ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ไม่ชอบ : 3

ไม่ชอบ : 3 

 

ศรกลับขึ้นไปเปลี่ยนกางเกงและล้างมือให้เรียบร้อย จวิ้นที่เหมือนกับคนเพิ่งทำผิดครั้งแรกยืนเก้กังทำอะไรไม่ถูกจึงโดนลากขึ้นห้องไปด้วย 

“ใส่กางเกงกูไปก่อน ตัวนี้เป็นเชือกผูกเอวมึงน่าจะใส่ได้” ศรรื้อกางเกงใส่เล่นของตนโยนให้เด็กหนุ่มที่ยืนมือสั่นอยู่กลางห้อง เขาเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำจนเสร็จก็ยังเห็นจวิ้นยืนอยู่ที่เดิม 

“เอ้า! ไม่รีบวะ ไม่หิวข้าวรึไง” 

“มะ...ไม่ เมื่อกี๊กูทำเหี้ยไรลงไปวะเนี่ย” จวิ้นพึมพำกับตัวเอง เมื่อสติกลับเข้าร่างครบร้อยแบบไม่มีอารมณ์หื่นครอบงำก็เพิ่งรู้สึกว่าเมื่อกี๊ตนเพิ่งจูบคนเพศเดียวกันไป อีกทั้งยังช่วยกันสำเร็จความใคร่ด้วยมือให้กันด้วย และที่พีคสุดคือคนคนนั้นคือคนที่เขาไม่ชอบหน้าเลย ศรมองคนที่กำลังสับสนในตัวเอง หน้าไอ้จวิ้นเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ นี่เขาล่อลวงเด็กให้ช่วยตัวเองจนสติแตกไปแล้วเหรอ 

“จวิ้น ไอ้จวิ้น! ตั้งสติ มึงแค่ช่วยตัวเองไม่ได้ฆ่าคนตายจะตกใจไรนักวะ” 

“แต่พี่เป็นผู้ชาย!” 

“แล้วไง? ก็แค่ช่วยตัวเองมันจะแปลกอะไร” 

“แปลกที่...ที่...ใครเขาทำแบบนั้นกันเล่า มันเรื่องส่วนตัว!” 

“เวลาเอากับแฟนมึงก็ทำกันสองคนกูไม่เห็นจะส่วนตัว” ศรสวนกลับทำเอาจวิ้นอ้าปากพะงาบๆ เพราะเถียงไม่ออกเหมือนปลาขาดอากาศ 

“ก็นั่นมันทำกับแฟนไง คนรักกันอ่ะ แต่นี่พี่กับผม...” จวิ้นทึ้งผมเกรียนๆ ของตนเอง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนกางเกงให้เรียบร้อยเพราะได้ยินเสียงประตูห้องวินดังขึ้น คาดว่าคงตื่นและลงไปที่ครัวแล้ว 

จวิ้นล้างมือด้วยสบู่ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำพลางมองตัวเองในกระจก เมื่อกี๊มันโคตรรู้สึกดีเลย สัมผัสจากมือของพี่ศรยังทำให้เขารู้สึกเลยว่าตอนนี้ยังมีมือนั้นสัมผัสอยู่ไม่จางหาย แม้จิตอีกส่วนจะต่อต้านบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรทำ แต่ความรู้สึกกลับชัดเจนว่าเขาพอใจกับสัมผัสเมื่อครู่มาก 

ตึงๆๆ 

“มึงเข้าไปนอนรึไง ถ้าไม่ลงกูลงไปก่อนแล้วนะ” เสียงทุบประตูพร้อมเสียงโหดๆ ของไอ้เหี้ยพี่ศรปลุกเขาจากภวังค์ มันไม่อายแต่เขาอาย ยิ่งต้องมาเผชิญหน้ากันแบบนี้ยิ่งทำอะไรไม่ถูก 

ไอ้จวิ้น! มึงปล่อยให้ความหื่นครอบงำจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีได้ไงวะ! 

กว่าจวิ้นจะออกจากห้องน้ำก็ไม่เห็นศรแล้ว เขาถอนหายใจก่อนจะเอากางเกงไปใส่ในตะกร้ารอซักของวิน เดินลงไปชั้นล่างได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะมาจากห้องทานอาหาร มื้อนี้มีแต่เฮียไท เฮียแชมป์ วิน เขา พี่ศร และมีแม่บ้านสองคนมาร่วมโต๊ะด้วย 

“อ้าว! จวิ้นมาแล้ว ท้องไส้ไม่ดีเหรอเห็นไอ้ศรบอกว่าเราบ่นเรื่องปวดท้อง” ไทถามพลางขยับเก้าอี้ให้เพื่อนน้องชายนั่งลงใกล้กัน แน่ล่ะว่าตรงข้ามกันคือศรคนที่จวิ้นอยากหนีหน้า 

“นิดหน่อยครับ แต่ดีขึ้นแล้ว” จวิ้นตอบ หลบสายตาแม้กระทั่งเพื่อนตัวเองที่ชะโงกหน้ามามอง ก็ดีที่พี่ศรมันแก้ต่างให้ไม่งั้นโดนสงสัยแน่ๆ “แกงเฮียแชมป์หอมมากๆ เลยครับ น่ากินมากกก” เขาเปลี่ยนเรื่องเป็นของกินตรงหน้าที่กำลังส่งกลิ่นอวลชวนน้ำลายสอ 

“เอาเลยค่ะน้องจวิ้น เมื่อกี๊พี่สาลองชิมแล้วอร่อยมาก น้องแชมป์ไปเป็นเชฟได้เลยนะเนี่ย” สาคือแม่บ้านที่พ่วงตำแหน่งดูแลลูกของคุณอาเฉียงเอ่ยชม 

“พี่สาก็พูดเกินไปครับ แค่พอทำได้ไม่ได้เก่งอะไรขนาดน้าน” แชมป์ถ่อมตัวก่อนจะใช้ส้อมจิ้มทอดมันกินแก้เขิน ถือเป็นการเปิดมื้อเย็นของโต๊ะในทันที 

สากับป้านิ่มแม่บ้านทั้งสองคอยบอกเคล็ดลับการทำอาหารกับแชมป์ที่ตั้งใจฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนวินกับไทก็เถียงกันเรื่องญาติที่กำลังจะแต่งงานในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เหลือก็แต่เขาที่นั่งกินข้าวไปเงียบๆ กับศรที่นั่งไม่พูดไม่จา 

กึก! 

