ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 08 #N-Name

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2563 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
08 #N-Name
แบบอักษร

‘เซฟ’

“...”

ผมนั่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ‘ความสุขของมันคือกูหรอวะ?’ นั่งนึกคิดอยู่คนเดียวทั้งคืนจนหัวจะระเบิดแทบไม่ได้นอนรวมถึงตอนนี้ก็ด้วย ผมลูบรอยสักที่ไหปลาร้า ‘ไอ้จีมันเข้าร้านสักบ่อยขนาดนั้นแต่ไม่สัก ยังไม่ถึงเวลาอะไรของมันวะ’ มันแปลว่าไงวะ ไอ้จีอยากสักแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ‘ถ้ามันสักมันจะสักรูปอะไร ทำไมมันต้องรอเวลานานขนาดนั้น’

“ไอ้สัสเซฟ!!”

“เฮ้ย มึงจะตะโกนหาอะไรวะ!!” ผมตกใจ ไอ้บูมทำหน้างงเอามือกุมอกตัวเอง

“ทำไมต้องตะคอกด้วย กลัวแล้วนะ”

“กูสิต้องตกใจมึง ตะโกนทำไมวะ”

“ก็เรียกแล้วมึงไม่หันสักทีอะ คิดอะไรของมึงอยู่วะ” ผมมองไปรอบๆห้องคนเริ่มออกกันไปหมด

“เลิกเรียนแล้วหรอวะ?”

“เออดิ ไม่งั้นกูจะเรียกมึงทำไม” ผมรู้สึกผิดนิดๆ

“ขอโทษแล้วกัน ปะไปกินข้าว” ผมเดินไปกอดคอไอ้บูม

“เดี๋ยวก่อนครับไอ้เพื่อนสุดหล่อ”

“อะไรวะ”

“กูมีนัดกับไอ้ต้าละ มันชวนดูหนังแถมตอนเย็นมันจะพาไปแดกเหล้าด้วย” เอ้า ไหนตอนเย็นมึงบอกจะไปช่วยกูตัดโม ทิ้งตอนกินข้าวไม่ว่าแต่ตอนตัดโมนี่ห้ามทิ้งกันงี้ดิ

“อะๆ ไม่ต้องทำหน้างอลแบบนั้นครับคุณเพื่อนครับ มึงก็ไปให้ไอ้จีช่วยตัดโมดิมึงรู้ปะที่ไอ้ต้ามันมาชวนกูแดกเหล้าเพราะไอ้จีเทไม่มาแดกเหล้ากับมัน”

“ไอ้จีมันตัดโมเป็นซะที่ไหน ลูกคุณหนูอย่างมันอะนะจะตัดเป็น”

“ไม่ลองไม่รู้ไม่ดูไม่เห็นนะครับเพื่อนครับ ไปชวนมันดูถ้ามันไม่มาช่วยแปลว่ามันคงติดธุระจริงๆไอ้จีมันไม่เคยเทเรื่องแดกเหล้านะเว้ย มันอาจจะมีปัญหาอะไรอยู่ก็ได้ ไปคุยกับมันดู”

“เอ้าแล้วถ้ามันไม่มากูก็ต้องตัดโมคนเดียวอะดิ”

“อันนี้ช่วยไม่ได้จริงๆไอ้ต้ามันเลี้ยงเหล้าด้วยกูไม่อยากพลาด กูไปละนะ โชคดีเว้ย!!” ไอ้บูมวิ่งหนีผมไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อออ ไอ้เพื่อนเวร” ผมส่ายหน้าเดินออกมาจากห้อง มือเปิดโทรศัพท์โทรหาไอ้จี

‘โทรออก GG’

“...” รับช้าจังวะ หรือเรียนอยู่

‘โทรออก GG’

“...” คงไม่รับแหละ

‘วางสาย GG’

