email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

ชื่อตอน : 34 - แสนรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 737

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2563 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
34 - แสนรัก
แบบอักษร

 

 

คีตเทพกรรณอุ้มนางนาคีจำแลงร่างเซ็กซี่ขึ้นมาจากอ่างน้ำแล้ววางนางลงตรงขอบอ่าง มือเรียวเขาหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเรือนกายของนางอย่างถนอม

ดวงตากลมโตของผณินวารีจึงมองเขาอย่างหวานจ๋อย "คีตาน่ารักจัง"

ชายหนุ่มหน้าหวานเหลือบมองริมฝีปากอิ่มที่บวมนิดๆ แล้วก็ยิ้มไม่พูดอะไร บรรจงเช็ดน้ำจากทรวงอกสล้างของเธอ

หญิงสาวจ้องเขา แววตายังกระหายซุกซน "คีตาจ๋าา วารีอยากไปที่ระเบียงบ้าง"

คีตเทพกรรณตาโต แก้มเป็นสีระเรื่อขึ้นมา ถึงเขาจะไม่รังเกียจการแสดงลีลารักแบบต่างๆ มากมาย แต่เขาก็ค่อนข้างเข็ดกับการร่วมรักกลางแจ้งและเขาอายเทวดาข้างบนโดยเฉพาะนายที่อาจเผลอชำเลืองมองลงมา ชายหนุ่มจึงอ้ำอึ้ง "วารี ผมว่า บนเตียงนุ่มๆ ก่อนดีไหม ?"

วารีทำหน้างอ "ไม่เอาน่าเบื่อ เอะอะก็บนเตียง วารีอยากแบบอื่นบ้าง" เธอทำปากยื่นกอดอกเหมือนเด็กๆ ถูกขัดใจ ดวงตากลมโตวาว "คีตาต้องตามใจวารีสิ ! ไม่งั้นวารีจะไม่สนเลย ง้อเท่าไรก็ไม่คืนดีด้วย !" เธอปั้นปึ่งใส่เขา จริงๆ อยากให้เขาลงไปหาที่หาดเลยด้วยซ้ำ มันน่าจะได้อรรถรสดี เธอคิด แต่เขาก็ไม่ยอมลงไปหาเธอ ทำให้เธอต้องรีบเลิกเล่นน้ำขึ้นมาหาเขา

คีตเทพกรรณถอนหายใจ มองสาวดวงตากลมโต ที่ยืนเปลือยกายที่หน้างอน่ารักแล้วก็ใจเต้นแรง เขาเบือนหน้าหนี พยายามหักห้ามใจ เพราะคนรักกัน เธอจะเอาแต่ใจฝ่ายเดียวได้อย่างไร ? เขาไม่ตอบแต่ก็ไม่ขยับ นางนาคีจำแลงจึงคิดแกล้งเขาบ้าง เธอผลักเขาให้นั่งลงแล้วก็ก้มลงไปประกบปากกับองค์ของเขา รูดจนเขาเริ่มเสียวอ่อนแรง คีตเทพกรรณตาโต ! แต่ไม่อยากปฏิเสธการง้องอนของเธอ..

ผณินวารีที่พอใจว่าได้ทำให้อีกฝ่ายหอบเหงื่อโทรมกาย จึงจัดแจงลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำโยนให้เขาก่อนกระดิกนิ้วเรียกเขาไปที่ระเบียง.. ชายหนุ่มที่ผมยุ่งตาปรอย ผิวกายเปลี่ยนเป็นสีชมพูจึงลุกขึ้นตาม พ่ายแพ้ต่อมนตร์สะกดของเธอ เธอยืนหันหลังให้เขาเกาะราวระเบียงแล้วปลดชุดเสื้อคลุมลงให้เผยไหล่นวลเนียนข้างหนึ่ง..

แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่คีตเทพกรรณจะรีบโอบรัดประกบกายเข้าด้านหลังเธอ ถลกรวบเสื้อด้านหลังขึ้น แล้วก็ดันกายกระแทกกระทั้นเต็มแรงเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นในใจ ความน้อยใจและความระแวงของเขา รสชาติการเสพสวาทเร่าร้อนเปิดเผยของเขาและเธอ เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยจนหายไปจากเรือนกายทั้งคู่ไม่ทำให้เขาอับอายสายตาใครแล้ว เขาต้องการเธอ ต้องการเธอคนเดียว และตอนนี้เธอเป็นของเขา ใครหน้าใหนก็ไม่สำคัญเท่าแล้ว..