แรงสะกิดจากใต้โต๊ะโดนที่ขาไม่แรงนัก มองคนอื่นๆ ที่กำลังนั่งคุยสรวลเสเฮฮากันอยู่ก็ไม่มีใครหันมามองเขาเลยสักคนเพราะเขานั่งริมสุด ก้มดูใต้โต๊ะเผื่อว่าตัวอะไรเดินผ่านก็ไม่เห็น จะเห็นได้ไงก็บ้านนี้ไม่เลี้ยงสัตว์ 

เขาเลิกสนใจก่อนจะตักไก่รวนเค็มฝีมือป้านิ่มมาใส่จาน ตักข้าวเข้าปากคำโตเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่รู้เลยว่าตนเองตกเป็นเป้าสายตาของคนที่นั่งตรงข้าม แก้มที่ป่องเพราะอมข้าวไว้เหมือนกระรอกนั่นทำศรอยากเอาส้อมจิ้ม ท่าทางของมันขัดหูขัดตาแบบไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นจนตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน แต่กระนั้นเขาก็ละสายตาจากมันไม่ได้ ยิ่งเห็นยิ่งอยากแกล้งอยากทำให้มันหน้าบึ้งเหมือนเหม็นอะไรตลอดเวลา 

กึก! 

คราวนี้มันไม่ใช่แรงสะกิดเหมือนเมื่อครู่แต่มันคือการเตะจนรู้สึกได้ จวิ้นเงยหน้าขึ้นมองคนนั่งตรงข้ามเพราะเป็นใครไม่ได้แน่ถ้าไม่ใช่พี่มัน ศรหน้าตาเรียบเฉยแต่ยักคิ้วกวนไปหนึ่งที จวิ้นไม่ทิ้งช่วงให้แค้นใจนานเพราะเมื่อกี๊ไก่หลุดจากปากเพราะตกใจ เขาจึงเตะขาอีกฝ่ายคืนบ้าง แต่ศรกลับเบี่ยงตัวหลบลุกเดินไปหยิบน้ำเย็นจากตู้เย็นซะงั้น 

ปากที่กำลังบ่นงึมงำพร้อมสายตาที่สาดมากำลังต่อว่าเขาอยู่ ศรเบ้ปากใส่หน่อยๆ พอให้เห็นกันสองคนก่อนจะนั่งลงที่เดิม จวิ้นรออยู่แล้วจึงเตะปังเข้าให้ 

“โอ๊ย!!” ไม่ใช่เสียงร้องศรแต่เป็นของคนเตะเองที่ดันเตะไปเต็มแรงจนโดนขาเก้าอี้ไม้เต็มๆ ความเจ็บที่ไม่อาจบรรยายได้ทำเขาน้ำตาเล็ดกุมหลังเท้าตัวเอง 

“เป็นไรวะ” วินร้องถามก่อนจะก้มดูใต้โต๊ะเห็นเพื่อนเอามือกุมเท้าอยู่ 

“กู...ซี้ด...กูแค่สะบัดขาเพราะมันเมื่อยเลยเตะโดนเก้าอี้” 

“เอ้า! ไอ้ควายยย” วินด่าก่อนเสียงหัวเราะจะตามมา 

‘ไอ้โง่’ 

‘พ่อง’ 

จากที่ยิ้มขำเพราะแกล้งเด็กสำเร็จศรก็หน้าตึงทันที เขาโดนจวิ้นด่าแบบไม่มีเสียงเหมือนที่ตนแซวคนเจ็บขาไปเมื่อครู่ ใบหน้าเด็กหนุ่มบึ้งตึงเห็นได้ชัด แพขนตามีน้ำตาเกาะเล็กน้อยเพราะเจ็บน้ำตาเล็ดของจริงๆ เห็นแบบนี้ก็ชักไม่สนุกแล้ว เขาไปแกล้งมันก่อนจนมันเจ็บตัวจริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก จึงชิงโอกาสตอนคนอื่นกำลังฟังเรื่องเล่าของป้านิ่มเกี่ยวกับตำนานผีในป่าช้า แอบล้วงหยิบน้ำแข็งจากในแก้วตนเองใส่ไว้ที่ชายเสื้อแล้วมุดลงใต้โต๊ะอย่างเนียนที่สุด ขอบคุณโต๊ะยาวของบ้านอาม่าอี้ที่ทั้งกว้างและยาวนี้ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาได้ 

หมับ! 

จวิ้นตกใจที่เท้าโดนจับไว้อีกทั้งมีอะไรเย็นๆ มาสัมผัส เขาชักเท้ากลับพร้อมกับมองใต้โต๊ะเห็นคนตัวโตอย่างศรนั่งคุ้ดคู้อยู่ใต้โต๊ะเอาน้ำแข็งใส่ไว้ในเสื้อประคบหลังเท้าเขาอยู่ 

“เห้ย! พี่ศร” เรียกด้วยเสียงกระซิบ ตกใจไม่น้อยจากที่โกรธเมื่อครู่กลายเป็นตกใจและแทบจะหายในทันที 

“ตอบแทนที่มึงช่วยกู...” สายตาคนแก่กว่าเหลือบมองลงส่วนกลางกาย จากที่คิดว่าลืมๆ เรื่องนี้ไปแล้วจวิ้นกลับหน้าแดงขึ้นมาอีก ดึงเท้าออกก็โดนกดไว้ ไม่พอศรยังกดรอยช้ำแดงจนเขาต้องกัดฟันกรอดข่มความเจ็บ แม้ใต้โต๊ะจะเกิดอะไรขึ้นแต่บนโต๊ะอาหารจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าศรมาทำแบบนี้ให้ ไม่งั้นก็ได้สงสัยกันอีกว่าทำไมศรต้องทำ ทำไมเขาต้องยอม และทำไมๆๆ เต็มไปหมด 

“ไอ้ศรไปไหนวะ ไอ้ห่านี่อยู่ๆ ก็หาย” แชมป์พูดขึ้นพลางมองหา จวิ้นสะดุ้งคนใต้โต๊ะก็หยุดมือไปด้วย 

“ออกไปสูบบุหรี่มั้ง เมื่อกี๊กูเห็นมันเดินออกไป” ไทพูดด้วยการคาดเดาพลางยักไหล่ จวิ้นพรูลมหายใจออกด้วยความโล่งใจเมื่อไม่มีใครสนใจจะมองหาศรอีก 

 

* 

 

"ฮัลโหล" จวิ้นตื่นมารับสายเสียงงัวเงียเพราะยังไม่ตื่น แม้ตอนนี้นาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงจะบอกเวลาบ่ายโมงแล้วก็ตาม ขาเรียวถีบผ้าห่มออกจากตัวเพราะรู้สึกร้อน ปรือตามองเครื่องปรับอากาศในห้องนอนแล้วถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด เจ๊โป๊ยคงเข้ามาปิดแอร์แล้วเพื่อประหยัดไฟแต่เขายังอยากนอนแอร์เย็นๆ อยู่เลย 

[ไอ้จวิ้น! วันนี้เฮียไทจะพาไปชอปปิ้ง!] 

"ปิ้งไหนมึงอ่ะ กูง่วงจะนอน" จวิ้นตัดสายเพราะอารมณ์ตอนนี้ไม่อยากไปไหนทั้งนั้นอยากนอนมากกว่า เมื่อคืนกลับมาบ้านก็นัดเพื่อนเล่นเกมกันจนโต้รุ่ง แต่ดูเหมือนวินจะไม่ละความพยายามโทรกลับมาอีกครั้ง เขากดปิดเสียงไปแต่มันก็ยังโทรไลน์มาหา 

"เออ! กูไม่ไปกูง่วง! แล้วไม่ต้อง..." 

