email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

33 - คนเก่าของเธอ

ชื่อตอน : 33 - คนเก่าของเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 768

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2563 09:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
33 - คนเก่าของเธอ
แบบอักษร

สมุทรนาคินทร์ บุตรแห่งพญานาคท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะ ที่แปลงเป็นผู้ชายรูปงามกล้ามเป็นมัด ผมยาว หน้าตาหล่อเหลาสีหน้ายียวน ยืนมองคีตเทพกรรณหัวจรดเท้าแล้วถามซ้ำ "ว่าไงเจ้าคนธรรพ์ ? จะมาพาน้องสาวของข้าไปไหน ?"  

คีตเทพกรรณตอบเรียบๆ "ข้าชื่อคีตเทพกรรณ องค์อินทร์ผู้เป็นใหญ่ทรงบัญชาให้ข้ามาพานางผณินวารีกลับไปยังโลกใต้บาดาล เพราะท่านท้าววิรุณลักษณ์กัณหาโคตมะและพระนางฉมารัตน์ทรงคิดถึงพระธิดา" สีหน้าเขาจริงจัง "แต่ท่านไม่ต้องเกรงกลัวไป ข้าไม่พานางไปโดยนางไม่สมัครใจหรอก ข้าคุยกับผณินวารีแล้วว่า ข้าจะไม่เร่งรัดนาง .."  

สมุทรนาคินทร์เลิกคิ้วชำเลืองมองน้องสาวแม่ตัวดีที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนหันมามองคนธรรพ์ที่ดูสะอาดสะอ้านขาวผ่องราวนักร้องบอยแบนด์แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ " ไม่ขัดใจนาง ? ไม่เร่งรัด ?" สมุทรนาคินทร์ทำหน้าเหมือนเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งทันทีว่า เจ้าคนธรรพ์จำแลงคงจะหลงรักน้องสาวเขาไปเสียแน่แล้ว  

นาคจำแลงผู้พี่จึงหันไปสั่งคนรับใช้ที่ปรากฏกายอย่างว่องไว "กุ้ง พาคุณวารีกับคุณคีตเทพกรรณไปพักห้องชั้นบนฝั่งซ้ายนะ เสร็จแล้ว.." แต่ไม่ทันจะสั่งจนจบความ น้องสาวของเขาก็โผเข้ากอดหอมทักทายสาวใช้ของเขาอย่างคุ้นเคย และคุยกรี๊ดกร๊าดดีใจที่ได้พบกัน..

สมุทรนาคินทร์จึงหันมาจ้องหน้าคีตเทพกรรณ "ข้ารู้ว่าเจ้าพานางมาหาข้า เพราะนางกำลังมีภัย" เขาเหลือบมองน้องสาวเขาที่ไม่ได้สนใจเขา "เดี๋ยวนางก็คงเล่นน้ำทะเล เจ้าไม่ต้องไปกับนาง มาหาข้า ข้าอยากคุยกับเจ้าเรื่องสิตามัน"

คีตเทพกรรณขมวดคิ้ว "ใครนะ ?"

สมุทรนาคินทร์หน้าเครียดลง "สิตามัน คนรักคนแรกและคนที่สร้างบาดแผลในใจให้กับผณินวารีจนทำให้นางเป็นเช่นนี้"

---------------

สมุทรนาคินทร์ที่อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยใส่กางเกงขาสั้นรูดเอวสีตุ่นๆ และเสื้อเชิ้ตฮาวายลายสับปะรดนั่งอยู่ที่ระเบียงนอกชานของห้องรับแขกของเขา ผมของเขารวบเป็นหางม้าลวกๆ สีหน้าเขาเคร่งขรึม ความร่าเริงกระชุ่มกระชวยเมื่อครู่หายไปจากใบหน้าคมคาย เขาถอนหายใจก่อนเล่าให้คนธรรพ์จำแลงตรงหน้าฟัง

