เอลยา
facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

บทที่ 11 คนจริงใจก็แบบนี้แหละ...

ชื่อตอน : บทที่ 11 คนจริงใจก็แบบนี้แหละ...

คำค้น : วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2563 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 คนจริงใจก็แบบนี้แหละ...
แบบอักษร

เมื่อซื้อของเสร็จ มาถึงคอนโดก็บ่ายสามโมง ทั้งสองช่วยกันขนของที่ซื้อมาขึ้นไปยังคอนโด ลินินจัดการเอาอาหารใส่ในตู้เย็น วันนี้ได้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ มาสองกิโลกรัม คิดเมนูว่าจะผัดใส่หน่อไม้ฝรั่ง ร่างสูงหอบถุงชอปปิงชุดสุดท้ายมาวางบนเคาน์เตอร์ให้ 

"จะทำอะไรให้ผมกินเย็นนี้"  

ชายหนุ่มเอ่ยถาม ไปห้างสรรพสินค้าก็ไม่ได้เข้าร้านอาหารเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ต้องรีบซื้อและรีบกลับ เพราะกลัวว่าจะไปจ๊ะเอ๋เข้ากับผู้หญิงคนไหนเข้าให้อีก ไม่อยากเสียสามพันเป็นรอบที่สาม! 

"ผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่กุ้ง"  

หญิงสาวเอ่ยตอบ ใบหน้าเรียวมีเหงื่อชื้นเพราะรถไม่มีแอร์ นึกอยากจะอาบน้ำ แต่คิดว่าควรจะทำกับข้าวให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยอาบทีเดียวเลย 

"ทำบาร์บีคิวด้วยนะคุณ ผมจะเอาแกล้มเบียร์"  

คนจ่ายตังค์ไปหลายพันเอ่ย นึกภาพตัวเองนอนเอกเขนกเหยียดยาวบนโซฟาตัวนุ่ม ดูหนังไปด้วยและจิบเบียร์แกล้มกุ้งบาร์บีคิวไปด้วย... เพลินแน่สำหรับคืนนี้ ชายหนุ่มคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ แต่เห็นอีกคนหันมาทำคิ้วขมวดใส่ 

"ไม่ได้! ของมันแพงจะเอามากินเล่นได้ยังไง ฉันจะแบ่งเก็บไว้ทำต้มยำกุ้งพรุ่งนี้อีกมื้อ" หญิงสาวเอ่ยคัดค้านทันที 

"เฮ้ย ผมเป็นคนออกตังค์นะ อยากกินต้องได้กินสิคุณ!" คนตัวสูงเอ่ยเถียงทันทีเช่นกัน 

"อย่าสุรุ่ยสุร่าย หัดประหยัดซะบ้าง กินเหมือนลูกเศรษฐีแต่เงินเดือนช่างโรงงานแบบนี้ เมื่อไหร่คุณจะรวยซะทีล่ะ! เก็บเงินเอาไว้ดาวน์รถใหม่ไม่ดีหรือ" หญิงสาวเอ่ยเตือนสตินายช่างเล็ก ซึ่งก็ชะงักมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง 

"อืม... นั่นสินะ จริงของคุณ ถ้างั้นก็ทำครึ่งหนึ่งก็พอ ขอบคุณที่เตือนสติ"  

ทศวรรษเอ่ยกับคนที่ต้องการจะช่วยเขาประหยัด เพิ่งรูดบัตรที่คุณนายไขแขให้ไปเกือบหมื่นวันนี้ ชายหนุ่มมองหน้าคนที่ว่าเขา กินเหมือนเศรษฐีแต่เงินเดือนช่างโรงงาน ถ้าเจ้าหล่อนรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ช่างธรรมดา แต่เป็น อภิมหาช่าง... จะว่ายังไงนะ ทศวรรษตีหน้าราบเรียบ แต่ดวงตาสนุกเป็นประกาย นี่ถ้าคุณนายแม่ได้รู้จัก นางสาวสีนินจอมงก ทศวรรษคิดว่าจะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างแน่นอน 

"ของหวานเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ฉันซื้อกล้วยหอมมา" แม่ครัวเอ่ยต่อ  

"ว้อท! กล้วย? โนเวย์...ผมกินไม่เป็น ผมไม่กินกล้วยทุกชนิด!"  

