หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 28 ธาตุแท้

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 ธาตุแท้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2563 12:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 ธาตุแท้
แบบอักษร

 

“เมื่อ...ไม่นานมานี้ ข้าถูกไล่ฆ่าที่สำนักชี ก่อนฟ้าสางมือสังหารก็จู่โจมข้าอีกครั้งหนึ่ง ข้าสงสัยว่าอาจจะเป็นฝีมือจากคนสองกลุ่ม หรืออาจมีตัวการเพียงคนเดียวก็เป็นไปได้ แต่เรื่องนี้มู่หรงหวั่นคงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง” 

“ข้าออกเรือนกับเว่ยหยวนแล้ว นั่นหมายถึงการยืนคนละฝั่งกับเว่ยหลิง การที่เว่ยหลิงแต่งมู่หรงหวั่นเป็นภรรยาจะทำให้เขาได้แรงหนุนเพิ่มขึ้นอีกมาก เมื่อยืนอยู่จุดนี้ ข้าจึงต้องหยุดเรื่องนี้ให้ได้” 

“หลังจากตกน้ำครั้งนั้นข้าได้ขับเซียงเอ๋อร์ออกจากจวนไป เพราะนางเป็นสายสืบที่ถูกส่งให้มาอยู่ข้างกายข้า” 

“หงหลิง ข้าถลำลึกในวังวนนี้แล้ว หากไม่กำจัดคนอื่นทิ้งเสีย พวกเรานี่ละที่จะถูกกำจัดเสียเอง เข้าใจหรือไม่” 

จบถ้อยคำหงหลิงยังคงนิ่งอึ้งไม่กล่าวคำใด หางตาเริ่มแดงขึ้น หนิงอวี้ถอนใจก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “อย่างร้องไห้ หากเจ้าไม่ชอบสิ่งที่ข้าพูด ข้าจะหาคนดีๆ ให้เจ้าได้แต่งงานด้วย จะได้หลีกหนีเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไปให้พ้น” 

เสียงด้านนอกเงียบลง หนิงอวี้ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เจ้าลองดูอีกทีแล้วกัน ข้าไปจัดการเจ้านั่นก่อน” กล่าวจบก็ผลักประตูเดินออกไป  

ชายคนนั้นอยู่ที่ขอบเตียงกำลังจัดแจงเสื้อผ้าของตนอยู่ ทันทีที่เห็นนางก็หัวเราะขึ้น “ถ้ามีของดีแบบนี้อีก คราวหน้า...” 

นางยกมือข้างหนึ่งมาอุดปากและจมูกชายคนนั้นไว้ กริชในมืออีกข้างถูกเสียบเข้าไปกลางหัวใจ บนหน้ามีเลือดกระเซ็นติดเป็นดวงๆ นางชักกริชออกอย่างคล่องแคล่ว ตัวกริชมีเลือดไหลอาบเป็นทาง หนิงอวี้ขมวดคิ้ว ใช้ผ้าม่านเช็ดกริชให้สะอาดอย่างใจเย็น เหลียวกลับมาเห็นหงหลิงยืนที่ประตูข้างมองตนอย่างตกตะลึง 

“ข้าทำให้เจ้าตกใจแล้ว” หนิงอวี้มองเห็นสีหน้าหวาดกลัวของนางอย่างชัดเจน นางยิ้มอย่างฝืนๆ “ข้าว่าข้าหาคนดีๆ ให้เจ้าแต่งงานด้วยดีกว่า”  

หงหลิงได้ยินพลันน้ำตาเอ่อล้นเบ้า ดึงแขนเสื้อหนิงอวี้พลางสะอึกสะอื้นพูดขึ้น “ไม่เพคะ ไม่เอา พระชายา ท่านตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ ข้าน้อยยิ่งไม่อาจจากไปได้” 

หนิงอวี้นิ่งอึ้ง ดวงตาเริ่มแดง ผ่านไปสักครู่จึงเค้นคำพูดออกมาได้หนึ่งคำ “นางเด็กทึ่ม โง่เสียจริง”  

หงหลิงบุ้ยปากอย่างน้อยใจพลางใช้ผ้าแพรไหมสี่เหลี่ยมผืนหนึ่งเช็ดคราบเลือดบนหน้าหนิงอวี้ แล้วนางจึงพูดขึ้นว่า “เอาแต่ว่าข้าโง่ ถ้าด่าข้าอีกข้าจะไปแล้วนะ” 