"สิตามันเป็นครุฑตระกูลที่กายเป็นสีขาวปลอด จงอยแดง ตอนที่เขาพบผณินวารี เขาแปลงเป็นนักบวชลงไปปฏิบัติธรรมบำเพ็ญศีลในมุมหนึ่งที่เงียบสงบของป่าหิมพานต์ เพื่อสร้างเสริมบารมีให้แก่กล้า เพราะในป่าล้วนมีแต่สิ่งยั่วยุให้ศีลขาดโดยง่าย ไม่ว่าจะนางอมนุษย์ทั้งหลายหรือสิ่งยั่วยุอื่นๆ เพราะสิตามันตั้งใจนักหนาว่าจะต้องรับใช้วงศ์ครุฑของตนในการปราบปรามอสูรและนาคเกเรในอนาคต เมื่อเขาปีกกล้าขาแข็งขึ้น "

สมุทรนาคินทร์จิบค๊อกเทลที่สีเข้มดูอันตราย ก่อนเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ "ตอนนั้น ผณินวารียังอายุน้อย นางหนีไปเที่ยวเล่นในป่าหิมพานต์เองจนไปพบกับสิตามันในร่างฤาษีหนุ่มก็นึกชอบใจ วารีไปแกล้งอ่อยเขา ยั่วยวนตีสนิทเขาจนในที่สุดเขาก็ตบะแตก เลิกบำเพ็ญศีล หันมาพลอดรักกับนางแทน"

พญานาคผู้พี่มองเหม่อไปไกล "สิตามันไม่ได้ล่วงเกินผณินวารีให้ผิดศีลธรรมจรรยาใดๆ อาจเพราะเขายังคงละอายที่บำเพ็ญตบะล้มเหลว ยายยาแก้ปวดก็ร้าย ไม่บอกเขาว่าตัวเองเป็นใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง สิตามันสารภาพกับนางว่าเขาเป็นครุฑจำแลง ผณินวารีจึงช็อก เพราะเพิ่งรู้ว่าที่เข้าใจไปเองว่าเขาเป็นนาคจำแลงหรือคนธรรพ์จำแลงนั้นผิดหมดทุกประการ"

เขากระดกเหล้าหมดแก้ว ดวงตาสีอ่อนจ้องคนธรรพ์ตรงหน้า แววตาเขามีแต่ความเจ็บใจ "วารีเสียใจร้องไห้ตีโพยตีพายหนีกลับมาบ้าน แล้วก็อาละวาดโวยวายจนบิดาของข้ารู้จึงมากำราบนาง วารีโกรธและอาย นางจึงลักลอบไปพบสิตามันอีกครั้ง แต่นางไปในร่างนาคีของนาง สิตามันที่เสียใจจนไม่อาจทนฝืนจำแลงเป็นมนุษย์ต่อไป พลันเห็นเข้าก็จึงไล่จิกตีหมายจะจับกิน"

สมุทรนาคินทร์สีหน้าเครียด "ผณินวารีหนีทันแต่ก็รีบคืนกายเป็นมนุษย์และยืนด่าทอสิตามันในร่างครุฑ นางประกาศกร้าวว่า นางจะไม่มีวันญาติดีกับเขาหรือครุฑหน้าไหนอีก" เขาถอนหายใจ "หากเจ้ารู้ตำนานความพยาบาทระหว่างครุฑกับนาค เจ้าจะเข้าใจว่า ด้วยความไม่ยั้งคิด คำพูดด่าทอสาปแช่งของผณินวารีจะทำให้บาดแผลความเกลียดชังระหว่างสองวงศ์กลับมาอีก"

ชายเจ้าของบ้านผู้เป็นนาคจำแลงมองหน้าคีตเทพกรรณราวค้นหาความจริง "มารดาของข้าเป็นคนเสนอให้ข้าพานางมาอยู่บนโลกมนุษย์ แต่นางก็เสียน้ำตาคร่ำครวญอยู่นั่นแล้วจนข้ารำคาญ จึงเลิกคุมบริเวณนาง และสอนให้นางหัดใช้ชีวิตอย่างอิสระไม่ต้องสนใจสายตาคนอื่น นางจึงค่อยๆ ดีขึ้นจนเข้มแข็ง นางจึงขอไปอยู่ข้างนอกเองตามลำพัง"