[คืนนี้เฮียไทจะพาเข้าผับ] ยังไม่ทันได้พูดจบคำพูดวินก็แทรกมาด้วยเสียงเรียบๆ แต่เพราะประโยคนี้แหละที่เขาดีดตัวลุกขึ้นตื่นเต็มตา 

"ไปๆ กูไปปป" ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยเพราะเด็กอายุเท่าเขาพวกสถานบันเทิงแบบนี้เป็นที่ต้องห้าม แต่เข้าใจคำว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุไหม 

จวิ้นรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะเฮียไทจะมารับตอนบ่ายสาม แต่งหล่อที่สุดเท่าที่เด็กวัยรุ่นคนนึงจะแต่งได้ กางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำแต่งขาด เสื้อเชิ้ตแขนสั้นแบบเกาหลีนิยมกันถูกเน็บชายไว้ในกางเกงส่วนหนึ่ง ปลดกระดุมลงมาสองเม็ดโชว์อกขาวที่ยังไม่ค่อยมีกล้ามเนื้ออกแน่นฟูนัก เครื่องประดับก็เลือกเป็นสร้อยข้อมือ ใส่ชุดเข้ากับรองเท้าหุ้มข้อ 

"แต่งหล่อขนาดนี้จะไปไหน" เสียงโกหนึ่งตะโกนมาจากหลังบ้าน ชะโงกหน้าออกมาจากครัวมือหนึ่งถือตะหลิว "ตื่นก็สายแล้วนี่จะออกไปไหนจวิ้น เอ็งจะติดเพื่อนมากไปแล้วนะ" ไม่ต้องรอให้ลูกชายตอบก็พอเดาได้ อีหรอบนี้คงหนีไม่พ้นไปหาวิน ไม่รู้จะตามติดอะไรขนาดนั้น ชาติที่แล้วเกิดเป็นแฝดกันรึยังไง 

"โห! ป๊า...นานๆ จะเจอไอ้วินกับเฮียไทเฮียแชมป์ทั้งทีก็ต้องเอาให้คุ้มสิ นี่เฮียไทจะพาไปเที่ยว" 

"เที่ยวที่ไหน" 

"ในเมืองอ่ะ" เขาตอบกว้างๆ อย่างน้อยก็จะได้ไม่รู้สึกว่าโกหกบิดาตัวเอง 

ปี๊นๆ 

เสียงบีบแตรเรียกทำจวิ้นอยู่ไม่ติด อารมณ์อยากไปแสดงออกชัดจนโกหนึ่งต้องเดินออกมาดูว่าไปกับไทจริงรึเปล่า 

"สวัสดีครับโกหนึ่ง ผมขอตัวจวิ้นพาไปเที่ยวหน่อยนะครับ" ไทลงจากรถมาสวัสดีผู้ใหญ่ผู้ที่เป็นเพื่อนของพ่อตน รู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกว่าพาไปเที่ยวไหน แต่เพราะเชื่อในตัวจวิ้นว่าเป็นเด็กดีไม่ออกนอกลู่นอกทางจึงคิดว่าเขาคงจะคุมได้ 

"บอกให้มันกินข้าวกินปลาบ้างนะไท นี่นอนกินบ้านกินเมืองอย่างเดียวเพิ่งตื่นมาให้เจอหน้าแค่ห้านาที" แอบบ่นลูกชายไปด้วย เขกหัวเจ้าตัวที่เซ็ตผมเกรียนให้เป็นทรง 

"ฮ่าๆๆ ครับๆ เดี๋ยวจะขุนให้อ้วนเลย" ร่ำลาและรับปากโกหนึ่งเสร็จก็ขึ้นรถ จวิ้นนั่งหลังแต่ครั้งนี้แปลกตรงที่คนขับรถคือศร ฝ่ายนั้นไม่ได้มองเขาหรอกนะแต่สายตาที่พาไปเองทำให้อดรู้สึกอิจฉาหุ่นบึกๆ นั้นไม่ได้ 

ไทพาน้องชายที่รบเร้าอยากเที่ยวผับและอยากเปิดหูเปิดตาในสถานบันเทิงยามค่ำคืนมากินข้าวก่อน ตัดปัญหารถติดบนท้องถนนคือการเข้าห้างสรรพสินค้า เจอร้านอาหารได้ก็พุ่งเข้าไปเพราะแต่ละคนก็หิ้วพอกัน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน 

"ไอ้วินนี่ของกู หมูมึงอยู่ส่วนโน้นไอ้สัด" จวิ้นตีตะเกียบในมือวินเพื่อแย่งหมูกลับมา แต่ก็ไม่ทันการเมื่อวินคีบมันเข้าปากไปแล้ว 

"อ้าก! ร้อนๆ " เพราะรีบกินทำให้วินดิ้นพล่านเนื่องจากเนื้อเพิ่งสุกขึ้นจากเตา ความร้อนยังไม่คลายพอกินเข้าไปเลยลวกปาก จวิ้นหัวเราะขำน้ำตาไหลเมื่อเพื่อนดิ้นด้วยความทรมาน 

"หมูมึงไหม้แล้ว" ศรพูดก่อนจะคีบหมูชิ้นที่ว่าใส่จานเด็กหนุ่มที่ชะงักไปทันที ผีเข้าอะไรป่ะวะ แต่กระนั้นเขาก็ยังคีบกินต่อไป ก็มันเป็นชิ้นของเขาเขากินก็ถูกแล้ว แต่พอกินชิ้นนั้นไปชิ้นต่อๆ มาก็ตามมาจนกินแทบไม่ทัน 

"พี่แกล้งผมป่ะเนี่ย กินไม่ทันแล้ว" เพราะนั่งตรงข้ามกันอีกแล้วทำให้หนีหน้าไปไหนไม่ได้ อีกทั้งโดนให้นั่งด้านในสุดด้วย ซ้ายก็ไอ้วินขวาก็กระจกร้าน 

"นี่มึงแดกหมูกูหมดเลยเหรอ! ตะกละไอ้สัด กูแค่ฝากหมูไว้ก่อนจานกูมีแต่เศษอาหารขอจานใหม่พนักงานเขาก็ยังไม่เอามาให้" มันก็จริงอย่างที่พี่มันว่า จวิ้นเบ้ปากเล็กน้อยแต่ก็ยอมไม่กินหมูส่วนที่ศรคีบมาวางไว้ 

เมื่อกินเสร็จทั้งหมดก็ยกโขยงออกจากร้านปิ้งย่าง จวิ้นแอบเดินเบียดไหล่กว้างของศรไป โดนคนแก่กว้างมองดุๆ แต่เจ้าตัวไม่สน จวิ้นกอดแขนไทแน่นเพื่อหาเกราะกำบัง ไทเห็นว่าน้องอ้อนจึงยกแขนพาดไหล่อีกฝ่ายไว้ เดินตัวติดกันไปตลอดทางทำเอาวินถึงกับเบะปาก 

"เกินหน้าเกินตาไปแล้ว นี่เฮียกูเว้ยไอ้จวิ้น" 