"อืมมม ซีดดด อาาา" ทั้งคู่คราง หัวสั่นหัวคลอนโยกกายเคลื่อนใส่กันอย่างเป็นจังหวะเดียวกันสายตาของเธอมองเขาอย่างหวานซึ้ง ส่วนเขาก็ซ่อนเก็บความหม่นหมองไว้ในใจ..

แต่ที่ยอดเขาห่างไกลออกไป ชายอีกคนในชุดสีขาวปลอดทั้งตัวยืนมองไปทางทิศทะเลที่เปิดกว้าง สายตาของเผ่าพันธุ์ครุฑของเขาทำให้เขาเห็นได้ไกลแม้จุดเล็กๆ ที่อยู่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกล ดวงตาคมกริบของเขาเห็นเธอ เพราะต่อให้เธอเป็นจุดเล็กแค่ไหนก็ตามบนโลกนี้ ในเมื่อเขารู้แล้วว่าเธอมีตัวตนอยู่ เขาก็ย่อมมองหาเธอไม่ยาก ยิ่งมอง แววตาของสิตามัน เย็นยะเยือกเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

เขากัดฟันแน่น ผณินวารี เธอกำลังแอ่นสะโพกรับชายอีกคนที่ขยำลูบไล้เรือนร่างแสนสวย ริมฝีปากอิ่มครางแหบโหย อกสาวได้รูปอยู่ในกำมือของชายคนนั้น ผมเผ้าของเธอที่สีอ่อนลงสยายปลิวไปตามจังหวะเร่าร้อนของการเสพสังวาส

สิตามันจ้องไม่วางตา เขาไม่เคยเห็นผณินวารีเปลือยกายมาก่อน ที่ผ่านมา เขาเฝ้าถนอมไม่เคยล่วงเกินรุกล้ำเธอ ด้วยนึกว่าเธอเป็นนางอัปสรหนีลงมาเดินเล่นในป่าหิมพานต์ เพราะใบหน้าสวยน่าเอ็นดู รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นและกิริยาซุกซนน่ารักของเธอทำให้เขาไม่เคยคิดระแวงว่าเธอจะเป็นนางนาคีจำแลง เธอบอกว่าเธอชื่อวารี เขาก็ช่างไร้สติไม่คิดระแวงว่า ชื่อเช่นนี้น่าจะเป็นชื่อของนางนาคีได้เช่นกัน

สิตามันเป็นครุฑที่เติบโตมาด้วยความเชื่อว่านาคทั้งหลายเป็นอมนุษย์ชั้นต่ำ ไม่มีประโยชน์ใดนอกจากช่วยทำให้น้ำในแม่น้ำไหลตามที่ควร นาคในความคิดของเขา เป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายไว้ใจไม่ได้ หากได้พบต้องจับกินเสีย เพราะหากปล่อยไว้ก็จะมีจำนวนยั้วเยี้ยน่ารำคาญรกหูรกตา

เขายังจำได้ดี เมื่อเขาบอกเธอว่าเขาเป็นครุฑจำแลงและกำลังจะเอ่ยขอร่วมหอลงโรงกับเธอ เธอกลับกรีดร้องอย่างตกใจ แล้วก็วิ่งหนีหายไป เขาน่าจะรู้แต่เขาก็ไม่ได้เฉลียวใจว่า สตรีใดจะรังเกียจกลัวการถูกพาไปวิมานฉิมพลีกับครุฑอีกเล่าหากไม่ใช่นาคีจำแลง ? เขาช่างโง่งมนัก หลังจากเธอหายไปเขาก็เพียรตามหาเธอ อกหักอย่างไม่เคยเป็น เขาเหาะเหินเดินอากาศไปทั่ว แต่ไม่เคยมองไปที่ท้องทะเล.. เพราะเขาไม่รู้

จนกระทั่งวันนั้น.. วันที่เขาได้พบเห็นนาคีตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรก.. ใครจะไปนึกเล่าว่าคือเธอ !

