ คือเคืองมาก! บังอาจมาบอกเกะกะ หนีแม่ง!

 

อ่อ...ที่มานั่งแก่วแถวสนามบาสไม่ใช่อะไรหรอก มารอเฮียม่อสาว ให้ตายเถอะ….

 

 

 

“อร๊ายย ซานขาาา ชู๊ตสวยมากค่า!”

“ฮืออ…ท่าปาดเหงื่อแซ่บมากแม่!!”

“กรี๊ดด แก! ไอ้หน้าปลาบู่! มาชนซานของพวกเราได้ไง!”

 

ผมทำหน้าเหม็นเบื่อกับเสน่ห์อันแสนร้อนแรงของเฮียผม ทุกทีเลยแหละ ที่เจอเฮียทีไรต้องมีสาวๆ เพศที่สามเป็นกลุ่มๆ มาอยู่ใกล้เฮียตลอด

เฮียผมชื่อ วิซาน เรียนปี 4 คณะบริหารฯ ตอนนี้มันก็เป็นอดีตเดือนที่ควบมา 2 ปีซ้อน ก่อนจะสละตำแหน่งตอนปีที่สาม มันสละตำแหน่งให้น้องใหม่เพราะกลัวคนเบื่อขี้หน้าและตัวเฮียเองก็เบื่อคำว่า ชนะเลิศ แล้ว

อี๋ หมั่นไส้!

 

ผมนั่งรอเฮียอย่างเบื่อๆ สักพักร่างบึกบึนก็ย่างกายเข้ามาใกล้ผม มือใหญ่ๆ วางแหมะลงบนหัวผมแล้ว….ตบหัว!

 

“มาทำเหี้ยไร กูไม่ว่างหรอกนะ”

 

ผมลืมบอกไปรึเปล่า นอกจากมันจะดูดีทุกอย่างแล้ว..แต่ปากหมากับน้องนุ่งนี่ข้อเสียมันเลย!

 

“จะกลับบ้านด้วย!”

 

“ทำไม ไม่ติดผัวใหม่มึงเหรอ?”

“เฮ้ย! เฮีย นี่น้องเฮียโดนปล้ำทั้งทีไม่คิดจะหวงหน่อยเหรอ!?”

“มึงสมยอมหรอก กูรู้”

 

ผมเบ้ปากใส่เฮียที่ชายตามองเหยียดผม สมยอมเหี้ยไรล่ะ ผมโดนยา แต่เวลาผ่านไปสักพักก็ดันไปสมยอมทีหลังได้ไงไม่รู้ พี่รอนเก่งมากจริงๆ อ่ะ เคลิ้มเฉย

เฮียซานเปิดฝาขวดน้ำเปล่าแล้วแหงนหน้าดื่มน้ำไปอึกใหญ่ แป๊บเดียวก็หมดก่อนจะบิดขวดน้ำพลาสติกแล้วโยนลงถังขยะแม่นยำยังกะมีตาหลัง

 

กรี๊ดดดดดดดดดดด!!

 

นั่นไงกูว่าละ!

ผมยกมือมาปิดหูทั้งสองข้างกับเสียงกรีดร้องของเหล่าแม่ยกเฮีย

เฮียหันมาโบกไม้โบกมือทักทายเหล่าแฟนคลับ เสร็จแล้วก็ยักไหล่ใส่ผมกวนๆ ประมาณ พี่มึงหล่อนะ ปลื้มใจละสิ

ผมกลอกตาอย่างเอือมระอากับท่าทีกวนประสาทของพี่ชายตัวเอง เก็บสัมภาระตัดบทสนทนากับเฮียไปเลยเพราะรำคาญมาก

เฮียสะพายกระเป๋าเป้สีดำเดินนำหน้าผม ทั้งๆ ที่ยังใส่แค่เสื้อกล้ามบาสสีแดงขอบดำ กับกางเกงขาสั้นประมาณเข่า โชว์เท่ตลอดเลย ชิส์!