ผมเดินมาที่โรงอาหารของคณะสั่งข้าวหมูกรอบไปนั่งกินคนเดียว ผมจะแก้ปัญหากับสิ่งที่ไม่ได้ฟังครูวันนี้ยังไงดี แล้วตัดโมคืนนี้เห็นอนาคตว่าไม่ได้นอนแน่ๆ ผมตักหมูกรอบเข้าปากมืออีกข้างไถ่โทรศัพท์ไปมา

‘สายเข้า GG’

“ว่า”

(ว่าอะไรกูสิที่ต้องถาม โทรมาทำไมวะ)

“ไม่มีไรมากหรอก ถ้ามึงติดธุระอยู่ไปทำก่อนเลย”

(ไอ้อ้วน ตอนนี้กูไม่มีธุระกูจะคุยกับมึง)

“กูว่าจะชวนมึงมาช่วยตัดโมตอนเย็น มึงว่างปะ”

(เย็นนี้หรอ?)

“เออ ไม่ว่างก็ไม่ต้องมาก็ได้”

(เดี๋ยวดิ๊ มึงรีบจังวะ)

“ก็มึงดูลังเลอะ”

(ลังเลตรงไหนวะไอ้อ้วน)

“ตรงนี้นี่ไง มึงจะมามึงคงตอบกูไปนานแล้วอะ”

(อ้วน ฟังกูก่อนดิโวยวายไปได้ เป็นเมนต์หรือไง)

“ไอ้สัสกูกินข้าวอยู่”

(กินอยู่ไหน)

“คณะกูไงถามได้”

(กับใคร)

“คนเดียว มึงเทไอ้ต้าจนไอ้ต้ามาเอาไอ้บูมกูไปละ”

(ตอนเย็นกูไม่ว่างไปแดกเหล้านี่ กูมีนัด)

“หรอ งั้นแสดงว่าเย็นนี้มึงไม่ว่าง”

(เออ)

“เค กูวางสายละจะกินข้าว”

(มึงมีเรียนต่อปะ?)

“ไม่มี กินเสร็จจะรีบกลับบ้านไปตัดโม”

(กูอยู่ร้านพี่ป่าน มาหาหน่อยดิ)

“ก็กูบอกว่าจะรีบไปตัดโม”

(ถ้ามึงมาหากูที่ร้าน ตอนเย็นกูจะช่วยมึงตัดโม)

“ไปทำไมวะ กูไม่ได้จะสักเพิ่ม”

(มาเยี่ยมกูหน่อยไม่ได้หรือไงวะ) เสียงเฮียป่านพูดผมแทบยกมือไหว้

“ครับ เดี๋ยวไปหาครับ”

(เออดี ต้องให้กูรุนแรงนะมึง) ไอ้จีพูดไปขำไป อย่าให้ถึงร้านนะมึง

“เออ กินข้าวละ”

‘วางสาย GG’

ผมวางสายรีบตักข้าวเข้าปาก ‘ร้านสัก? ไอ้จีไปร้านสักอีกแล้วหรอวะ’ ผมกินข้าวไปนึกไป เรื่องนี้มันวนมาให้ผมคิดอีกแล้วครับ

14:10 น.

ผมขับรถมาจอดที่ร้านเฮียป่าน คนดูเยอะแต่ก็น้อยกว่าปกติคงเป็นเพราะเวลานี้คนเข้าทำงานกันอยู่หรือไม่ก็อาจจะเรียนบ่ายกัน ผมลงจากรถแล้วเดินไปห้องวีไอพีเพื่อไปหาเฮียป่าน ไอ้จีมันก็ต้องไปห้องวีไอพีอยู่แล้วเพราะเฮียป่านอยู่โซนนั้น

“กินหมดไปกี่จานไอ้เซฟทำไมมาช้าจังวะ” มาเจอก็ปากเสียใส่ ชอบว่าผมปากหมาตอนนี้มันเริ่มหมากว่าผมแล้วนะ

“เงียบไปเลยมึง แล้วเฮียป่านไปไหนวะ”

“เฮียไปทำงานละ รอมึงคงได้เสียลูกค้าพอดีมาช้าซะ” มาทำปากดีใส่ ผมนั่งลงข้างๆมันแล้วมองหารอยสักบนตัว

“อะไรวะ?”

“มึงสักตรงไหน” ผมปลดกระดุมเสื้อมันออกดูไหปลาร้าก็ไม่มีรอย

“กูมาดูลายเฉยๆไม่ได้มาสัก” จีจับมือผมที่ซุกซนเปิดดูร่างของมัน

“เอ้า แล้วมึงเรียกกูมาเพื่อ”

“กูอยากเจอมึงไง”

“แล้วมึงดูลายอะไรอยู่วะ” ผมกับมันสบตากันพูด มันไม่ปล่อยมือผมสักทีผมก็ไปไหนไม่ได้ไงรู้ว่ามือมันซนแต่ก็จับไว้อย่างนั้นไม่ได้ปะ เหมื่อย

“...”

จีค่อยๆขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ มือที่จับผมอยู่ค่อยๆคลายความแน่นลงช้าๆจากมุมของผมตามันมองปากผมอยู่ ลมหายใจอุ่นเริ่มเข้ามาใกล้ ผมมองมันว่าจะทำอะไร จีปล่อยมือผม มือข้างนั้นเคลื่อนมาจับเอวค่อยๆวางลงจนผมแทบไม่รู้สึกว่ามันสัมพัส

“ไอ้จี” ผมพูดเบาๆเพื่อเตือนสติมันว่ามันกำลังทำอะไรอยู่

“หลับตาลง ถ้ามึงรังเกียจ” จีละสายตาจากปากมาสบตา ผมวางมือทั้งสองข้างลงบนไหปลาร้าสองข้างของมัน ผมยังเปิดตาสบตากับมันอยู่แต่ก็ต้องหลับตาลงเมื่อปากของเราทั้งคู่ประจบกัน

มือผมค่อยๆกำเสื้อจีแน่นขึ้นตามแรงสัมพัส จีจูบสลับข้างไปมาอย่างอ่อนโยน ลมหายใจเราทั้งสองคนเริ่มดังขึ้น มือผมทั้งสองข้างเคลื่อนมาลูบคอจี เสียงจูบและเสียงหายใจเราดังขึ้นเมื่อจีเริ่มจูบแบบเปิดปาก ผ่านไปสักพักเราสองคนก็หยุดจูบครั้งนี้ไว้ ต่างคนต่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมและจีกลับมานั่งที่อย่างสงบ

“แล้วมึงชอบลายไหนบ้างยัง” ผมถามขึ้นเพื่อลดความเกร็ง

“กูชอบอยู่สองสามลายอะ เลยรอถามมึงก่อน” จีดูปกติดีไม่เป็นอะไร ผมก็สบายใจที่มันไม่เกร็งแต่ผมสิเริ่มงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ถามกูก่อนทำไมวะ ลายมันอยู่กับมึงตลอดชีวิตนะเว้ยไม่ได้อยู่กับสักหน่อย”

“ความสุขของกูก็ต้องมีความสุขที่เห็นรอยสักกูด้วยดิ” ผมหันควับไปมองมันเต็มๆ ‘อะไรวะ ลายอยู่บนตัวมันตลอดชีวิตแล้วเกี่ยวไรกับความสุขของมันอย่างกู’

“วันนี้กูขอดูรอยสักมึงทั้งหมดได้ปะ”

“เออ แต่ต้องช่วยกูตัดโมก่อนเข้าใจปะ”

“ครับบบบบ” จีเอนตัวมากอดแล้วเอาหน้าพิงไหล่

“อ้อนตรีนหรือไง”

“ดุจังวะไอ้อ้วน”

“เอ้าไอ้นี่!”