"แล้วไง? ตอนนี้เฮียไทเป็นของกูแล้วน้องอย่างมึงหัวเน่าไปเถอะ ใช่ไหมเฮีย เฮียรักผมใช่ป่ะ" จวิ้นกอดเอวสอบแล้วเอาหน้าซุกอก ถูไถออดอ้อนแต่ทำคนดูตีนกระตุก 

"ใช่ จวิ้นน้องรักของเฮีย" เฮียไทหอมหัวจวิ้นฟอดใหญ่จนได้กลิ่นแชมพูสระผม 

"พวกมึงเล่นไรเนี่ย เดี๋ยวก็โดนผีผลักสักวัน" แชมป์ผลักคนทั้งคู่พลางหัวเราะ แต่มีคนหนึ่งที่ไม่รู้สึกขำขันกับภาพตรงหน้า ได้ยินเสียงหัวเราะบวกกับใบหน้ายิ้มกว้าง เห็นแบบนั้นก็หมั่นไส้ศรจึงขัดขาจวิ้นจนสะดุดเกือบหัวทิ่ม โดนไอ้ไทเอ็ดว่าอย่าแกล้งน้องออกโรงปกป้องแต่ใครเลยจะรู้ว่าลับหลังมันทั้งแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนเขา ไอ้เด็กแปรต… 

พวกเขาใช้เวลาในห้างรอเวลาไปท่องราตรี ไทโทรคุยกับรุ่นพี่ตนเองที่เป็นเจ้าของผับแล้วว่าคืนนี้จะพาเด็กสองคนไปด้วย เข้าได้ทางหลังร้านและต้องออกก่อนตีสองเพราะเดี๋ยวจะมีตำรวจมาตรวจ 

"หนังจบกี่โมงวะ" จวิ้นกระซิบถามวินที่นั่งติดกันในโรงหนัง ดูเหมือนน้ำที่ดื่มไปวันนี้จะอยากโดนปลดปล่อยมากเหลือเกินจนแทบอั้นไม่ได้ 

"อีกชั่วโมงกว่า" นานไป... เข้าอั้นไม่ไหวแน่จึงลุกไปเข้าห้องน้ำก่อน แต่คิวห้องน้ำก็ยาวฉิบจึงต้องยืนเข้าคิวรอ 

พอทำธุระเสร็จออกมาจากห้องน้ำก็ชนเข้ากับศรเต็มๆ เขากล่าวขอโทษไปเบาๆ แต่อีกฝ่ายกลับยืนเฉยไม่ขยับ แถมยังดันจวิ้นเข้าไปในห้องน้ำที่ไร้คนแล้ว 

"เห้ยๆ พี่จะทำไร จะต่อยผมดิ” หวาดระแวงไว้ก่อนเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะเอาคืนที่ตนกวนใส่วันนี้ 

“รอกูขี้ก่อน” 

“อี๋! เรื่องเหรอวะ” 

“ถ้ามึงไม่รอ กูจะบอกไอ้วินเรื่องที่กูช่วยมึง...ตรงนั้น” 

“คว-” ไม่อยากจะเคารพแล้ว “อื้ออ อ่อยเอ้ยยย อุ๊บ!” เพียงแค่พูดคำนั้นไปเพราะอารมณ์โมโหเลยโดนบีบกรามจนเจ็บไปหมด ตีมืออีกฝ่ายให้ปล่อยแต่ศรไม่ยอมแถมยังจูบเขาอีก โดนดูดปากเสียงดังจ๊วบ 

“ไอ้เหี้ยพี่ศร! จูบทำไม” 

“ทำเหมือนมึงกับกูไม่เคยจูบกัน” ศรยิ้มเย้ย หน้าแดงหูแดงตาแดงก่ำคงเพราะโกรธ เออ... เห็นแบบนี้ค่อยรู้สึกดี แกล้งเด็กเปรตแล้วมันสนุกจริงๆ 

“แม่ง! ไอ้...” 

“มึงด่าอีกกูจูบอีกไอ้จวิ้น” ศรชี้หน้าคาดโทษ เด็กหนุ่มจึงเก็บปากสงบคำกำหมัดแน่น ทำท่าจะเดินออกจากห้องน้ำแต่ก็หยุดเท้าไว้ ขนาดเรื่องจูบมันยังกล้าขนาดนี้เรื่องที่ขู่ไว้ก่อนหน้านี้คงไม่ต้องพูดถึง 

“เข้าไปแดกขี้ในโถเลยไป” จวิ้นผลักคนตัวโตกว่าให้เข้าห้องน้ำไป กะอีแค่เข้าห้องน้ำก็ยังจะกวนตีนเขาได้ ไม่รู้โกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหนถึงได้มาเก็บรอยแค้นเอาชาตินี้ 

จวิ้นดันตัวขึ้นไปนั่งตรงขอบอ่าง ที่จริงไม่ต้องอยู่รอก็ได้เพราะศรก็เข้าห้องน้ำไปแล้วคงไม่เห็นเขาหรอก แต่ก็อย่างว่าไม่อยากโดนอีกฝ่ายพูดเรื่องนั้นไปจึงเลือกที่จะอยู่ต่อ ตอนนี้เป็นเวลากว่าสี่ทุ่มแล้ว หนังที่ฉายอยู่เป็นรอบสุดท้ายของวัน เมื่อกี๊ที่เขาเข้าห้องน้ำมาและคนเยอะก็เพราะมันเป็นรอบก่อนรองสุดท้ายที่เพิ่งดูจบไป ทำให้ตอนนี้ห้องน้ำแห่งนี้มีเพียงเขากับศรเท่านั้น 

“จวิ้น เอาไลน์มึงมาหน่อย” คนอยู่ในห้องน้ำตะโกนบอก จวิ้นที่นั่งเล่นเกมในมือถืออยู่บนขอบอ่างทำเป็นไม่ได้ยิน “ไอ้จวิ้นกูขอไลน์มึงอยู่หูหนวกเหรอ” 

“จะเอาทำไม เอาไปก็ไม่ได้คุยกัน” 

“มึงรู้ได้ไงว่าไม่คุย บางทีกูอาจมีคลิปเด็ดๆ แนะนำมึงหรือมึงไม่สน ก็แล้วแต่นะถ้ามึงจะพลาดเรื่องดีๆ ในชีวิตนี้ เท่าที่ดูๆ มึงก็ไม่ได้แชร์เรื่องพวกนี้กับไอ้วินนี่” ศรกดชักโครกเสร็จก็เปิดประตูออกมาเห็นจวิ้นนั่งอยู่บนอ่างล่างมือมุมหนึ่งของห้องน้ำ ท่าทางสนใจสิ่งที่เขาพูดแต่ก็ยังวางฟอร์มอยู่ ศรล้างมือและเช็ดมือจนแห้งก่อนจะหยิบมือถือออกมาแล้วยื่นให้อีกฝ่ายดู 

“นี่คลังที่กูมี” เว็บรวมคลิปโป๊ชื่อดังที่เขาเป็นสมาชิกระดับพรีเมียมโชว์หราบนหน้าจอ จวิ้นเบิกตาโตกับสิ่งที่เห็น นี่มันคลังแสงดีๆ นี่เอง 

จริงที่เขาไม่เคยแชร์เรื่องแบบนี้กับวินหรือเพื่อนคนไหน แม้เพื่อนในกลุ่มบางคนจะพูดเรื่องเซ็กส์กันเพราะพวกเขาก็ไม่ใช่วัยที่จะมาเก็บซิงไว้ชิงโชค หลายคนมีแฟนและเคยมีอะไรกับแฟน แต่สำหรับเขาที่เก็บงำเงียบไม่กล้าเปิดปากบอกใครว่าตนยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง แม้แต่กอดนัวเนียก็ยังไม่เคยเลยถือว่าเรื่องพวกนี้ยังเป็นเรื่องที่เคอะเขินอยู่มาก พี่ศรคือคนแรกที่เขาเปิดเผยชนิดให้จับไอ้จ้อนได้อย่างงงๆ เหมือนกับโดนของ และดูเหมือนอีกฝ่ายก็ยินดีสอนงานทุกอย่างให้โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนอะไร 

“อ่ะ สแกนโค้ดผมไปเลย” เขายื่นมือถือให้ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายที่ทำเหมือนเรื่องที่กำลังพูดอยู่นี่คือเรื่องปกติ 

“พี่ห้าม...” 

“ห้ามมากขนาดนี้มาเป็นเมียกูไหม” ศรว่าเสียงหงุดหงิด เขาแอดไลน์เสร็จก็ส่งคลิปแรกที่ตนมีไปให้ทันทีเป็นการทักทาย จวิ้นเปิดดูก่อนจะยิ้มหน่อยๆ 

“ผมชอบแบบที่ไม่ต้องร้องเยอะๆ พี่มีป่ะ” ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไปให้สุดเลยแล้วกัน ศรอาจเป็นคนกวนและไม่ถูกชะตากับเขา แต่เรื่องแบบนี้มีที่ปรึกษาแบบศรคงถูกคน 

“มี” คนประสบการณ์โชกโชนเลื่อนหาในมือถือสักพักก็กดส่งให้ ลอบยิ้มมุมปากจากที่เห็นว่าจวิ้นไม่กล้าและเขินเรื่องแบบนี้อยู่มาก พอโดนเขาเอาของที่เด็กวัยนี้อยากรู้อยากเห็นเข้าล่อมันก็ติดกับได้ง่าย 

 

* 

 

กลุ่มผู้ชาย 5 คนมาถึงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในช่วงเวลาราว 5 ทุ่ม ร้านดูครึกครื้นมีคนเข้าออกไม่ขาดสาย แสงไฟสลัวๆ และเสียงเพลงกระหึ่มด้านในร้านทำจวิ้นและวินตื่นเต้น นี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกตนมาผับต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้พร้อมออกรบตอนมหา’ ลัย 

“หวัดดีพี่จอห์น” ไทยกมือไหว้ผู้ชายร่างบึกบึนหน้าตาเสี้ยวลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กจนคนในกลุ่มทำตามๆ กัน 

“คนไหนล่ะที่เป็นน้องมึงน่ะ” 

“คนนี้ครับ นี่ไอ้วินส่วนนี้จวิ้นน้องสนิท” ไทแนะนำคนทั้งคู่ จอห์นยิ้มให้ก่อนจะพาไปทางหลังร้านที่เป็นทางเข้าของพนักงาน 

ชายหนุ่มเจ้าของร้านพามายังชั้น VIP บนนี้มีคนจองเพียงไม่กี่โต๊ะอีกทั้งอยู่ชั้นสองไม่เบียดเสียดนัก พวกเขาสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มมากินกัน ส่วนจวิ้นกับวินได้เป็นโค้ก 

“อ้าว! ผมก็คิดว่าเฮียจะให้ดื่มได้ซะอีก” วินบ่นกระเง้ากระงอด 

“เฮียให้แค่ผสม แต่ถ้าเพียวๆ คือห้าม” ไทสั่งเด็ดขาดเป็นอันว่าสองวัยรุ่นได้แค่พยักหน้าทำตาม ศรออกไปสูบบุหรี่ส่วนแชมป์ไปเข้าห้องน้ำ ที่โต๊ะเหลือเพียงไท วินและจวิ้นเท่านั้น 

เด็กหนุ่มทั้งสองมองซ้ายแลขวา แม้จังหวะเพลงที่ได้ยินจะชัดเจนไม่แพ้ข้างล่างแต่บรรยากาศความเป็นส่วนตัวนี้ทำให้ความครึกครื้นลดลงไป 

“กูอยากไปแดนซ์ข้างล่างว่ะ” วินกระซิบพอให้ได้ยินกันสองคน เพราะตนไม่กล้าขอพี่ชายตัวเองเนื่องจากแค่พามาก็ดีเกินพอแล้ว ถ้าขอมากกว่านี้กลัวจะได้กลับตั้งแต่เพิ่งนั่งได้ไม่ถึงห้านาที 

“กูก็อยาก แอบไปดีไหม บอกเฮียว่าขอไปเข้าห้องน้ำ” จวิ้นสนับสนุนเพราะอยากลงไปออกลวดลายหลีหญิงตั้งนานแล้ว เขาได้ยินพวกไอ้เบิ้ลห้อง 8 มันโม้ว่าสาวๆ ในผับเย้ายวนดูเชิญชวนมาก ถ้าอยากขึ้นครูก็หิ้วจากที่นี่เลย ไหนๆ เขาก็ฝึกปรือมากับพี่ศรแล้วก็ขอใช้วิชาหน่อยเถอะ แล้วค่อยเอาไปใช้กับนิ้งตอนที่ช่ำชองแล้ว 

“เฮีย พวกผมไปห้องน้ำก่อนนะ” 

“เออ ลงไปชั้นล่างเลี้ยวซ้ายตรงไปมีประตูทางออก ห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมือ” ไทโยกตัวตามจังหวะเพลงพลางบอกน้องชาย 

เด็กทั้งคู่แอบถือแก้วเหล้าผสมโค้กของตนเองออกมาด้วยเพราะตั้งใจจะลงมาชนแก้วกับสาวๆ ข้างล่าง เดินสวนกับเฮียแชมป์ก็โยกตัวหลบเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าทางที่พวกตนเลี้ยวไปไม่ใช่ห้องน้ำ แต่เป็นลานแดนซ์ที่สาวๆ ยืนโยกย้ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลง 

“โคตรแจ่ม มึงดูโต๊ะโน้นๆ” วินชี้ให้จวิ้นดูสาวทรงสะบึ้ม เด็กวัยคะนองอยากลองทั้งสองยืนมองรอบกายด้วยความตื่นเต้น ไม่รู้จะเดินไปไหนดีเพราะแต่ละคนมีโต๊ะทรงสูงไว้ยืนกันทั้งหมด จนกระทั่งมีผู้หญิงโต๊ะหนึ่งกวักมือเรียกพวกเขาไป ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าเรียกจนสาวเจ้าเดินเข้ามาหาวิน 