 

ผมก้าวเข้าไปนั่งรถออดี้สีดำคันเก่งของเฮีย พอปิดประตูปุ๊บเฮียก็บึ่งรถปั๊บไม่ทันให้ผมได้คาดเข็มขัดนิรภัยเลย

 

“แล้วทำไม หนีผัวมาเหรอมึง”

 

ตาเฮียมองถนนแต่ปากก็ยังซักไซ้ถามผม ก็แหม นานๆ ทีผมจะไปรอเฮียกลับบ้านพร้อมกันเพราะผมเบื่อเสียงกรี๊ดของผู้หญิง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ไปโผล่หน้าให้เฮียเห็นหรอก การจะไปหาเฮียก็ใช่ว่าจะง่ายต้องไปในเวลาที่เฮียมีเรียนหรือเล่นกีฬากับเพื่อนจะตามตัวง่ายกว่าเพราะหลังจากที่เฮียไม่มีคาบเรียนแล้วก็จะตามตัวยากโคตร

 

“ผิด ผัวหนีต่างหาก!”

 

“หือ? ฮ่าๆๆ มึงมันไม่มีเสน่ห์พอแน่เลยไอ้ลูกหมา!”

 

ผมหยิกที่เอวเฮียไปทีนึงแต่ดันโดนตบกบาลกลับคืนมา ช่างไม่ทะนุถนอมน้องตัวเองจริงๆ

 

“แล้วไง จะให้เฮียไปตามเก็บเหรอ? ไม่ไหวนะเว้ย”

 

เฮียหัวเราะน้อยๆ มือก็คอยบังคับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ขับอย่างชำนาญจนผมอดหมั่นไส้กับเสน่ห์ของเฮียไม่ได้

 

“บ้าเหรอ ก็แค่...พาไปหาหน่อยสิ”

 

ผมพูดเสียงแผ่วในประโยคท้ายๆ เฮียเหล่มองผมตบไฟเลี้ยวจอดที่ข้างทางแล้วจับคางผมเงยหน้าขึ้นมาสบตา

 

“นี่อย่าบอกนะว่า..”

“ไม่ใช่นะ!! เวียนยังไม่ได้..---”

“เฮียยังพูดไม่จบนะ ร้อนตัวแล้ว?”

ผมสะอึกแล้วเหล่ตามองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตากับตาคมๆ ของเฮียตัวเอง แววตาเฮียตอนนี้ไม่มีความล้อเล่นใดๆ แต่จริงจังจนผมยังเกรงๆ แค่ช่วงที่เฮียดุกับเฮียจริงจังเท่านั้นแหละที่ผมจะเกรงๆ

 

“เฮ้อ...เดี๋ยวจะพาไปถิ่นเฮียก่อนละกัน ค่อยไปส่งเวียนที่ถิ่นเขา โอเคไหม?”

 

ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย เฮียคงหมั่นไส้กับความน่ารักของผม หยิกแก้มผมจนแดงแจ๋พอใจแล้วเฮียก็ขับรถต่อมุ่งหน้าไปที่ ถิ่น ของเฮีย

 

ครับ นอกจากเฮียจะดูดี สันดานเลวเพราะมาจากการปลูกฝังของปู่ของผม เฮียเป็นลูกคนโตต้องสืบทอดแก๊งต่อจากปู่ที่อยู่ญี่ปุ่น

 

จะแก๊งอะไรได้ละ ก็คือมาเฟียดีๆ นั่นแหละ แต่เราจะไม่ยุ่งกับพวกบ่อน กาสิโน ค้าอาวุธเถื่อนหรืออื่นๆ ที่ค่อนข้างจะอันตราย เราแค่ทำเกี่ยวกับรถ สนามแข่ง และการแข่งรถเถื่อน 

เฮียคุมแค่ 5 ประเทศหลักๆ คือ อเมริกา ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์และอิตาลี

นอกนั้นปู่เป็นคนจัดการ ก็ถือว่ามีอำนาจพอสมควร หากมีใครคิดตุกติกเปิดสนามแข่งเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจะโดนเฮียกวาดเรียบ ไม่เหลือซากหรือแม้แต่การแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาต รบกวนคนอื่นเฮียก็จะจัดการเช่นกัน ถ้ามีการแข่งขันในยามดึก เฮียจะเคลียร์สถานที่ที่ปลอดคนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เฮียไม่ได้ใจดีอะไรเลย มันแค่ไม่ชอบเป็นประเด็นของพวกชาวบ้านที่ด่าทอสารพัด คอยแช่งบ้างละ ตั้งวงนินทาบ้างละ ฟ้องตำรวจบ้างละ เฮียมันชอบความสงบสุขครับถึงจะมีศัตรูมาแอบเปิดสนามแข่งก่อกวนชีวิตอันราบเรียบบ่อยๆ จนชีวิตเฮียไม่ค่อยสงบดั่งใจหวังก็เถอะ