ชายหนุ่มปฏิเสธทันที เพราะเขาไม่ชอบกล้วยจริงๆ เห็นมารดาเล่าว่าเคยเอาให้กินตอนเป็นทารก แล้วเขาก็อ้วกออกมาจนหมด ลินินทำสีหน้าประหลาดใจ เพราะกล้วยหอมมันอร่อยจะตาย ลินินชอบมากๆ แถมมันยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย 

"ของมีประโยชน์นะคุณ กินเบียร์ยังกินได้ ทำไมกินกล้วยไม่ได้" คนตัวเล็กหันมาทำหน้าซีเรียสถาม 

การเปรียบเทียบที่ทำให้ทศวรรษต้องอ้าปากหวอ... ตรรกะบัญญัติไตรยางค์นี้เจ้าหล่อนได้แต่ใดมา... มันเปรียบเทียบกันได้ด้วยเหรอระหว่างเบียร์กับกล้วยน่ะ... ถ้าเบียร์กับนมก็ว่าไปอย่าง... 

"อ้าว ก็คนกินไม่เป็น จะมาบังคับให้กินได้ยังไงล่ะคุณ เอาเป็นว่า ของหวานไม่เอา กินข้าวกับเบียร์ก็พอแล้ว ห้ามขี้เหนียวกุ้งล่ะ เพราะผมชอบ!" 

"ซื้อมาสองโล... ทำครึ่งกิโลพอ ที่เหลือแบ่งไว้ทำต้มยำ"  

ลินินเอ่ยเสียงเข้มกับคนเรื่องมาก เพราะต้องการเน้นหน่อไม้ฝรั่ง การกินผักย่อมดีกว่าการกินเนื้อสัตว์ พระท่านบอกให้ลด ละ เลิก ซึ่งลินินก็ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่คือ เนื้อวัว เนื้อควาย ตั้งแต่จำความได้ เวลานี้ก็พยายามลดเนื้อสัตว์อื่นๆ ตามโอกาส แต่ยังกินปลาและอาหารทะเลอยู่ เพราะมันเป็นของโปรด ถือว่าเป็นสัตว์เล็ก ก็ขอยืดหยุ่นนิดหนึ่งก็แล้วกัน 

"ครึ่งโลมันก็แค่ไม่กี่ตัวเอง ทำโลหนึ่งไปเลย พรุ่งนี้ถ้าไม่พอก็ซื้อมาเพิ่มเอาก็ได้นี่"  

ทศวรรษกล่าว เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงตัวเล็กๆ บางๆ แบบนี้ เพราะขี้เหนียวเรื่องกินนี่เอง ชายหนุ่มคิดพร้อมกับกวาดสายตามองร่างเพรียวบาง ไม่ได้หุ่นสูงเป็นนางแบบเซ็กซี่เหมือนผู้หญิงที่เขาเดตเป็นประจำ นั่นเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ทศวรรษชอบ ชายหนุ่มปรายตามองเสื้อยืดตัวโคร่งที่เห็นเหงื่อซึม มองไม่เห็นรูปร่างชัดเจน ยากที่จะจินตนาการอะไรได้ 

"มองอะไรไม่ทราบ!"  

เสียงตวาดแหวดังขึ้น ทำให้ทศวรรษสะดุ้งโหยง รีบเปลี่ยนเป้าสายตาจากบริเวณหน้าอกขึ้นไปมองสบกับดวงตาเขียวปัดของคนที่ยืนเท้าเอวมองเขาอยู่ 

"เฮ้ย เปล่ามองนะคุณ..." 