เขาสูดหายใจเข้าอก มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทา ภาพของผณินวารีที่หันหน้าตวัดขาเรียวๆ รัดรอบเอวของผู้ชายที่ช้อนสะโพกเธอไว้แล้วดันหลังเธอแนบผนัง ฝากรักกันอย่างเร่าร้อนอย่างไม่อายฟ้าดิน..

หญิงแพศยา ! สิตามันแทบทนไม่ไหว ! แท้ที่จริงแล้ว เธอทิ้งเขา ด่าเขา รังเกียจเขาเพราะเธอมันร่าน อยากได้ผู้ชายมาร่วมสังวาสไร้ยางอายแบบนี้กระมัง ! ครุฑหนุ่มโกรธเกรี้ยว ! ยิ่งสายตาคมกริบเกินมนุษย์เพ่งมองโลมไล้ไปทั่วเรือนกายของเธอ เขาก็ยิ่งเดือดดาล ทนไม่ไหวที่ชายอื่นได้ครอบครองเธอไปก่อนหน้าเขาเสียแล้ว ความรักความหึงหวงผสมกับความเสียดายทำให้สิตามันเบือนหน้าหนี ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นว่า ..

ช่างมันสิ ! หากครุฑกับนาคจะทำสงครามรบกันอีกเพราะเขากับเธอ ! เขาต้องได้ตัวเธอ ! เขาต้องลากนางโมรากากีมาลงโทษให้สาสมที่ริอาจมีชู้ !

พรึ่บ ! สิตามันคืนร่างกลายเป็นครุฑสีขาวปลอด เครื่องทรงสีทองประดับหินสีแดงแล้วถีบเท้าโจนทะยานบินไปในอากาศ.. ไปยังชะง่อนผาที่เป็นบ้านพักของนาคสองตนพี่น้อง

-----------------

ผณินวารีหลับใหลไปแล้วบนเตียงกว้าง หลังจากร่วมรักไปรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ เรือนร่างงดงามนอนคว่ำหน้า เปิดเปลือยหลังและสะโพกนวลเนียนต่อสายตาอย่างไม่อายสายตาใคร

คีตเทพกรรณที่ใส่เพียงกางเกงนอนตัวเดียวกอดกีตาร์โปร่งไว้ ดวงตาคู่สวยของเขาเหม่อมองเธอด้วยความรู้สึกมากมายที่อยากบอกอยากถามเธอ..

แล้วนิ้วของเขาก็ทำหน้าที่ระบายความในใจ พร้อมกับบทเพลงที่กระซิบออกจากริมฝีปากของเขาราวกับแสดงความน้อยใจออกมา

จงใคร่ครวญ หัวใจ ใครเล่าใคร ไหนกันแสนรักมั่น ห่วงไยเธอมากกว่าฉัน

มัวปิดบัง ฉันไย มีเรื่องใด พูดกัน บอกกับฉัน อย่าทำเป็นเหินห่างไป

สายตาเธอ บ่งบอก เห็นใจกัน อย่าหลอก

จะรักใคร ไม่ต้องห่วงอย่าลวงฉันเลย

ถึงต้องช้ำ ใจตาย ฉันก็พร้อม ยอมตาย

เพราะเป็นเธอ อย่างไรทนได้ เสมอ

(จากเพลงแสนรัก ศิลปิน - แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์)

เจ้าเต่าตนุมองคีตเทพกรรณที่นั่งเล่นกีตาร์ก็เอ่ยเบาๆ อย่างร้อนใจ "เจ้าเทวดาหน้าขาว ข้ารู้สึกไม่ดี เหมือนจะมีลางร้าย" มันเอ่ยพยายามเรียกร้องความสนใจของคีตเทพกรรณ "ข้าพูดจริงๆ ข้าหางกระตุกมาทั้งวันแล้ว"