แต่พวกนี้ก่อกวนได้ไม่นานหรอกครับ แปบๆ ก็โดนเฮียเป่าหัวแล้ว เรียกได้ว่าไม่แน่จริงอย่ามายุ่งกับเฮียเด็ดขาด

อะไรจะรักสงบขนาดนั้น ขนาดอาณาเขตเฮียยังมีแต่ต้นไม้ กับต้นไม้ แทบจะกลายเป็นป่าแล้วแต่อาณาเขตเฮียก็ยังร่มรื่น เงียบสงบอีกด้วย

อ้อ แก๊งที่ผมว่านั้นหมายถึงบ้านหลังใหญ่ของเฮีย (คนเดียว) แต่จะอยู่ลึกหน่อย อยู่หลังสนามแข่งรถขนาดใหญ่ครับ รอบๆ บ้านพักก็จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ ของพวกลูกน้อง เฮียเลี้ยงลูกน้องไว้ใกล้ๆ ตัวเสมอแต่ไม่เคยให้ไปแตะที่บ้านพักตัวเองนอกจากยืนเฝ้าหน้าบ้าน เพราะบ้านพักเฮียเปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวสุดดดดดดดดดๆๆ ของเฮีย!

 

ขนาดผมขอเข้าไปมันยังทำหน้าบึ้งใส่เลย ยิ่งตอนที่เหยียบบ้านมันนะ หน้าหงิกหงอยังกะผ้ายับ อะไรจะหวงขนาดนั้น ผมยังแอบสงสัยเลยว่ามันกกเมียหรือเปล่าวะถึงไม่ชอบให้ใครเข้า-ออกบ้านตัวเอง

แต่ปรากฏว่าสืบยังไง ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะควงใครเข้าบ้านพัก

ก็เลยยอมรับว่าเฮียตัวเองชอบความส่วนตัวจริงๆ

 

รถออดี้สีคำจอดที่สนามแข่งรถ ไซกะ ด้านหน้าเป็นสำนักงานที่เฮียมักทำงานที่นี่ รอบๆ ก็ล้อมไปด้วยสนามแข่งขนาดใหญ่ที่ตอนนี้มีรถบางคันกำลังเเล่นด้วยความเร็วสูงกับเสียงท่อรถกระหึ่มไปทั่วสนาม คาดว่าคงเป็นหนึ่งในลูกน้องเฮียขับรถเล่นเพราะเวลานี้ยังไม่เปิดให้ใช้สนาม

 

“เดินดูรอบๆ ได้นะ เดี๋ยวเฮียไปทำงานแปบ เดี๋ยวไปส่ง”

 

ผมพยักหน้าลวกๆ เห็นเฮียสั่งอะไรลูกน้องสักอย่าง สักพักลูกน้องเฮียมันพยักหน้าแล้วเดินตามมาประกบหลังผม สงสัยคงสั่งเฝ้าผม ชินแล้วละตอนที่ผมอยู่ญี่ปุ่นมักจะมีคนคอยคุมตลอด

พลันสายตาผมก็เหลือบไปเห็นร่างบางที่เดินหายเข้าไปในสำนักงานส่วนตัวเฮียอย่างตัวปลิว ไม่มีใครห้าม เฮ้ย! มันเข้าไปได้ไงอ่ะ

ผมยังถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้านะ เพราะเฮียต้องใช้สมาธิสูง เอกสารสำคัญก็เยอะหวงยิ่งกว่าบ้านพักตัวเองอีก!

คอผมคอยชะเง้อดูแต่ก็เห็นหน้าไม่ชัด

ขาผมจะก้าวเข้าไปแต่โดนลูกน้องเฮียมากันไว้ก่อน ผมหน้าบึ้งแล้วสะบัดตัวเดินออกไป

 

ฮึ่ย!! ออกมาเมื่อไหร่จะเค้นถามให้ได้!

 

********************************************************************

 

จะเปิดคู่รองค่ะ

ตอนนี้ไม่มีบทบาทพระเอกเลย 5555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว