หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 30 หยั่งเชิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 หยั่งเชิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2563 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 หยั่งเชิง
แบบอักษร

 

มั่วหลีเห็นนางเช่นนั้นก็หลุดเสียงหัวเราะ เขาพูดจึงขึ้น “ข้าไม่ถูกลงโทษหรอก เจ้าเอากลับไปเถิด” ถูกท่านอ๋องพบอย่างนั้นหรือ ก็กล่องนี้ท่านอ๋องเป็นคนสั่งให้ตนเอามาส่งเองนี่นา พอได้ยินบ่าวไพร่พูดกันว่าพระชายาคัดลอกพระสูตรจนถึงเที่ยงก็ยังคัดไม่เสร็จ แม้ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่ลับหลังกลับร้อนรนสั่งให้ตนมาส่งอาหารให้ 

หงหลิงปิดป้องกล่องสำรับไว้ตลอดทางแล้ววิ่งก้าวสั้นๆ กลับมายังห้อง ประตูห้องถูกเปิดออกดังปัง จนแรงลมพัดกระทบโดนกระดาษหน้าตาเหมือนยันต์ที่แขวนอยู่ทั่วห้องนั้น นางก้าวไปข้างหน้าอย่างลิงโลด กลับเห็นพระชายาฟุบนิ่งอยู่ท่ามกลางกองกระดาษที่เปื้อนน้ำหมึก 

กล่องสำรับพลันหลุดจากมือร่วงลงบนพื้น หงหลิงก้าวไปข้างหน้าสองตาแดงก่ำ ยื่นมืออันสั่นเทาเข้าไปสัมผัสลมหายใจของหนิงอวี้ นางยังมีชีวิตอยู่ หงหลิงเขย่าปลุกหนิงอวี้ให้ตื่น นางเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงง บนหน้าเลอะด้วยรอยหมึกเป็นดวงๆ 

หนิงอวี้ใช้มือข้างหนึ่งนวดคลึงหน้าผาก รู้สึกปวดหัวเหลือประมาณ เมื่อเห็นหงหลิงยืนตาแดงอยู่จึงพูดขึ้น “เป็นอะไรหรือ นี่ข้านอนไปนานเท่าไรแล้ว” 

“ไม่แน่ใจเพคะ” หงหลิงเก็บกล่องสำรับบนพื้นขึ้นมา ผิวกล่องสำรับสีแดงเข้มนั้นแตกร้าว ยังดีที่อาหารด้านในไม่เป็นอะไร นางใช้มือกวาดกองกระดาษที่เลอะหมึกออก เหลือพื้นที่พอประมาณสำหรับวางอาหาร  

หนิงอวี้รีบร้อนหยิบเอาขนมออกมาหนึ่งชิ้น แล้วกินเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม 

—— 

กว่าหนิงอวี้จะคัดลอกพระสูตรครบห้าสิบจบ ก็ล่วงเข้ายามเที่ยงของวันที่สาม หนิงอวี้ยื่นกระดาษหมึกยับยู่ยี่กองหนึ่งให้กับเว่ยหยวน ในที่สุดนางก็จะได้กินอาหารเที่ยงมื้อใหญ่อย่างสำราญใจสักมื้อเสียที ขาหมูน้ำแดงเอย ปลาหลีฮื้อราดน้ำเปรี้ยวหวานเอย และอาหารจานอื่นๆ ถูกวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ 

หลังจากที่หนิงอวี้อิ่มหนำสำราญกับการกินแล้วก็เอนกายลงบนเตียงเพื่อให้ย่อยอาหาร หงหลิงผลักประตูเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วพลางพูดขึ้น “พระชายา ตอนนี้ในเมืองชาวบ้านต่างลือกันทั่วว่ามู่หรงหวั่นเป็นหญิงไร้ยางอาย ลอบนัดพบผู้ชายเพคะ” 

หนิงอวี้เลิกคิ้ว ข่าวลือคงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองแน่นอน แต่นึกไม่ถึงว่าจะแพร่กระจายไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ ดูไปแล้วคงมีใครสักคนยุยงส่งเสริมอย่างลับๆ เป็นแน่ 

“คอยจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด สองสามวันนี้พยายามอยู่แต่ในตำหนักอย่าออกไปไหน ทำอะไรต้องระวังให้มาก”  

“หงหลิงทราบแล้วเพคะ” 

ม่านไข่มุกกระทบกันเสียงดังกังวานใส หนิงอวี้เหลือบขึ้นมองเห็นไฉ่เตี๋ยใบหน้าฉาบยิ้ม กำลังคารวะอยู่อย่างอ่อนช้อย “ลุกขึ้นเถอะ”  

หนิงอวี้ลุกขึ้นนั่ง หัวคิ้วมุ่นขมวดพลางพูดขึ้น “สองสามวันก่อนว่าจะมาคารวะท่าน แต่ในตำหนักพูดกันว่าท่านพี่ถูกลงโทษให้คัดลอกพระสูตร ด้วยเหตุนี้จึงไม่มารบกวน” ไฉ่เตี๋ยสีหน้าดูจริงใจ ทำทีเป็นห่วงใย 

หนิงอวี้ตอบแบบขอไปทีว่า “อืม” 

“ท่านอ๋องทรงรักและเป็นห่วงพระชายามาโดยตลอด ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงลงโทษกันขนาดนี้” หนิงอวี้ได้ฟังแล้วก็รู้เหตุผลการมาของไฉ่เตี๋ยได้ทันที นางเลิกคิ้วขึ้นใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม เหลือบสายตามองไฉ่เตี๋ยแล้วพูดขึ้นเสียงนิ่ง “ก็แค่ล่วงเกินท่านอ๋องด้วยวาจา จนทำให้ท่านอ๋องกริ้วขึ้นมาก็เท่านั้น” 

“เช่นนี้นี่เอง” ไฉ่เตี๋ยยังคงยิ้มไม่เปลี่ยน “พระชายาได้ยินเรื่องของคุณหนูมู่หรงหรือยังเพคะ” 

“ได้ยินแล้ว” หนิงอวี้สีหน้าเยือกเย็น ในเมื่อเรื่องราวก็ร่ำลือไปทั่วทั้งเมืองแล้ว ใครๆ ก็รู้กันทั่ว หากตอนนี้ทำเป็นไม่รู้ ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกสงสัย 

“ได้ยินว่าคุณหนูมู่หรงแอบนัดพบคนที่โรงเตี๊ยมแถวมุมเมือง...”  

“ในเมื่อมันเป็นเพียงข่าวลือ เช่นนั้นก็อย่าเก็บมาใส่ใจเลย” หนิงอวี้สีหน้าสงบนิ่ง พูดตัดบทสนทนาเสียงทุ้ม “ตัวเป็นถึงพระชายารองจิ่นอ๋อง กลับพูดจาเหมือนหญิงชาวบ้านสามัญกลางตลาดเช่นนี้” 

“หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ” ไฉ่เตี๋ยคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้านิ่งใบหน้ามีร่องรอยความกระวนกระวาย วันที่โดนลงโทษนั้นเป็นวันเดียวกันกับวันที่มู่หรงหวั่นถูกสร้างมลทิน พระชายากับนางมีความแค้นต่อกัน คิดไปแล้วอาจเป็นนางที่บงการเรื่องนี้ ทว่าการหยั่งเชิงครั้งนี้ เห็นนางกลับมีท่าทีสงบเยือกเย็น 

“เอาเถอะ ออกไปเสีย”  

“หม่อมฉันทูลลา” 

รอจนเสียงประตูห้องถูกปิดดัง หงหลิงที่อยู่อีกด้านก็พูดขึ้นเสียงเบา “พระชายา นางจะมองเห็นอะไรไหมเพคะ” 

“แค่หยั่งเชิงเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก” หนิงอวี้เลิกคิ้ว ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม  

“ต่อให้มองเห็นแล้วจะอย่างไรเล่า ในเมื่อไม่มีหลักฐาน พูดไปก็เปล่าประโยชน์ มิหนำซ้ำยังอาจถูกข้าเอาโทษที่นางใส่ร้ายข้าอีกด้วย” 

ความคิดเห็น