เหตุผลที่นางไม่พูดเรื่องราวในชาติก่อนนั้น หนึ่งก็เพราะเป็นห่วงหงหลิง นางเป็นคนใสซื่อคงทนรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สองเพราะตัวนางเองก็รู้สึกกลัวและกังวลเช่นกัน ไม่อยากให้หงหลิงจากนางไป หนิงอวี้เห็นหงหลิงดวงตาบวมแดง ทำให้รู้สึกว่าตนช่าง...ต่ำช้าเสียจริง 

หงหลิงทึ่มเช่นนี้มาโดยตลอด เมื่อยังเด็กก็ตุ๋นยาให้นางจนลวกมือตัวเองเข้า ถึงตอนนี้เพื่อที่จะคอยอยู่กับตนจึงได้ปล่อยให้ล่วงพ้นวัยสาวไปโดยไม่ได้แต่งงานออกเรือนสักที แม้แต่ชาติที่แล้วก็เพราะปกป้องนางจึงทำให้ตนเองต้องถูกบั่นคอในที่สุด 

ไม่ด่าแล้ว ไปกันเถิด” หนิงอวี้ใช้มือข้างหนึ่งจูงหงหลิงไว้ นางผลักบานหน้าต่างออก ม้วนตัวลงไปยังต้นไม้หน้าโรงเตี๊ยมในขณะที่บนถนนยังมีผู้คนผ่านไปมาอยู่ ทว่าใบไม้ที่งอกจนดกหนาบดบังสายตาเอาไว้ได้ หนิงอวี้กระโดดไปยังต้นไม้อีกต้นด้วยความรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ทำเช่นนั้นจนถึงตรอกเล็กๆ ลับตาแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผ่านมา จึงกระโดดลงมา 

“คุณชาย หากเรื่องแดงขึ้นจะถูกสาวมาถึงพวกเราหรือไม่”  

“ไม่หรอก”  

หงหลิงเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีคนก็พูดขึ้นเสียงเบา “แล้วพวกคนหามเกี้ยว...”  

“เป็นคนของท่านพี่ ไม่เป็นอะไรหรอก” 

“เมื่อสักครู่คนมากมายเห็นบ่าวประคองนางเข้าไป จะดูออกไหมว่าเป็นบ่าว”  

“ไม่หรอก เจ้าคิดว่าทำไมข้าถึงติดหนวดให้เจ้าเล่า” หนิงอวี้ถามขึ้นพลางใช้มือดึงหนวดจิ๋มบนหน้าหงหลิงออก 

“แต่ว่า...”  

“ไม่มีแต่ว่า ขี้บ่นขึ้นทุกวันแล้วนะ กลับกันได้แล้ว” 

—— 

หนิงอวี้หลบสายตาผู้คน เดินเข้าไปในห้อง แล้วโยนพัดกระดาษในมือทิ้ง หงหลิงเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจจึงย่องไปปิดประตู หนิงอวี้เห็นท่าทีเลิ่กลั่กของนางก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าทำอะไรอยู่หรือ ตอนเที่ยงข้าก็ให้เงินจำนวนหนึ่งกับคนอื่นแล้วไล่ไปให้พ้นไม่ต้องมารบกวน ไม่ต้องมองแล้ว ไม่มีใครมาหรอก” 

พูดยังไม่ทันขาดคำ หนิงอวี้ก็เห็นเว่ยหยวนนั่งอยู่หน้าโต๊ะด้วยท่าทางผ่อนคลายสีหน้าเรียบเฉย สองฝ่ายจ้องกันไปมาโดยไม่เอ่ยคำใด 

หงหลิงพูดขึ้นเสียงเบา “ข้าน้อยขอทูลลา” ยังไม่ทันขาดคำดี คนก็เผ่นแจ้นจากไป ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงอย่างแผ่วเบา 

หนิงอวี้ถูกกดดันด้วยสายตาจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ด้วยเหตุใดจึงรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา 

เว่ยหยวนเห็นนางก้มหน้านิ่ง จึงเลิกคิ้วยกยิ้มพลางพูดขึ้น “เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่” 

ความคิดเห็น