“เฮ้ยยยย ทำไรแกล้งใจร้านเฮียด้วยเว้ย ดีนะวันนี้แขกวีไอพีมีนิดเดียว” เฮียป่านเดินออกมาจากห้องสัก ผมผลักไอ้จีออก

“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องอายเฮียไม่แซวหรอก” ไอ้จียิ้มขึ้นผมตีไหล่มันไปหนึ่งที

“ยิ้มห่าไรมึง”

“ผมไปแล้วเฮีย ขอบคุณมากครับ” ไอ้จีลุกขึ้นไหว้ผมจึงลุกขึ้นไหว้เฮียป่านตาม

เราสองคนเดินออกมาจากร้านขึ้นรถผมขับกลับบ้านผมอย่างรวดเร็วเพื่อไปตัดโมให้เสร็จจะได้นอนเร็วขึ้นหน่อย แต่ขับมาสักพักเรื่องในร้านเฮียป่านก็กลับเข้ามาให้คิด ทำไมในหัวผมตอนนี้ถึงมีแต่เรื่องไอ้จีกัน เรื่องของมันไปเกิดอยู่สมองมันให้มันคิดหน่อยไม่ได้หรือไงทำไมต้องมาให้ผมคิดบ่อยๆ

“ไอ้เซฟเฮียป่านส่งรูปที่เราอยู่ร้านเฮียมา” ไอ้จีนั่งเล่นโทรศัพท์ตลอดทางพูดขึ้น

“แล้วไงวะ”

“รูปจากกล้องวงจรปิดว่ะ รูปที่เราจูบกันอะ”

“หะ!!” ผมแทบจะเหยียบคันเร่งเต็มๆตรีน

“แต่เฮียเก็บความลับไว้ให้ได้นะเว้ย เฮียไม่เหยียดเพศแถมรูปไม่หลุดแน่นอน”

“เวรเอ๊ย” ผมอารมณ์เสีย

“มันแย่มากหรอวะ ที่จูบกับกูอะ”

“มันไม่ได้แย่แต่มันโคตรแย่เว้ยจี มึงจะถูกมองยังไงวะจูบในที่สาธารณะนะเว้ย มึงยิ่งเป็นลูกคุณหนูมีตระกูลคนอื่นจะมองมึงยังไง”

“แล้วมึงอะเซฟ”

“ไม่ต้องมาห่วงกู กูก็ไม่มีไรจะเสียอยู่แล้วนี่”

“กูห่วงดิ ห่วงทุกเรื่องที่เป็นมึง ห่วงทุกเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องนี้แล้วกูอยากให้มึงห่วงตัวเองด้วย”

“ขอบใจที่ห่วงกู”

“เรื่องนี้จะไม่ถูกปล่อยไปที่ไหนเว้ย เฮียแกคลิปรูปลบคลิปอยู่กล้องวงจรปิดไปละ”

“...”

“ไอ้เซฟ อย่าคิดมากนะเว้ย”

“ไอ้จี”

“ว่า”

“ร้านเฮียจะเสียชื่อเสียงไหมวะ เฮียจะคุยกับกูได้เหมือนปกติไหมวะ”

“เสียได้ไงวะรูปมันไม่หลุด แล้วกูรู้ดีว่าเฮียไม่ใช่คนแบบนั้นเว้ย”

“...” ผมจอดรถอยู่หน้าบ้านให้จีไปเปิดประตูให้

‘หยุดคิดมากได้แล้วเว้ยไอ้เซฟ มึงไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน มึงต้องใจเย็นๆนะ’ ผมพูดกับตัวเอง เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนผมคิดไม่ทันว่าควรแยกแยะยังไง ถ้าผมคือความสุขของไอ้จีแล้วใครคือความสุขของผมกัน? ความสุขของผมที่ผมกอดแล้วสบายใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ‘ไม่มี’ ไม่มีสินะ ไม่มีคนแบบนั้นหรอกไอ้เซฟ

‘เซฟ นั้นคือชื่อของผม ผมที่เข้มแข็งที่สุด’ ผมปาดน้ำตาทิ้งแล้วขับรถเข้าไปจอด

ความคิดเห็น