เขาจ้องคนธรรพ์จำแลงตรงหน้า "ข้ามีน้องสาวคนเดียวที่ข้ารัก นางอาจดูเหมือนไม่แยแสไม่แคร์ใคร แต่นางก็เหงาและนางก็ต้องการความรักที่เยียวยาหัวใจนางได้ ข้าไม่รู้ว่าสิตามันจะกล้าบุกมาถึงที่นี่ไหม แต่หากเขามาดี ข้าจะไม่กีดกันให้เขาพบกับผณินวารี เพราะข้าอยากให้ทั้งสองคนบอกเลิกกันต่อหน้าเสียที ผณินวารีจะได้เลิกกลัวความรักเสียที การนอนกับใครๆ ไปเรื่อยๆ มันก็สนุกดีหรอก แต่ความเหงาในใจหรือบาดแผลในใจมันไม่ได้เยียวยาด้วยวิธีนี้ "

แววตาของสมุทรนาคินทร์กดดัน "เจ้าห้ามทำให้น้องข้าเสียใจ นางเคยเสียใจสาหัสมาแล้ว ไม่ว่าน้องข้าต้องการจะกลับหรือไม่กลับ เจ้าก็ต้องตามใจนาง ไม่งั้นข้าไม่ให้เจ้าอยู่ที่นี่หรอก เข้าใจไหม ?"

คีตเทพกรรณจ้องกลับ "ข้าไม่เคยหลอกนาง ข้ารู้สึกอย่างไร ข้าก็แสดงกับนางเช่นนั้น" เขายืดอก "แต่ท่านคิดไหมว่าหากสิตามันมาที่นี่จริง เขาจะมาดี ? และหากเขาไม่มาดี ผณินวารีควรจะกลับไปอยู่โลกบาดาลกับท่านท้าวและพระชายาย่อมไม่ดีกว่าหรือ ?"

สมุทรนาคินทร์หน้าบึ้ง ยืนขึ้นแล้วสั่งห้วน "บ้านของข้า ข้าจัดการได้ เจ้าไปได้แล้ว"

คีตเทพกรรณจึงจำใจลุกออกไป

---------------

คนธรรพ์จำแลงนั่งลงในห้องพักใหญ่โตหรูหราของเขากับผณินวารี กีตาร์โปร่งกับไวโอลินที่หยิบติดตัวมาด้วยถูกคนหยิบขึ้นมาแล้ว แต่เจ้าตัวเดินไปที่ระเบียงแล้วหยุดนิ่ง ดวงตาสีน้ำตาลอมทองทอดมองลงไปที่ชายหาดด้านล่าง ผณินวารียังดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนานจนเขายิ้ม แต่ในใจกลับหม่นเศร้าลง ..

สิตามัน ครุฑที่เป็นคนรักเก่าของผณินวารี .. เขาไม่รู้ว่าเธอกับเขารักกันมากแค่ไหน หรือรักปานใด แต่แค่ได้ยินสมุทรนาคินทร์เล่าให้ฟังเขาก็เหน็บชาที่หัวใจ..

เขาเป็นตัวจริงของเธอหรือเปล่า ? ที่ผ่านมามีแต่เขาที่บอกรักฝ่ายเดียวรักเธอข้างเดียวหรือเปล่า? เขาไม่ควรรักนางเลย แต่เขาทำไม่ได้.. ชายหนุ่มเอื้อมมือจะหยิบกีตาร์ขึ้นมา.. แต่ก็ชะงัก..