เขารีบปฏิเสธ  

กริ๊ง-กริ๊ง 

โชคดีที่โทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระฆังช่วย ทำให้ไม่ต้องตอบอีก รีบหันหลังให้คนตาเขียว รูปร่างโปร่งบางแทบไม่มีอะไรให้มองยังจะมาทำท่าขู่ฟ่อๆ ใส่อีก ทศวรรษจึงรีบล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง 

"คุณจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ผมขอรับโทรศัพท์ก่อน"  

ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาว จากนั้นร่างสูงก็กดรับโทรศัพท์ ลินินเลิกสนใจคนที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย ดีแต่ใช้ชีวิตขี้หลีไปวันๆ ท่าทางไม่สนใจเก็บออมเพื่ออนาคตเอาเสียเลย ผู้ชายแบบนี้ถ้าหากใครได้ไปเป็นแฟนละก็ คงจะชีช้ำกะหล่ำดอยเป็นแน่แท้ 

"ฮัลโหลครับแม่" 

ทศวรรษกรอกเสียงไปตามสาย เมื่อเห็นชื่อหน้าจอว่าใครโทรมา 

"หายป่วยหรือยังนายเล็ก เย็นนี้เข้ามาหาแม่ที่บ้านหน่อยนะ ไม่เห็นหน้าเห็นหนวดเกือบสิบวันแล้วนะเรา" 

มารดาเอ่ยบงการทันทีตามสไตล์ที่ชอบชี้นิ้วสั่งคนรอบข้างที่อยู่ในรัศมีอำนาจ 

"เอ่อ ยังไม่หายร้อยเปอร์เซ็นต์ครับแม่ หมอบอกให้พักจนกว่าจะถึงวันจันทร์" 

ชายหนุ่มรีบตอบ เดินไปนั่งที่สตูหน้าเคาน์เตอร์ มองดูร่างบางที่คว้าผ้ากันเปื้อนมาสวม และจัดการกับกุ้งอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางไม่ได้สนใจเขาอีก 

"อะไรกัน เป็นหนักขนาดนี้เลยหรือลูก หยุดยาวแบบนี้" เสียงมารดามีความเป็นห่วงกังวลทันที 

"ผมรักษาตัวตามหมอสั่งครับแม่ วันจันทร์ก็จะครบกำหนดกลับไปทำงาน" 

"งั้นก็มาบ้าน เดี๋ยวจะให้คนขับรถไปรับที่คอนโด มาให้แม่ดูอาการหน่อยเพื่อความสบายใจ ทำอาหารโปรดของเล็กด้วย หนูพริมเขามา จำได้ใช่ไหม ที่ดูไพ่ให้เราน่ะ แม่จะได้ให้น้องเขาดูให้เล็กด้วยว่า ไอ้ที่ปวดหลังนั่นน่ะเพราะถูกคุณไสยอะไรหรือเปล่า หรือว่าโดนผีผลัก" 

มารดาเอ่ย ทำให้ทศวรรษสั่นหน้ารัว ราวกับท่านนั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน 

"โน่ โน่ ไม่เป็นไรครับแม่ พอดี เอ่อ... ผมซื้อกับข้าวมาแล้ว ไม่อยากโยนทิ้งให้เสียของ ช่วงนี้ต้องประหยัด จะรีบกินรีบพักผ่อน ไม่อยากนั่งรถจริงๆ ครับ เอาไว้ วันศุกร์หน้าผมจะเข้าไปหาก็แล้วกันนะครับ"  

ชายหนุ่มรีบเอ่ย เห็นคนที่กำลังล้างผักปรายตามามองนิดหนึ่ง ทำเบ้ปากตอนที่เขาพูดว่าไม่อยากทิ้งให้เสียของ...  