คีตเทพกรรณหันมามองเต่าตนุ "เจ้ารู้อะไรก็บอกมาสิ" น้ำเสียงเขาเรียบเฉย เพราะในใจเขาหวั่นไหว รสรักอันหวานจัดร้อนแรงที่เพิ่งจบไปไม่ทำให้ความระแวงและความน้อยใจหายไป แต่กลับทำให้เขายิ่งสงสัยกว่าเดิมว่าเธอรักเขาแค่ไหน? แต่เขาไม่อยากถาม ไม่แน่ใจว่าคำตอบที่เธอให้จะจริงแค่ไหน ? ผณินวารีอยู่เพื่อปัจจุบันไม่ใช่อนาคต เธอไม่สนใจผูกมัดกับใคร ดังนั้น คำว่ารักที่เธอเอ่ยอาจเป็นความจริง แต่มันก็จริงแค่ตอนนี้ที่เธอพูดหรือเปล่า ? เพราะพรุ่งนี้เธออาจเบื่อเขาแล้วก็ไปหรือไม่ ? หรือเขาอาจทำอะไรขัดใจแบบครุฑตนนั้นให้เธอโกรธไม่เผาผี แล้วความรักที่มีก็ละลายหายไปหมดหรือเปล่า ?

เวลาเรารักใครเราก็ควรดูไหมว่าที่ผ่านมา คนที่เรารัก รักใครเป็นไหม ? คนธรรพ์จำแลงคิดและมันทำให้เขาปวดชาในหัวใจ เพราะบางทีผณินวารีอาจไม่ได้เคยรักใครจริงและรักใครไม่เป็นหรือไม่ ?

เขาเอ่ยตอบเจ้าเต่าเพียงเบาๆ "มีอะไรไม่ดีก็แล้วไง ? ข้าจะทำอะไรได้ ? ข้าก็แค่คนธรรพ์ธรรมดา ?" แล้วเขาก็เล่นดนตรีของเขา เลิกสนใจในสิ่งที่เจ้าเต่าตนุพูดอีก

เจ้าเต่าตนุยิ่งแตกตื่น ตาโตๆ เบิกกว้าง ขาหน้าตีโพยตีพาย "ไม่สิ รีบพานางกลับบ้านเร็วๆ ไปเมืองบาดาลนางปลอดภัยที่สุด เจ้าทำได้ เจ้ากล่อมนางด้วยดนตรีได้ เจ้าก็รู้ ! ที่นี่ข้าดูแล้วไม่ปลอดภัยพอแน่ๆ " แล้วมันก็พล่ามต่ออีกยืดยาว แต่แม้คำว่า ครุฑ สิตามัน นาค ผณินวารี จะลอยเข้าหู แต่คนธรรพ์ก็ไม่อยากฟังแล้ว.. จนเจ้าเต่าเสียงดังขึ้นน่ารำคาญ เขาจึงลุกหนีเดินออกไปอีกห้องแล้วปิดประตูนอน

หนีความวุ่นวาย เหนื่อยกายเหนื่อยใจ ทำอะไรไม่ถูก..

-------------

กลางดึกคืนนั้นก่อนฟ้าจะสาง ร่างอมนุษย์จำแลงตนหนึ่งบินมาเกาะที่ระเบียงที่เมื่อช่วงบ่าย ผณินวารีกับคีตเทพกรรณร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน มันเก็บปีกแล้วพาร่างกำยำเดินเงียบกริบเข้าไปถึงข้างเตียงใหญ่ที่มีหญิงสาวงดงามนอนเปลือยกายมีเพียงผ้าห่มปิดอยู่หมิ่นเหม่

ครุฑสีขาวปลอดถอนหายใจอย่างหนักหน่วงกับภาพยั่วใจตรงหน้า แต่เขาไม่อยากหักห้ามใจอีกแล้ว เธอทำให้เขาเจ็บแต่เขาก็ไม่เคยลืมเธอลง

มือและแขนของสิตามันก็ช้อนอุ้มร่างของผณินวารีขึ้นแนบอกแล้วก็อุ้มพาไปที่ระเบียง

แล้วครุฑก็กระพือปีก กระโจนบินลอยหายไปในท้องฟ้ายามราตรีก่อนที่แสงพระอาทิตย์จะกระทบแผ่นน้ำ มุ่งหน้าสู่วิมานฉิมพลี..

ความคิดเห็น