นารีมีมง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รสรักแฟนเก่า-06-คนเจ้าเล่ห์

ชื่อตอน : รสรักแฟนเก่า-06-คนเจ้าเล่ห์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 01:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รสรักแฟนเก่า-06-คนเจ้าเล่ห์
แบบอักษร

 

เอวากลับมาพร้อมกับข้าวกล่องในมืออีกครั้ง เธอมุ่งหน้าไปยังชั้น50ที่มีคนรออยู่ โดยไม่เร่งรีบหากแต่ว่าตอนนี้เริ่มพลบค่ำเป็นเวลา6โมงเย็นแล้ว ผู้คนในบริษัทแทบจะไม่มีให้เห็น จะมีก็แต่ยามไม่กี่คนที่กำลังเริ่มทยอยตรวจเช็คความเรียบร้อยของบริษัทตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทว่าถึงเวลาสมควรพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องกลับบ้านเช่นกัน

ลิฟต์นำร่างของหญิงสาวในชุดทำงานเรียบหรูดูแพงมายังชั้นที่ถูกนิ้วเรียวกดลงไป

ครั้นก้าวเข้าไปยังห้องเดิมที่เพิ่งออกมาเมื่อ30นาทีที่แล้ว ก็พบเจอกับท่านรองประธานคนเดิมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตรงโต๊ะทำงาน

ศีรษะถูกพิงไว้กับเก้าอี้ ทิ้งตัวลงเหมือนคนกำลังหลับ ท่อนแขนแกร่งกอดไว้ตรงอกอย่างมั่น ชุดทำงานถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กระดุมคอถูกปลดออกสองถึงสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกน่าซบ

เอวาวางถุงที่มีกล่องข้าวพร้อมกระเป๋าสะพายข้างลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟานุ่มอย่างเบามือ เหมือนกลัวใครจะตื่น

ในขณะนั้นเรียวขาเล็กก็เดินไปหยุดลงตรงโต๊ะทำงานดำขลับของรองประธานที่มีป้ายบอกชื่อกำกับไว้อย่างดีว่า 'ฌอน แม็ก'

"นาย"น้ำเสียงเล็กเอ่ยแผ่วเบาเรียกคนที่กำลังเข้าเฝ้าพระอินทร์"นายฉันซื้อข้าวมาให้แล้วนะ"

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาอย่างที่คนตัวเล็กหวังไว้ เขาอาจจะหลับลึก หรือเธอควรปลุกเขาดีไหมอย่างไร

สิ่งใดดลใจก็ไม่ทราบได้ ทำให้เท้าเล็กบนส้นสูง4นิ้วเยื้องย่างเข้าไปหาร่างหนาบึกบึนที่อยู่บนเก้าอี้นวม หญิงสาวเอี้ยวตัวมายืนอยู่ข้างๆก่อนจะย่อตัวลงให้ความสูงพอดีกับศีรษะคนตรงหน้า

"นาย"

"....."

ท่อนแขนเรียวเล็กพาลเขย่าตรงแขนแกร่งเบาๆ เพื่อให้รู้สึกตัว

"อือ"เสียงงัวเงียตอบกลับมาสั้นๆ ทันทีที่นัยน์ตาเข้มลืมขึ้นมันก็หันขวับมาทางที่เสียงเล็กถูกเปร่งออกมา ด้วยวินาทีที่รวดเร็วเกินจะคาดเดา จึงทำให้จมูกโด่งคมชนเข้ากับแก้มนุ่มของเลขาสาวอย่างจัง

ตากลมโตเบิกโพลงตกใจ ผละจะถอยหลังหนีทว่าส้นสูงที่ใส่อยู่กลับพลิกขึ้นมา ทำให้ร่างบางเซจนล้มคว่ำก้นจ้ำเบ้าไปข้างหลัง

"โอ๊ย!.."เสียงโอดครวญร้องลั่นห้องทันทีที่ก้นแตะพื้น มันเจ็บจนหญิงสาวรู้สึกว่ากระดูกก้นกบเหมือนจะหักเอาเสียได้

"ลงไปนั่งทำอะไรตรงนั้น"