"นั่นมันอีกตั้งเกือบสิบวันนะตาเล็ก ถ้าแกมาไม่ได้ แม่จะไปเยี่ยมเอง" มารดาเอ่ย ทำให้ทศวรรษทำตาเหลือก 

"อย่า อย่าครับ...ไม่ต้องมา"  

เขารีบห้ามเสียงหลง ขืนมาจะต้องจ๊ะเอ๋กับคนตรงหน้า ซึ่งทศวรรษไม่ต้องการให้มารดาคิดว่าเขากำลังคิดจะมีครอบครัว ท่านเป็นคนโบราณ ถ้าหากเห็นผู้หญิงที่นี่ อาจจะคิดว่าเขากำลังจริงจังกับชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เขาแค่กำลังสนุกกับการมีเพื่อนร่วมคอนโดเป็นผู้หญิงที่ไม่หวังจับเขาเป็นสามีก็เท่านั้นเอง คิดว่าอีกสักไม่เกินสองอาทิตย์ก็คงจะเบื่อกับเกมนี้แล้ว และกลับไปเดตกับสาวๆ เหมือนเดิม 

"แกท่าทางมีพิรุธนะนายเล็ก มีอะไรที่แกปิดบังแม่อยู่ บอกมาเดี๋ยวนี้"  

มารดาทำเสียงหวาดระแวงและคาดคั้นถาม 

"ไม่ ไม่มีครับแม่ พอดีช่วงนี้คอนโดมันรกมากครับ เพราะไม่ได้ทำความสะอาดเลย เดี๋ยวแม่จะแพ้ฝุ่นเปล่าๆ เอาเป็นว่า วันเสาร์หรืออาทิตย์นี้ ถ้าผมรู้สึกดีขึ้น ผมจะเข้าไปที่บ้านนะครับ"  

ชายหนุ่มหาเหตุผลข้ออ้างที่จะหยุดมารดาให้ได้ คุณนายไขแขไม่ชอบสถานที่รกและสกปรกเป็นอย่างยิ่ง 

ลินินไม่ได้ตั้งใจจะฟังเรื่องราวของเขาที่คุยโทรศัพท์กับมารดา แต่เขานั่งทนโท่อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์และก็คุยเสียงดังอย่างที่เห็น หญิงสาวจึงสรุปได้ว่า นายช่างเล็กจอมเจ้าชู้คนนี้มีมารดาที่เป็นห่วงเขา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบกลับบ้านไปให้ท่านเห็นหน้าเท่าไหร่นัก  

"ก็แล้วแต่แก อ้อ บอกพี่ชายเราด้วยว่า แม่รอทานข้าว จะไม่ทานจนกว่าเขาจะเข้าบ้าน แม่โทรไปก็ไม่รับสาย สงสัยลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่โต๊ะตามเคย เดินดูโรงงานแล้วไม่ชอบพกโทรศัพท์ เจ้าลูกคนนี้"  

มารดาเอ่ย... กับวัศภัทรแล้วล่ะก็ มารดาหาเหตุผลในการที่พี่ชายไม่ยอมรับโทรศัพท์ท่านให้เสร็จสรรพ ลูกรักของแม่จริงๆ ... ทศวรรษคิด แต่ไม่ได้น้อยใจอะไร เพราะวัศภัทรอยู่กับท่านในบ้านหลังเดียวกัน ดังนั้นย่อมจะโดนมากกว่าเขาหลายเท่าเวลาอยู่ที่บ้าน ดังนั้น ทศวรรษจึงยอมหยวนๆ ให้พี่ชายหน่อย เขาขอเป็นแบบนี้แหละ อยู่ห่างๆ เอาไว้ก่อน  

"คงจะอย่างนั้นครับแม่ เห็นว่าเย็นนี้มีงานเลี้ยงต่อ คงจะเข้าบ้านดึก แม่อย่ารอดีกว่าครับ"  

ทศวรรษเอ่ย นึกเห็นใจพี่ชายขึ้นมานิดหนึ่งตรงที่ว่า มีหมอดูอยู่ด้วย และวัศภัทรก็แอนตี้หมอดูพอกันกับเขา 