“ไปที่โต๊ะเราไหม โต๊ะเรามีที่ว่างไปดื่มกับโต๊ะเราได้” 

เข้าทาง! จวิ้นยิ้มรับกับวินก่อนจะเดินตามหญิงสาวผมยาวถึงกลางหลังคนนั้นไป เมื่อมาถึงโต๊ะก็เจอผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายอีกคนท่าทางน่าจะไม่ใช่ชายแท้ แต่ใครเลยจะสนขอแค่พี่ๆ เขาชวนร่วมโต๊ะด้วยก็ถือเป็นพระคุณแล้ว พวกเขาสองคนจะได้ไม่ประดักประเดิดนัก 

“ตัวเองชื่อไรเหรอ เราชื่อแต๋มนะ นี่จิวกับเปิ้ล” 

“ผมชื่อ...เอ่อ...เราชื่อวิน นี่ไอ้จวิ้น” วินแนะนำตัวด้วยท่าทางอายๆ พยายามเก๊กว่าพวกเขาอายุเกินเกณฑ์ไม่ใช่เด็กมัธยมปลายแอบหนีเที่ยว จะไม่ให้อายได้อย่างไรก็สาวเจ้าเล่นขยับเข้ามาฟังใกล้ๆ หน้าอกหน้าใจล้นทะลักเบียดตรงขอบโต๊ะอีกทั้งเขาสูงกว่าเลยเห็นอะไรๆ ชัดไปเสียหมดแม้ในที่แสงสลัว 

จวิ้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อผู้หญิงชื่อเปิ้ลเขยิบเข้ามาใกล้ เอียงหน้ามองเขาเล็กน้อยแล้วยิ้มให้ รอยยิ้มหวานพิมพ์ใจจนเขาไม่อาจหลบสายตา 

“มากันสองคนเหรอ เราเห็นพวกตัวเองยืนอยู่สักพักแล้วอ่ะทำไมยังไม่มีโต๊ะนั่ง” เปิ้ลเขยิบเข้ามาถามใกล้ๆ จวิ้นขยับถอยห่างเล็กน้อยเพื่อแขนตนจะได้ไม่โดนหน้าอกอีกฝ่าย แต่เหมือนการยั่วยวนนี้จะไม่ลดถอยเพราะหญิงสาวกลับเบียดเข้ามาใกล้จนเกือบซบอกเขาแล้ว ขอขอบคุณความสูง 183 ของตัวเองที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ มาซบอกได้ ขอโทษนะนิ้งแต่ตอนนี้มันต้องเป็นเวลาเริงร่าของชายโฉดจริงๆ 

“ครับ คนมันเยอะไม่มีใครใจดีเหมือนโต๊ะนี้เลย ขอบคุณนะที่ให้เรามาแจมด้วย” จวิ้นตอบแต่เพราะเสียงที่ดังมากทำให้ต้องก้มลงไปกระซิบใกล้ๆ หู สาวเจ้าถึงกับหัวเราะคิกคักเพราะรู้สึกจั๊กจี้ เขายักคิ้วให้วินที่ตอนนี้ได้แต๋มไปครอง ส่วนจิวชายหนุ่มออกสาวคนเดียวของกลุ่มหายไปไหนแล้วไม่รู้ 

ทั้งสี่คนยืนคุยกันไปคุยกันมาได้สักพักก็ชวนกันออกไปวาดลวดลายหน้าเวที สองมือประคองสะโพกงอนไม่ห่างพร้อมกับที่เปิ้ลจงใจเอาบั้นท้ายตนมาถูไถช่วงล่างของจวิ้น เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสิ่งที่คิดในหัวมันคือคลิปที่พี่ศรส่งให้ หากเขาได้ขึ้นครูวันนี้คงเป็นอะไรที่เด็ดดวงที่สุดในชีวิตวัยรุ่นแล้ว จะเอาไปโม้ให้ใครฟังก็ได้ว่าผู้หญิงก็เคยผ่านมือเขามาแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่วันๆ พึ่งพาแต่แม่นางนิ้วทั้งห้า 

“ไอ้สองตัวนั้นไปไหนวะ” แชมป์ถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองหายไปจากโต๊ะนานแล้ว 

“มันขอไปเข้าห้องน้ำ สงสัยคนเยอะ” ไทตอบพลางเติมเหล้าในแก้ว 

แชมป์พยักหน้าเข้าใจแต่ศรกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ไอ้สองตัวนี้ไม่น่าจะแค่ไปเข้าห้องน้ำหรอก เขาไปหยุดยืนตรงชั้นลอยที่สามารถมองเห็นชั้นล่างได้ทั่วถึงแล้วก็เจอไอ้เด็กแสบสองคนกำลังนัวเนียอยู่กับผู้หญิง ต่างคนต่างควงหญิงเต้นไปลูบคลำไปถึงใจก่อนทั้งสองคู่จะพาเดินกันไปที่โต๊ะ เขาเห็นว่าแก้วเหล่านั้นถูกผู้ชายคนหนึ่งใส่อะไรบางอย่างลงไปทั้งสองแก้ว และแก้วที่ว่าก็ถูกส่งเข้าปากไอ้จวิ้น ส่วนไอ้วินไม่รับมาดื่มเพราะมันกำลังไซร้ซอกคอสาวอยู่ 

รสชาติขมปร่าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแก้วตนเองเข้มจากเดิมมากเพราะโต๊ะนี้ไม่มีโค้กให้อย่างที่เฮียไทสั่งมา มีเพียงเหล้ากับโซดาเท่านั้น แต่กระนั้นจวิ้นก็ยังฝืนกินเข้าไปแม้รสชาติมันจะบาดคอเหลือเกินก็ตาม 

“ไปห้องน้ำไหมจวิ้น” เปิ้ลรั้งคออีกฝ่ายไว้พลางเขย่งปลายเท้าเพื่อกระซิบถาม จงใจเอาอกเบียดเรียกความสนใจ จวิ้นยิ้มกริ่มเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองคงถึงเวลานั้นแล้ว อาการมึนเมามานิดๆ แต่เขายังครองสติได้อยู่ คืนนี้เขาต้องได้ฟาดสาวจริงๆ สักที 

“ไปสิ” 

จวิ้นตอบรับคำชวน สะกิดบอกเพื่อนรักว่าตนจะไปห้องน้ำซึ่งฝ่ายนั้นก็แทบจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างแล้ว เขาดื่มของเหลวสีอำพันในแก้วให้หมดเรียกขวัญกำลังใจ ก่อนจะเดินฝ่าผู้คนเบียดเสียดในผับออกไปที่ห้องน้ำ ยิ่งใกล้ถึงห้องน้ำที่มีคนต่อคิวอยู่อาการปวดหนึบช่วงล่างก็เริ่มเรียกร้องอยากปลดปล่อย เปิ้ลเอียงคอให้เขาได้สูดดมความหอมกลิ่นหายของหญิงสาวอีกทั้งยังเบียดตัวเข้าหาอีกจนเขาแทบทนไม่ไหว 

“จะไม่ไหวแล้วเปิ้ล” เขากระซิบบอกเมื่อรู้สึกส่วนนั้นของตนพร้อมรบ อาการร้อนวูบวาบตีตื่นขึ้นมาพอๆ กับอารมณ์ความต้องการ เขาไม่เคยคิดว่าการดื่มของมึนเมาและมีหญิงสาวยั่วยวนอยู่ไม่ห่างจะทำให้เลือดลมในกายพลุ่งพล่านได้ขนาดนี้ 

“มาทางนี้จวิ้น” เปิ้ลก็ดูจะไม่ไหวแล้วเหมือนกันจึงชวนจวิ้นไปทางข้างห้องน้ำที่ปลอดผู้คน มีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งในมุมมืดที่ส่งเสียงหอบกระเส่ามาให้ได้ยินเท่านั้น 

“แต่ว่า...” 