นี่ไม่คิดจะช่วยกันแล้วยังมาถามกวนใส่เธออีก ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาเป็นคนทำเธอตกใจจนเซล้มลงไป หญิงสาวมองค้อนใส่ชายหนุ่มอย่างถมึงทึง เขามันผู้ชายประเภทไหนที่เห็นผู้หญิงล้มแล้วไม่คิดจะช่วยแถมยังมาหัวเราะเยาะใส่เธออีก

มือบางยันตัวเองลุกขึ้นแต่ทว่ากลับล้มลงไปนั่งอยู่ตามเดิม คงเพราะข้อเท้าพลิกจากการที่ตกส้นสูงเมื่อกี้

ฌอนที่เห็นเจ้าหล่อนพยายามลุกขึ้นอยู่หลายครั้งแต่ไม่เป็นผลก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ยิ่งเห็นหน้าหวานบูดเบี้ยวด้วยแล้วนั้นเขาคิดว่าเธอคงเจ็บจริงไม่ล้อเล่น

พลันขายาวในกางเกงสแล็คก็เดินเข้าหยุดอยู่ตรงหน้ายายเลขาสาว เขาไม่พูดไม่จาอะไรให้เสียเวล่ำเวลา แขนแกร่งก็ช้อนเจ้าหล่อนขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่ขออนุญาต เพราะเขาคิดว่าคงไม่จำเป็น

 

"หนักชะมัดไปกินควายมาหรือไง"

ทันทีที่เขาวางร่างของหญิงสาวลงบนโซฟา ปากที่เก็บหมาเอาไว้ก็ไม่วายพูดเหน็บขึ้นใส่หญิงสาวทั้งที่มันไม่เป็นความจริงเลยสักนิด น้ำหนักตัวของเธอแทบจะเบาหวิวจนเขาสามารถเหวี่ยงลงเตียงได้สบายๆโดยที่แทบจะไม่ต้องออกแรง

"ใครเขาขอร้องให้นายมาอุ้มล่ะ"

"มีน้ำใจอ่ะเธอรู้จักไหม"

ฌอนยืนเท้าสะเอวมองร่างบางที่กำลังทำหน้าตาขวางโลกอยู่เบื้องหน้าตาเขม็ง เขาไม่คิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

เธอคนนั้นที่เคยอ่อนหวานขี้อาย กลายมาเป็นคนปากจัดไร้สิ้นซึ่งความอ่อนแอจนเขาคาดไม่ถึง คงเป็นเพราะเธอโดนคนอื่นกระทำมาเยอะ หนึ่งในนั้นก็คือเขาเองนั่นแหละ นี่สินะถึงทำให้เธอสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองหนาแน่นขนาดนี้

เขามองเธอออก ว่าถึงแม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็งกล้าต่อปากต่อคำกับเขามากขนาดไหน แต่ภายในของเธอก็ยังคงมีความอ่อนโยนอ่อนหวานอยู่ดี เห็นได้จากที่เธอยอมไปซื้อข้าวให้เขา ยอมมาเป็นเลขาให้เขาทั้งที่จริงๆแล้วเธอจะปฏิเสธเขาก็ได้ เพราะไม่มีใครที่เขาจะใจดีกับคนที่ทำร้ายตัวเองหรอก ผมเข้าใจดี

"จะเลิกมองหน้าฉันได้ยัง"

"ยัง!"

ชายหนุ่มทำหน้าตาทะเล้นตอบออกไปก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นเพียงนิด"หึ!" แล้วโน้มตัวลงมาทาบทับร่างบางตรงหน้า

แขนแกร่งคร่อมไว้โดยที่เข่าข้างนึงถูกยกขึ้นตั้งลงบนโซฟานุ่มชิดกับร่างของหญิงสาว จนเธอตื่นตระหนกตกใจ หดไหล่เหลืออยู่แค่คืบ ขยับถอยหลังหนีทำให้แผ่นหลังชิดติดโซฟาแทบหาทางออกไม่เจอ

ใบหน้าคมโน้มลงมาจนจมูกแตะกัน ดวงหน้าสวยขยับเบือนหนี กลายเป็นว่าจมูกโด่งถูกฝังลงตรงแก้มนุ่มโดยบังเอิญ พลันหัวใจสาวกระตุกวูบ จนเผลอกลั้นหายใจ ตาโตหลับพริ้มจนเนื้อที่หางตาย่นเข้าหากันโดยปริยาย

"หลับตาแบบนี้คิดว่าฉันจะจูบเธอหรือไง"

"..."หญิงสาวไม่ตอบแต่เพียงพยายามลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาโตหรี่มองผู้ชายตรงหน้าที่หายใจรินรดลงมาอยู่ตรงแก้มของเธอจนมันเริ่มเห่อร้อน

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

อะไรกันทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรงขนาดนี้ หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้หัวใจบ้า...