"อะไรนักหนานะ เจ้าลูกพวกนี้ เออๆ แค่นี้แหละ"  

มารดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญเป็นการส่งท้ายแล้วกดวางสายไปทันที ทศวรรษถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่คงจะถอนหายใจดังไปหน่อย ทำให้คนที่หั่นหน่อไม้ฝรั่งอยู่ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามอง 

"คุณเป็นคนที่ไหน"  

เสียงเอ่ยถามดังขึ้น แต่มือยังคงหั่นหน่อไม้ฝรั่งอยู่ ลินินนึกอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวของเขาขึ้นมานิดหนึ่ง เขาหน้าตาเป็นลูกครึ่ง ทำไมไม่อยู่ต่างประเทศ ไม่รู้ว่าพ่อหรือแม่ที่เป็นฝรั่ง แต่เขาพูดภาษาไทยชัดมาก น่าจะเกิดและโตที่เมืองไทย อาจจะเป็นพวกที่พ่อฝรั่งกลับไปประเทศโดยไม่สามารถเอาเมียและลูกกลับไปด้วยได้ เคยอ่านเจอแบบนี้ 

"กรุงเทพฯ นี่แหละ"  

ทศวรรษเอ่ยตอบ ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปเปิดตู้เย็นเพื่อเช็กว่าเบียร์เย็นได้ที่หรือยัง เพราะเห็นคุณเธอเอาผักยัดใส่ตู้เย็นหลายอย่าง เกรงว่ามันจะทำให้ความเย็นลดลง ตู้เย็นของเขานั้น ปกติไม่มีอาหารสด มีแต่เบียร์ ไวน์และน้ำดื่มเท่านั้น 

"คุณแม่คุณเป็นคนไทยเหรอ"  

หญิงสาวเอ่ยถามต่อไป เพราะเมื่อกี้เขาพูดภาษาไทยกับผู้เป็นแม่ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่เท่าที่จับความได้ก็คือ เขาไม่เข้าบ้านไปหาแม่จนผู้เป็นแม่ต้องโทรมา และเขาก็ไม่ยอมให้ท่านมาเยี่ยมที่คอนโด 

"ใช่..." 

"พ่อคุณล่ะ" ลินินถามอีกคำถาม ร่างสูงหันมามอง 

"อยากรู้เรื่องของผมแบบนี้... สนใจล่ะสิ" 

เขาเอ่ยแล้วทำตาพราว ลินินกะพริบตาเพราะไม่เข้าใจในตอนแรก แต่ต่อมาก็เก็ต หญิงสาวค้อนคว่ำให้ทันที 

"บ้า! สนใจคุณน่ะเหรอ... ไม่มีทาง!... ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้เหลาะแหละ และไร้อนาคต!"  

หญิงสาวเอ่ยออกไปทันที รู้สึกหน้าร้อนผ่าวที่เขาทำตาพราวมองแบบนั้น ทศวรรษเลิกคิ้ว 

"เจ้าชู้เหลาะแหละไร้อนาคต? ผมน่ะเหรอ?" 

คนถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเหลาะแหละและไร้อนาคตทำเสียงสูงถาม รู้สึกไม่ค่อยถูกใจนัก 

"ใช่...วันนี้มีผู้หญิงที่เป็นเดตของคุณมาทักถึงสองคน แสดงว่าคุณเดตผู้หญิงทีเดียวหลายๆ คนพร้อมกัน นิสัยแบบนี้ไม่เจ้าชู้จะเรียกว่าอะไรไม่ทราบ"  

ลินินเอ่ยออกมาตามที่ได้วิเคราะห์เขาอยู่ในใจเอาไว้ไม่นานมานี้ ทศวรรษยกมือขึ้นกอดอก 

"ผมคบหาทุกคนเป็นเพื่อนกินข้าว มันไม่ใช่เรื่องเจ้าชู้อะไรสักหน่อย" คนไม่อยากถูกตราหน้าว่าเจ้าชู้เอ่ยเถียง 

"แน่ใจเหรอว่าเป็นแค่เพื่อนกินข้าวอย่างเดียวน่ะ..."  