“ห้องน้ำคนมันเยอะไม่อยากรอ” 

เมื่อหญิงสาวเปิดทางให้ขนาดนี้แถมยังจู่โจมริมฝีปากเขาด้วยทำให้ต้องเลยตามเลย คู่ก่อนหน้านี้เสร็จกิจเดินออกไปแล้วจึงมีแค่เขากับสาวร่างเล็กเท่านั้น เปิ้ลดูจะช่ำชองว่าเขามาก บดเบียดจูบนำพาเขาไปไกลแทบกู่ไม่กลับ ส่วนกลางกายปวดหนึบไปหมดมือไม้สั่นเพราะตื่นเต้น มือเล็กของหญิงสาวลูบไล้ส่วนนั้นของเขาผ่านกางเกง ก่อนจะสอดมือเข้าไปในกางเกงเพื่อแตะต้องส่วนที่กำลังโป่งนูนเต็มลำ 

“ไอ้จวิ้น!” เสียงเรียกดุเหี้ยมทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้ง หันไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงหุ่นบึกยืนอยู่ แต่เพราะแสงไฟมันแยงตาทำให้ไม่เห็นใบหน้าคนเรียกว่าเป็นเช่นไร แต่จากน้ำเสียงเมื่อครู่ก็คงไม่อยู่ในอารมณ์ที่ดีนัก 

“อื้อ...จวิ้น” เปิ้ลร้องเรียกก่อนจะเอาตัวจวิ้นบังตัวเองไว้เพราะช่วงบนเปลือยเปล่า และซ่อนของที่เธอหยิบติดมือมาของฝ่ายชายคือกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือ 

ไอ้เด็กเวรนี่ใครบอกว่ามันเรียนรู้ช้า มันแค่ขาดความกล้าเท่านั้นแหละ ดูช่วงบนที่เปิดเปลือยเห็นอกทั้งสองข้างของหญิงสาวแล้วได้แค่ถอนหายใจ แทนที่ไอ้ไทจะดูแลน้องมันให้ดีกลับโดนไอ้เด็กเวรทั้งสองหลอกเอาซะได้ นี่ถ้าไม่ตามมาคงไม่รู้ว่ามันโดนล่อลวงแบบนี้ แถมยังโดนรูดทรัพย์ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแลกกับการได้ลูบคลำเท่านั้น 

“มานี่เลยมึง! ส่วนเธอเอาของมานี่! ถ้าไม่อยากโดนตำรวจเล่นงานก็รีบออกไปซะ” เพียงเท่านี้สาวเจ้าก็รีบใส่เสื้อผ้าและวิ่งออกไปทันที 

ศรลากเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งออกมาจากเงามืด มือเรียวกุมเป้าตัวเองไว้เพราะมันแข็งขืนแทบระเบิดเนื่องจากไม่ได้ปลดปล่อย ศรพาเข้าไปที่ห้องน้ำชายซึ่งมีคนอยู่ไม่มากก่อนจะผลักจวิ้นเข้าห้องน้ำห้องสุดท้ายไป 

“ไปช่วยตัวเองให้เสร็จ” 

“แต่ผมกำลังจะได้ผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้ว พี่จะเข้ามาขวางทำไม” 

“มันจะขโมยของมึงไอ้ควาย! อยากนักก็ช่วยตัวเองให้เสร็จเร็วๆ” ศรปิดประตูให้ จวิ้นมองกระเป๋าตังค์และมือถือตัวเองที่ศรโยนให้เมื่อครู่แล้วถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด แทนที่จะได้ขึ้นครูกลายเป็นต้องมาช่วยตัวเองอีกครั้ง เจ็บใจ!! 

แต่แล้วเวลาผ่านไปราวสิบนาทีจวิ้นก็ยังไม่เสร็จ ไม่ใช่เขายังช่วยตัวเองไม่เสร็จรอบแรก แต่เพราะปลดปล่อยไปแล้วรอบนึงรอบต่อไปก็มาต่อเหมือนว่าความต้องการไม่สิ้นสุด เขาร้อนไปทั้งตัวจนต้องปลดกระดุมเสื้อออกเพื่อระบายความร้อน ส่วนกลางกายแข็งตึงอยู่ในมือจนปวดไปหมด ตอนนี้เขาแทบไม่มีน้ำอะไรที่จะปล่อยออกมาแล้ว ทำไมมันถึงยังไม่ลงอีกก็ไม่รู้ 

“พี่...พี่ศร...ยังอยู่รึเปล่า” จวิ้นลองเรียกดูไม่รู้ออกไปแล้วหรือเปล่า 

“อะไร” สักพักก็มีเสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมา จวิ้นจึงแง้มประตูเปิดเห็นศรยืนอยู่หน้าห้องน้ำตน 

“มัน...มันไม่หมดพี่ ผมปล่อยไปสามรอบแล้วแต่มันไม่ลงเลย” จวิ้นบอกเสียงสั่นเหมือนคนจะร้องไห้ ศรขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะผลักประตูเข้าไป จวิ้นตกใจแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายเข้ามา 

“ให้กูดูหน่อย” 

“ไม่” 

“มึงอย่าเยอะจวิ้น” ศรเสียงเข้มอีกครั้ง เขาดันให้จวิ้นนั่งลงบนฝาชักโครกและปัดมือออกก็เห็นว่าน้องน้อยของไอ้จวิ้นยังบวมเป่งราวยังไม่ได้ปลดปล่อย 

“ไอ้สัด! โดนยา” แก้วที่จวิ้นดื่มต้องมียาแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่โด่ไม่รู้ล้มแบบนี้หรอก 

“โดนยา?! ยาอะไร ผะ...ผมจะตายไหม อึก...พี่ศร...มันจะอันตรายไหม” 

เด็กก็คือเด็ก มันไม่เคยมาที่แบบนี้เลยโดนล่อลวงและมอมยา 

“ใส่กางเกงซะ” ศรบอกเมื่อคิดหาทางออกได้ จวิ้นทำตามแม้จะทุลักทุเลเพราะความปวดช่วงล่างอยู่บ้างก็ตาม ศรพยุงจวิ้นออกจากห้องน้ำไม่ลืมคว้าขวดน้ำดื่มที่ยังไม่เปิดดื่มแถวนั้นมาด้วย เขาพาจวิ้นมาที่รถแล้วสั่งให้มันไปนั่งด้านหลังก่อนจะสอดตัวตามเข้าไป 