มือหนารวบอุ้งมือเล็กเอาไว้ก่อนจะดึงให้กลับมานั่งท่าเดิม ขายาวก้าวห่างออกมาก่อนจะเดินเลี้ยวโต๊ะกระจกไปนั่งลงข้างๆกายสาว แล้วหยิบกล่องข้าวขึ้นมาเปิดออกตักมันเข้าปากอย่างเมินเฉย

เอวาหันมองรองประธานหนุ่มอย่างงงงัน พลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้ทำอะไรเธอ

เลขาสาวเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ สองขาเรียวพยายามย้ายตัวเองออกจากห้องเพื่อกลับบ้าน

แต่ไม่ทันได้ระวังตัว ทำให้เมื่อลุกขึ้นยืนก็ต้องเซล้มลงมาอีกครั้ง เพราะอาการเจ็บที่ข้อเท้า โชคดีที่มีท่อนแขนแกร่งรองรับเอาไว้ทัน ก่อนมือหนาจะรวบเอวบางไว้แล้วตวัดให้ร่างเล็กขึ้นมานั่งแหมะลงบนตัก

สัญชาตญาณป้องกันตัวไม่ทำงาน แทนที่จะผลักคนตัวโตออกกลับยกแขนขึ้นคว้าไว้ตรงท้ายทองของชายหนุ่มอย่างลืมตัว กลัวว่าตัวเองจะล้มลงไป

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรจะนั่งอยู่บนตักบุคคลที่เป็นอันตรายต่อเธอนาน เจ้าหล่อนก็พยายามขืนตัวจะหนีอีกครั้ง ทว่าฌอนกลับไม่ปล่อยไปง่ายๆเขารวบรัดเอวบางดึงรั้งเข้าหาตัวแน่นขึ้น แล้วใช้ขาที่แข็งแรงหนีบเรียวขาสวยของหญิงสาวที่มันอยู่ตรงหว่างขาเขาพอดิบพอดีเอาไว้ไม่ปล่อย

"นายจะทำอะไร"

"เจ็บขาแล้วยังจะอวดดีอีก"เสียงนุ่มทุ้มพูดอยู่ใกล้กับใบหน้าสวยของแม่เลขาตัวดีเพียงนิด

"ปล่อยนะฉันจะกลับบ้าน"

เอวาดิ้นไปมาบนตักแกร่ง เธอพยายามอย่างที่สุดที่จะออกไปจากตรงนี้เพราะไม่อยากจะอยู่ใกล้เขานานๆ สาเหตุหลักก็เป็นเพราะว่าเขามันเป็นคนเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อนไว้ใจไม่ได้ แถมยังเคยเป็นคนที่ทำให้เธอต้องรู้สึกเจ็บปวดหัวใจที่สุดในชีวิตอีกต่างหาก

"ปล่อยฉันนะ!"

"อย่าดื้อได้ไหม!"

"..."

เขาตะคอกใส่เธอด้วยแววตาแข็งกร้าว ขบกรามแน่นจนมันนูนเด่นเป็นสัน แววตาดุดันบวกกับหนวดเขียวขรึมที่ขึ้นประปรายนั่นทำให้เขาดูดุแถมน่ากลัว จนเธอไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปให้มันรู้สึกขัดใจเขาอีก

 

"ฉันไปส่ง..."

 

.

.

อะไรนะๆ ใครจะไปส่งใครหรอ

เอ๊ะๆท่านรอง

ฝากคอมเม้นน่ารักๆให้ไรท์สักคนละ1คอมเม่นด้วยนะคะขอบพระคุณค่า

🙏🙏🙏

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น