ลินินเอ่ยดักคออย่างรู้ทัน ท่าทางผู้หญิงสองคนนั้นดูเหมือนจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้นแน่ แต่ลินินไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดต จึงไม่อยากฟันธง แต่ก็สรุปว่า เขาคบหาผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน... 

"อีกอย่าง คุณใช้เงินมือเติบ ไม่คิดจะเก็บออม ดูจากวันนี้สิ จ่ายอะไรโดยไม่คิด คุณขับรถเก่า เป็นช่างประสาอะไร รถตัวเองแอร์เสียก็ยังไม่ยอมซ่อม ไม่มีตังค์ซื้ออะไหล่ใช่ไหมล่ะ และถ้าคุณเก็บเงินเป็นคุณคงไม่มาขับรถปุโรทั่งไม่มีแอร์แบบนี้หรอก ขอโทษที่พูดตรงๆ เพราะฉันถือคติว่า คนเราจะต้องจริงใจต่อกัน" 

เสียงซีเรียสเอ่ยออกมายาวเหยียดเป็นชุด ทศวรรษได้แต่อ้าปากค้างกับหลักการวิเคราะห์แบบเจาะลึกที่เขาได้รับเกียรติจากคนตรงหน้า เจ้าหล่อนจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบให้จนเขาอึ้งไปครู่ใหญ่ 

"นั่นสินะ...อืม...ผมชอบตรงที่ว่า คนเราจะต้องจริงใจต่อกัน คุณไม่สนคนอย่างผม แล้วคนแบบไหนล่ะที่คุณสนใจ อ้อ ผมลืมไปว่าคุณแอบรักบอสอยู่" 

ทศวรรษเอ่ย เขารู้สึกเพลินกับการได้ต่อปากต่อคำกับคนที่กำลังหยิบกระทะไปวางบนเตา ชายหนุ่มจึงหยิบเบียร์กระป๋องออกมาเปิด ยกดื่มในขณะที่ยืนไขว้ขาพิงเคาน์เตอร์มองเจ้าหล่อนหยิบจับข้าวของอย่างคล่องแคล่ว 

"คุณชอบผู้ชายแบบคุณวัศภัทรเหรอ"  

ชายหนุ่มถามต่อเมื่ออีกคนไม่ยอมตอบ กลิ่นกระเทียมเจียวหอมฉุยอบอวลไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะราวกับแม่ครัวหัวป่าก์มาเอง 

"ไม่เกี่ยวกับคุณ" ลินินเอ่ยออกมา เรื่องอะไรจะบอกเขาว่าลินินคิดยังไง ไอ้ที่เผลอบอกเขาไปเมื่อครั้งนั้น มันก็มากเกินไปแล้ว 

"ไม่เกี่ยวแต่ผมอยากรู้ไง... เอางี้ดีไหมคุณ... คืนนี้เรามาคุยแลกเปลี่ยนกัน... เหมือนเพื่อนที่จริงใจต่อกันไง คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับผมก็ถามได้ทุกอย่าง แบบ...เปลี่ยนกันถามในสิ่งที่อยากรู้ไง...สนใจไหม" 

เขาเอ่ยชักชวน ลินินหันไปมองคนที่ยกเบียร์ขึ้นดื่ม ท่าทางสุดคูลเหมือนนายแบบโฆษณาเบียร์มาเอง แว้บหนึ่งที่นึกอยากจะรู้เกี่ยวกับตัวเขาเหมือนกัน... ทำไมเขาถึงมาเป็นช่างโรงงานได้... น่าจะไปเป็นนายแบบหรือดาราให้รู้แล้วรู้รอดไป จะได้เดตกับสาวๆ หน้าเหมือนดาราและพวกไอดอลเน็ตอย่างที่ลินินเห็นเมื่อตอนบ่ายนี้ได้อย่างสบายๆ 