ไม่มีอารมณ์จะเล่นดนตรี ความอึดอัดคับข้องใจเรื่องผณินวารีทำให้เขาอ่อนไหวเกินไป.. ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปลือยกายแล้วแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ

เปลือกตาขนตายาวเป็นแพปิดลง หลับตาไม่อยากคิดมองไปในอนาคต ทั้งห่วงทั้งรักผณินวารี ทั้งปรารถนาอยากพาเธอไปซ่อนที่ไหนที่มีกันแค่สองคน แต่เขารู้ว่าเขาทำไม่ได้ ภารกิจนี้ที่เขารับมาคือการดูแลให้เธอปลอดภัยและส่งเธอกลับบ้านไปหาพ่อแม่ แค่นั้นจริงๆ

"มาแย่งอ่างน้ำของวารีหราาา" เสียงหวานใสแหย่เขา พร้อมกับเสียงเท้าเรียวๆ ก้าวจุ่มจ๋อมแจ๋มลงในน้ำในอ่างน้ำ..

คีตเทพกรรณลืมตาคู่สวยขึ้นสบกับสาวตากลมโตที่มองเขาอ่อนหวานหยาดเยิ้ม เธอยืนใส่บีกีนีสีเขียวสะท้อนแสงตัวจิ๋ว เรือนร่างอาบแดดคล้ำลงฟิตตึงไปทุกส่วน ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันกันมัดเป็นจุกบนหัว ดวงตาเธอเป็นประกายวาวน่ามอง

เธอยิ้มแล้วค่อยๆ ปลดชุดว่ายน้ำออกทีละชิ้นแล้วจึงย่อกายลงมานั่งบนตักเขา เสียดสียั่วเย้าเบาๆ เธอขบริมฝีปากแววตาเกเร "คิดถึงวารีไหม ?" มือเรียวล้วงไปใต้น้ำคลำๆ ลูบๆ สิ่งที่แสดงความเป็นชายของเขา แล้วค่อยๆ เลื่อนกายเข้าคร่อม เธอเสียงพร่ากัดฟันไว้เบาๆ กันความเสียวซ่าน "อืม วารีคิดถึงนะ อาาา"

คีตเทพกรรณกลับแววตาแสนเศร้า เขาไม่เคยรังเกียจเธอ หรือสัมผัสของเธอ ตรงกันข้ามเขาดื่มด่ำฉ่ำใจทุกครั้งที่เธอโอบรัดเขา.. แต่หลังจากได้ยินเรื่องครุฑจำแลงคนรักเก่าของเธอ เขาก็เริ่มสงสัยว่า หรือเขาเป็นเพียงแค่ของเล่นแก้เหงา ฆ่าเวลาของเธอ ? คนธรรพ์หนุ่มเคยคิดว่าแค่รักก็เพียงพอ ไม่ได้ต้องการความรักแบบเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ยอม แต่เมื่อได้ยินชื่อคนรักที่ทำเธอเจ็บได้ขนาดนั้นเขาก็เริ่มไขว้เขว..

เจ็บมาก ก็ต้องรักมาก ? แล้วเขาละ เธอรักขนาดนั้นไหม ? หรือทั้งหมดนี่แค่เรื่องทางกายจริงๆ ? หนุ่มคนธรรพ์นักดนตรีคิดแม้มือและร่างกายจะตอบสนองการเล้าโลมของเธอ แม้ว่าความคับบีบรัดของเธอจะทำให้เขาเสียวซ่านเหมือนทุกครั้ง แต่ความหม่นหมองในใจก็ทำให้เขาไม่กระตือรือร้น

ผณินวารียิ่งเห็นเขานิ่ง ก็ยิ่งยั่วยวนบดเบียดตัวเองกับเขาหนักขึ้น เธอแกล้งเขาไม่ยอมขยับขึ้นลง นางนาคีจำแลงกระซิบ "บอกสิว่ารักวารี วารี อาา จะช่วยนะ"

คีตเทพกรรณสะอึกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ร่วมรักฝากสวาทกันขึ้นมา.. แต่ก็ตอบไปอย่างจริงใจ

"รักครับ อาา รักวารีเสมอ"

แล้วก็ยอมแพ้ต่อสัมผัสคุ้นเคยวาบหวามระหว่างกัน สายน้ำที่เย็นกลับร้อนจากแรงกายเสียดสีกระแทกกระทั้น แต่ความห่างเหินในใจก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความคิดเห็น