“ถอดกางเกง” 

“ห้ะ! พี่จะทำไร” 

“กูจะช่วย” 

“มะ...ไม่ เดี๋ยวมีคนเห็น” นี่มันในรถคนเดินผ่านไปมาคงมีคนมาเห็นแน่ๆ 

“รถติดฟิล์มดำขนาดนี้มองจากข้างนอกไม่เห็น แถมตรงนี้ไฟก็ไม่ได้ลงตรงๆ จะเห็นได้ไง” ศรตอบแต่จวิ้นยังลังเล “มึงจะให้กูช่วยหรือปวดจนไข่ขาดใช้การไม่ได้เลือกเอา” คำขู่ได้ผลเมื่อจวิ้นยอมปลดกางเกงลง เด็กหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะหันหน้าไปอื่นเมื่อพิงกระจกปล่อยให้คนที่แทรกตัวตรงหว่างขาจ้องมองไอ้นั่นของตนเอง ไหนๆ ก็เคยก็ให้พี่มันช่วยแล้วรู้สึกดีได้ปลดปล่อยจนหมด คราวนี้ก็ให้พี่มันช่วยอีกครั้งก็แล้วกัน เขาไม่อยากไข่ขาดก่อนได้เมียหรอกนะ 

“นี่ทิชชู นี่น้ำคอยจิบไว้เรื่อยๆ” 

“พี่...มันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม มัน...” ศรไม่ตอบแต่ประคองแท่งอุ่นขึ้นมา รูดรั้งเบาๆ จนจวิ้นครางในลำคอไม่เป็นศัพท์ ตาฉ่ำปรือเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ของมันทำเขาสงสาร จวิ้นเอาม้วนกระดาษทิชชูที่ติดไว้ในรถอุดปากไว้ ศรส่งมือถือตนที่เปิดคลิปให้จวิ้นดูไปพลางๆ ขณะที่ตนช่วยให้เด็กมันปลดปล่อย 

“อ๊ะ...อ๊า...ซี้ด...พี่ศรเสียวเว้ย” จวิ้นร้องบอกและโดนศรเร่งมือไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยออกมา ทิชชูถูกใช้งานก็ตอนนี้เมื่อศรเอามาเช็ดคราบน้ำที่เลอะมือจนหมด 

“หันมานี่ กูจะดูคลิปบ้าง” จวิ้นยอมทำตาม เขานอนพิงอกรุ่นพี่ชันเข่าพิงเบาะไว้ข้างหนึ่งส่วนอีกข้างปล่อยไว้ที่พื้น ศรวางคางไว้บนไหล่คนที่กำลังถือมือถือเขาอยู่ เสียงในคลิปเปิดคลอพอให้ได้ยินกันสองคนทำลายบรรยากาศความเงียบ 

“ซี้ด...ดีเลยๆ พี่ศรจังหวะนี้เลย อ๊า!” ปล่อยไปอีกรอบก่อนจะทิ้งตัวใส่อกแกร่งอย่างคนหมดแรง ศรก้มมองคนที่หลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อน 

“กูก็เริ่มมีอารมณ์แล้วแม่ง” ศรบ่นเบาๆ จวิ้นเปิดเปลือกตาขึ้นมองเห็นคางของอีกฝ่ายที่มีตอหนวด 

“จูบไหม พี่บอกจูบแล้วมีอารมณ์ ตอบแทนที่พี่ช่วยผมวันนี้” ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นแล้ว ส่วนนั้นของเขาก็ไม่ปวดหนึบดังเดิม น้ำที่ดื่มเข้าไปดูจะขับของเหลวที่โดนไปก่อนหน้านี้ออกมาเกือบหมด แต่คนที่ช่วยเขานี่สิคงทรมานมาสักพักแล้วเพราะได้ดูคลิปปั่นอารมณ์แบบนี้ จนเขารู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของพี่มันกำลังตื่นตัว 

ศรไม่พูดพร่ำทำเพลงช้อนใต้คออีกฝ่ายขึ้นมาประกบจูบ ริมฝีปากหนาบดเบียดกลีบปากนุ่มแทบไม่เหลือช่องว่างให้ห่างกัน เรียวลิ้นไต่ไปตามเหล็กดัดฟันของคนในอ้อมกอดก่อนจะดูดดุนลิ้นร้อนเบาๆ ไม่ลืมเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อโดยที่อีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือ เขาดันจวิ้นให้นอนลงส่วนตนเองขึ้นคร่อม ปลดกางเกงออกทั้งยีนส์และกางเกงชั้นใน ถูไถท่อนอาวุธของตนเองไปกับของอีกฝ่ายจนจวิ้นตื่นตัวอีกครั้ง ศรใช้มือตัวเองกำรอบแท่งอุ่นทั้งสอง ขยับให้มันเสียดสีกันจนต้องครางอู้ด้วยความเสียวซ่าน ตอนนี้ไม่ต้องการคลิปโป๊ใดๆ เพราะอารมณ์คนทั้งคู่ต่างเชื่อมเข้าหากัน 

จวิ้นยันตัวขึ้นนั่งพาดขาสองข้างเกี่ยวเอวอีกฝ่ายไว้เพื่อเขยิบเข้าไปใกล้ศรให้มากขึ้น ส่วนนั้นของคนทั้งคู่จะได้แนบชิดกันมากกว่าเก่า พวงลูกแฝดของพวกเขาโดนจวิ้นคลึงเบาๆ เร้าอารมณ์ ศรโอบแผ่นหลังเด็กหนุ่มที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อไว้ โดยที่อีกมือก็ขยับทำหน้าที่ไม่ขาด เสียงครางเครือและเสียงหอบหายใจกระเส่าเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์คนทั้งสองได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็ปลดปล่อยพร้อมกันด้วยการสาวรูดรั้งส่วนนั้นรัวๆ 

“อ๊ะ!! //อ๊า...!! ไอ้จวิ้น...แม่ง” ศรร้องแทบเป็นเสียงคำราม ฟันกัดกรอดเพราะความเสียวซ่านที่ปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยด จวิ้นเผลอซบอกแกร่งอย่างคนหมดแรงเพราะโดนรีดน้ำแทบหมดตัว 

“มึงอย่าไปทำแบบนี้กับใครนะจวิ้น” 

“อือ...ไม่มีใครยอมทำให้ผมเหมือนพี่หรอก” จวิ้นตอบเสียงแผ่วจึงโดนกัดริมฝีปากไปหลายทีจนแทบช้ำเลือด 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

กลับหน้าเรื่อง

 

       อยากเป็นนักเขียนที่...นักอ่านไม่อายเวลาบอกใครว่าเป็นแฟนนิยายของเรา       

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ให้โอกาส ขอบคุณทุกการสนับสนุน และกำลังใจ ขอบคุณมากค่ะ

============================================== 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น