"เอาสิ... ส่งซอสมาให้หน่อย" เอ่ยรับปากง่ายๆ และใช้เขาพร้อมกับบุ้ยปากไปที่ขวดเครื่องปรุงที่เรียงราย 

"ขวดไหน" 

"ซอสหอย" 

"หอยไหน" 

"ปัดโธ่...น้ำมันหอยก็ไม่รู้จัก...เฮ้อ!"  

คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญ เดินไปหยิบเองด้วยใบหน้าระอา ชายหนุ่มมองดูท่าทางที่เจ้าหล่อนแสดงออกมาอย่างไม่สนใจเก็บเอาไว้ อย่างนี้กระมังที่เรียกว่า...จริงใจ  

ทศวรรษยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อซ่อนยิ้ม มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับเขา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนแสดงท่ารำคาญใส่เขาได้อารมณ์ขนาดนี้มาก่อน ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามามีแต่พวกฉอเลาะเอาใจเก่ง พูดจาออดอ้อนเพื่อให้เขาพอใจ 

"สนใจมาเป็นแม่ครัวให้ผมไหม" เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงกรุ้มกริ่ม เป็นผลให้ใบหน้าเรียวสะบัดมามอง 

"หาเงินซ่อมแอร์รถให้ได้ก่อนเถอะคุณ"  

ลินินเอ่ย ผัดหน่อไม้กับกุ้งจนกระทั่งสุก จากนั้นก็ปิดเตา หญิงสาวคิดว่าเขาเป็นพวกไม้หลักปักขี้เลนและชอบโปรยเสน่ห์ อย่าไปหลงคารมเป็นอันขาด ผู้ชายประเภทที่รู้ตัวว่ามีรูปเป็นทรัพย์ เลยหลงตัวเองใหญ่ และคิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องตกหลุมเสน่ห์ของเขากันทุกคนกระมัง แต่ลินินไม่ใช่ผู้หญิงที่จะหลงเสน่ห์ใครง่ายๆ นึกถึงคุณวัศภัทรอย่างต้องการเปรียบเทียบ เขาเป็นสุภาพบุรุษและขยันมากทั้งที่เป็นบอสใหญ่ ไม่ได้ทำท่าเจ้าชู้กับลูกน้องผู้หญิงเลย นั่นทำให้ลินินถอนหายใจออกมา เพราะมันหมายถึงลินินด้วย  

"กุ้งย่างล่ะ" เขาเอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอปิดเตา 

"ถ้าอยากกินก็ทำเอง ฉันจะไปอาบน้ำ" หญิงสาวหันมาเอ่ย แกะผ้ากันเปื้อนออกแขวนไว้ที่เดิม ทศวรรษส่ายหน้า 

"ขี้งกไม่พอ ยังจะขี้เหนียวและหวงของกินอีก"  

เขาทำเสียงบ่นให้ แต่ลินินไม่สนใจ จัดการตั้งหม้อหุงข้าว จากนั้นก็เดินไปยังห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำ 

ทศวรรษมองตามแล้วก็จุดยิ้มขำออกมา... รู้สึกสนุกกับการมีคนมาคอยมองเขาอย่างผิดๆ แบบนั้น... ชายหนุ่มคิดแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมด  

เขาโทรสั่งกุ้งบาร์บีคิวและของกินอีกสองสามอย่างจากร้านเดลิเวอรี จากนั้นก็เข้าห้องไปอาบน้ำ เขาผิวปากเป็นเพลงในขณะที่ในใจก็กำลังคิดรายการยี่สิบคำถามเพื่อเตรียมเอาไว้ถามคนขี้งกในคืนนี้... 

 

ความคิดเห็น